LOGINLine
ติ้ง!
มาวิน : สวัสดีครับ น้องริสา
ริสา : ใครคะ
เธอมองรูปโปรไฟล์ในไลน์เป็นรูปม้าสีดำ ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะในไลน์ไม่โชว์ใบหน้าเธอจึงไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นใคร
มาวิน : ผมแม็กซ์ครับ ที่นาเดียแนะนำมา
ได้ยินว่านาเดียแนะนำ ริสาถึงกับใจเต้นระทึกทันที เธอยังไม่ทันเตรียมใจเลย ไม่คิดว่าเขาจะแอดมาเร็วขนาดนี้ วินาทีนี้เธอเริ่มรู้สึกลังเลไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่จะรับงานแบบนี้
มาวิน : เอาเลขบัญชีคุณมา ผมจะให้คนไปโอนเงินให้ ว่าแต่คุณต้องบริสุทธิ์ จริง ๆ นะครับ เพราะผมไม่ชอบไปนอนซ้ำร่างกายใคร
ริสาอ่านค้างไว้แต่ไม่กล้าที่จะพิมพ์ตอบกลับ เธอยกมืออีกข้างขึ้นมากุมหัวใจที่กำลังเต้นแรงด้วยความกลัว
มาวิน : อ่านไม่ตอบ แสดงว่าคุณจะยกเลิกที่คุยกันไว้ ได้ครับ งั้นผมไม่รบกวน
ริสา : (กดพิมพ์เลขบัญชีไปให้)
มาวินยกยิ้มที่มุมปากรู้สึกดูถูกเธออยู่ในใจ เขาเอาโทรศัพท์อีกเครื่องให้ลูกน้องของพ่อ จัดการเอาเงินสดเข้าตู้แล้วโอนให้เธอก่อนสองหมื่นเพื่อเป็นค่ามัดจำทันที
เหตุผลที่เขาไม่ยอมโอนผ่านแอปเพราะกลัวเธอรู้ว่าโอนจากธนาคารไหนแล้วจะรู้ว่าเป็นเขา
มาวิน : ว่าไงครับ ที่ผมถาม บริสุทธิ์อยู่ใช่ไหม
ริสา : ค่ะ
มาวิน : ดีครับ งั้นคืนนี้สามทุ่มที่โรงแรม คริสตัล ห้องสองห้าหกหกตรงเวลานะครับ แล้วน้องริสาค่อยมารับเงินสดที่เหลือ
ริสา : ค่ะ
มาวิน : ถ้าเข้ามาถึงก่อนผมแล้วนอนรอที่บนเตียงได้เลย ไม่ต้องเปิดไฟ ผมชอบทำอะไรมืด ๆ
ริสา : ค่ะ
ริสาวางโทรศัพท์อย่างใจสั่น ใบหน้าสวยรูปไข่เริ่มเห่อแดง ขอบตาร้อนผ่าวจนน้ำตาไหลออกมาอย่างสุดกลั้น ไม่คิดว่าตัวเองต้องมาทำอะไรที่ไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้ นี่เธอตกอับถึงขนาดต้องขายความบริสุทธิ์ให้กับชายแปลกหน้าเลยเชียวหรือ
ติ้ง!
เพียงครู่เดียวก็มีข้อความแจ้งเตือนเข้ามาในโทรศัพท์ว่ามีเงินเข้าบัญชีสองหมื่น
ริสารู้สึกจุกอยู่ในอก
- แค่ครั้งเดียว คงไม่เป็นอะไร ก็เธอไม่มีทางเลือกนี่ -
@ สามทุ่มตรง ณ โรงแรมคริสตัล
ริสาหยุดยืนหน้าโรงแรมอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เธอทำใจอยู่นานมาก กว่าจะยอมก้าวเท้าเข้าไปด้านใน ได้แต่หวังว่าเธอคงไม่โชคร้ายจากผู้ชายแปลกหน้าที่มาซื้อความบริสุทธิ์ของเธอครั้งแรกในราคาตั้งห้าหมื่น
เธอรับคีย์การ์ดจากหน้าเคาน์เตอร์รีเซฟชัน ก่อนจะมาหยุดยืนที่หน้าห้องสองห้าหกหกสูดลมหายใจเฮือกก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไป
แกร๊ก!
“อะ”
ทันทีที่เปิดไฟเข้ามาในห้อง ไฟในห้องก็ถูกปิดจนมืดสนิท ทำให้ริสาไม่กล้าเดินเข้ามาต่อ
- ก่อนหน้านี้ไฟยังเปิดอยู่เลย -
ความกลัวเริ่มแผ่ซ่านเข้ามา ริสารีบถอยหลังหมุนตัวกลับไปที่ประตู พลันก็มีมือดึงตัวเธอเข้าไปกอดจากด้านหลัง
“คุณมาช้าสิบนาที” เสียงกดต่ำของชายหนุ่ม แม้จะฟังดูคุ้น แต่ริสาก็นึกไม่ออกว่าเสียงใคร แต่ฟังดูจากน้ำเสียงน่าจะอายุไม่มากนัก ที่แน่ ๆ ไม่ใช่เสียงคนแก่อย่างที่เธอคิดกลัวในตอนแรก แต่ถึงเป็นเสียงชายหนุ่มก็เถอะ มันก็น่ากลัวอยู่ดี
ยิ่งตัวเองตกมาอยู่ในอ้อมกอดของชายแปลกหน้าอย่างตอนนี้
“คะ คุณแม็กซ์ ปล่อยก่อนค่ะ มันมืด เปิดไฟก่อนดีไหมคะ”
ริสา พยายามดิ้นรน อย่างน้อยเธอก็ควรเห็นหน้าตาของคนที่เธอจะนอนด้วย แต่นี่เขาเล่นมากอดเธอจากด้านหลัง แถมในความมืดแบบนี้ มันน่ากลัวสำหรับเธอมาก
“ผมขี้อายไม่ชอบให้คู่นอนเห็นหน้า มันจะส่งผลกับหน้าที่การงานของผม”
“ตะ แต่” ริสาเริ่มดิ้นรนหนักขึ้น
เมื่อเขาก้มลงหอมที่ผมข้างซอกคอของเธอ จนเธอถึงกับหดคอด้วยความขนลุก
“ผมหอมจัง ตัวคุณก็หอม”
ริสาทั้งกลัวทั้งรู้สึกขยะแขยง แม้กลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้จะคุ้น ๆ เหมือนเคยได้กลิ่นที่ไหนก็ตามที
“คะ คุณแม็กซ์ ริสาว่า ริสาไม่ทำแล้วค่ะ ปล่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวริสาโอนเงินคืนตอนนี้เลย ไม่ทำแล้ว” เธอเริ่มดิ้นรนหนักขึ้นเพราะความกลัวจนแทบจะคุมสติไว้ไม่อยู่
“ไม่ได้หรอกครับ เปลี่ยนใจตอนนี้ไม่ทันแล้ว” มาวินหยิบผ้าผูกตาออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนผูกตาของเธอเอาไว้เสียจนแน่น น้ำเสียงพูดที่พยายามกดต่ำเพื่อปรับเสียงไม่ให้เธอจำเสียงของเขาได้
“คุณจะทำอะไรน่ะ” ริสาตกใจจนเสียงสั่นเมื่อใบหน้าสัมผัสกับผ้าที่เขาเอาขึ้นมาผูกตาเธอ
“ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ชอบให้คู่นอนเห็นหน้า” เขาจำเป็นต้องผูกตาเธอ เพราะถึงแม้ตอนนี้จะปิดไฟจนมืดสนิทแต่ไม่ช้าพอสายตาปรับคุ้นชินกับความมืดได้
เธอก็พอจะมองเห็นอะไรได้เลือนรางในความมืดอยู่ดี ริสากลัวจนตัวสั่น แม้มาวินจะรู้สึกสงสารเธอขึ้นมาบ้างนิดหน่อยแต่เขาก็ไม่อยากที่จะหยุดตอนนี้
นี่คือเวลาที่เขาเฝ้ารอเอาคืนเธอถึงเกือบสี่ปีเขาจะปล่อยโอกาสดี ๆ แบบนี้ให้หลุดรอดไปได้ไงไม่มีทาง คิดเสียว่านี่คือโทษฐานที่เธอกล้าดีมาหักหน้าเขาในตอนนั้น
ในความมืดมิด ริสากลัวจนทำอะไรไม่ถูก แม้พยายามดิ้นรนสุดกำลังแต่ก็ไม่สามารถเอาชนะเรี่ยวแรงจากชายหนุ่มได้เลย รู้สึกตัวอีกทีก็ถูกเขารวบตัวเธออุ้มมาวางบนเตียงนุ่มเสียแล้วยิ่งตาที่ถูกมัดไว้แน่นมองอะไรไม่ออก ความกลัวยิ่งถาโถมเข้ามาในความรู้สึก แต่กระนั้นริสาก็ยังพยายามดิ้นรนเอาสองมือดึงออก แต่ทว่าเมื่อยิ่งเธอดิ้นรนก็ยิ่งเหมือนยั่วยุ เขาจับสองมือเธอข้างรวบเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเอาเชือกผ้าที่เตรียมมามัดข้อมือเธอไว้อยู่บนเหนือหัว“คุณแม็กซ์ ริสากลัวแล้ว ปล่อยริสาไปเถอะ” ริสาร้องไห้อ้อนวอนทั้งที่รู้ว่าเปล่าประโยชน์ เธอสะดุ้งโหยงเมื่อฝ่ามือร้อนของเขาสัมผัสลูบไล้ไปตามร่างกายเธออย่างแผ่วเบาจนเธอรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ก่อนที่เขาจะบรรจงปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้น“ปะ ปล่อย ริสาไม่ทำแล้ว ริสาจะโอนเงินคืนให้คุณ”“หึ ไม่ทันแล้วครับ” เขายกยิ้มอย่างผู้ชนะ พลางเอื้อมมือไปเปิดไฟตรงหัวนอน สายตาคมกริบมองไล่เรือนร่างเปลือยเปล่าที่แสนสวยของริสาด้วยหัวใจเต้นระทึก - หุ่นแม่งโคตรซ่อนรูป -ผิวขาวอมชมพูเนื้อละเอียดราวกับผิวเด็ก เอวคอดเล็กที่รับกับสะโพกผาย และเนื้อเนินอกสวยที่กระเพื่อมไหวตามลมหายใจตอนนี้
Line ติ้ง!มาวิน : สวัสดีครับ น้องริสาริสา : ใครคะเธอมองรูปโปรไฟล์ในไลน์เป็นรูปม้าสีดำ ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะในไลน์ไม่โชว์ใบหน้าเธอจึงไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นใครมาวิน : ผมแม็กซ์ครับ ที่นาเดียแนะนำมาได้ยินว่านาเดียแนะนำ ริสาถึงกับใจเต้นระทึกทันที เธอยังไม่ทันเตรียมใจเลย ไม่คิดว่าเขาจะแอดมาเร็วขนาดนี้ วินาทีนี้เธอเริ่มรู้สึกลังเลไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่จะรับงานแบบนี้มาวิน : เอาเลขบัญชีคุณมา ผมจะให้คนไปโอนเงินให้ ว่าแต่คุณต้องบริสุทธิ์ จริง ๆ นะครับ เพราะผมไม่ชอบไปนอนซ้ำร่างกายใครริสาอ่านค้างไว้แต่ไม่กล้าที่จะพิมพ์ตอบกลับ เธอยกมืออีกข้างขึ้นมากุมหัวใจที่กำลังเต้นแรงด้วยความกลัวมาวิน : อ่านไม่ตอบ แสดงว่าคุณจะยกเลิกที่คุยกันไว้ ได้ครับ งั้นผมไม่รบกวนริสา : (กดพิมพ์เลขบัญชีไปให้)มาวินยกยิ้มที่มุมปากรู้สึกดูถูกเธออยู่ในใจ เขาเอาโทรศัพท์อีกเครื่องให้ลูกน้องของพ่อ จัดการเอาเงินสดเข้าตู้แล้วโอนให้เธอก่อนสองหมื่นเพื่อเป็นค่ามัดจำทันทีเหตุผลที่เขาไม่ยอมโอนผ่านแอปเพราะกลัวเธอรู้ว่าโอนจากธนาคารไหนแล้วจะรู้ว่าเป็นเขามาวิน : ว่าไงครับ ที่ผมถาม บริสุทธิ์อยู่ใช่ไหมริสา : ค่
ผ่านมาเกือบอาทิตย์ที่ริสาพยายามหางานพิเศษทำ แต่ด้วยค่าแรงวันละสามร้อยแถมกว่าเงินจะออกตั้งสิ้นเดือนมันจะทันจ่ายค่าเทอมที่โดนทวงอย่างหนักได้ที่ไหนเธอพยายามกดโทรศัพท์หาญาติพี่น้องของพ่อแม่ที่เมื่อก่อนบ้านเธอเคยช่วยเหลือตอนบ้านของเธอยังมีฐานะ แต่ทว่ากลับได้รับการปฏิเสธอย่างเย็นชาไปเสียหมด ช่างผิดกับตอนที่ครอบครัวเธอมีเงินลิบลับ เวลานั้นมีแต่คนอยากเข้าหาเต็มไปหมด ครั้นวันหนึ่งต้องตกอับทุกคนก็ทำราวกับไม่อยากรู้จักครอบครัวเธอเสียอย่างนั้นงานพิเศษที่ให้เพื่อนช่วยกันหา ก็ถูกปฏิเสธไปเสียหมดจนน่าจะแปลกใจ ทั้งที่ตอนแรกไม่ว่าที่ไหนก็ดูเหมือนจะอยากได้ตัวเธอไปทำงาน แต่ตอนนี้แทบไม่มีที่ไหนจะยอมรับหรือให้การช่วยเหลือในที่สุดเมื่อโดนทวงค่าเทอมหนักขึ้น เธอจึงเป็นฝ่ายตัดสินใจโทรกลับไปหานาเดียด้วยความลำบากใจ“นาเดีย”“ว่าไง ตัดสินใจได้แล้วเหรอ”“เออคือ ถ้าสมมุติฉันไม่ขายตัวแต่ขอไปเป็นเด็กนั่งดริงก์อย่างที่เธอเคยทำได้หรือเปล่า”“หึ สนใจจะทำงานแบบฉันแล้วอย่างนั้นเหรอ”“คือ พอดีฉันจำเป็นต้องใช้เงิน”“แล้วเธอกินเหล้าเป็นไหมล่ะ”“ไม่อะ ไม่เป็นหรอกฉันดื่มไม่เก่ง”“งั้นถ้าเธอคิดว่าดื่มไม่เป็น เธอก็อย่าทำเลย เ
ครั้งหนึ่งมาวินเคยชอบเธอมาก เรียกได้ว่าริสาเป็นรักครั้งแรกของเขาเลยก็ว่าได้ ตอนปีหนึ่งเขาลงทุนตามจีบเธออยู่พักใหญ่ แต่กลับโดนเธอปฏิเสธแถมยังแหวใส่เขาต่อหน้าทุกคน ครั้งนั้นทำให้เขารู้สึกเสียหน้ามากและไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเธอเลยในตลอดสี่ปีที่ร่วมเรียนคลาสเดียวกัน ยิ่งเมื่อเขานึกย้อนถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ตอนที่ใบหน้าสวยของริสาเชิดหน้าใส่เขาอย่างไม่ไยดียิ่งทำให้เขารู้สึกแค้นเธอจนอยากจะเอาคืน“น่ารำคาญ ไปให้ไกลเลยนะ อย่ามายุ่งกับฉัน” ริสากระแทกเสียงใส่ดังลั่นก่อนสะบัดหน้าใส่เขาอย่างรำคาญเหตุนี้เองทำให้มาวินยังคงนึกแค้นริสามาตลอด เธอกล้ามากที่ทำเขาเสียหน้าต่อหน้าเพื่อนและคนอื่น แม้เขาจะชอบเธอมากตั้งแต่ตอนที่พ่อแม่ของเธอพากันเข้าไปขอกู้เงินพ่อแม่เขาเพื่อไปลงทุนที่บริษัท จำได้ว่าในวันนั้น ริสาในชุดกระโปรงสีขาวรับกับผมยาวสีน้ำตาลอ่อนของเธอ ดวงตาที่กลมโตใสรับกับขนตาที่งามงอน ใบหน้าขาวที่เนียนใสพวงแก้มอมชมพูระเรื่อ กับปากรูปกระจับสีชมพูที่แต่งแต้มด้วยลิปกลอสสีอ่อน- คือแบบโคตรน่ารัก - ในสายตาของเขาวินาทีนั้นเขาถึงกับตกหลุมรักเธอทันที แต่เพราะความเขินในความสวยของริสา วันนั้นเขาทำได้เพียงแค่
ใครเลยจะรู้ว่าชีวิตคุณหนูของ ริสา นักศึกษามหาวิทยาลัยปีสี่ที่สวยระดับดาวคณะ ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไปชั่วพริบตาเมื่อครอบครัวของเธอโดนฟ้องล้มละลายและโดนยึดทรัพย์พ่อกับแม่เธอหนีหายพร้อมกับเงินในบัญชีทั้งหมด และตอนนี้เธอเหลือติดตัวไม่ถึงหมื่น หลังจากที่เอาเงินที่เหลือไปจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าเพื่อเช่าอะพาร์ตเมนต์มาก่อนหน้านี้จนเกือบหมดรถที่เป็นชื่อพ่อก็โดนยึดบ้านก็โดนยึดดีว่าตอนที่หนีออกจากเจ้าหนี้ที่มาทวงเงินคุณพ่อ ริสายังพอได้ทรัพย์สมบัติส่วนตัวติดตัวมาบ้าง จากคนที่มีเงินเก็บในธนาคารเป็นล้าน เธอจำต้องปิดบัญชี แล้วเอาไปใช้หนี้ให้คุณพ่อกับคุณแม่เสียจนหมดตอนนี้เธอต้องหาทางดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อทำตัวเองให้รอด อย่างน้อยก็ต้องเรียนจบให้ได้เพราะเหลืออีกแค่ปีสี่เทอมสุดท้าย - ยังไงก็ต้องรอด -ริสาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะสูดอากาศเข้าเต็มปอดเพื่อบอกให้ตัวเองฮึดสู้ สองมือกระชับหนังสือเอาไว้แน่นกับอกก่อนที่เธอจะตัดสินใจก้าวเท้าเข้ามาในคณะด้วยความมุ่งมั่น - เธอต้องผ่านไปได้สิแค่นี้เอง อีกแค่ไม่กี่เดือนเธอก็จบแล้ว -“ได้ข่าวเรื่องพ่อยายริสา โดนฟ้องล้มละลายไหม”“นั่นสิ เห็นว่าหนีหายไปทั้งพ่อและแม่







