로그인วันต่อมา คริสต์ตื่นตั้งแต่ตีห้าด้วยความกังวลจนนอนไม่หลับ เมื่อคืนนี้เขานอนไม่สนิทเพราะเรื่องอาการทรุดตัวของเพลงยังคงวนเวียนอยู่ในความคิด เขาเดินไปเดินมาอยู่ในห้องจนกระทั่งได้ยินเสียงเพลงเตรียมแต่งตัวอยู่ในห้องข้าง ๆ กัน
คริสต์เองก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาเข้มกับกางเกงสแล็คสีดำที่ดูสุภาพเรียบร้อย แต่สีหน้าและแววตาของเขาก็ยังคงดูตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา ไม่นานนัก เขาก็ลงไปชั้นล่างแล้วกลับขึ้นมายืนหยุดอยู่หน้าประตูห้องของเพลง แล้วเคาะประตูเบา ๆ สองครั้ง ก่อนจะแง้มเปิดเข้าไปพร้อมถาดอาหารเช้าในมือ
“มอนิ่งนะน้องเพลง” คริสต์กล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเดินเข้าไปวางถาดไว้บนโต๊ะข้างเตียง “คุณแม่ทำโจ๊กข้าวโอ๊ตร้อน ๆ กับน้ำส้มคั้นไว้ให้ด้วย น้องเพลงต้องกินให้หมดนะ เพราะวันนี้ต้องใช้พลังงานเยอะ”
เพลงที่กำลังหวีผมอยู่หันมายกยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน “มอนิ่งนะพี่คริสต์ ขอบคุณที่ยกมาให้นะ กลิ่นหอม ๆ ของโจ๊กฝีมือแม่ภิณทำให้เพลงรู้สึกดีขึ้นมากเลย”
ถึงแม้เพลงจะพูดอย่างนั้น แต่คริสต์ก็ยังเห็นร่องรอยความอ่อนล้าและความกังวลเล็กน้อยในแววตาของเธอ
“แค่ได้กลิ่นหอม ๆ มันไม่พอหรอก ต้องกินให้อร่อยด้วย พี่รู้นะว่าน้องเพลงเข้มแข็งแต่เราก็ต้องระวังให้มากเป็นพิเศษอยู่ดี”
คริสต์เดินเข้าไปใกล้แล้วสวมกอดเพลงจากด้านหลังอย่างแผ่วเบา โดยวางคางไว้บนไหล่เธอ
“พี่ไม่ได้อยากทำตัวเป็นคนจุกจิก แต่พี่ไม่ชอบความรู้สึกเมื่อวันก่อนเลย... มันเหมือนโลกทั้งใบของพี่หยุดหมุน”
เพลงกุมมือของคริสต์ที่โอบรอบเอวเธอไว้ ก่อนจะตอบ “เพลงเข้าใจแล้วพี่คริสต์ แต่ไม่ต้องกลัวนะ เพลงจะไปตรวจให้ละเอียดตามที่แคลร์แนะนำ แล้วเราจะได้รู้กันไปเลยว่าเพลงต้องดูแลตัวเองเพิ่มยังไงบ้าง” เธอผละออกจากอ้อมกอดแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเขา “แต่ก่อนอื่น...กินโจ๊กกันก่อน เพลงหิวแล้ว”
หลังจากนั้น คริสต์ก็ไปเอาโจ๊กในส่วนของเขาขึ้นมา แล้วทั้งสองคนก็ร่วมทานอาหารเช้าด้วยกันอย่างเงียบ ๆ โดยคริสต์คอยสังเกตสีหน้าและท่าทางของเพลงทุกรายละเอียด จนกระทั่งเวลาเกือบแปดโมง พวกเขาก็เดินทางไปยังโรงพยาบาลเอกชนซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำของเพลงที่ได้ติดต่อนัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว
บรรยากาศของโรงพยาบาลเอกชนดูสงบและสะอาดตามาก เพลงกับคริสต์มาถึงตามเวลานัดหมาย และทันทีที่ลงทะเบียนเสร็จ พยาบาลก็แจ้งว่าคุณหมอแฮมิลตัน แพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจที่ดูแลเพลงตั้งแต่ย้ายมาแวนคูเวอร์รออยู่ที่ห้องตรวจแล้ว
“คุณเพลงพิณ ตามคุณหมอเข้ามาได้เลยค่ะ” พยาบาลสาวผิวสีน้ำผึ้งกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร
เพลงหันไปมองคริสต์ที่ยืนจับมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “เพลงไปก่อนนะพี่คริสต์ รอตรงนี้นะ”
“เสียดายที่พี่เข้าไปด้วยไม่ได้ แต่พี่จะรออยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนแน่นอน” คริสต์ลูบแก้มของเพลงอย่างแผ่วเบา “ถ้ามีอะไรไม่สบายใจหรือรู้สึกเหนื่อย ก็เรียกพี่ออกมาดัง ๆ เลยนะ พี่จะพังประตูเข้าไปหาน้องเพลงทันที”
“บ้า! จะพังประตูโรงพยาบาลได้ยังไง แค่เปิดเข้าไปแบบคนปกติก็พอแล้ว” เพลงหลุดหัวเราะเบา ๆ เพื่อคลายความตึงเครียดของตัวเองและของเขา “ไม่ต้องห่วงนะพี่คริสต์ ตรวจเสร็จแล้วเพลงจะรีบออกมา”
เมื่อเพลงเดินเข้าไปในห้องตรวจแล้ว คริสต์ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ในโซนที่จัดไว้สำหรับญาติ เขาไขว้ขาและกอดอก พยายามทำท่าทางสบาย ๆ แต่สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ประตูบานนั้นราวกับอยากจะมองทะลุเข้าไปได้ ซ้ำยังมีความกังวลที่ฉายชัดในแววตาของเขา
ทางฝั่งของเพลงที่เดินเข้าไปในห้องตรวจที่คุ้นเคยก็รู้สึกเบาใจอยู่บ้าง แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพของคุณหมอแฮมิลตัน ชายสูงวัยเชื้อสายเอเชียตะวันออกที่มีแววตาอ่อนโยนและจริงจังกำลังนั่งรออยู่ มันก็ทำให้เพลงเชื่อใจคุณหมอคนนี้มาตลอด
“สวัสดีครับคุณเพลง เจอกันอีกแล้วนะครับ นั่งลงก่อนสิ” คุณหมอทักทายอย่างเป็นกันเอง “จากที่ได้โทรมาเล่าอาการเมื่อวันก่อนให้ฟังแล้ว ดูเหมือนว่าอาการที่กำเริบของคุณจะมาถึงจุดที่เราต้องมาคุยกันอย่างจริงจังอีกครั้งนะครับ”
“ค่ะคุณหมอ เพลงรู้สึกกลัวมากเลยค่ะ...กลัวว่ามันจะร้ายแรงกว่าที่คิด” เพลงตอบเสียงแผ่วพลางประสานมือตัวเองไว้แน่นบนตัก
คุณหมอยิ้มเล็กน้อยเพื่อปลอบประโลม “ไม่ต้องกังวลนะครับ เรามาตรวจร่างกายกันก่อนนะ รอดูผลแล้วค่อยคุยรายละเอียดกันทีหลัง”
ในการตรวจร่างกายทั่วไปและการตรวจหัวใจเบื้องต้น (Physical Examination and Basic Cardiac Check) คุณหมอแฮมิลตันจะเริ่มจากการซักประวัติของเพลงอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเน้นที่ปัจจัยในปัจจุบันที่มีความสุ่มเสี่ยงไปกระตุ้นความเครียด การทานอาหาร และกิจกรรมทางร่างกายอื่น ๆ จากนั้นก็เริ่มขั้นตอนการตรวจร่างกาย โดยให้เพลงนั่งบนเตียงตรวจ
“ขออนุญาตนะครับ” พูดจบคุณหมอก็ใช้หูฟังทางการแพทย์วางลงบนตำแหน่งต่าง ๆ ของหน้าอกและหลังของเพลง เพื่อฟังเสียงการเต้นของหัวใจและเสียงปอด
“หัวใจเต้นสม่ำเสมอดี เสียงหายใจของช่วงปอดที่ขยับก็ไม่ต่างไปจากปกติมาก...แต่มีเสียงแปลก ๆ เล็กน้อยตรงตำแหน่งลิ้นหัวใจที่เคยผ่าตัด อืมมม…แต่ไม่ต้องกลัวนะครับ นั่นเป็นเรื่องปกติสำหรับเคสผ่าตัดอยู่แล้ว” คุณหมอบอกอย่างใจเย็น
เมื่อคุณหมอทำการตรวจเสร็จ เพลงก็ขยับเสื้อขึ้น แล้วใบหน้าของคุณหมอก็เปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้นเล็กน้อย เพราะเขาเองที่มองรอยผ่าตัดตรงกลางหน้าอกของเธอ ซึ่งเป็นรอยที่บ่งบอกถึงการทำผ่าตัดหัวใจแบบเปิดที่ค่อนข้างใหญ่ ก็รับรู้ได้ในฐานะแพทย์ว่ารอยแผลเป็นนี้ทำให้คนไข้ของเขาต้องลำบากมากขนาดไหน
“รอยแผลเป็นนี้ที่มาจากการผ่าตัดตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ของคุณเพลงนี่…มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับที่ต้องแบกรับเรื่องใหญ่ขนาดนี้มาตั้งแต่เด็ก คุณเพลงเข้มแข็งมาก ผมพูดในฐานะคนแก่ ๆ คนหนึ่งนะครับ” คุณหมอกล่าวด้วยความเข้าใจ
เพลงพยักหน้ารับพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอด้วยความกังวลใจไม่หาย ขั้นตอนต่อมาจะเป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram - ECG/EKG) ซึ่งจะมีพยาบาลเข้ามาช่วยติดแผ่นอิเล็กโทรดบนหน้าอก แขน และขาของเพลงเพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และคุณหมอก็อธิบายเพิ่มเติมระหว่างรอผล
“การตรวจนี้ก็จะเหมือนทุกครั้งเลยนะครับ เราจะตรวจดูกันว่าไฟฟ้าหัวใจทำงานเป็นปกติไหม แล้วดูว่ามีการเต้นผิดจังหวะ หรือมีภาวะหัวใจขาดเลือดด้วยหรือเปล่า”
“ค่ะคุณหมอ”
ไม่กี่นาทีต่อมา คุณหมอก็ตรวจดูแผ่นคลื่นไฟฟ้าที่ปริ้นท์ออกมาอย่างถี่ถ้วน “อื้ม โอเค ไม่มีสัญญาณอันตรายร้ายแรง แต่ก็มีการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะเล็กน้อยซึ่งช่วยยืนยันอาการที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน”
เพลงได้ยินแล้วโล่งใจขึ้นเล็กน้อย และหลังจากนั้นก็คือตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram - Echo) ซึ่งคือการตรวจที่เจาะจงมากขึ้น พยาบาลผู้ช่วยของคุณหมอปรับเตียงและทาเจลเย็น ๆ ลงบนหน้าอกของเพลง ก่อนที่คุณหมอจะใช้หัวตรวจ (Transducer) กดลงบนหน้าอกและเลื่อนไปมาอย่างช้า ๆ
“ตอนนี้เรากำลังดูภาพหัวใจของคุณเพลงแบบเรียลไทม์เลยนะครับ” คุณหมอชี้ไปที่จอภาพ “เราจะดูการทำงานของลิ้นหัวใจที่เปลี่ยนไป ขนาดของห้องหัวใจ และกำลังการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ”
จากนั้นก็ใช้เวลาเกือบสิบนาทีในการตรวจอย่างละเอียด คุณหมอจดบันทึกยิก ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “ลิ้นหัวใจเทียมยังทำงานได้ดี กำลังบีบตัวของหัวใจก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่มันมีร่องรอยของการที่หัวใจทำงานหนักขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หมอคาดว่าน่าจะเป็นเพราะความเครียดสะสม”
เมื่อการตรวจเสร็จสิ้น เพลงก็กลับมานั่งลงอย่างเป็นกังวลอีกครั้ง คุณหมอแฮมิลตันเลื่อนเก้าอี้มาใกล้ ๆ พร้อมกับวางเอกสารการตรวจลงบนโต๊ะ
“จากการตรวจอย่างละเอียดทุกอย่าง ผลสรุปคือ คุณเพลงยังมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่บ้าง ซึ่งถูกกระตุ้นด้วยความเครียดหรือความเหนื่อยล้า แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องคุยกันคือเรื่องการตั้งครรภ์ในอนาคตที่คุณเพลงเคยปรึกษาหมอไว้” คุณหมอกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เพลงตัวแข็งทื่อทันที เธอรู้ว่านี่คือสิ่งที่เธอกังวลมากที่สุดและเป็นปมในใจอันยิ่งใหญ่ที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอด
“คุณหมอคะ…ยะ อย่าบอกนะว่า มัน...เป็นไปไม่ได้เลยเหรอคะ” เพลงถามเสียงสั่น
คุณหมอส่ายหน้าอย่างช้า ๆ “ไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้ครับ แต่ต้องบอกว่ามีความเสี่ยงสูงมาก เพราะคุณเพลงเคยผ่าตัดไปแล้วทำให้หัวใจมีการปรับตัว และยังต้องทานยาละลายลิ่มเลือดตลอดชีวิต การตั้งครรภ์จะเพิ่มปริมาณเลือดและภาระให้กับหัวใจสูงถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจทำให้หัวใจล้มเหลวได้ง่าย ๆ”
“แล้ว…เพลงจะทำยังไงได้บ้างล่ะคะ”
“จะต้องมีการวางแผนร่วมกับทีมแพทย์เฉพาะทางอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนการตั้งครรภ์ครับ เพราะต้องมีการปรับยาละลายลิ่มเลือดตัวใหม่ที่ปลอดภัยต่อเด็กด้วย ซึ่งอาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันที่ลิ้นหัวใจเทียมของคุณแม่แทน”
คุณหมอแฮมิลตันหยุดพูดเล็กน้อย เพราะเขาเองก็ลำบากใจเช่นกันที่ต้องแจ้งอย่างนี้
“คุณเพลงจะต้องเข้าโรงพยาบาลแทบทุกเดือนเพื่อตรวจติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญที่สุด... โอกาสเสี่ยงในช่วงคลอดก็มีสูงเช่นกันครับ พูดตามตรงคือ...มันคือการเสี่ยงชีวิตอย่างมาก”
เพลงเงยหน้าขึ้นมองเพดานเพื่อเม้มปาก แล้วพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา “เข้าใจแล้วค่ะคุณหมอ...แล้วถ้าเกิดเพลงอาการทรุดตัวจากความเครียดอีก...มันจะมีวิธีแก้ไขเฉพาะหน้าแบบฉุกเฉินที่ดีกว่าเดิมบ้างไหมคะ”
“ตอนนี้หมอว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจัดการความเครียดและการพักผ่อนให้เพียงพอครับ”
คุณหมอแฮมิลตันพูดพลางส่งตัวอย่างซองยาชนิดหนึ่งมาให้ดู
“นี่คือยาสำหรับทานในกรณีที่เกิดอาการใจสั่นและหายใจติดขัดแบบเมื่อวันก่อน โดยให้ทานตามขนาดที่ระบุไว้เท่านั้น และต้องรีบพักผ่อนทันที สำคัญที่สุดคือต้องคุยกับคนรอบ ๆ ตัวของคุณให้พวกเขาได้รับรู้ความเสี่ยงทั้งหมดนี้ด้วยนะครับ เดี๋ยวหมอจะสั่งยาให้ครบด้วย”
“ค่ะคุณหมอ...ขะ ขอบคุณมากนะคะ”
ขณะเดียวกัน คริสต์ที่นั่งรออยู่ข้างนอกกว่าหนึ่งชั่วโมงเต็ม ๆ ก็รู้สึกว่าทุกวินาทีของการรอมันช่างเชื่องช้าเหลือเกิน เขามองดูนาฬิกาเป็นสิบ ๆ ครั้ง จนกระทั่งประตูห้องตรวจเปิดออก แล้วเพลงก็เดินออกมา คริสต์จึงรีบลุกขึ้นยืนทันที
“น้องเพลง! เป็นไงบ้าง! คุณหมอว่ายังไง!” เขารีบเดินเข้าไปจับมือเธอไว้
เพลงมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเขาแล้วพยายามยิ้มอ่อน ๆ “ไม่เป็นไรเลยพี่คริสต์ ผลตรวจก็ค่อนข้างปกติทุกอย่าง ไม่ได้มีอะไรแย่ไปกว่าเดิมเท่าไร”
เธอตอบโดยเลือกที่จะปิดบังรายละเอียดบางอย่างไว้ก่อน ส่วนคริสต์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“จริงเหรอ! ดีจังเลยน้องเพลง พี่รอเป็นชั่วโมงจนเครียดจะแย่แล้ว” เขาพูดพลางสวมกอดเพลงอย่างแนบแน่นและอ่อนโยน “งั้นเดี๋ยวเราไปรับยากันนะ แล้วพี่จะพาน้องเพลงไปหาที่นั่งพักให้ผ่อนคลายก่อน ค่อยกลับเข้าบ้านก็ได้”
“เอาใจเพลงเก่งตลอดเลยพี่คริสต์” เพลงยกยิ้มพลางหัวเราะเบา ๆ แล้วเดินจับมือกับคริสต์เพื่อไปรับยาตามที่หมอสั่ง
หลายวันต่อมา ช่วงเวลาดี ๆ ของครอบครัวนี้ก็ยังคงดำเนินต่อไป ควินน์เองก็ได้ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนชื้นของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว อุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้เขตร้อนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขาที่เขาชื่นชอบมันมากอาการเจ็ตแล็กที่เคยทำให้เขางอแงอยู่บ้างเล็กน้อยในสัปดาห์แรกก็ได้หายไปจนหมดสิ้น และถูกแทนที่ด้วยความพร้อมที่จะสำรวจอะไรใหม่ ๆ ได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และวันนี้ก็เป็นวันที่เขาตั้งตารอคอยมากที่สุด นั่นคือการไปเที่ยวชมและเล่นกับช้าง สัตว์ยักษ์ใหญ่ใจดีที่เขาเรียกร้องหามาตั้งแต่ก้าวเท้าลงจากเครื่องบินความพิเศษของวันนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การไปดูช้างเท่านั้น หากแต่เป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของคนในครอบครัวด้วย เช้านี้ที่บ้านของภีมและยี่หวาดูคึกคักเป็นพิเศษ เพราะมีสมาชิกจากแดนไกลเดินทางมาสมทบด้วย ซึ่งก็คือภิณและรัณย์ที่อดทนความคิดถึงหลานชายไม่ไหว หลังจากติดตามความเคลื่อนไหวผ่านวิดีโอคอลมาเป็นสัปดาห์ ในที่สุดพวกเขาก็บินตามมาจากแวนคูเวอร์ รวมถึงแคลร์และเคทก็ตามมาด้วยเช่นกันนอกจากนี้เพลงยังได้ชวนเพื่อนสนิทของเธอมาด้วย ทั้งเจได นาตาลี รวม
วันต่อมาในช่วงเช้าของวันนี้นั้นแตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อวานที่เพลง คริสต์ ควินน์ และพี่เลี้ยงทั้งสองคนเดินทางมาถึง เป็นวันที่ทุกคนในครอบครัวต้องใช้ทุกวิธีเพื่อต่อรองกับควินน์ ผู้ซึ่งตื่นเต้นกับแผนการเที่ยวทะเลและอยากไปดูช้างจนแทบจะรอไม่ไหวแล้วทว่าการต่อสู้กับอาการเจ็ตแล็กที่มาพร้อมกับความตื่นเต้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คริสต์และเพลง รวมทั้งโฉมฉายกับจูเลียจึงต้องผลัดกันเล่านิทานเพื่อกล่อมควินน์ ทั้งยังยอมให้ดูการ์ตูนเรื่องโปรดจนดึกดื่น พร้อมคำสัญญาเรื่องขนมหวานและไอศกรีมแท่งใหญ่ที่รออยู่ในวันรุ่งขึ้น เพื่อให้ควินน์ตัวน้อยยอมพักผ่อนก่อนสำหรับเช้านี้ ควินน์ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เขารู้สึกพร้อมตั้งแต่ตอนที่แสงแดดยังไม่ทันสาดส่องเต็มที่ ลุกขึ้นจากเตียงนุ่ม ๆ ปีนไปกระซิบข้างหูของพ่อและแม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าทั้งคู่จะยอมลืมตาตื่น“คุงแม่ฮับ คุณพ่อฮับ ตื่นได้แย้วฮับ วันนี้ไปทะเล”“…อืมม ครับผม พ่อกำลังจะลืมตาแล้วครับควินน์ ขออีกห้านาที”เมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่ของตนเริ่มสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาแล้ว เขาก็พุ่งตัวไปที่ห้องอื่นในบ้านเพื่อปลุกพี่เพลิง พี่พราว และตัวแสบอย่าง
หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองที่รวดเร็วและราบรื่นอย่างน่าประทับใจ ต้องขอบคุณการจัดการที่เหนือชั้นระดับมืออาชีพของคริสต์ที่ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า ทั้งสามคนจึงเดินเข้าไปในโซนห้องรับรองพิเศษระดับเฟิร์สคลาส เป็นห้องที่หรูหราและมีความสงบเงียบซึ่งเหมาะกับการซ่อนตัวจากความวุ่นวายและเสียงจอแจของอาคารผู้โดยสารปกติบรรยากาศภายในห้องถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ส่วนตัว มีการตกแต่งที่คลาสสิค ประดับด้วยแสงไฟสีนวลตา โซฟาหนังนุ่ม ๆ และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของไม้หอมช่วยสร้างความผ่อนคลายทันทีที่เท้าเหยียบพื้นพรมหนานุ่ม ควินน์ก็กระโดดโลดเต้นด้วยความร่าเริง สองขาเล็ก ๆ วิ่งสำรวจไปรอบ ๆ ห้องรับรองที่กว้างขวาง ก่อนจะไปหยุดนิ่งที่กระจกบานใหญ่แบบเต็มผนังที่เผยให้เห็นภาพของลานจอดเครื่องบินที่แสนกว้างไกล“คุงพ่อฮับ นี่หยอฮับดรีมไลเนอร์”เสียงเล็ก ๆ อุทานด้วยความตื่นเต้น ดวงตาคู่กลมโตเบิกกว้างเมื่อมองไปยังเครื่องบินโบอิ้ง 787 ลำมหึมาที่จอดอยู่ข้างนอก ตัวลำสีขาวสะอาดทอดยาวอย่างสง่างามภายใต้แสงแดดอ่อน ๆ ยามสายของเมืองแวนคูเวอร์ ความใหญ่โตของมันดูเกินจริงมาก ๆ ในสายตาของเด็กน้อยตัวเท่าควินน์“ใช่แล้วครับคนเก่ง
สองอาทิตย์ต่อมา บรรยากาศในบ้านก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความวุ่นวาย เพราะกำลังจะถึงวันที่ควินน์ เพลง และคริสต์จะเดินทางไปประเทศไทย ซึ่งเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของควินน์วันนี้ควินน์กำลังนั่งอยู่บนพื้นพรมอย่างใจจดใจจ่อตั้งแต่เช้า โดยมีโฉมฉายผู้เคร่งครัดที่ตอนนี้ผันตัวมาเป็นคนช่วยจัดการสัมภาระหลายอย่าง รวมถึงจูเลียเองก็กำลังช่วยจัดกระเป๋าเดินทางของควินน์ด้วยเช่นกัน“ควินน์คะ เราต้องจัดกระเป๋าแบบเรียงตามลำดับความสำคัญนะคะ” โฉมฉายกล่าว พร้อมกับพับเสื้อผ้าของควินน์ไปด้วย“ฮับป้าโฉม! เอาชุดว่ายน้ำไว้ข้างบนนะฮับ ควินน์จะไปว่ายน้ำอาบแดดด้วยฮับ อ้อ! เอาหนังสือนิทานของควินน์ไปด้วยนะฮับ!”“ได้เลยค่ะ” โฉมฉายตอบรับคำสั่งของเจ้านายตัวน้อยรัณย์และภิณผู้เป็นปู่และย่าของควินน์ก็ตื่นมาตั้งแต่เช้าเช่นกัน พวกเขามาช่วยเตรียมของเล่นและขนมกินเล่นมากมาย และตั้งใจหยุดงานนอกบ้านเพื่อมาช่วยดูแลควินน์ในช่วงเตรียมตัวเดินทางไกลให้เป็นไปอย่างราบรื่น“หลานรักของย่า~ มาให้ย่ากอดหน่อยสิ ช่วงนี้ย่าไม่ค่อยมีเวลาให้ควินน์เลยนะเนี่ย” ภิณรีบเดินเข้าไปกอดควินน์ด้วยความรักอันท่วมท้น ก่อนจะหอมแก้มเขาอย่างแรงหลายคร
ไม่กี่วันถัดมา ในค่ำคืนหนึ่งของสัปดาห์เดียวกัน ขณะที่ควินน์กำลังนอนหลับสนิทอยู่ คริสต์และเพลงก็ได้มีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันอย่างเงียบ ๆ ในห้องนั่งเล่น เพลงนั่งพิงซบแผงอกกว้างของคริสต์อยู่บนโซฟาขนาดใหญ่ แสงไฟสลัว ๆ จากโคมไฟตั้งพื้นสีทองเหลืองทอดเงาอ่อน ๆ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวมากคริสต์กำลังลูบเส้นผมนุ่ม ๆ ของเพลงอย่างอ่อนโยน ทำให้เธอรู้สึกถูกปลอบประโลมและรู้สึกปลอดภัยอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ ตั้งแต่มีเจ้าตัวน้อยจอมซนอย่างควินน์เข้ามาในชีวิตของทั้งคู่ ก็ทำให้เพลงและคริสต์แทบไม่มีเวลาส่วนตัวด้วยกันเลย ถึงแม้จะมีพี่เลี้ยงทั้งสองคนก็ตาม แต่ควินน์ก็ตัวติดพ่อกับแม่เป็นที่สุดเสมอ“พี่คริสต์…ช่วงนี้เพลงคิดถึงเรื่องที่เราคุยกันเมื่อหลายเดือนก่อนน่ะ” เพลงเริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่สีหน้าของเธอกลับจริงจังขึ้นมาก“เรื่องอะไรครับคนดีของพี่” คริสต์ก้มลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ และตั้งหน้าตั้งตารอฟัง“เรื่อง…การมีลูกคนต่อไปของเรา”ทันทีที่ได้ยินคำนั้น มือของคริสต์ที่กำลังลูบผมเพลงอยู่ก็ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่อ่อนโยนบนใบหน้าเขาค่อย ๆ จางหายไป แทนที่ด้วยสีหน้าที่เปลี่ย
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากการถ่ายทอดสดที่ประสบความสำเร็จเมื่อวานนี้ อากาศในแวนคูเวอร์ยังคงบริสุทธิ์และเย็นสบายเช่นเคย ทุกคนในบ้านได้ก็ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ภิณและรัณย์ออกไปร่วมงานสังคม ส่วนเพลงและคริสต์ก็เริ่มต้นวันนี้ตามตารางที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กและกุมารแพทย์นั่นคือหลักการ “หนึ่งวันของแม่สลับกับหนึ่งวันของพ่อ” เพื่อให้เด็กได้สร้างความผูกพันและได้รับความสนใจจากผู้ปกครองแต่ละคนอย่างเต็มที่วันนี้เป็นวันของคริสต์ เพลงจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลลูกชายอย่างใกล้ชิด เพราะควินน์จะใช้เวลาทั้งวันกับคริสต์ผู้เป็นพ่อแบบตัวต่อตัวอย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่สมบูรณ์แบบให้เพลงได้ใช้เวลานี้ไปตามนัดตรวจสุขภาพประจำปีรอบที่สองที่โรงพยาบาล โดยมีโฉมฉายและจูเลียเป็นผู้ช่วยอยู่ห่าง ๆ คอยเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังความปลอดภัยเท่านั้นตลอดสามปีที่ผ่านมาสุขภาพของเพลงอยู่ในภาวะที่มั่นคงขึ้นมาก ทำให้เธอไม่จำเป็นต้องไปตรวจร่างกายทุกเดือนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และขยับนัดมาเป็นการตรวจปีละสองครั้งแทนเช้าวันนี้ก่อนออกจากบ้าน เพลงยืนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้า เธอก้มลงกอ