เข้าสู่ระบบเมื่อหนุ่มฮอตอย่างเขาโดนเธอหักอก วันหนึ่งเมื่อเธอตกอับเขาเลยต้องเอาคืน "อย่างเธอก็เป็นได้แค่ของเล่นเท่านั้นแหละ"
ดูเพิ่มเติมใครเลยจะรู้ว่าชีวิตคุณหนูของ ริสา นักศึกษามหาวิทยาลัยปีสี่ที่สวยระดับดาวคณะ ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไปชั่วพริบตาเมื่อครอบครัวของเธอโดนฟ้องล้มละลายและโดนยึดทรัพย์
พ่อกับแม่เธอหนีหายพร้อมกับเงินในบัญชีทั้งหมด และตอนนี้เธอเหลือติดตัวไม่ถึงหมื่น หลังจากที่เอาเงินที่เหลือไปจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าเพื่อเช่าอะพาร์ตเมนต์มาก่อนหน้านี้จนเกือบหมด
รถที่เป็นชื่อพ่อก็โดนยึด
บ้านก็โดนยึด
ดีว่าตอนที่หนีออกจากเจ้าหนี้ที่มาทวงเงินคุณพ่อ ริสายังพอได้ทรัพย์สมบัติส่วนตัวติดตัวมาบ้าง
จากคนที่มีเงินเก็บในธนาคารเป็นล้าน เธอจำต้องปิดบัญชี แล้วเอาไปใช้หนี้ให้คุณพ่อกับคุณแม่เสียจนหมด
ตอนนี้เธอต้องหาทางดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อทำตัวเองให้รอด อย่างน้อยก็ต้องเรียนจบให้ได้เพราะเหลืออีกแค่ปีสี่เทอมสุดท้าย
- ยังไงก็ต้องรอด -
ริสาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะสูดอากาศเข้าเต็มปอดเพื่อบอกให้ตัวเองฮึดสู้ สองมือกระชับหนังสือเอาไว้แน่นกับอกก่อนที่เธอจะตัดสินใจก้าวเท้าเข้ามาในคณะด้วยความมุ่งมั่น
- เธอต้องผ่านไปได้สิแค่นี้เอง อีกแค่ไม่กี่เดือนเธอก็จบแล้ว -
“ได้ข่าวเรื่องพ่อยายริสา โดนฟ้องล้มละลายไหม”
“นั่นสิ เห็นว่าหนีหายไปทั้งพ่อและแม่ ที่บ้านก็โดนยึดทรัพย์จนเกลี้ยง”
เสียงนินทาของเพื่อนร่วมคณะตลอดทางเดินที่ริสาเดินเข้ามา แม้เธอจะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน หรือทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา แต่ลึก ๆ ภายในใจก็เจ็บปวดอยู่ไม่น้อย
“ไหวไหม ริสา” เพื่อนของเธอชื่อปลายฟ้า รีบตรงเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
“อย่าไปสนใจพวกปากหอยปากปูเลย อีกหน่อยถ้าพวกเราไปฝึกงาน คงไม่เจอคนพวกนี้” นัชชาเพื่อนรักของริสาเข้ามาปลอบเธอด้วยอีกคน
“ฉันไม่ถือสาหรอก ช่างมันเถอะ ชิล ๆ สบายใจได้ ขอบคุณที่เป็นห่วง” ริสาหันไปยิ้มบางให้กับเพื่อนรักทั้งสองคน
- ใครว่าเธอไม่รู้สึกล่ะ รู้สึกสิ รู้สึกมาก แต่การที่ต้องแกล้งเข้มแข็งนี่สิ ยากอยู่เหมือนกัน -
ริสายิ้มให้นัชชาและปลายฟ้า ก่อนจะชวนกันเข้าไปหาเลือกที่นั่งในคลาสเรียน ทั้งสามคนเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่มัธยมปลายสนิทกันมากจนได้เรียนคณะเดียวกัน ถึงกระนั้นเรื่องบางเรื่องสำหรับผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองสูงอย่างริสา เธอมักจะเก็บอะไรไว้ในใจคนเดียวมาเสมอ
ไม่ไกลออกไปมีสายตาคมกริบคู่หนึ่งของมาวินเพื่อนร่วมคณะที่กำลังนั่งจ้องมองริสาก่อนเขาจะยกยิ้มที่มุมปาก ริสาผู้หญิงที่ขึ้นชื่อเรื่องความหยิ่ง ไม่ว่าใครต่อใครเข้าไปจีบเธอแต่ไม่เคยมีใครจีบเธอติดเลยสักราย มาวันนี้ต้องกลายเป็นเหมือนหงส์ปีกหัก ไม่เห็นเดินเชิดหน้าได้อย่างแต่ก่อน
“มึงได้ข่าวเรื่องที่บ้านริสายังวะ ไอ้วิน” เตชินเดินเข้ามาถามเพื่อนก่อนนั่งลงตรงข้างกับมาวิน
“เออ กูรู้ล่ะ ข่าวแม่งดัง”
“น่าสงสารนะ คนเคยมีฐานะดีมากกลับต้องไม่เหลืออะไรเลยในพริบตา” กฤชตินหันไปมองริสาด้วยแววตาเป็นห่วง เขาดูแตกต่างจากทุกคนโดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนทั้งสามคน
มาวิน เถื่อนดิบและค่อนข้างเอาแต่ใจ เขาเป็นลูกชายคนเดียว ของตระกูลฉัตรวรเดช นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ถึงแม้บุคลิกภายนอกจะดูเป็นคนเจ้าสำราญ แต่สำหรับเรื่องการเรียนเขากลับหัวดีมากเป็นอันดับต้นของคณะ
เตชิน หนุ่มเสเพลจอมกะล่อน เขาฟันผู้หญิงไปเรื่อยและไม่เคยจริงจังกับใครเลย เขาเป็นน้องชายคนเล็กของบ้านและถูกตามใจมาตลอดเช่นกัน ไม่เคยมีอะไรในชีวิตที่เขาอยากได้และไม่ได้ บรรดาพี่ชายและพี่สาวของเขาทำธุรกิจหลายอย่าง เรียกว่าเป็นอีกคนที่ฐานะดีไม่แพ้กับมาวิน
ส่วนกฤชติน ชายหนุ่มผู้เงียบขรึม ดูอ่อนโยนที่สุดในกลุ่ม พ่อกับแม่ของเขาแยกทางกัน และแบ่งมรดกทิ้งไว้ให้ลูกชายคนเดียวก่อนแยกไปคนละทาง กฤชตินอาศัยอยู่คนเดียวที่คอนโดสุดหรู แต่ด้วยทรัพย์สินที่พ่อแม่มีให้ ก็ทำให้เขาสามารถอยู่สบายไปทั้งชาติ
เพื่อนรักทั้งสามคนคบกันมานานตั้งแต่มัธยมปลาย เรื่องความหล่อทั้งสามหนุ่มจัดเป็นตัวท็อปของคณะ มีผู้หญิงเข้าหาไม่ได้ขาด คุณสมบัติรูปหล่อบ้านรวยแบบนี้มีหรือใครจะไม่อยากได้ เห็นทีจะมีก็แต่กลุ่มของริสาที่ไม่ถูกชะตากับผู้ชายกลุ่มนี้
นัชชาหันไปสบตาซึ้งกับเตชินก่อนที่เขาจะตาแดง ๆ แต่เขาก็ยิ้มกลับให้เธออย่างอ่อนโยนฮิ้วววววววววว เสียงปรบมือชอบใจดังขึ้นอีกระลอก หลายคนยอมรับว่าเตชินดีขึ้นอย่างนัชชาพูดจริง ๆ“งั้น…เจ้าบ่าวละครับ ไปชอบเจ้าสาวตรงไหน ทำไมถึงยอมหยุดเพื่อเธอคนนี้ละครับ”“ผมว่าผมโดนมนต์สะกดของต้นชมพูพันธ์ุทิพย์นี่ละครับ และนี่ก็สาเหตุนี้ ผมถึงให้ออแกไนซ์เซอร์เนรมิตสถานที่แห่งนี้เป็นธีมนี้”โหวววว วิ้ววววว“ยังไงครับ เจ้าบ่าวขยายความหน่อย”“วันที่ผมตกหลุมรักนัชครั้งแรก ก็น่าจะเป็นวันที่ผมขับรถเฉี่ยวเธอ วันนั้นกลีบดอกชมพูพันธ์ุทิพย์หล่นลงมาเยอะมาก ผมไม่ทันมองเธอจริง ๆ พอขับรถเฉี่ยวเธอ แล้วนัชก็เดินเข้ามาด่าผม”เตชินหยุดพูดเพราะเพื่อน ๆ พากันโห่ร้องและหัวเราะชอบใจ“อ่อ…แบบนี้เขาเรียกว่าตกหลุมรักเพราะโดนด่านะครับ เจ้าบ่าว ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“เอาจริง ผมแทบไม่ได้ฟังที่นัชด่าเลยวันนั้น เพราะผมมัวแต่มองปากรั้น ๆ เชิด ๆ ของนัชชาที่ด่าผมอยู่มากกว่า เวลาเธอพูดแล้วปากเธอโคตราน่าจูบเลยครับ แล้วนับตั้งแต่นั้น ผมว่า…ผมก็รู้สึกอยากหยุดจูบนัชชาไม่ได้เลยนับตั้งแต่วันนั้น”ฮิ้วววววววววว“งั้นก็จูบเลยสิครับ รออะไร” เสียงพิธีกรกล่าว ต
ทริปทะเลหวานสิ้นสุดลง ด้วยความสดชื่นของหนุ่ม ๆ ที่ได้มีเวลาชาร์จแบตอย่างเต็มที่ รวมถึงเตชินที่เมื่อคืนก่อนเข้าห้องนอน ยังมีท่าทีที่เหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก แต่พอตื่นเช้าเขากลับมามีอารมณ์ดีตามเดิมริสากับปลายฟ้ายังอดแปลกใจไม่ได้ ว่าทำไมท่าทีของเพื่อนชายทำไมแปลกไปเร็วขนาดนั้น ได้ยินแต่พวกผู้ชายคุยกันว่าเขาหนีไปขับรถจนต้องโดนใบสั่ง“งั้นขากลับกูขับเองก็ได้ เพราะขามามึงขับมาแล้ว” มาวินหันไปคุยกับกฤชติน ก่อนเอ่ยปากอาสาเป็นคนขับรถกลับเอง หลังจากที่พวกเขามองดูเตชินที่สภาพเหมือนคนอดหลับอดนอน ประเมินแล้วว่าเตชินคงขับกลับไม่ไหวแน่ ๆ“กูก็ว่างั้น มันไม่ไหวหรอก สภาพนี้ดูก็รู้ว่าเมื่อคืนมันคงขับแบบไม่บันยะบันยัง” กฤชตินหัวเราะหึ หึ ในลำคอ“แล้วไงวะ มึงกับนัชชาไหวปะเนี่ย" มาวินหันไปถามนัชชาที่ดูหน้าซีด ๆ เธอยังรู้สึกปวดท้องเพราะเป็นวันนั้นของเดือนโดยมีเตชินโอบประคองแฟนสาวอย่างเอาใจ“สภาพนี้ สรุปมึงพานัชชาไปขับรถ?” กฤชตินอดที่แซวเพื่อนด้วยอีกคนไม่ได้“กูดูทรงว่าเมื่อคืนท่าจะโดนใบสั่งหลายชุด” มาวินยิ้มก่อนเดินมาขึ้นรถที่ด้านหน้าเตรียมขับรถประจำที่ ริสาได้แต่หันไปมองเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยความเห็นใจ“โดน
เตชินยังพูดชื่อยาไม่จบแต่นัชชากลับเอามือคว้ากล่องถุงยางอนามัยขึ้นมาแล้วพูดแทรกขึ้นมาก่อน“นายซื้อมาด้วยทำไม!”“แค่เผื่อไว้เฉย ๆ” ^__^!“จะเอาไปใช้กับใคร!”“ถามได้ กับเมียดิ แต่ไม่ใช้หรอกปวดท้องอยู่ไม่ใช่ไง”“พูดมาก!”“มา…ตื่นมาแล้วก็ดี จะได้กินยา” เตชินหันไปหยิบขวดน้ำกับส่งยาให้เธอกิน“แล้วก็นอนลง จะได้แปะยาแผ่นเบาเทาปวดให้ดูดิ้ร้องไห้ทำไมวะ ตาบวมไปหมดเลย หึงอะไรไม่เข้าเรื่อง” เขาดีดหน้าผากนัชชาเบา ๆ พลางเลื่อนมือมายีจมูกเธอที่ยังแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนักเมื่อครู่“ดะ เดี๋ยว ใครหึงนาย! ฉันแค่โกรธที่นายไปไหนไม่บอก”“อ๋อ…ไม่หึง แต่เมื่อกี้ใครพูดว่า นายไปหายายพิมมี่มาใช่ไหม นายนี่มันเลว ไม่รู้จักพอ ฉันเกลียดนาย เกลียดนายที่สุด” เตชินโคฟเวอร์เป็นนัชชาพร้อมทำหน้าล้อเลียน ทำเอานัชชาอายจนต้องหยิบหมอนเข้ามาฟาด“หยุดพูดไปเลยนะ นี่แนะ นี่แนะ ต่อไปจะ ไปไหนก็บอกก่อนสิ อย่ามาทำให้คิดมากแบบนี้!”“หึ ๆ หึงก็บอกว่าหึงดิวะ อย่ามาอาย ฮ่า ฮ่า” เตชินหัวเราะขำที่นัชชาไม่ยอมรับ ก่อนจะยกมือป้องหมอนที่เธอฟาดใส่ พอได้จังหวะเขาก็ดึงหมอนออกจากมือเธอไปโยนทิ้ง เขาคว้าข้อมือของนัชชาก่อนจะจับเธอกดลงแนบกับที่นอน
-เตชินอยู่ไหนคะ? กลับกันหรือยัง? - เสียงหวานจากปลายสายดังขึ้น นัชชาจำเสียงได้ทันทีว่าคือเสียงพิมมี่ คู่คดีของเธอที่มาเช่าบังกะโลไม่ไกลจากบ้านพักตากอากาศของเตชิน“ยัง! ทำไม” เตชินตอบห้วน ๆ ในขณะที่สายตาเหลือบไปมองนัชชาที่กำลังหน้างอเพราะแคร์ความรู้สึก-ทำไมน้ำเสียงเตชินดูห่างเหินจัง เพราะผู้หญิงคนนั้นเหรอ-“มีอะไรรีบพูดมาดีกว่า ไม่งั้นวาง” เตชินตอบอย่างรำคาญ-พิมก็แค่อยากให้เตชินออกมาช่วยพิม-“ไม่ไปไม่ว่าง!” เตชินตอบอย่างไม่คิด แถมยังเตัดบทอย่างรำคาญ “แล้วนี่เอาเบอร์ใครโทรมา”-ก็เตชินบลอคเบอร์เก่าพิมทำไมล่ะ พิมก็เลยแวะซื้อเบอร์ใหม่ที่ร้านสะดวกซื้อแถวนี้แล้วโทรหานี่ละแล้วอีกอย่าง คือตอนนี้พวกพิมกำลังจะกลับกันแต่รถพิมเสียระหว่างทาง แล้วมันก็มืดมาก เตชินมาหาพิมหน่อยได้ไหม-“แล้วเพื่อนพิมไปไหนหมด”-ก็พวกเราเอารถมาสองคัน ยายหวานขับเลยไปตั้งไกลแล้ว ทำไมอ่ะเตชินจะไม่ออกมาช่วยพิมเหรอ ทีเมื่อก่อนพิมโทรหา เตชินแทบจะรีบมาหาพิมเป็นคนแรกเลยนี่นา หรือว่าหลงของใหม่จนลืมของเก่าไปหมดแล้ว-“ไม่ว่าง ไม่ไป โทรหาคนอื่นเถอะ”-ทำไมละคะ พิมไม่ได้ให้ออกมาหาฟรี ๆ สักหน่อย พิมจะตอบเตชินให้ทั้งคืนแบบเมื่อก่อนไงค





