LOGINBrew up 1
หลังจากพี่เกรย์ผู้จัดการร้านสอนงานผมอยู่เกือบชั่วโมง ร้านก็เปิดเรียบร้อยแล้วแม้จะยังไม่มีลูกค้ามาก็ตามที ร้านอาหารกึ่งบาร์ของที่นี่จะแบ่งเป็น 4 โซน โซนแรกจะเป็นห้องกระจกซึ่งอยู่ฝั่งขวามือถ้ามองจากนอกร้าน ส่วนโซนที่สองจะเป็นโซนหน้าเวทีที่มีไว้โชว์ไลฟ์ของวงดนตรีที่มีทั้ง 3 วงจนกระทั่งปิดร้าน โซนที่สามจะเป็นโซนฝั่งซ้ายมือถ้ามองจากด้านนอกร้านและอยู่ตรงข้ามกับโซนแรกซึ่งเป็นห้องกระจก โซนสุดท้ายจะเป็นโซนที่ต่อจากโซนที่สองแต่เป็นโซนที่ไม่มีหลังคาคลุม อ๋อ! ที่สำคัญผมรู้แล้วว่าคนชื่อลายครามคือเจ้าของห้องนั่งเล่น
เวลาผ่านไปชั่วโมงหนึ่งหลังจากที่กัปตันสอนงานผมเสร็จพี่แกก็อยู่ใกล้ตัวผมตลอดเวลาเผื่อผมยังไม่เข้าใจระบบสั่งเหล้าสั่งอาหารผ่านโปรแกรมของที่ร้าน พอเริ่มมีลูกค้ามาเรื่อย ๆ ผมก็คอยเดินเข้าไปสังเกตดูว่าพนักงานเก่ามีวิธีรับลูกค้ายังไงบ้าง โดยเราจะรับลูกค้าได้เฉพาะลูกค้าที่ไปนั่งในโซนที่เรารับผิดชอบเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งลูกค้ากัน ผมว่าระบบของที่นี่ดูโอเคอยู่นะเพราะถ้ามีการแย่งลูกค้ากันอาจจะเกิดการทะเลาะกันก็ได้
"สวัสดีครับ พี่มากันกี่คนครับ" ผมรีบเข้าไปหาลูกค้าผู้ชายซึ่งกำลังเดินเข้ามาในโซนสองที่ตัวเองรับผิดชอบ และตอนนี้ก็มีแค่ผมเพราะพี่เกรย์ไปดูในครัวส่วนเดรคที่ประจำโซนสองกับผมก็ไปเข้าห้องน้ำ ลูกค้าที่เข้ามาใหม่มองหน้าผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วทำหน้าสงสัย
"มาคนเดียว"
"งั้นลูกค้าอยากนั่งตรงไหนเป็นพิเศษไหมครับ" พอลูกค้าพูดจบผมก็ถามต่อทันที ลูกค้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินไปนั่งโต๊ะซึ่งอยู่ใกล้บาร์ค็อกเทลหน้าห้องกระจกที่สุด แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในโซนที่สอง
"นี่เป็นเมนูฮะ ลูกค้าชอบดื่มอะไรเป็นพิเศษไหมครับร้านเรามีทั้งเหล้า เบียร์ ไวน์ เบียร์นอก ค็อกเทล" ผมอธิบายพลางใช้นิ้วไล่ไปตามเมนูของร้านให้ลูกค้าดู ลูกค้ามองตามแต่ไม่ได้เลือกตามที่ผมบอก
"แนะนำหน่อย" ลูกค้ายืดตัวแล้วยกมือขึ้นมากอดอกคล้ายกับกำลังรอฟังผมอยู่
"ถ้าลูกค้าชอบกลิ่นหอมสดชื่น รสชาติอ่อนแต่ไม่หวาน ผมแนะนำยินเลยฮะ"
"ยินนี้" พอผมพูดจบลูกค้าก็พูดต่อพร้อมใช้นิ้วชี้ชี้มาที่ผมในขณะที่หน้ายังนิ่งสนิทเหมือนเดิม นอกจากจะเอาใจยากแล้ว ลูกค้าคนแรกของผมแม่งยังเดาใจได้ยากอีกต่างหาก กัปตันก็ไม่อยู่ ตอนแรกก็แปลกใจทำไมลูกค้าถึงรู้ชื่อผมแต่พอนึกได้ว่าพนักงานทุกคนมีป้ายชื่อติดตรงอกก็เลยโล่งใจ
"ผมหมายถึงยินนี้ฮะพี่ ยินนี้กินไม่ได้ฮะ" ผมตอบยิ้ม ๆ ติดตลกหวังว่าลูกค้าคนแรกของผมจะผ่อนคลายความตึงเครียดของตัวเองลงมาบ้าง เพราะถ้าพี่แกยังนิ่งสนิทแบบนี้ผมก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน
"ขอคิดดูก่อน"
"งั้นเดี๋ยวผมมารับออเดอร์อีกทีนะฮะ" ผมพูดจบก็รีบเดินออกมาจากบริเวณนั้น แล้วรีบมองหาตัวช่วยอย่างเดรคและพี่เกรย์ไม่ว่าใครก็ได้ทั้งนั้นตอนนี้
Laiknam's Said
วันนี้ผมเคลียร์งานในบริษัทของแม่เร็วเลยรีบเข้าร้านเพราะพี่เกรย์โทรมาบอกว่ามีพนักงานใหม่มา พอผมเข้าร้านก็เจอไอ้เด็กใหม่หัวส้มนี่ทันทีเลย แต่ไม่ยักกะมีใครคอยประกบเด็กใหม่ผมเลยลองให้เด็กหัวส้มได้ลองรับลูกค้าดูก่อน ก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง คนส่วนมากที่เข้าร้านไม่ทำหน้าตึงเครียดหรือเรียบนิ่งแบบผม ร้อยละเก้าสิบส่วนมากช่างพูดกันทั้งนั้น พอเห็นเด็กนั่นลนลานเพราะท่าทางของผมแล้วมันดูตลกดีผมเลยปล่อยให้มันไปสงบจิตใจซะก่อน
"อ้าว! ครามทำไมมานั่งตรงนี้ไม่เข้าบาร์อะ" เป็นกัปตันคนเก่งของร้านผมเองที่เข้ามาทักผมที่นั่งรอไอ้เด็กผมส้มอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม
"ไอ้เด็กผมส้มมันพาผมมานั่งนี่ไง"
"งั้นเหรอ ฮ่า ๆ พี่ว่าจะรอครามเข้ามาค่อยแนะนำให้รู้จักแต่พอดีในครัวมีปัญหาเครื่องพิมพ์ไม่ทำงาน พี่เลยเข้าไปดูก่อนกลัวลูกค้าเข้าแล้วเมนูจะค้าง"
"ไม่เป็นไรพี่ มันก็ทำงานโอเค" พอผมพูดกับพี่เกรย์เสร็จไอ้เด็กหัวส้มคนเดิมก็เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส โดยที่แก้มข้างขวามีรอยบุ๋มลึกของลักยิ้มประทับอยู่
"เป็นยังไงบ้างฮะ เลือกได้บ้างไหมฮะ" เด็กนั้นถามผมด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมหันไปยิ้มให้กัปตันของร้านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วย
"ผมตามหาแทบแย่ ไปไหนมาฮะกัปตัน"
"พี่ไปดูอะไรในครัวมานิดหน่อย เรามาก็ดีแล้วพี่จะแนะนำให้รู้จัก นี่ลายครามเจ้าของร้านนี้" พอกัปตันแนะนำตัวผมให้เด็กนั้นรู้จัก จากที่มันยิ้มอยู่ก็เปลี่ยนเป็นอ้าปากหวอทันที
"สวัสดีฮะพี่คราม ขอโทษนะฮะผมนึกว่าลูกค้าผมไม่คิดว่าเจ้าของร้านจะหล่อและดูหนุ่มขนาดนี้น่ะฮะ" ยินโค้งตัวเพื่อสวัสดีผมตามที่กัปตันแนะนำ พอทำเสร็จก็ยืดตัวตรงพร้อมยิ้มน่ารักให้ผม อะ! ผมเพิ่งบอกว่าไอ้เด็กผมส้มน่ารักงั้นเหรอ ผมอาจจะเวียนหัวจากเอกสารของบริษัทมากไปหน่อย
"เออ ๆ แยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว"
"หลังเลิกงานว่าไงอะคราม" กัปตันถามผมขณะที่ผมกำลังลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปนั่งในบาร์ค็อกเทล พี่เกรย์คงจะหมายถึงปาร์ตี้รับเด็กใหม่ก็ได้ ผมมักจะเลี้ยงเหล้าเด็กเสิร์ฟเวลารับมาทำงานใหม่ เพื่อเป็นการละลายพฤติกรรมไปในตัว
"พี่จัดการได้เลย ห้าทุ่มผมมีธุระแต่คงกลับมาก่อนเก็บร้านอยู่แล้ว" ผมบอกพี่เกรย์เสร็จก็หันไปพยักหน้าให้เด็กผมส้มที่ขอตัวไปรับลูกค้า ซึ่งเริ่มทยอยกันเข้ามาเรื่อย ๆ คงเพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์
ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มครึ่งขณะเดียวกันโต๊ะในร้านก็เต็มจนหมดแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ห้องกระจกที่ไม่ค่อยจะมีคนนั่งเท่าไร ผมนั่งมองบรรยากาศในร้านที่เต็มไปด้วยลูกค้ามากมาย ร้านนี้แรก ๆ ผมเปิดโดยไม่คิดไม่ฝันเลยว่ามันจะเติบโตได้ขนาดนี้ เพียงเพราะผมไม่อยากใช้เงินของที่บ้านและไม่อยากทำธุรกิจทัวร์ต่อจากคุณพ่อ ผมเลยเริ่มเปิดร้านเหล้าเล็ก ๆ หลังมอจนกระทั่งร้านใหญ่ขึ้นมีลูกค้าเต็มเกือบทุกวัน จนช่วงศุกร์เสาร์อาทิตย์เราต้องจ้างพนักงานชั่วคราว พนักงานที่ส่วนมากจะเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยข้าง ๆ ร้านนี่เอง ไอ้เด็กผมส้มที่มาใหม่ขยันดีจริง ๆ วิ่งช่วยคนนั้นทีคนนี้ที เทเหล้า รินเบียร์ ที่สำคัญโดนลูกมอมไปหลายแก้วแล้วเหมือนกัน เพราะร้านของเราไม่ห้ามถ้าดื่มกับลูกค้าแต่ดื่มได้ต้องทำงานได้ มันจะยิ้มสดใสคุยกับลูกค้าด้วยท่าทางเหมือนเด็ก ๆ นั่นคงเป็นจุดขายที่ทำให้ลูกค้าโต๊ะนั้นโต๊ะนี้เรียกมันไปชงเหล้าให้ ผมนั่งมองเด็กผมสีส้มสว่างจนเวลาผ่านไปเกือบห้าทุ่มครึ่งผมจึงรีบเก็บกระเป๋าแล้วเดินออกจากบาร์ไป
End : Laiknam
"ยิน มึงไหวปะเนี่ยหลังเลิกงานมีมีตติ้งอีกนะมึง" เดรคถามผมที่ยืนอยู่ที่ทางเข้าโซนของตัวเอง ตั้งแต่คนเริ่มเยอะลูกค้าก็เรียกผมชงเหล้า บางคนให้ผมดื่มหมดแก้วแล้วให้เงิน งานร้านเหล้านี่มันเปิดประสบการณ์ให้กับผมมากเลย ดื่มไปหลายแก้วจนพี่เกรย์เดินมากระซิบ จนเดรคเดินมาถามเพราะกลัวผมไม่ไหวแต่ทำไงได้ใจผมมันสู้ซะด้วยสิ
"กูยังไหวอยู่ แต่ถ้ากูไม่ไหวอย่าลืมพากูกลับด้วยนะเพื่อนรัก"
"แต่กูว่ามึงเริ่มไม่ไหวแล้วว่ะ" เดรคบอกผมพร้อมกับตบไหล่ผมดังแปะ ๆ แล้วมันก็เดินไปชงเหล้าให้ลูกค้าต่อ ปล่อยผมยืนรอเช็กบิลลูกค้า หลังจากที่ลูกค้ากลับเกือบหมดเพราะตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนครึ่งแล้ว พวกเรากำลังช่วยกันเคลียร์โต๊ะเคลียร์จานอาหารไปเก็บในครัว โดยมีกัปตันคอยคุมเพื่อให้พวกเราจัดมีตติ้งหลังเลิกงานต่อ
"เด็ก ๆ วันนี้กินกันเต็มที่เลยนะ ตอนรับน้องใหม่กันหน่อย พี่ครามบอกว่าอีกเดี๋ยวจะเข้ามากินด้วย"
"ครับกัปตัน" พอพี่เกรย์พูดจบทุกคนก็พากันเฮพร้อมยกแก้วขึ้นมาชน คล้ายกับรอโอกาสนี้มานาน ส่วนเดรคพอพี่เกรย์พูดจบมันก็เดินมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างซ้ายของผม
"เป็นไงบ้างวะ โอเคไหม"
"นั่นสิ ไม่โอเคตรงไหนบอกพี่เลยนะ" เดรคพูดจบพี่เกรย์ก็พูดต่อพร้อมนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งขวาของผม พี่เกรย์ยกมือขึ้นมาลูบผมสีส้มสว่างของผมอย่างเอ็นดู
"อะไรดลใจให้เราทำผมสีนี้วะยิน"
"เดรคมันบอกสีนี้สวย แล้วผมว่าผมดูดีออกน้า" ผมพูดกับพี่เกรย์พร้อมยกแก้วขึ้นชนกับคนอื่น ๆ พนักงานประจำของร้านมีเกือบ 20 คน ถ้ารวมพาร์ทไทม์ด้วยพนักงานจะมีทั้งหมดเกือบ 30 คนไม่น่าเชื่อว่าพนักงานทั้งหมดจะเป็นผู้ชายล้วน ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชายมีผู้หญิงแทบนับคนได้ เรานั่งกินเหล้ากันมาเกือบสองชั่วโมงจนกระทั่งพี่ครามกลับมาบรรดาลูกน้องก็เมากันจนแทบจะเลื้อยกันหมดแล้ว
"ครามมาพอดีเลย พี่ฝากยินหน่อยเดี๋ยวพี่กะเดรคไปส่งพวกไอ้นิกที่หอมันแป๊บหนึ่ง"
"พี่ไม่เอาไอ้เด็กหัวส้มนี่ไปด้วยเลยล่ะ"
"ยินมันอยู่กับเดรคตรงทางเข้ามอนี่เอง กลับมาค่อยเดินไปส่งก็ได้นั่งรถไปจะเวียนหัวซะเปล่า ๆ"
"ครับ พี่ไปเถอะผมนั่งเฝ้าให้" พอพี่ครามพูดกับพี่เกรย์เสร็จก็พากันเดินออกไปจากร้าน ผมหันไปมองพร้อมดึงแขนให้พี่ครามนั่งลงกินเหล้าเป็นเพื่อนผม
"มาพี่กินกะผมหน่อย เอ้า! ชน" ผมพูดเสร็จก็ยัดแก้วตัวเองใส่มือพี่ครามแล้วยกเอาขวดเหล้าที่เหลือไม่มากมาเทใส่ปากตัวเองแทน
"เฮ้ย! เบา ๆ มึงจะรีบตับแข็งตายหรือไงวะ" พี่ครามดึงขวดเหล้าออกจากมือผมไป ผมหันมองตามขวดเหล้าแล้วทำท่าจะแย่งคืนแต่พี่ครามก็ยืนขึ้นพร้อมยกเหล้าไว้เหนือหัวตัวเอง ผมที่สูงแค่ 167 จะไปแย่งของจากคนที่สูง 185 บวกลบไม่เกินห้าเซนได้ยังไง ด้วยความเมาและความโซเซทำให้ผมเกือบหงายหลังถ้าไม่ติดว่าพี่ครามดึงผมเอาไว้ทัน
"ผมง่วงวะพี่คราม ขอนอนแป๊บนะ"
"ไอ้ตัวผมส้มไปนอนบ้านสิโว้ย" พี่ครามพูดพร้อมกับวางขวดเหล้าไว้บนโต๊ะพร้อมแกะแขนผมที่โอบรัดตัวพี่แกออก พอแกะไม่ออกพี่ครามก็ถอดใจพร้อมลากผมที่เกาะเขาไม่ต่างจากลูกลิงแล้วพาเดินไปหลังร้านเพื่อสแกนออกงาน หลังจากนั้นพี่แกก็โทรหากัปตันบอกว่าไม่ต้องมารับผมแล้ว
"ลูกคนหรือลูกลิงวะ ทำไมมันเกาะแน่นเหนียวขนาดนี้ไม่แกะก็ได้วะ" เสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินอย่างชัดเจนก่อนที่ทุกอย่างจะค่อย ๆ พร่าเลือนไปทีละน้อย ก่อนที่ความทรงจำทุกอย่างจะดับลง ผมรู้สึกว่าตัวเองเอาปากไปจูบใครบางคนมา และแล้วทุกอย่างก็ดับไปพร้อม ๆ กับสติของผมที่เหลือน้อยนิด…
Brew up 16"มีอะไรเหรอครับ" พี่ครามเงยหน้าจากซอกคอก่อนจะมองหน้าผม แล้วถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อไร้เดียงสาที่ดูยังไง ๆ ก็แสดงแน่นอน"ผมต้องกลับไปทำงานนะฮะ ตอนนี้ผมยังเป็นพนักงานอยู่นะหายออกมาแบบนี้เดี๋ยวก็มีคนว่าผมมาจับเจ้าของร้านเหมือนพี่อิ๊งค์หรอก""นั่นสินะ แต่เสียดายจัง" พี่ครามพูดก่อนผละออกจากตัวผมแล้วลุกไปนั่งข้าง ๆ แทนแล้วจึงเอื้อมมือมาช่วยดึงผมลุกจากที่นอน"เสียดายอะไรคนลามก""ก็นาน ๆ เราจะเคลิ้มแบบนี้นี่นา""โอ้ย ไม่คุยด้วยแล้วไปทำงานดีกว่า" ผมแกล้งโวยวายกลบเกลื่อนความตื่นเต้นและขัดเขินพร้อมกับพาตัวเองรีบออกมาจากห้อง เพื่อไปทำงานของตัวเองต่อแค่หนีออกมานานแบบนี้ก็กลัวคนอื่นว่าจะแย่แล้ว ถ้าถูกคิดว่าออกมาเพื่อทำเรื่องอย่างว่าผมคงไม่รู้จะเอาหน้าตัวเองไปไว้ที่ไหนLaiknam's saidวันนี้ผมเลิกงานจากบริษัทช้าเพราะถูกแม่สั่งงานโหดเหมือนโกรธที่ผมเลิกงานเร็ว จึงทำให้เข้าร้านช้ากว่าปกติเวลาเกือบสามทุ่มยินกำลังเริ่มเมา
Brew up 15"รออยู่พอดี" พี่ครามตอบพี่อิ๊งค์แล้วเดินไปรับกุญแจรถมินิคูเปอร์สีครีมมาถือเอาไว้เอง ก่อนจะหันไปมองรถที่จอดอยู่ด้านหลัง"นึกไงจะเปลี่ยนรถ แล้วดันเป็นรถที่ไม่ชอบขับอีก" พี่อิ๊งค์ถามขณะที่ผมและคนอื่น ๆ พากันเดินไปนั่งรอที่ทางเท้า แต่ไม่ไกลมากจึงยังคงได้ยินบทสนทนาของชาวบ้าน และดูเหมือนว่าพวกเราจะสอดรู้สอดเห็นกันเพราะดูตั้งใจฟังกันสุด ๆ เวลาเดียวพวกพี่คนอื่นในร้านก็เริ่มเข้ามา กัปตันที่ดูไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็นเลยสะกิดพี่อาร์มที่สอดรู้สอดเห็นมาก เพื่อช่วยยกอ่างหมักหมูและเตาย่างขนาดใหญ่ออกมาที่ลานจอดรถ"ไม่ได้เปลี่ยนยังไม่ชอบเหมือนเดิม แต่คนอื่นน่าจะชอบ" พี่อิ๊งค์ทำหน้าสงสัยหลังพี่ครามพูดจบ คนผมสีดำเหลือบน้ำเงินหันกลับมาแล้วตรงมาที่ผมที่กำลังกระดกน้ำแอบฟังอยู่"ให้ผมทำไมอะ" ผมถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงตรงใจเพราะจู่ ๆ ก็จับกุญแจรถยัดใส่มืออีกข้างซึ่งมีฝาขวดอยู่วางเสร็จก็ยิ้มให้"ของขวัญวันเกิดครับ" พอคนสายเปย์เปิดปากพูดผมตกใจจนเกือบสำลักน้ำ เพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าซื้อรถราคาเป็นล้
Brew up 14Laiknam's saidช่วงนี้ผมเข้าร้านเร็วเป็นพิเศษเพราะรีบมากินข้าวเย็นที่ร้านกับใครบางคนที่ผมสีชาไทย เดากันถูกใช่ไหมล่ะผมเข้าร้านเร็วจนพนักงานคนอื่นสงสัย แต่ผมไม่ได้ปิดบังอยู่แล้วใจจริงอยากจะประกาศให้คนรู้แต่ถูกเจ้าเด็กหัวส้มห้ามไว้ เพราะไม่อยากให้มาว่าเกาะผมกิน ถึงผมจะไม่ชอบใจเท่าไรแต่ถ้ายินพอใจแบบนั้นผมก็ไม่อยากจะขัดคิดมากหลังกินข้าวกับหัวสีชาไทยเสร็จผมก็พาตัวเองไปนั่งเกะกะในบาร์ค็อกเทล เพื่อจะได้จับตาดูคนพูดมากที่มักจะทำให้ลูกค้าถูกใจโดยที่ตัวเองไม่ค่อยรู้ตัว อาจจะเพราะด้อยประสบการณ์ด้านนี้ทำให้เจ้าตัวไม่ถูกว่าหน้าตาท่าทาง คำพูดคำจำ และนิสัยช่างพูดเข้าถึงง่ายแบบนั้นจะถูกใจบรรดาลูกค้าที่ชอบผู้ชาย ส่วนใหญ่ผู้ชายและผู้หญิงที่มาเที่ยวที่นี่ก็เพราะเด็กเสิร์ฟหน้าตาดีทุกคน จนทุกวันนี้ผมนึกว่าร้านตัวเองเป็นบาร์โฮสเพราะไม่มีพนักงานเสิร์ฟหญิงเลยสักตำแหน่ง"พี่คราม ทำไมต้องมานั่งในบาร์ทุกวันด้วยอะพี่" อาร์ต บาร์เทนเดอร์ของร้านถามผมที่นั่งอยู่ริมสุดของบาร์ค็อกเทลถามขึ้น ขณะที
Brew up 13"ผมมีคนที่ผมชอบอยู่แล้ว ผมไม่แต่งกับใครทั้งนั้นแหละ""งั้นพาสิพามาให้แม่ดูเลย""แต่เขายังไม่รับรักผม""งั้นแกก็หมด สิทธิ์แต่งกับคนที่แม่หาให้ซะ" แม่พี่ครามพูดเสียงเข้มก่อนจะหันไปยกเบียร์ขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว ผมได้แต่ยืนเรียงอาหารเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากใด ๆ ออกมาแม้แต่ครึ่งคำ"ผมจะแต่งกับคนที่ผมรักเท่านั้นแหละ แม่ไม่ต้องมาขู่ผมให้ยากเลย" พี่ครามพูดแล้วยกเบียร์ดื่มตามแม่ตัวเองจนหมดแก้ว เหมือนกันจริง ๆ สองคนนี้โมโหแล้วยกหมดแก้ว ทำเอาผมไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงต่อเลยเพราะคนที่พี่ครามเดาไม่ยากก็คือผม ถ้าแม่พี่ครามรู้เธอจะทำหน้ายังไง จะรู้สึกยังไงที่รู้ว่าลูกตัวเองมาชอบผมที่เป็นผู้ชาย ถึงผมจะมองว่ามันปกติแต่แม่พี่ครามอาจจะไม่คิดแบบนั้นยิ่งเธอมีหน้ามีตาทางสังคม ผมคิดว่าเธอคงรับเรื่องนี้ได้ยากมากแน่ ๆ"ถ้าไม่แต่งแกไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ ลายคราม" ผู้หญิงตรงหน้าพี่ครามยื่นคำขาดแล้วหันมากวักมือเรียกผม พร้อมยื่นแก้วเบียร์แก้วใหญ่มาให้แล้วชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้วราวกับต้องการบอกว่
Brew up 12"จะกลับละหรอ ไม่อยู่กินเหล้ากับพวกพี่ต่อไง" พี่อาร์มถามผมที่สแกนนิ้วพร้อมเดินออกจากร้านแล้ว ผมหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วพยักหน้าให้พี่ในร้านก่อนจะหาวโชว์ไปรอบหนึ่ง"พรุ่งนี้ผมมีเรียนเช้าอะดิพี่""เออ งั้นกลับดี ๆ พรุ่งนี้เจอกัน" พี่อาร์มพยักหน้าแล้วตบไหล่ซ้ายผมเบา ๆ ขณะที่กำลังหมุนตัวด้วยความสโลโมชั่นอยู่นั้น"ยิน ยิน ไอ้เด็กหัวส้มโว้ย" เสียงเรียกดังมาจากในร้าน กระทั่งมีเสียงฝีเท้าตึ้ง ๆ วิ่งมาทางผม"ผมได้ยินตั้งแต่ยินแรกแล้วพี่ มีอะไรเหรอฮะเรียกซะดังเลย" ผมหันกลับไปตอบพี่อีกคนที่วิ่งมาด้วยความหอบ เขาใช้มือค้ำไว้ที่เข่าทั้งสองข้างเพื่อพักเหนื่อย แต่ดูเหมือนทุกคนจะเรียกผมว่าไอ้เด็กหัวส้มกันทั้งนั้นเลยแฮะไม่เว้นแม้แต่พี่คราม"พี่ครามเรียก รออยู่หน้าห้องล็อกเกอร์" พี่ต้องพูดขณะที่กำลังหอบหายใจเพราะเหนื่อยจากการวิ่ง ทุกคนดูไม่สู้กับอะไรเลยนอกจากเหล้าเบียร์ บางทีกินกันยันเช้าของอีกวันเพราะพวกพี่ไม่มีเรียนแบบผมเลยยันเช้ากันเยอะ แต่ผมมีเรียนเลยโต้รุ่งด้วยไม่ได้ พว
Brew up 11Laiknam' s Saidผมนั่งทำงานอยู่ที่บริษัทจนกระทั่ง 4 โมงเย็นในไลน์กลุ่มร้านมีข้อความของเจ้าเด็กผมส้มเด้งขึ้นมาว่าวันนี้ ผมเลยรีบเลิกงานก่อนเวลาทันที หนึ่งอย่างที่ผมไม่เคยคิดจะทำมาก่อนคือการไลน์หาพนักงานในร้าน ซึ่งตอนนี้ผมกำลังทำอยู่เพียงเพราะผมโทรหาเจ้าเด็กผมส้มนั่นแต่ไม่มีคนรับ ผมทักไลน์หาไอ้เดรคเพื่อนที่ยินไปอยู่ด้วยแต่ไอ้เดรคบอกว่ามันกลับบ้านตอนนี้ยินอยู่คนเดียว และดูเหมือนเจ้าเด็กหัวส้มจอมพูดมากของผมจะป่วยจนมาทำงานไม่ได้เลยแจ้งในไลน์กลุ่ม"เฮ้อ แล้วจะเข้าไปยังไงเนี่ย" แล้วผมก็ทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำอีกอย่างคือการโทรหาไอ้เดรค วันนี้ผมทำเรื่องที่ไม่ใช่ตัวเองมาสามเรื่องแล้วนะ ตั้งแต่เลิกงานก่อนเวลา แอดเพื่อนเด็กในร้าน ตอนนี้ผมยังโทรหาเด็กในร้านอีกด้วย เพราะห่วงเจ้าหัวส้มที่ติดต่อไม่ได้แท้ ๆ"เดรค กูขอรหัสเข้าบ้านหน่อย"(เอาไปทำไมพี่)"กูว่าจะไปดูยินหน่อย โทรไปไม่รับเลยไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า"(พี่เนี่ยนะ)"เออ ก็กูนี่







