LOGINBrew up 2
ผมลืมตาขึ้นมาในเช้าของอีกวันเพราะเเสงอาทิตย์ทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามา ก่อนจะขยับตัวให้ลุกจากที่นอนช้า ๆ พอมองไปรอบห้องสิ่งที่ทำให้ผมตกใจคือที่นี่ไม่ใช่ห้องเดรค ผมจำได้ว่าเมื่อคืนเลี้ยงรับน้องใหม่อย่างผมและหลังเมาจัดผมจำได้ว่าผมอยู่ที่ร้าน มันคลับคล้ายคลับคลาหรือผมฝันกันแน่นะ
"ตื่นได้แล้วหรือไง" เสียงที่ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไรดังขึ้น จากประตูห้องน้ำที่อยู่ถัดจากเตียงไปไม่ไกลนัก ผมพยายามเพ่งมองอยู่นานเพราะคน ๆ นั้นใช้ผ้าขนหนูวางแปะไว้บนหัวเพื่อซับน้ำที่เปียกจากการสระผม
"พี่เป็นใคร" ผมถามพร้อมกับเปิดผ้าห่มออกเพื่อจะลุกจากที่นอน แต่พอเปิดได้แค่นิดเดียวก็ต้องปิดไว้เหมือนเดิมเพราะใต้ผ้าห่มผมไม่ได้ใส่อะไรอยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว
"อะ จำเจ้าของร้านตัวเองไม่ได้แล้วหนึ่ง"
"พี่ครามเหรอ"
"เออ จะใครล่ะก็เมื่อคืนเมาอยู่ที่ร้าน"
"แล้วทำไมผมอยู่สภาพนี้อะ"
"คิดเอาเอง ไปอาบน้ำไป่" พี่ครามพูดจบก็ขว้างผ้าขนหนูมาตรงหน้าของผม ผมรีบเอาผ้าขนหนูพันไว้รอบตัวแล้วตรงเข้าห้องน้ำที่เขาเพิ่งจะออกมา ใช้เวลาอาบน้ำแค่ 5 นาทีผมก็รีบออกมาเพราะมีบางอย่างอยากจะถามเจ้าของร้าน พอออกมาจากห้องน้ำก็เห็นพี่ครามนั่งเป่าผมอยู่หน้ากระจก
"พี่คราม เสื้อผ้าผมอยู่ไหนอะ"
"จะใส่เสื้อผ้าเก่าทำไม สกปรก เปิดดูในตู้น่ะใส่ตัวไหนก็ใส่เอา"
"ครับ" พอพี่ครามพูดจบผมก็พาตัวเองเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า แล้วเลือกเอาเสื้อผ้าที่คิดว่าตัวเองใส่ได้ออกมาสวมและขณะที่ผมกำลังกลุ้มใจเรื่องท่อนล่างพี่ครามก็โยนถุงพลาสติกที่มีกางเกงชั้นในที่ยังไม่ได้ใส่อยู่มาให้
หลังจากใส่เสื้อผ้าเสร็จผมก็พาตัวเองมานั่งเงียบ ๆ ที่ปลายเตียงเพื่อทำใจก่อนจะถามบางอย่างที่อยากรู้ เมื่อวานผมเมามากจนแทบจำอะไรไม่ได้เลยรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาราวกับตัวเองฝันไปยังไงยังงั้น เลยต้องมาถามเอาจากคนอื่นที่อาจจะไม่ได้เมาเท่าผมเอง
"พี่คราม"
"ว่า" พี่ครามตอบโดยไม่ได้ละสายตาจากโทรศัพท์มือถือเลยแม้แต่น้อย และนั่นดีมากเพราะถ้าพี่ครามหันมาผมอาจจะไม่กล้าถามออกไปก็ได้
"เมื่อคืน…"
"มีอะไรก็รีบถาม เดี๋ยวต้องไปทำงาน"
"ผมกับพี่เรามีอะไรกันหรือเปล่า"
"แล้วคิดว่าไง"
"ผมจำไม่ได้ ไม่งั้นผมจะถามพี่ทำไม" ผมพูดจบพี่ครามก็นิ่งไปแล้วทำหน้าเหลือเชื่อ เหมือนไม่คิดว่าผมจะตอบออกไปแบบนั้น
"ใช่ แต่…"
"พี่ลืมมันไปได้ไหม" ขณะที่พี่ครามกำลังจะพูดบางอย่างผมก็เสียมารยาทพูดแทรกออกไป ยังไงซะผมก็จำอะไรไม่ได้อยู่ ไอ้ครั้นจะให้ร้องไห้ฟูมฟายให้เขามารับผิดชอบก็ไม่ได้อีก เพราะไอ้ที่คลับคล้ายคลับคลามันทำให้ผมรู้สึกได้ว่าตัวเองเป็นคนเริ่มเรื่องนี้ พอพูดจบพี่ครามก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วทำหน้าเหมือนคนจมน้ำ
"ทำไม"
"ยังไงซะผมก็จำไม่ได้อยู่แล้ว พี่ก็จะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบหรือรู้สึกแย่อะไรไง"
"เฮ้อ…"
"งั้นผมกลับก่อนนะ" พูดจบผมก็ยกมือไหว้พี่ครามแล้วเปิดประตูห้องออกมา ห้องนี้อยู่ในร้านจริง ๆ ด้วยเป็นห้องพักที่ต่อจากห้องล็อกเกอร์ของพนักงาน ผมรีบตรงดิ่งกลับบ้านทันทีเพราะตอนนี้นอกจากจะยังไม่สร่างดีผมยังหิวจนแทบจะแทะล็อกเกอร์อยู่แล้ว
"เดี๋ยว…"
"มีอะไรเหรอพี่"
"จะไปส่ง ตามมาสิ" พี่ครามตามออกแล้วดึงแขนผมไปทางที่จอดรถของร้าน ก่อนจะยัดผมเข้าไปในปาเจโรสปอร์ตคันสีขาวสะอาดตา
"พี่จะไปทำงานไม่ใช่เหรอ ผมเดินกลับได้แค่นี้เอง"
"จะไปส่งก็คือจะไปส่ง ไม่ต้องพูดมากยังไงก็ทางผ่าน" พี่ครามนี่คงจะมีแค่หน้าเดียวสินะ ไม่ว่าผมจะพูดหรือทำอะไรปฏิกิริยาที่ได้จากพี่ครามก็คือหน้านิ่งอย่างเดียวเท่านั้น จนผมนึกไม่ออกเลยว่าถ้าพี่แกจะจีบผู้หญิงสักคนพี่ครามจะทำหน้ายังไง
นั่งรถมาได้แค่แป๊บเดียวก็ถึงหน้าบ้านเดรค ผมขอบคุณพี่ครามแล้วกำลังจะเปิดประตูลงจากรถ แต่พี่ครามรั้งข้อมือข้างขวาของผมเอาไว้พอหันกลับไปก็เจอถุงพลาสติกร้อน ๆ อยู่ห่างจากหน้าแค่หนึ่งฝ่ามือ
"เอาไปด้วยแก้แฮงก์"
"ขอบคุณครับ" ผมขอบคุณแล้วรับถุงมาอย่างงง ๆ แล้วเปิดประตูรถลงไปยืนข้างรถ พี่ครามก็เปิดประตูโบกไล่ผมเข้าบ้าน ผมเลยเดินเข้าบ้านไปอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร
พอถึงบ้านผมก็กดรหัสเข้าบ้าน ประตูบ้านเดรคเป็นแบบอัตโนมัติถ้าสแกนนิ้วหรือกดรหัสก็สามารถเข้าไปได้แล้ว พอเพิ่งจะได้รหัสจากเดรคเมื่อวานก่อนออกไปทำงานและโชคยังดีที่ผมความจำดีถึงได้จำรหัสได้ไม่งั้นคงได้นั่งเคาะประตูอยู่ตรงนี้แน่ ๆ
"พึ่งกลับมาเหรอวะ" เดรคที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทักผมที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามา ผมเงยหน้ามองคนที่ทักพร้อมพยักหน้าให้มัน ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา
"ไหวมั้ยมึง กินไรยังกูหาไรให้กินมั้ย" เดรควางปากกาในมือลงแล้วลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาหาผม
"กูมีกับข้าวแล้ว ใส่ถ้วยให้หน่อยกูเวียนหัว" ผมบอกเดรคพร้อมกับชี้ไปยังถุงข้าวต้มที่ได้มาจากพี่คราม
"ถ้ามึงไม่แฮงก์สิแปลกสารพัดกษัตริย์ ค็อกเทล ไวน์ เหล้า เบียร์ ไหนจะเหล้าต้มอีก กินปนกันขนาดนี้มึงไหวก็ไม่ใช่คนแล้ว คราวหน้าก็หันปฏิเสธคนซะบ้าง" เดรคบ่นผมยาวเฟื้อยพร้อม ๆ กับเทข้าวต้มที่ยังมีความร้อนอยู่ใส่ถ้วยเซรามิกขนาดกลาง ก่อนจะเลื่อนมันมาตรงหน้าผม
"ขอบใจมาก" ผมบอกเดรคแล้วลุกขึ้นมานั่งโซ้ยข้าวต้มไป 4-5 คำก็พะอืดพะอมจนต้องวิ่งไปอ้วกแล้วกลับมานอนต่อที่โซฟา
"มึงนอนที่ร้านหรอ"
"เออ กูเมาจนภาพตัดเลย"
"กูก็ว่าพี่ครามโทรหาพี่เกรย์บอกไม่ต้องไปส่งมึงแล้ว มึงสลบคาโต๊ะไปแล้ว" อ๋อ! ผมก็ว่าทำไมเดรคมันทิ้งผมนอนที่ร้านเพราะพี่ครามนี่เอง ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ครามโทรหาพี่เกรย์ เรื่องเมื่อคืนคงไม่เกิดขึ้น
"กูตื่นแต่กูยังไม่สร่างนะอย่าพึ่งชวนกูคุยกูขี้เกียจวิ่งไปอ้วก"
"งั้นวันนี้มึงไปทำงานไหวปะเนี่ย"
"ไหวดิ กูขอนอนอีกสักสามชั่วโมง"
"เค เดี๋ยวบ่ายสามกูปลุกอีกที" หลังจากเดรคพูดจบผมก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย เพราะตัวเองได้เข้าสู่ห้วงแห่งความฝันไปแล้ว
Laiknam's Said
ผมเพิ่งไปส่งไอ้เด็กหัวส้มกลับบ้านมาได้แค่แป๊บเดียว ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกจะชวนมันกินข้าวกินยาแก้แฮงก์ก่อนค่อยส่งกลับบ้าน แต่พอฟังมันพูดจบผมก็กระเดือกข้าวไม่ลงเลยเอาข้าวให้มันไปแล้ว ปกติผมไม่ค่อยขับรถเท่าไรส่วนมากจะจอดไว้ให้พี่เกรย์คอยไปทำธุระให้ เมื่อคืนหลังจากพี่เกรย์ออกไปส่งเด็กในร้านไอ้เด็กหัวส้มก็เกาะผมเป็นลูกโคอะล่าติดแม่ ผมเลยพามันไปนอนที่ห้องของตัวเองตอนแรกก็นอนเฉย ๆ แต่นอนไปแค่แป๊บเดียวเด็กนั่นก็ลุกขึ้นมาไซ้คอผม แล้วแบบนั้นใครจะทนได้ผมก็เลยปล่อยเลยตามเลย ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนสักหน่อยนี่นา
แต่หลังจากเด็กผมส้มตื่นมันดันมาบอกให้ผมลืมเรื่องนั้นไปซะเพราะมันจำไม่ได้ แต่ผมจำได้ไงผมไม่ได้เมา แบบนี้ไม่ต่างจากผมโดนฟันแล้วทิ้งเลยนะเกิดมาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน ทำเอาผมไปต่อไม่ถูกไม่รู้จะพูดฟอะไรต่อเลยรีบออกมาเคลียร์บัญชีของบริษัทแทนพี่ลักที่พักฟื้นหลังคลอดอยู่
"เป็นไรวะคราม" พี่ชินสามีพี่สาวถามขณะที่ผมกำลังนั่งดูบัญชีอยู่ จริง ๆ วันนี้เป็นวันหยุดแต่เพราะเรื่องนี้มันด่วนมาก ผมกับพี่ชินเลยมาช่วยกันดูพอผมเหม่อพี่ชินเลยร้องถาม
"พี่ชินถ้าพี่นอนกะพี่ลัก แล้วตื่นมาพี่ลักบอกให้พี่ลืมเรื่องเมื่อคืนพี่จะทำยังไง" ผมถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเรียบที่มั่นใจว่ามันเป็นน้ำเสียงที่ผมใช้เป็นปกติ
"นี่ไม่ต่างจากฟันแล้วทิ้งเลยนะเว้ย ผู้หญิงคนไหนกล้าทำแบบนั้นกับคุณลายครามวะ"
"ผมจริงจังนะพี่รีบตอบมาเลย"
"ทำไมคุกรุ่นขนาดนี้วะ ฮ่า ๆ เอางี้ถ้าชอบก็ตามตื้ออะยังไงก็เป็นของเราแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าไม่ชอบก็ลืม ๆ ไปซะยังไงอีกคนก็บอกให้ลืมอยู่แล้วนี่หว่า" ผมนิ่งฟังแล้วคิดตามที่พี่ชินพูด นั่นสินะถ้าไม่ชอบก็ลืมไปซะ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ไอ้เด็กนั่นคือคนที่ผมตามหามาตั้ง 7 ปีนี่สิ
"ทีนี้บอกได้ยังว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร"
"ไม่อะ"
"อ้าว! อะไรวะอุตส่าห์ช่วย"
"ผมยังไม่แน่ใจ เอาไว้แน่ใจค่อยรู้ อย่าเผือกเรื่องชาวบ้านให้มากไปดูบัญชีเลยไม่งั้นผมจะฟ้องพี่ลัก"
"ไปก็ได้ว่ะ" พี่ชินพูดจบก็หันไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเองต่อ ส่วนผมได้แต่นั่งคิดเรื่องเมื่อเจ็ดปีก่อนอยู่ เจ็ดปีก่อนที่เด็กหัวส้มนั่นช่วยผมจากเหตุการณ์เฉียดตาย ผมยังวัยรุ่นเลือดร้นชอบขี่มอเตอร์ไซต์ร่อนทั่วจังหวัด วันนั้นฝนตกถนนลื่นผมเลยจอดรถข้างทางเพื่อรอให้ฝนหยุด บังเอิญมีรถยนต์เสียหลักพุ่งเข้าชนรถผมอย่างจังถ้าไม่ได้เด็กนั่นช่วยลากผมลงจากรถจนพ้นรัศมีการถูกพุ่งชน แต่เจ้าเด็กนั่นกลับกระชากผมหลบจนหัวตัวเองไปกระแทกกับทางเท้าทำให้สลบไป หลังจากนั้นพอผมเห็นเลือดก็สลบไปแล้วหาเด็กนั่นไม่เจออีก ทุกวันนี้ผมเลยชอบขี่มอเตอร์ไซต์ไปตามที่ต่าง ๆ เผื่อจะเจอเด็กนั่นจนกระทั่งเมื่อวานได้เจอเจ้าเด็กหัวส้มคนนั้น จนผมได้รู้ว่าพักที่ไหนและมาเจอมันอีกทีก็กลายเป็นพนักงานร้านผมไปซะแล้ว
ตอนแรกที่ตามหาผมก็หวังแค่ว่าจะได้ขอบคุณต่อหน้าสักครั้งเท่านั้นไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนผมจะต้องกลับมาคิดใหม่อีกรอบซะแล้วล่ะ ว่าต่อจากนี้ผมจะทำยังไงกับเด็กผมสีส้มคนนั้น
End: Laiknam
Brew up 16"มีอะไรเหรอครับ" พี่ครามเงยหน้าจากซอกคอก่อนจะมองหน้าผม แล้วถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อไร้เดียงสาที่ดูยังไง ๆ ก็แสดงแน่นอน"ผมต้องกลับไปทำงานนะฮะ ตอนนี้ผมยังเป็นพนักงานอยู่นะหายออกมาแบบนี้เดี๋ยวก็มีคนว่าผมมาจับเจ้าของร้านเหมือนพี่อิ๊งค์หรอก""นั่นสินะ แต่เสียดายจัง" พี่ครามพูดก่อนผละออกจากตัวผมแล้วลุกไปนั่งข้าง ๆ แทนแล้วจึงเอื้อมมือมาช่วยดึงผมลุกจากที่นอน"เสียดายอะไรคนลามก""ก็นาน ๆ เราจะเคลิ้มแบบนี้นี่นา""โอ้ย ไม่คุยด้วยแล้วไปทำงานดีกว่า" ผมแกล้งโวยวายกลบเกลื่อนความตื่นเต้นและขัดเขินพร้อมกับพาตัวเองรีบออกมาจากห้อง เพื่อไปทำงานของตัวเองต่อแค่หนีออกมานานแบบนี้ก็กลัวคนอื่นว่าจะแย่แล้ว ถ้าถูกคิดว่าออกมาเพื่อทำเรื่องอย่างว่าผมคงไม่รู้จะเอาหน้าตัวเองไปไว้ที่ไหนLaiknam's saidวันนี้ผมเลิกงานจากบริษัทช้าเพราะถูกแม่สั่งงานโหดเหมือนโกรธที่ผมเลิกงานเร็ว จึงทำให้เข้าร้านช้ากว่าปกติเวลาเกือบสามทุ่มยินกำลังเริ่มเมา
Brew up 15"รออยู่พอดี" พี่ครามตอบพี่อิ๊งค์แล้วเดินไปรับกุญแจรถมินิคูเปอร์สีครีมมาถือเอาไว้เอง ก่อนจะหันไปมองรถที่จอดอยู่ด้านหลัง"นึกไงจะเปลี่ยนรถ แล้วดันเป็นรถที่ไม่ชอบขับอีก" พี่อิ๊งค์ถามขณะที่ผมและคนอื่น ๆ พากันเดินไปนั่งรอที่ทางเท้า แต่ไม่ไกลมากจึงยังคงได้ยินบทสนทนาของชาวบ้าน และดูเหมือนว่าพวกเราจะสอดรู้สอดเห็นกันเพราะดูตั้งใจฟังกันสุด ๆ เวลาเดียวพวกพี่คนอื่นในร้านก็เริ่มเข้ามา กัปตันที่ดูไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็นเลยสะกิดพี่อาร์มที่สอดรู้สอดเห็นมาก เพื่อช่วยยกอ่างหมักหมูและเตาย่างขนาดใหญ่ออกมาที่ลานจอดรถ"ไม่ได้เปลี่ยนยังไม่ชอบเหมือนเดิม แต่คนอื่นน่าจะชอบ" พี่อิ๊งค์ทำหน้าสงสัยหลังพี่ครามพูดจบ คนผมสีดำเหลือบน้ำเงินหันกลับมาแล้วตรงมาที่ผมที่กำลังกระดกน้ำแอบฟังอยู่"ให้ผมทำไมอะ" ผมถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงตรงใจเพราะจู่ ๆ ก็จับกุญแจรถยัดใส่มืออีกข้างซึ่งมีฝาขวดอยู่วางเสร็จก็ยิ้มให้"ของขวัญวันเกิดครับ" พอคนสายเปย์เปิดปากพูดผมตกใจจนเกือบสำลักน้ำ เพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าซื้อรถราคาเป็นล้
Brew up 14Laiknam's saidช่วงนี้ผมเข้าร้านเร็วเป็นพิเศษเพราะรีบมากินข้าวเย็นที่ร้านกับใครบางคนที่ผมสีชาไทย เดากันถูกใช่ไหมล่ะผมเข้าร้านเร็วจนพนักงานคนอื่นสงสัย แต่ผมไม่ได้ปิดบังอยู่แล้วใจจริงอยากจะประกาศให้คนรู้แต่ถูกเจ้าเด็กหัวส้มห้ามไว้ เพราะไม่อยากให้มาว่าเกาะผมกิน ถึงผมจะไม่ชอบใจเท่าไรแต่ถ้ายินพอใจแบบนั้นผมก็ไม่อยากจะขัดคิดมากหลังกินข้าวกับหัวสีชาไทยเสร็จผมก็พาตัวเองไปนั่งเกะกะในบาร์ค็อกเทล เพื่อจะได้จับตาดูคนพูดมากที่มักจะทำให้ลูกค้าถูกใจโดยที่ตัวเองไม่ค่อยรู้ตัว อาจจะเพราะด้อยประสบการณ์ด้านนี้ทำให้เจ้าตัวไม่ถูกว่าหน้าตาท่าทาง คำพูดคำจำ และนิสัยช่างพูดเข้าถึงง่ายแบบนั้นจะถูกใจบรรดาลูกค้าที่ชอบผู้ชาย ส่วนใหญ่ผู้ชายและผู้หญิงที่มาเที่ยวที่นี่ก็เพราะเด็กเสิร์ฟหน้าตาดีทุกคน จนทุกวันนี้ผมนึกว่าร้านตัวเองเป็นบาร์โฮสเพราะไม่มีพนักงานเสิร์ฟหญิงเลยสักตำแหน่ง"พี่คราม ทำไมต้องมานั่งในบาร์ทุกวันด้วยอะพี่" อาร์ต บาร์เทนเดอร์ของร้านถามผมที่นั่งอยู่ริมสุดของบาร์ค็อกเทลถามขึ้น ขณะที
Brew up 13"ผมมีคนที่ผมชอบอยู่แล้ว ผมไม่แต่งกับใครทั้งนั้นแหละ""งั้นพาสิพามาให้แม่ดูเลย""แต่เขายังไม่รับรักผม""งั้นแกก็หมด สิทธิ์แต่งกับคนที่แม่หาให้ซะ" แม่พี่ครามพูดเสียงเข้มก่อนจะหันไปยกเบียร์ขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว ผมได้แต่ยืนเรียงอาหารเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากใด ๆ ออกมาแม้แต่ครึ่งคำ"ผมจะแต่งกับคนที่ผมรักเท่านั้นแหละ แม่ไม่ต้องมาขู่ผมให้ยากเลย" พี่ครามพูดแล้วยกเบียร์ดื่มตามแม่ตัวเองจนหมดแก้ว เหมือนกันจริง ๆ สองคนนี้โมโหแล้วยกหมดแก้ว ทำเอาผมไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงต่อเลยเพราะคนที่พี่ครามเดาไม่ยากก็คือผม ถ้าแม่พี่ครามรู้เธอจะทำหน้ายังไง จะรู้สึกยังไงที่รู้ว่าลูกตัวเองมาชอบผมที่เป็นผู้ชาย ถึงผมจะมองว่ามันปกติแต่แม่พี่ครามอาจจะไม่คิดแบบนั้นยิ่งเธอมีหน้ามีตาทางสังคม ผมคิดว่าเธอคงรับเรื่องนี้ได้ยากมากแน่ ๆ"ถ้าไม่แต่งแกไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ ลายคราม" ผู้หญิงตรงหน้าพี่ครามยื่นคำขาดแล้วหันมากวักมือเรียกผม พร้อมยื่นแก้วเบียร์แก้วใหญ่มาให้แล้วชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้วราวกับต้องการบอกว่
Brew up 12"จะกลับละหรอ ไม่อยู่กินเหล้ากับพวกพี่ต่อไง" พี่อาร์มถามผมที่สแกนนิ้วพร้อมเดินออกจากร้านแล้ว ผมหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วพยักหน้าให้พี่ในร้านก่อนจะหาวโชว์ไปรอบหนึ่ง"พรุ่งนี้ผมมีเรียนเช้าอะดิพี่""เออ งั้นกลับดี ๆ พรุ่งนี้เจอกัน" พี่อาร์มพยักหน้าแล้วตบไหล่ซ้ายผมเบา ๆ ขณะที่กำลังหมุนตัวด้วยความสโลโมชั่นอยู่นั้น"ยิน ยิน ไอ้เด็กหัวส้มโว้ย" เสียงเรียกดังมาจากในร้าน กระทั่งมีเสียงฝีเท้าตึ้ง ๆ วิ่งมาทางผม"ผมได้ยินตั้งแต่ยินแรกแล้วพี่ มีอะไรเหรอฮะเรียกซะดังเลย" ผมหันกลับไปตอบพี่อีกคนที่วิ่งมาด้วยความหอบ เขาใช้มือค้ำไว้ที่เข่าทั้งสองข้างเพื่อพักเหนื่อย แต่ดูเหมือนทุกคนจะเรียกผมว่าไอ้เด็กหัวส้มกันทั้งนั้นเลยแฮะไม่เว้นแม้แต่พี่คราม"พี่ครามเรียก รออยู่หน้าห้องล็อกเกอร์" พี่ต้องพูดขณะที่กำลังหอบหายใจเพราะเหนื่อยจากการวิ่ง ทุกคนดูไม่สู้กับอะไรเลยนอกจากเหล้าเบียร์ บางทีกินกันยันเช้าของอีกวันเพราะพวกพี่ไม่มีเรียนแบบผมเลยยันเช้ากันเยอะ แต่ผมมีเรียนเลยโต้รุ่งด้วยไม่ได้ พว
Brew up 11Laiknam' s Saidผมนั่งทำงานอยู่ที่บริษัทจนกระทั่ง 4 โมงเย็นในไลน์กลุ่มร้านมีข้อความของเจ้าเด็กผมส้มเด้งขึ้นมาว่าวันนี้ ผมเลยรีบเลิกงานก่อนเวลาทันที หนึ่งอย่างที่ผมไม่เคยคิดจะทำมาก่อนคือการไลน์หาพนักงานในร้าน ซึ่งตอนนี้ผมกำลังทำอยู่เพียงเพราะผมโทรหาเจ้าเด็กผมส้มนั่นแต่ไม่มีคนรับ ผมทักไลน์หาไอ้เดรคเพื่อนที่ยินไปอยู่ด้วยแต่ไอ้เดรคบอกว่ามันกลับบ้านตอนนี้ยินอยู่คนเดียว และดูเหมือนเจ้าเด็กหัวส้มจอมพูดมากของผมจะป่วยจนมาทำงานไม่ได้เลยแจ้งในไลน์กลุ่ม"เฮ้อ แล้วจะเข้าไปยังไงเนี่ย" แล้วผมก็ทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำอีกอย่างคือการโทรหาไอ้เดรค วันนี้ผมทำเรื่องที่ไม่ใช่ตัวเองมาสามเรื่องแล้วนะ ตั้งแต่เลิกงานก่อนเวลา แอดเพื่อนเด็กในร้าน ตอนนี้ผมยังโทรหาเด็กในร้านอีกด้วย เพราะห่วงเจ้าหัวส้มที่ติดต่อไม่ได้แท้ ๆ"เดรค กูขอรหัสเข้าบ้านหน่อย"(เอาไปทำไมพี่)"กูว่าจะไปดูยินหน่อย โทรไปไม่รับเลยไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า"(พี่เนี่ยนะ)"เออ ก็กูนี่





![เพียงชั่ววูบเดียว [MPREG]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

