แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: ชุนรื่อซานไน่
ซือชิงเจ๋อเห็นข้าวของที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที เขาตะคอกใส่ซางชิวด้วยสายตาเคร่งขรึม “ซางชิว เธอก่อเรื่องบ้าอะไรเนี่ย! ยังไม่จบอีกหรือไง!”

“ของพวกนี้เราตกลงกันแล้วว่าจะเก็บไว้เป็นสมบัติตลอดชีวิต ทำไมเธอถึงทำลายมัน!”

ซางชิวก้มหน้าลง พูดด้วยเสียงเบามาก “ในเมื่อความสัมพันธ์มันเปลี่ยนไปแล้ว เก็บของพวกนี้ไว้ก็มีแต่จะเพิ่มความเศร้า สู้ทำลายทิ้งเสียดีกว่า”

พูดพลางเธอก็สะอื้น “เราหย่ากันเถอะ”

“ซางชิว สองวันนี้เธอพูดคำว่าหย่ามากี่ครั้งแล้ว ฉันเห็นข้อความของเธอถึงได้รีบกลับมาหาเธอนะ เธอเลิกก่อเรื่องได้หรือยัง!”

“ฉันบอกแล้วไงว่ากับเซี่ยซือซือก็แค่เล่น ๆ ทำไมเธอต้องใจแคบยอมรับหล่อนไม่ได้ด้วย!”

ซางชิวส่ายหน้า “เป็นเธอต่างหากที่ยอมรับฉันไม่ได้”

ซือชิงเจ๋อหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ เขาคว้าแขนซางชิวดึงขึ้นมาจากพื้น เสียงเย็นชาราวกับน้ำแข็ง “อีกอย่าง คนในครอบครัวเธอก็ตายหมดแล้ว ถ้าไม่มีฉันแล้วเธอจะทำอะไรได้!”

คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดเฉือนหัวใจของซางชิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในปีนั้น ญาติพี่น้องทุกคนก็กลายเป็นฝูงหมาป่าเสือร้ายในชั่วข้ามคืน เป็นซือชิงเจ๋อที่ปกป้องเธอไว้

ตั้งแต่นั้นมา ซางชิวก็มองเขาเป็นญาติเพียงคนเดียว เหมือนขอนไม้กลางทะเลที่ต้องเกาะไว้อย่างแน่นหนา

แต่ตอนนี้เธอตายไปแล้ว คำขู่แบบนี้ไม่มีความหมาย

เพียงแต่ เธอไม่คิดว่าซือชิงเจ๋อจะพูดจาแบบนี้ออกมา

เหมือนกับคำพูดที่ว่า คนที่ใกล้ชิดที่สุด ก็คือคนที่รู้วิธีทำร้ายคุณได้ดีที่สุดเช่นกัน

“ทำไม...” น้ำตาของซางชิวไหลทะลักออกมา

ซือชิงเจ๋อชะงักไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็รู้ตัวว่าตัวเองพูดแรงเกินไป

เขารีบกอดซางชิวแล้วปลอบเบา ๆ “ชิวชิว ขอโทษนะ ฉันไม่น่าพูดแบบนั้นเลย”

ซางชิวผลักเขาออก ความเศร้าในดวงตาแทบจะเอ่อล้นออกมา “ทำไมจู่ ๆ คุณก็ไม่รักฉันแล้ว”

ซือชิงเจ๋อดึงเธอเข้ามากอดอีกครั้ง จูบหยาดน้ำตาบนใบหน้าของเธอ “เธอพูดจาเหลวไหลอะไร ฉันรักเธอแน่นอน!”

“งั้นเราก็หย่ากันสิ!”

เสียงแผ่วเบานั้นเหมือนหนามทิ่มแทง ซือชิงเจ๋อทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาผลักซางชิวไปชิดกำแพงแล้วตะคอก “ซางชิว ทำไมเธอต้องหย่าให้ได้!”

“เพราะว่าฉันตายแล้ว ความปรารถนาสุดท้ายของฉันคือการได้หย่ากับคุณ ไม่อยากมีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณอีกต่อไป”

“คืนนั้นหลังจากที่คุณไปแล้ว ฉันถูกคนร้ายลากเข้าไปในซอย...”

ซางชิวเล่าเรื่องในคืนนั้นออกมา แต่เมื่อเธอพูดถึงเรื่องการกลับมายังโลกมนุษย์เจ็ดวัน ซือชิงเจ๋อกลับตะคอกอีกครั้ง “ซางชิว ปีนี้เธออายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ! ฉันก็ไม่ใช่คนโง่ เธอเลิกเล่านิทานไร้สาระพวกนั้นได้หรือยัง!”

“ถ้าเธอยอมรับเซี่ยซือซือไม่ได้จริง ๆ ก็ไปอยู่ต่างประเทศสักพักก่อนแล้วกัน!”

พูดจบ เขาก็หันหลังเดินออกไป

“แสดงว่า คุณยอมให้ฉันไปต่างประเทศ แต่ไม่ยอมเลิกกับเธอใช่ไหม?”

ฝีเท้าของซือชิงเจ๋อชะงักไป เขาไม่ได้หันกลับมา เพียงแต่พูดอย่างเย็นชาว่า “เธอจะคิดยังไงก็คิดไป! พอฉันเบื่อแล้วก็จะกลับมาหาครอบครัวเอง!”

ซางชิวทรุดตัวลงนั่งบนพื้น ส่ายหน้าอย่างชาชิน

เธอรอถึงวันนั้นไม่ไหวแล้ว

หลังจากวันนั้น ซางชิวและซือชิงเจ๋อก็เริ่มทำสงครามเย็นกัน

ซางชิวร้อนใจ เพราะเวลาเหลืออีกแค่ห้าวันแล้ว

เธอส่งข้อความไปหาซือชิงเจ๋อ อีกฝ่ายตอบกลับมาหลังจากผ่านไปนานมาก: [สองสามวันนี้ฉันจะไม่กลับบ้าน เธอสงบสติอารมณ์ก่อนแล้วกัน เมื่อไหร่ที่เธอใจเย็นลงแล้ว เราค่อยมาคุยกัน]

ซางชิวมองข้อความที่เย็นชาจนแทบจะเป็นน้ำแข็งนั้น มือก็สั่นไม่หยุด

เธอข่มใจแล้วขับรถตรงไปยังซือกรุ๊ป แต่เพิ่งไปถึงตึกก็ถูกขวางไว้

“ฉันต้องการพบซือชิงเจ๋อ!”

พนักงานต้อนรับสาวสวยเป็นคนใหม่ เธอถามอย่างสุภาพ “ขอโทษค่ะคุณผู้หญิง ตอนนี้เป็นเวลาพักกลางวัน ประธานซือไม่สะดวกพบแขก หากมีความจำเป็น กรุณาแสดงใบนัดด้วยค่ะ”

“ฉันเป็นภรรยาของเขา”

พนักงานต้อนรับประหลาดใจเล็กน้อย แล้วส่ายหน้า “พี่ซือซือบอกว่า ไม่ว่าใครก็ห้ามรบกวนเธอกับประธานซือ แม้แต่คุณก็เหมือนกันค่ะ”

ซางชิวโกรธจนหัวเราะออกมา เธอไม่ได้มาบริษัทนานมาก ไม่คิดว่าที่นี่จะเปลี่ยนไปขนาดนี้

“พี่ชิวชิว!”

ในตอนนั้นเอง เซี่ยซือซือก็เดินเข้ามา เธอยังคงสวมชุดเดรสสีสันสดใสสไตล์โดพามีน ดูสดใสร่าเริง ในมือยังถือกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุด
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักสลายปลายฤดูใบไม้ร่วง   บทที่ 27

    ซางชิวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “คู่หมั้นของฉันเป็นคนจีน เพื่อนของแม่เป็นคนแนะนำให้เรารู้จักกัน พวกเราฐานะทัดเทียมกันดี และกำลังจะแต่งงานกันในเร็ว ๆ นี้”ซือชิงเจ๋อกำหมัดแน่น ยังคงไม่ยอมตัดใจถามว่า “ฟังจากที่เธอพูดแล้ว ดูเหมือนว่าพวกเธอจะไม่ได้มีพื้นฐานความรักต่อกันเลยนะ”ซางชิวยิ้ม “จะมีหรือไม่มีมันต่างกันยังไงเหรอ? ถึงจะมี สุดท้ายมันก็คงเป็นเหมือนเดิมนั่นแหละ”ซือชิงเจ๋อถึงกับพูดอะไรไม่ออกเขาเงียบไปเป็นเวลานาน สุดท้ายก็ได้แต่ฝืนยิ้มออกมาแล้วพูดในสิ่งที่ไม่ตรงกับใจ “ถ้างั้นก็ขอให้เธอมีความสุขนะ”“คุณก็เช่นกัน”ซางชิวเผยรอยยิ้มที่สุภาพแต่แฝงไปด้วยความห่างเหิน ก่อนจะหันหลังเดินออกจากร้านกาแฟไปซือชิงเจ๋อจ้องมองแผ่นหลังของเธอ น้ำตาค่อย ๆ ไหลรินลงมาทีละหยดระหว่างพวกเขา ไม่มีวันเป็นไปได้อีกแล้วระหว่างทางขับรถกลับบ้าน ซางชิวก็ได้เห็นร่างหนึ่งที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าในเวลาเดียวกันผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้ากร้านโลก สวมใส่เสื้อผ้าที่ซักจนซีดขาว กำลังทะเลาะเบาะแว้งเสียงดังอยู่กับแม่ค้าแผงลอยคนหนึ่ง ข้างกายมีเด็กเล็กสองคนกำลังร้องไห้งอแงไม่หยุดนั่นคือเซี่ยซือซือไม่ได้เจอกันหล

  • รักสลายปลายฤดูใบไม้ร่วง   บทที่ 26

    ซางชิวไม่สนใจเขาอีกต่อไป เธอเดินตามพ่อกับแม่ขึ้นรถไปพ่อบ้านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทนดูต่อไปไม่ไหว จึงถอนหายใจแล้วพูดว่า “คุณชายซือ กลับไปเถอะครับ อย่าทรมานร่างกายของตัวเองอีกเลย”แต่ซือชิงเจ๋อกลับไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น ร่างกายที่เย็นเฉียบของเขาสั่นเทาไม่หยุด ปากก็พึมพำกับตัวเอง “ฉันเสียใจเหลือเกิน...”“ทำไมเรื่องราวถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้...”ในไม่ช้า เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ก็ฉุดกระชากเขากลับมาสู่ความเป็นจริงอย่างไม่ปรานี เขาเบิกตากว้าง รีบวิ่งไล่ตามไปอย่างลนลาน “ชิวชิว อย่าไปนะ!”แต่แล้วร่างกายที่อ่อนแอจนถึงขีดสุดไม่อนุญาตให้เขาทำแบบนั้นอีกต่อไป เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็ล้มลงไปกองกับพื้น กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง แล้วหมดสติไปซางชิวที่นั่งอยู่ในรถเหลือบมองไปด้านหลังโดยไม่รู้ตัว และได้เห็นภาพที่ซือชิงเจ๋อล้มลงไปอย่างหมดเรี่ยวแรงพอดีร่างที่ผอมบางของเขาดูอ้างว้างโดดเดี่ยวเป็นพิเศษท่ามกลางหิมะ แต่มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย?เมื่อจัดการความรู้สึกของตนเองได้แล้ว ซางชิวก็หลับตาลงการใช้ชีวิตในประเทศวายช่างเงียบสงบ หลังจากที่ซางชิวเข้าเรียน เธอก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่มากมาย เพื่อนร่วมชั้นเก่า ๆ

  • รักสลายปลายฤดูใบไม้ร่วง   บทที่ 25

    ปัง! เสียงประตูดังขึ้น ซือชิงเจ๋อบุกเข้ามาในห้องเรียน เขากระชากพวงกุญแจเครื่องรางออกจากกระเป๋าแล้วโยนทิ้งลงบนพื้นทันที!ซางชิวผลักเขาออกไป “คุณจะเลิกยุ่งวุ่นวายได้หรือยัง มันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย!”พูดจบเธอก็เก็บพวงกุญแจเครื่องรางขึ้นมา แล้วหันไปกล่าวคำขอโทษกับเจียงซิ่วขอบตาของซือชิงเจ๋อแดงก่ำ “ตอนนี้เธอคิดจะยอมรับเขาแล้วใช่ไหม? เธอต้องทำให้ฉันเสียใจขนาดนี้เลยเหรอ! ทำไมถึงให้โอกาสฉันสักครั้งไม่ได้!”ซางชิวกลอกตา “ไปโรงพยาบาลบ้าให้หมอตรวจดูดี ๆ เถอะ!”ซือชิงเจ๋อโกรธจนตัวสั่น เขาหันไปจ้องเจียงซิ่วอย่างเคียดแค้น “ฉันจะบอกนายไว้เลยนะว่าเธอเป็นของฉัน! นายอย่าได้แม้แต่จะคิด!”เจียงซิ่วขมวดคิ้ว “คุณซือ ซางชิวไม่ใช่สิ่งของนะ เธอเป็นคนที่มีชีวิตจิตใจ ไม่มีคำว่าใครเป็นของใครหรอกนะ ถ้าคุณชอบเธอก็ควรจะให้เกียรติเธอ”ซือชิงเจ๋อตะคอกลั่น “ต้องให้นายมาสอนฉันด้วยเหรอ? อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นายคิดอะไรอยู่ ไสหัวไปให้ไกล ๆ จากเธอซะ!”ในตอนนั้นเองกริ่งเริ่มเรียนก็ดังขึ้นพอดี คุณครูเดินเข้ามาแล้วเห็นภาพนั้นก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “พวกเธอกำลังทะเลาะอะไรกัน? เข้าเรียนแล้วไม่รู้หรือไง!”ซางชิวรู้ดีว่าตร

  • รักสลายปลายฤดูใบไม้ร่วง   บทที่ 24

    ซางชิวไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เธอชี้ตรงไปที่เซี่ยซือซือ “พ่อคะ แม่คะ คนอื่นจะให้ทุนทั้งหมดก็ได้ ยกเว้นเธอคนนี้ค่ะ”พ่อและแม่ของเธอพยักหน้าในทันที “ตามใจลูกเลย”เดิมทีเซี่ยซือซือคิดว่าตนจะได้รับทุนการศึกษาด้วยผลการเรียนอันยอดเยี่ยม แต่คาดไม่ถึงว่าจะถูกซางชิวปฏิเสธด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว เธอจึงร้องไห้ออกมาทันที “ขอร้องพวกคุณล่ะค่ะ หนูต้องการโอกาสนี้จริง ๆ! หนูรักการเรียน หนูไม่อยากต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน!”ซางชิวดูออกว่าเซี่ยซือซือไม่ได้กลับมาเกิดใหม่ เธอจึงพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย “งั้นเธอก็ไปหาคนอื่นเถอะ ฉันจะแนะนำให้คนหนึ่ง คุณชายเล็กตระกูลซือ ซือชิงเจ๋อ เธอไปหาเขาดูสิ ไม่แน่อาจจะสำเร็จก็ได้นะ!”เซี่ยซือซือคุกเข่าลงกับพื้นทันที “หนูขอร้องล่ะค่ะ พวกคุณร่ำรวยขนาดนี้ เพิ่มหนูไปอีกสักคนจะเป็นอะไรไปคะ!”ซางชิวไม่อยากเห็นหน้าเธออีกต่อไป จึงสั่งบอดี้การ์ดทันที “ส่งเธอไปที่โรงพยาบาล ให้เธอไปพบกับซือชิงเจ๋อซะ!”ซือชิงเจ๋อชอบเธอไม่ใช่หรือไง? ถ้างั้นชาตินี้เธอก็จะขอเป็นคนดี ช่วยส่งเสริมให้พวกเขาสมหวังก็แล้วกัน!เมื่อได้ยินคำสั่ง บอดี้การ์ดก็ไม่สนใจเสียงร้องไห้โวยวายของเซี่ยซือซือ ลากตัว

  • รักสลายปลายฤดูใบไม้ร่วง   บทที่ 23

    “คุณชายตระกูลซือคนนั้นถึงกับกระโดดทะเลสาบเพื่อคุณหนูตระกูลซางเลยนะ แถมยังทำหน้าผากแตกอีก นี่มันรักลึกซึ้งมาก!”“อายุแค่สิบกว่าปีจะไปเข้าใจความรักอะไร เด็ก ๆ ก็มักจะทำอะไรตามอารมณ์แบบนี้แหละ พอโตขึ้นจะต้องมานั่งเสียใจทีหลังแน่ ๆ”“ว่าแต่คุณหนูตระกูลซางคนนั้นก็ใจแข็งจริง ๆ นะ ขนาดนี้แล้วยังไม่ใจอ่อนอีก”“คงจะไม่ชอบคนที่ทำร้ายร่างกายตัวเองล่ะมั้ง คุณชายซือคนนั้นตอนนี้สลบไปแล้วแถมยังไข้ขึ้นสูงด้วย”ซางชิวเพิ่งจะกลับมาถึงห้องพักผู้ป่วยได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงพยาบาลกำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้เธอทำเป็นไม่ได้ยิน หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จก็เข้านอนพักผ่อนในอีกด้านหนึ่ง ซือชิงเจ๋อก็มีไข้ขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลาเขาจึงอยู่ในสภาพที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นพอไข้ขึ้นสูงในช่วงดึก เขาก็ถึงกับเห็นภาพหลอน เขาเห็นซางชิวในชาติที่แล้วกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตาแดงก่ำเสื้อผ้าบนตัวของเธอขาดรุ่งริ่ง ที่หน้าอกยังมีมีดสั้นเล่มหนึ่งซึ่งสะท้อนแสงเย็นเยียบปักคาอยู่ โลหิตสด ๆ หยดลงบนพื้นทีละหยด“ชิวชิว!” หัวใจของซือชิงเจ๋อเจ็บปวดรวดร้าว เขาร้องไห้จนใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตาเขายื่นมือออกไปห

  • รักสลายปลายฤดูใบไม้ร่วง   บทที่ 22

    ในยามนี้เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศเริ่มเย็นลง อุณหภูมิในตอนกลางคืนยิ่งไม่ต่างอะไรกับฤดูหนาว ผู้คนที่มุงดูอยู่พอได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน “เด็กหนุ่มคนนั้นยังป่วยอยู่เลยนะ เด็กผู้หญิงคนนี้ใจร้ายจริง ๆ!”“อย่าเพิ่งพูดไปเลยน่า ใครจะไปรู้ว่าระหว่างพวกเขาสองคนมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”เป็นอย่างที่คนพวกนั้นพูด ซือชิงเจ๋อป่วยอยู่จริง ๆ ระหว่างทางที่มาโรงพยาบาลเขาก็เริ่มมีไข้ต่ำ ๆ ตอนนี้จึงรู้สึกไม่สบายตัวอย่างมากเมื่อลมหนาวพัดผ่าน เขาก็ไอออกมาสองสามครั้งอย่างห้ามไม่ได้ ใบหน้ายิ่งซีดเผือดลง “ชิวชิว ที่เธอพูดเป็นเรื่องจริงใช่ไหม?”ซางชิวเอ่ยเสียงเย็นชา “จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ!”ซือชิงเจ๋อกำหมัดแน่น ก่อนจะเค้นรอยยิ้มออกมา “ในเมื่อเธอพูดขนาดนี้แล้ว งั้นฉันกระโดดก็ได้!”พูดจบ เขาก็พุ่งตรงไปยังทะเลสาบจำลองทันที!“แย่แล้ว! เขาจะกระโดดลงไปจริง ๆ ด้วย!”“เร็วเข้า ไปจับเขาไว้ เดี๋ยวก็ได้มีคนตายกันพอดี!”ผู้คนที่มุงดูอยู่พอเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็ตกใจ ถึงแม้จะตะโกนโหวกเหวก แต่กลับไม่มีใครกล้าพอที่จะก้าวออกไปรั้งเขาไว้ซือชิงเจ๋อปีนข้ามราวกั้นของทะเลสาบ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status