Partager

รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา
รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา
Auteur: เทียนเทียน

บทที่ 1

Auteur: เทียนเทียน
เฉิงรั่วอวี๋เกือบเอาชีวิตไม่รอด หลังผ่านการคลอดยากจึงให้กำเนิดองค์ชายน้อย

เมื่อลืมตาตื่น สาวใช้คนสนิทไฉ่เยว่ร่ำไห้บอกนางว่า “เหนียงเหนียง องค์ชายน้อยถูกฮ่องเต้อุ้มไปตำหนักฉางชุน ให้ฮองเฮาเลี้ยงดูแล้วเจ้าค่ะ”

เฉิงรั่วอวี๋นอนอยู่บนเตียง สีหน้าไร้อารมณ์ เพียงขานรับเบา ๆ

ไฉ่เยว่กับเหล่าข้ารับใช้ในวังคุกเข่าเต็มพื้น ดวงตาแดงก่ำ “เหนียงเหนียง ขอเพียงท่านเอ่ยมาเพียงคำเดียว พวกบ่าวจะสู้จนตัวตายเพื่อชิงองค์ชายน้อยกลับมาจากตำหนักฉางชุน!”

“ไม่ต้องแล้ว” เฉิงรั่วอวี๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งดุจผิวทะเลสาบที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง “ข้าไม่เอาแล้ว”

ไฉ่เยว่เงยหน้าขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ “แต่นั่นเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่เหนียงเหนียงอุ้มท้องมาสิบเดือน แลกมาด้วยชีวิตครึ่งหนึ่งนะเจ้าคะ!”

"พระราชประสงค์ยากจะขัดขืน ฮ่องเต้ตรัสว่าเด็กเป็นลูกของผู้ใด ก็ย่อมเป็นลูกของผู้นั้น"

เหล่าสาวใช้สบตากัน ต่างเห็นความตื่นตระหนกและความไม่เข้าใจในแววตาของอีกฝ่าย

เหตุใดเหนียงเหนียงจึงสงบนิ่งถึงเพียงนี้... ไม่เหมือนนางเลย

ขณะนั้นเอง เสียงประกาศแหลมสูงของขันทีดังมาจากนอกตำหนัก "ฮ่องเต้เสด็จ!"

ร่างในฉลองพระองค์สีเหลืองจักรพรรดิก้าวเข้าสู่ตำหนักชั้นในเซี่ยเสวียนโจวมีรูปร่างสูงสง่า ใบหน้าหล่อเหลาไร้ผู้เปรียบ สีหน้าเรียบเฉย

เขาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ก้มมองเฉิงรั่วอวี๋

“เจ้าฟื้นแล้ว” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง คล้ายกำลังอธิบาย หากก็คล้ายเพียงบอกให้รับรู้ “หว่านซวงเป็นฮองเฮา หากไร้โอรส ย่อมถูกผู้คนทั่วหล้าวิพากษ์วิจารณ์ ให้องค์ชายนับเป็นโอรสของนาง ย่อมเหมาะสมที่สุดทั้งต่อบ้านเมืองและตามจารีต”

“ฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องอธิบาย” เฉิงรั่วอวี๋ลืมตาขึ้น ดวงตาที่เคยสดใส เปี่ยมด้วยความรักใคร่ที่มีต่อเขา บัดนี้กลับนิ่งเย็นดุจสระน้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง “ข้าเข้าใจ และยินยอม”

คำพูดที่เซี่ยเสวียนโจวเตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็น “ข้าจะชดเชยให้เจ้า” “เจ้าจะไปพบลูกได้ทุกเมื่อ” หรือ “เขาก็เป็นลูกของเจ้า” ล้วนติดค้างอยู่ในลำคอ มิอาจเอื้อนเอ่ยออกมา

เขามองใบหน้าที่สงบนิ่งไร้ระลอกของนาง พลันเกิดความหงุดหงิดที่มิอาจอธิบายขึ้นในใจ

ไม่น่าจะเป็นเช่นนี้

เฉิงรั่วอวี๋ในความทรงจำของเขา ไม่น่าจะเป็นเช่นนี้

นางควรจะน้อยใจและอ้อนวอน ใช้ดวงตาเปียกชื้นคู่นั้นมองเขา รอให้เขาอธิบาย ต่อให้เป็นเพียงเหตุผลขอไปที นางก็ยอมใจอ่อนได้โดยง่าย

นางรักเขา รักอย่างร้อนแรงและต่ำต้อย ราวกับเป็นสิ่งเดียวในชีวิตของเขาที่มั่นใจว่าจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

แต่บัดนี้ นางเพียงเอ่ยอย่างสงบว่า “ข้าเข้าใจ และยินยอม”

“เจ้ายินยอมจริงหรือ? ยอมให้ลูกนับหว่านซวงเป็นมารดา และเรียกนางว่าเสด็จแม่หรือ?”

“จะยินยอมหรือไม่ก็ตาม...” เฉิงรั่วอวี๋ยกยิ้มจางยิ่งนัก “ฝ่าบาทมิได้อุ้มเขาไปแล้วหรือ?”

ในใจของเซี่ยเสวียนโจวพลันอึดอัดขึ้นมาอย่างหาสาเหตุมิได้

ผลลัพธ์เช่นนี้เดิมทีก็เป็นสิ่งที่เขาปรารถนา แต่เมื่อนางกลับไม่ใยดีถึงเพียงนี้ ความหงุดหงิดที่มิอาจอธิบายได้ก็พลันถาโถมขึ้นมาอีกครั้ง

ราวกับว่านางมิได้ใส่ใจเด็กคนนี้แม้แต่น้อย

และมิได้ใส่ใจ...เขาอีกแล้ว

การตระหนักเช่นนั้นทำให้ในอกของเขาพลันแน่นอึ้งขึ้นมา

เขาอ้าปากจะเอ่ยอะไรสักอย่าง ทว่ากลับไม่รู้ว่าควรเอ่ยสิ่งใด

ขณะนั้นเอง เสียงเคาะประตูแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากด้านนอก เป็นเสียงของแม่นมผู้ดูแลตำหนักฉางชิว “ฝ่าบาท...ฮองเฮาอาการโรคหัวใจกำเริบ พร่ำเรียกหาฝ่าบาทไม่หยุดเพคะ...”

เซี่ยเสวียนโจวได้สติกลับคืนมาในทันที แววอารมณ์อันซับซ้อนในดวงตาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความกังวล

“เจ้าจงพักผ่อนให้ดี ข้า...วันหน้าจะมาเยี่ยมเจ้า”

กล่าวจบ เสียงฝีเท้าก็ค่อย ๆ เลือนห่างออกไป ตำหนักบรรทมกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครา

ผ่านไปพักใหญ่ เฉิงรั่วอวี๋จึงค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง

“ไฉ่เยว่ ไปนำของทุกชิ้นที่ฮ่องเต้เคยมอบให้ข้าตลอดหลายปีที่ผ่านมาให้หมด”

ไฉ่เยว่อึ้งไปครู่หนึ่ง แม้มิรู้เหตุใด แต่ก็ทำตามคำสั่ง ไม่นานนัก หีบแพรใบใหญ่ใบน้อยก็ถูกยกมากองเต็มพื้น

มีทั้งชุดเครื่องประดับศีรษะประดับไข่มุกทะเลใต้ที่ฮ่องเต้พระราชทานแก่นางเมื่อครั้งเพิ่งขึ้นครองราชย์ มีทั้งดินเขียนคิ้วหลัวจื่อไต้ที่ทรงนำกลับมาฝากนางเมื่อเสด็จตรวจหัวเมืองทางใต้คราหนึ่ง และยังมีของที่เก่ากว่านั้น... กิ่งเหมยแห้งกิ่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อครั้งประทับอยู่ในเรือนเล็กอันเงียบเหงาแห่งตำหนักบูรพา เขาเด็ดมามอบให้นางยามอารมณ์ดี นางจึงทะนุถนอมทำเป็นดอกไม้แห้ง เก็บไว้ในถุงแพร

เฉิงรั่วอวี๋มองสิ่งของเหล่านั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลงจากเตียงทั้งเท้าเปล่า แล้วโยนของทุกชิ้นลงในกระถางถ่านทองแดงที่ใช้ให้ความอบอุ่นตรงมุมห้อง

ถ่านชั้นดีในกระถางกำลังลุกโชน ดอกไม้แห้งครั้นต้องเปลวไฟก็พลันหดม้วน ไหม้ดำ และแปรเป็นควันจางสายหนึ่งในพริบตา

“เหนียงเหนียง! ท่านกำลังทำอันใดเจ้าคะ!” ไฉ่เยว่ร้องอุทานด้วยความตกใจ พลางรีบถลาเข้าไปห้าม

แต่เฉิงรั่วอวี๋กลับคว้าข้อมือนางไว้ แรงที่ใช้แม้ไม่มาก ทว่าไฉ่เยว่กลับมิอาจขยับเขยื้อนได้เลย

“อย่าขยับ” นางเอ่ย “ของพวกนี้ เผาทิ้งเสียก็ดี สมควรเผาทิ้งตั้งนานแล้ว”

เช่นเดียวกับ...ความรักที่นางมีต่อเขามาตลอดเจ็ดปี ความรักอันต่ำต้อยดุจผงธุลี ก็ควรสิ้นสุดลงตั้งนานแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 32

    กาลเวลาผ่านไปดุจสายน้ำ ไหลล่วงอย่างเงียบงันรัชทายาทน้อยเซี่ยเนี่ยนอวี๋ในวันนั้น บัดนี้เติบใหญ่ เชี่ยวชาญทั้งบุ๋นและบู๊ มีเมตตาและปรีชาสามารถ บารมีในราชสำนักเพิ่มพูนขึ้นทุกวันส่วนเซี่ยเสวียนโจวกลับชราลงอย่างเห็นได้ชัดความทุกข์ที่สั่งสมมานานและการตรากตรำเกินกำลัง บั่นทอนร่างกายของเขาจนแทบหมดสิ้นอายุยังไม่ถึงห้าสิบ แต่ผมบริเวณขมับทั้งสองกลับหงอกขาว ใบหน้าซูบเซียว มักไอไม่หยุด และบางครั้งถึงกับมีเลือดปนออกมากับเสมหะหมอหลวงจนปัญญา ได้แต่บอกว่าเป็นโรคใจ ต่อให้ใช้ยาใดก็ไร้ผลฤดูหนาวอันหนาวเหน็บมาเยือนอีกครั้งเซี่ยเสวียนโจวล้มป่วย คราวนี้อาการรุนแรง จนแทบลุกจากเตียงไม่ได้เขารู้ว่าชีวิตของตน...ใกล้ถึงวาระสุดท้ายแล้วแต่กลับไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ยังรู้สึกสงบนิ่งราวกับกำลังจะหลุดพ้นเขาเรียกเซี่ยเนี่ยนอวี๋ผู้เป็นรัชทายาทมายังข้างเตียง เพื่อสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย“เนี่ยนอวี๋...” เสียงของเขาอ่อนแรงจนแทบไม่ได้ยิน “หลัง...ข้าจากไป...ไม่ต้องสร้างสุสานใหญ่โต...ไม่ต้องสิ้นเปลืองแรงราษฎร”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง สูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนฝืนกล่าวต่ออย่างยากลำบาก“ให้...เผาร่างข

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   ]บทที่ 31

    เฉิงรั่วอวี๋จากไปแล้วนางนำเอกสารแสดงตัวตนฉบับใหม่กับตั๋วเงินที่มากพอให้นางใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยได้หลายชั่วชีวิตติดตัวไป ก่อนหายลับออกนอกกำแพงวัง และหายไปจากชีวิตของเซี่ยเสวียนโจวโดยสิ้นเชิงตำหนักเฉียนหยวนกลายเป็นสุสานอันหรูหราอย่างแท้จริงเซี่ยเสวียนโจวกลายเป็นฮ่องเต้ผู้โดดเดี่ยวไร้ผู้ใดเคียงข้างอย่างแท้จริงเขาราวกับกลายเป็นคนละคน แต่ก็คล้ายกลับไปเป็นฮ่องเต้ผู้ทุ่มเทกับราชกิจเช่นในอดีต เพียงเงียบขรึมและเย็นชากว่าเดิมทุกวัน เขาตื่นก่อนฟ้าสางเพื่อออกว่าราชการ ตรวจฎีกาจนดึกดื่น ลงมือจัดการทุกเรื่องด้วยตนเอง บริหารบ้านเมืองอย่างเป็นระเบียบ ใต้หล้าสงบสุข และกำลังของแผ่นดินก็เข้มแข็งขึ้นทุกวันเหล่าขุนนางต่างยำเกรงเขา ราษฎรต่างเคารพรักแต่บนใบหน้าของเขา ไม่ปรากฏรอยยิ้มอีกเลยดวงตาลึกล้ำคู่นั้นราวกับบ่อน้ำร้างอันแห้งเหือดสองบ่อ ลึกจนมิอาจหยั่งถึง และปราศจากระลอกไหวใด ๆเขาไม่เคยก้าวเข้าสู่วังหลังอีกแม้แต่ครั้งเดียว และไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องคัดเลือกนางสนมหรือรับพระสนมอีกตำหนักฉางเล่อถูกปิดผนึกอย่างสิ้นเชิง ทุกสิ่งยังคงสภาพเดิมดังวันที่เฉิงรั่วอวี๋จากไป มีเพียงผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะที

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 30

    เฉิงรั่วอวี๋ยืนอยู่กับที่ มองเอกสารแสดงตัวตนและตั๋วเงินที่ยื่นมาตรงหน้า ก่อนมองบุรุษผู้หันหลังให้นาง หัวไหล่ของเขาสั่นสะท้านเบา ๆ แต่นางยังคงยืนนิ่งอยู่นานโดยไม่เคลื่อนไหวสายลมพัดปอยผมบนหน้าผากของนางให้ปลิว เผยหน้าผากเกลี้ยงเกลาและดวงตาที่สงบนิ่งเกินไปคู่นั้นภายในใจของนางกลับมีคลื่นมหึมาโหมกระหน่ำอิสรภาพหรือ?อิสรภาพที่นางโหยหามานาน ดิ้นรนมานาน กระทั่งไม่ลังเลที่จะใช้ความตายบีบบังคับ บัดนี้กลับถูกวางไว้ตรงหน้าอย่างง่ายดายเช่นนี้หรือ?เซี่ยเสวียนโจว...เขายอมปล่อยนางไปจริง ๆ หรือ?ด้วยวิธีที่...แทบตัดทางถอยของตนเองจนหมดสิ้นเช่นนี้หรือ?นางมองเขาที่พยายามฝืนสงบ ทว่าแม้เพียงแผ่นหลังก็ยังเผยความเศร้าโศกมหาศาล ภาพมากมายพลันผุดขึ้นในความคิดอย่างห้ามไม่อยู่—แววตาเด็ดเดี่ยวตอนที่เขาพุ่งเข้ามารับคมดาบแทนนาง...คือคำละเมอและคำสำนึกผิดที่เขาพร่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่ายามมีไข้สูง...ร่างที่ฝืนยืนอยู่กลางหิมะทั้งที่ขาบาดเจ็บ...ภาพที่เขาวางตราพยัคฆ์และตราหยกตรงหน้านาง พลางกล่าวอย่างบ้าคลั่งว่า “แผ่นดินหมื่นลี้ยังไม่อาจเทียบรอยยิ้มของเจ้า”...และในยามนี้ มือที่สั่นเทาขณะยื่นเอกสารแสดงตัวตนให้น

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 29

    เฉิงรั่วอวี๋ปิดม้วนหนังสือ เงยหน้ามองเขา แววตาเจือคำถามบางเบาเซี่ยเสวียนโจวฝืนลุกขึ้นนั่ง จนกระเทือนบาดแผลที่ท้อง คิ้วขมวดเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น เหงื่อเย็นเม็ดละเอียดซึมออกมาตามขมับแต่เขายังคงฝืนกาย โดยมีขันทีคอยประคอง แล้วสวมเสื้อคลุมสีดำหนาหนัก“ไม่ต้องใช้เกี้ยว...ข้าอยากเดิน”เขาปฏิเสธการประคองจากขันที แม้ฝีเท้าจะโซเซ แต่ยังยืนกรานเดินด้วยตนเองทีละก้าว มุ่งหน้าไปยังจุดสูงสุดของวังหลวง—หอดูดาวเฉิงรั่วอวี๋เดินตามหลังเขาห่างออกไปไม่กี่ก้าวอย่างเงียบงัน มองแผ่นหลังที่ซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังค้อมเล็กน้อย ดูบอบบางและเปลี่ยวร้างเป็นพิเศษท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ร่วงเส้นทางนี้เขาเดินอย่างเชื่องช้าและยากลำบาก เป็นระยะยังต้องหยุดพักหายใจแต่เขาไม่หันกลับมา และไม่เร่งนางในที่สุด ทั้งสองก็ขึ้นมาถึงหอดูดาวที่นี่คือจุดสูงสุดของวังหลวง สามารถมองลงไปเห็นหลังคาทองของตำหนักน้อยใหญ่เรียงซ้อนกันอย่างหนาแน่น ตลอดจนบ้านเรือนและแนวขุนเขาอันเลือนรางในที่ไกล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโลกเสรีนอกกำแพงวังสายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดกรรโชก ชายอาภรณ์ของทั้งสองปลิวสะบัดเซี่ยเสวียนโจวประคองกายกับราวกั้

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 28

    เซี่ยเสวียนโจวบาดเจ็บสาหัส หมดสติ ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายราชกิจจึงอยู่ในการดูแลของเหล่าเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่เป็นการชั่วคราว แต่บรรยากาศภายในวังหลวงกลับหนักอึ้งราวกับจับตัวเป็นน้ำแข็งเฉิงรั่วอวี๋ถูกจัดให้อยู่ในตำหนักด้านข้างของตำหนักเฉียนหยวนเดิมทีนางจะมองดูอย่างเย็นชา หรืออาศัยโอกาสนี้จากไปก็ย่อมได้แต่เมื่อเห็นสีหน้าหวาดหวั่นของเหล่าข้ารับใช้ในวัง และได้ยินหมอหลวงส่ายหน้าถอนใจครั้งแล้วครั้งเล่า สุดท้ายนางก็...ไม่อาจใจแข็งได้อย่างสิ้นเชิงบุรุษผู้นั้นต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เพราะช่วยนางนางเดินไปข้างเตียงมังกรอย่างเงียบ ๆ รับผ้าเปื้อนเลือดและน้ำอุ่นจากมือข้ารับใช้ในวังจากนั้นจึงเริ่มดูแลเซี่ยเสวียนโจวที่ยังไม่ได้สติด้วยตนเองนางเช็ดคราบเลือดและเหงื่อเย็นบนใบหน้าและร่างกายของเขา เปลี่ยนผ้าพันแผลที่ชุ่มโชกด้วยเลือด แล้วค่อย ๆ ทายาให้บาดแผลอย่างระมัดระวังแม้ท่าทางจะไม่คล่องนัก แต่กลับละเอียดอ่อนและเบามือเป็นพิเศษเมื่อนางถอดเสื้อตัวบนของเขาออก เห็นรอยแส้สลับไขว้เต็มแผ่นหลังซึ่งยังไม่หายดี รวมถึงแผลเหวอะน่าสะพรึงที่สีข้าง นิ้วของนางก็สั่นไหวเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็นบาดแผลทั้ง

  • รักอันอาวรณ์ แปรเป็นคำลา   บทที่ 27

    ทว่าหลังความตกตะลึงผ่านพ้น สิ่งที่เอ่อท้นขึ้นในใจกลับเป็นความน่าขันและความแดกดันที่ยิ่งลึกซึ้งกว่าเดิมนางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สายตาเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็งยามสารท จับจ้องใบหน้าของเซี่ยเสวียนโจวที่เปี่ยมด้วยความคาดหวัง“ฝ่าบาท”นางเอ่ยเบา ๆ น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้าและแฝงแววเย้ยหยัน“ท่านไม่มีวันเรียนรู้หรอกว่า ความเคารพที่แท้จริงคืออะไร”“สิ่งที่ข้าต้องการ ไม่เคยเป็นของพวกนี้”“ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งฮองเฮา หรือ ‘อิสรภาพ’ ที่ท่านยอมแลกมาด้วยการสละแผ่นดิน”สิ่งที่ข้าต้องการ มีเพียงความรักอันบริสุทธิ์ ปราศจากการคำนวณผลประโยชน์ ปราศจากการบีบบังคับ และคนผู้หนึ่ง...ที่รู้จักถนอม และเป็นคนที่ข้าสามารถฝากชีวิตไว้ได้“น่าเสียดาย...ท่านไม่ใช่”“เมื่อก่อนก็ไม่ใช่ ตอนนี้...ก็ยังไม่ใช่”ประกายในดวงตาของเซี่ยเสวียนโจวค่อย ๆ เลือนหายไปตามคำพูดของนาง จนสุดท้ายเหลือเพียงความหม่นหมองอันไร้ชีวิตเขาเซถอยหลังหนึ่งก้าว มองตราพยัคฆ์และตราหยกบนโต๊ะที่ราวกับกลายเป็นเรื่องน่าขัน ก่อนหันไปสบดวงตาเย็นชาของเฉิงรั่วอวี๋ที่มองทะลุทุกสิ่ง ความหนาวเย็นอันบาดลึกแล่นจากฝ่าเท้าขึ้นสู่ศีรษะในพริบตาเขาเคยคิดว่า ก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status