LOGIN“อุ้ย จริงหรือคะ” ชนิตาถามด้วยใบหน้าเขินๆ หันหลังให้วิชญ์แล้วอ้าปากทำท่ากรีดร้องแบบไร้เสียงกับเพียงใจ รีบหันกลับมาเมื่อวิชญ์ชวน
“เอารถมาหรือเปล่าครับ”
“ไม่ได้เอามาค่ะ ไม่รู้ทางเลยนั่งแท็กซี่มาน่ะค่ะ”
วิชญ์ยิ้มแบบผู้ชายอบอุ่นแล้วถาม “อยากกลับหรือยัง”
“กลับก็ดีค่ะ จริงๆแล้วน้ำตาลไม่ค่อยชอบที่แบบนี้เท่าไรหรอกนะคะ เสียงดังหนวกหูออกค่ะ”
วิชญ์ชวนต่อ “กลับกันเลยดีไหม”
“ดีค่ะ”
ได้ยินเขาถามมาแบบนั้น ชนิตารีบคว้ากระเป๋าแล้วทำหน้าตาแบบเด็กดีตอบรับทันที เดินตามวิชญ์เมื่อเขาเชื้อเชิญ นับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เพียงใจได้ขึ้นรถคันหรูของวิชญ์ รถหรูคันนี้ของเขานั้นมีไว้สำหรับพวกสาวๆสวยๆที่เขาควงเพื่อออกหน้าออกตา และแน่นอนว่าไม่ได้มีรายชื่อของเพียงใจอยู่ในด้วย
ห้องพักของวิชญ์อยู่ชั้นบนสุดฝั่งริเวอร์วิว ซึ่งสวยมากจนชนิตาเคลิ้มแล้วเคลิ้มอีก แต่เพียงใจไม่มีเวลามองว่ามันสวยเพราะมัวแต่พะวงว่าวิชญ์จะทำอะไรต่อไป
“ไวน์หน่อยไหมครับ” เขาชวนเมื่อเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว
ชนิตารีบตอบรับเมื่อวิชญ์ชวน “ก็ดีค่ะ”
“น้ำตาล!” เพียงใจเข้ามากระซิบเรียกเมื่อเห็นวิชญ์เดินแยกไปเตรียมเครื่องดื่มให้
ชนิตากระซิบถามกลับ “อะไร”
“เคยดื่มด้วยเหรอไวน์น่ะ พี่อิทธิรู้เข้าโดนเอ็ดยาวแน่”
“เคยดื่มสิ พี่อิทธิไม่ว่าหรอกน่า เพียงก็อย่าเอาไปฟ้องก็แล้วกันนะ เข้าใจไหม”
ชนิตายอมทุกอย่างเพื่อที่ว่าจะได้อยู่กับเขานานๆ เขาชวนดื่ม เขาว่าอย่างไรแบบไหนก็อือออตามเขาไปหมด อยากให้เขาพึงพอใจตนเอง และแล้วเพียงใจก็เห็นเพื่อนรัก คนที่ไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์แม้แต่ครั้งเดียวนอนเอียงตัวพิงเธอที่โซฟาตรงกลางห้องนั่น วิชญ์มองด้วยสายตาที่ไม่มีใครเห็นแล้วปลีกตัวเดินออกไปรับสายสนทนาของเขาที่เรียกมาเมื่อครู่ เพียงใจมองสภาพของเพื่อนแล้วให้หนักใจยิ่งนัก ก่อนจะจัดท่าให้ชนิตานอนราบลงบนโซฟา ตัดสินใจเดินไปที่ระเบียงตรงที่วิชญ์ยืนอยู่ เธอรีรออยู่ครู่เพราะเห็นว่าเขายังคุยสายไม่จบ แต่ก็มองเขาผ่านกระจกอยู่ตลอดเวลา จนเห็นเขาเก็บโทรศัพท์และยืนมองบรรยากาศนิ่งตรงระเบียง ค่อยเลื่อนบานประตูกระจกออกไปคุยกับเขา ปิดประตูลงแล้วออกปากถามไปตรงๆ
“ท่าทางคุณ...เหมือนจะชอบเพื่อนของฉัน”
วิชญ์หันกลับมาสบตาเธอแล้วยิ้มแบบที่ไม่ใช่ยิ้มของชายหนุ่มอบอุ่นที่มีมาตลอดขณะที่มีชนิตาอยู่ด้วย แต่มันเป็นยิ้มแบบที่เห็นแล้วอดหนาวยะเยือกไม่ได้ เขาว่า “ถ้าใช่ล่ะ”
“น้ำตาลไม่เคยคบใครมาก่อน ไม่เคยมีแฟน ถ้าคิดจะคบกับใครสักคน ฉันในฐานะเพื่อนที่รักและหวังดีที่สุดก็อยากให้ได้เจอคนดีดีที่คิดจริงจังด้วย”
“แล้วรู้ได้ยังไงว่าผมจะไม่จริงจังกับเพื่อนของคุณ”
“คุณคบกับคุณแอนนิตานี่คะ”
วิชญ์หัวเราะในลำคอก่อนว่า “แบบนั้นไม่เรียกคบหรอกหนูน้อย”
“ถ้าคุณยืนยัน...กลัวแต่จะแค่เล่นๆนี่สิ” ท้ายประโยคเสียงเบาลงคล้ายวิตกอยู่ในใจลึกๆ พึมพำกับตนเองมากกว่าจะบอกเขา
“บางทีเพื่อนของคุณเองก็อาจจะแค่อยากคบแบบเล่นๆเหมือนกันก็ได้นี่” เขาว่ายิ้มๆ
“น้ำตาลไม่ใช่คนแบบนั้น”
“เอาเถอะอย่างน้อยๆผมก็ไม่ได้สำส่อนจนติดโรค แล้วก็ไม่ใช่พวกชอบเซ็กซ์วิตถารด้วย” ได้ยินวิชญ์ตอกกลับมาแบบนั้น เพียงใจก็เกือบหายใจไม่ทั่วท้อง พยายามตั้งสติแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อที่จะได้ไม่แสดงท่าทีตกใจให้เขาเห็น
เขาพูดแบบนี้แสดงว่าวิชญ์ได้ยินที่เธอใส่ร้ายเขาให้ชนิตาฟังเมื่อวันนั้นวันที่ชนิตาแวะมาหาเธอที่สำนักงาน ตอนนั้นมัวแต่นึกห่วงเพื่อน ลืมไปเสียสนิทว่าอาจมีคนได้ยิน และแล้วก็แจ็คพอตเมื่อเจ้าตัวมาได้ยินคำให้ร้ายของเธอเสียเอง
พนันกันได้เลยว่าจากที่เหม็นขี้หน้าของเธออยู่แล้ว วิชญ์อาจรู้สึกมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เผลอๆอาจเกลียดหน้าเธอไปเลยก็ได้
วิชญ์มองหน้าอีกฝ่ายอย่างนึกสนุก เขาเพิ่งเคยเห็นว่าเพียงใจหน้าถอดสีก็คราวนี้เอง แล้วทำทีเป็นย่างสามขุมเข้าไปหาถามเหมือนเค้นผู้ร้ายตัวฉกาจ “คุณไปเอาเรื่องแบบนี้มาจากไหนกันเพียงใจ” หัวสมองของเพียงใจช็อตเพราะตกใจไปชั่วขณะ พอเห็นว่าวิชญ์คุกคามเข้าหาก็ถอยหนีไปทันที แต่แล้วเธอพบว่าตนเองไปไหนไม่รอดเมื่อไปชนกับที่กั้นของระเบียงอีกฝั่ง วิชญ์ไม่ยอมลดละ เขาเดินเข้าไปจนชิดแล้วกักเธอไว้ในอ้อมแขนของเขา แขนที่ใหญ่กว่าของเธอเกือบเท่าผสมกลิ่นกายที่เพียงใจไม่เคยเห็นว่ามันจะหอมเลยสักนิด แล้ววิชญ์ก็ยื่นหน้าเข้ามาจนใกล้ เพียงใจต้องเบี่ยงหน้าหนีไปทางอื่น แว่วเสียงหัวเราะของเขาในลำคอก่อนเขาจะว่าขึ้นเยาะๆ
“หรือกุเรื่องเพราะอยากกำจัดคู่แข่ง”
ได้ผลทีเดียวเมื่อว่าไปแบบนั้น เพียงใจหันกลับมาเผชิญหน้า เธอลืมไปว่าเขาอยู่ใกล้มากแค่ไหนและตอนนี้ใบหน้าของเขาและเธออยู่แทบชิด จนได้กลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกลิ่นกายของเขาที่เธอคุ้นกลิ่นมานานแรมปี เพียงใจเม้มปากแน่นเผลอกลั้นลมหายใจแล้วเค้นเสียงบอกเขา
“คู่แข่งอะไรของคุณ”
“ก็...คู่แข่งหัวใจไง อย่าบอกนะว่าทำงานกับผม แต่ไม่ได้คิดอะไรด้วยเลยน่ะ”
“ฮึ!” เพียงใจแค่นเสียงหมิ่นใส่เขาบ้าง เพราะในใจของเธอไม่ได้คิดอะไรอย่างที่เขากล่าวหามาเลยแม้แต่นิดเดียว “หลงตัวเองเกินไปหรือเปล่าคะ”
“ไม่ได้คิดก็ดี กลัวแต่จะคิดน่ะสิ” เขาพึมพำบอกเสียงเบา ไม่จำเป็นต้องตะเบ็งบอกเลย แถมตอนนี้ปากของเขายังขยับพูดอยู่จนชิดกับริมฝีปากของเธอ สายตาของเขาหลุบมองที่ริมฝีปากบางเฉียบด้วยสายตาลุ่มลึกแปลกๆ จนเพียงใจออกร้อนวูบไปหมดทั้งใบหน้าลามไปทั่วทั้งตัว ไม่เคยเลยสักครั้งเดียวที่วิชญ์จะแสดงท่าทีเจ้าชู้กับเธอแบบนี้ เพราะเธอเองแทบเรียกได้ว่าไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครเข้ามาตีสนิทชิดใกล้ วิชญ์เป็นคนแรกที่ทำให้เธอใจสั่น เพียงใจเม้มปากตนเองหนี ตอนนี้ด้านหลังของเธอเบียดอยู่กับราวสแตนเลสจนเจ็บร้าวไปหมด จะยกมือขึ้นดันเขาให้พ้นออกไปก็คล้ายกับว่าเรี่ยวแรงมันหดหายไปเสียสิ้น คงเพราะความชิดใกล้แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นนี้
“เพียง อยู่นี่หรือเปล่า”
เสียงเลื่อนบานประตูกระจกดังพร้อมกับเสียงเรียกชื่อของเธอ ทำให้เพียงใจค่อยคืนสติกลับมา ฮึดสู้ดันเขาออกไปให้พ้นจากตัว ได้ยินเสียงหัวเราะของเขาราวกับว่าสนุกนักกับสิ่งที่ทำอยู่
เพียงใจก้าวไปหาชนิตาแล้วชวนเสียงสั่นๆ “น้ำตาล กลับห้องกันเถอะ”
วิชญ์ถามกลับด้วยความรำคาญ ไม่ทันจะได้คุยอะไรกันอีก วิชญ์ก็ถลาเข้าไปหาคุณอานนท์ เขาเกือบเข้าไปประคองบิดาไม่ทัน เมื่อคุณอานนท์ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายแล้วเซคล้ายจะล้มลงไปกองที่พื้น นาทีต่อจากนั้นถึงได้เริ่มโกลาหลขึ้น รถพยาบาลถูกตามเข้ามารับตัวคนป่วยในเวลาไม่นานจากนั้น แพทย์แจ้งว่าคุณอานนท์หัวใจวายเฉียบพลันจนต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วนวิทยาการทางแพทย์ล้ำไปมากทีเดียว คุณอานนท์ผ่าตัดไม่กี่วันก็ลุกขึ้นยืนเดินและใช้ชีวิตได้เป็นปกติ มีไม่กี่อย่างที่หมอสั่งห้ามและคนป่วยก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี วิชญ์ไม่ได้เข้าไปดูบิดาของเขาแม้แต่วันเดียว ความเจ็บปวดที่มีในความทรงจำของชายหนุ่มสร้างทิฐิสูงลิบ แม้อีกฝ่ายจะล้มหมอนนอนเสื่อ กำแพงที่คนเป็นลูกสร้างขึ้นมาก็ไม่ได้ทลายลงแม้แต่นิดเดียว ทุกเรื่องผ่านเคนผู้ช่วยมือขวาของเขา คุณอานนท์ปลอดภัยดีและออกจากโรงพยาบาลในเวลาต่อมา วิชญ์รับรู้แค่นั้นอรสานั้นออกจากโรงพยาบาลและกลับไปอยู่บ้านแล้วเช่นกันส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเพียงใจกับวิชญ์ก็เหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้เช่นนั้น เพียงใจทำงานกับเขาเป็นปกติ พูดคุยเฉพาะเรื่องงาน ไม่สบตาเขาเพราะเรื่องราวที่หวาดกลัวในใจยังไม่กระจ่าง
หากเธอเป็นลูกของอรสา ที่มีบิดาเป็นคุณลุงอานนท์ ถ้าอย่างนั้น วิชญ์กับเธอ...ก็คือพี่น้องกันน่ะสิ!“มองหน้าแปลกๆ มีอะไรจะพูดก็พูดมา”อรสาที่นั่งเอนหลังพิงเตียง หยิบผลไม้บนโต๊ะกินแล้วถามเสียงห้วนๆใส่เพียงใจ หลังจากได้ยินเรื่องในห้องน้ำ เพียงใจรู้สึกว่าใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว ร้อนสลับหนาวแปลกๆ แต่จะออกปากถามตรงๆก็กลัวความจริงที่ได้ยิน“ไม่มีอะไรค่ะ แล้วนี่...คุณลุงอานนท์มาเยี่ยมป้าสาหรือยังคะ”อรสาว่าด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “ยัง”“ให้เพียงเฝ้าไหมคะคืนนี้”“ไม่ต้องหรอก เออ...ป้าว่าจะถามแก หายไปไหนไม่มาเยี่ยมป้าเลย”ก็วันที่เธอหายไปนั่น มันมีเรื่องขึ้นมาอีก เรื่องที่ทำให้เพียงใจใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้างแล้วหากว่าเป็นความจริง ตอบท่านไปตามความจริง“ไปธุระเรื่องงานกับคุณวิชญ์มาค่ะ”อรสาหยุดเคี้ยวแล้วมองหน้าเธอด้วยแววตาอ่อนแสงลง “ต่างจังหวัดเหรอ”“ค่ะ”“อือ ดีแล้ว ทำตัวดีดี เขาจะได้รักเอ็นดูแก สงสารแกบ้าง’อรสาไม่ว่าอะไรอีก เพียงใจอยู่ด้วยอีกครู่ใหญ่อีกฝ่ายก็ไล่ให้กลับหอพักไปเพราะดึกแล้วจะเดินทางลำบาก เพียงใจร่ำลาผู้เป็นป้าแล้วเดินกลับออกมาพร้อมความคิดวนเวียนเรื่องที่ได้ยินนั่นอีกครั้งหากเธอกับวิช
เพียงใจเลยต้องตามชนิตามาที่ร้านของอิทธิในที่สุด งานวันเกิดของอิทธิไม่ได้จัดเลี้ยงแบบทุกปี คงเพราะเจ้าตัวบ่นว่าไม่อยากเห็นตัวเลขบนเค้ก เลยเป็นการกินอะไรกันง่ายๆกับเด็กในร้าน แถมร้านยังเปิดให้บริการอีกด้วย เจ้าของร้านบ่นว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี จะปิดร้านบ่อยๆก็ใช่ที่ เลยแบ่งโซนเอาไว้จัดเลี้ยง คนไหนกินอิ่มให้ผลัดเพื่อนมากินบ้าง บรรยากาศแบบพี่น้อง สบายๆอย่างที่อิทธิต้องการให้เป็น นั่งกันได้ครู่ใหญ่ ชนิตาเดินแยกออกไปรับสายสนทนาเห็นหลังไวไวว่าเปิดห้องทำงานของอิทธิไปแล้ว บนโต๊ะเลยมีเจ้าของวันเกิดนั่งกับเพียงใจสองคน“เป็นไงบ้างงานเรา” อิทธิถามขึ้นทำลายความเงียบ ผิดสังเกตบ้างกับท่าทีเซื่องซึมของเพื่อนน้องสาว ปกติเพียงใจไม่ใช่คนร่าเริงแบบชนิตา แต่ก็ไม่ใช่แบบที่จะมานั่งหงอเช่นนี้เพียงใจรู้สึกตัวแล้วรีบดึงสติกลับมาตอบ “...เรื่อยๆค่ะ”“นี่สนใจมาช่วยที่ร้านพี่ไหม”“ให้เพียงทำอะไรคะ”“เราเคยทำอะไรมา ผู้ช่วยนายวิชญ์ไม่ใช่เหรอก็มาช่วยงานพี่ที่ร้านนี่ไง เวลาพี่ไปออกทริป จะได้มีคนคอยดูแล”“อ้าว แล้วคุณเหมียวละคะ” เพียงใจที่พอรู้จักกับคนในร้านบ้าง ถามถึงผู้จัดการร้านของอิทธิ“ลาออกไปแล้ว”“เหรอคะ”“เจ้าน
“ถึงแล้วหรือคะ” วิชญ์ไม่ได้ตอบคำถาม เขาก้มลงต่อตั้งใจจะจุมพิตคนตรงหน้าให้จงได้ เพียงใจที่เพิ่งตื่นและสติเริ่มกลับคืนมาบ้างแล้วเบี่ยงหน้าหลบได้ทัน คนจ้องเอาเปรียบเลยได้ทาบลงที่ซอกคอของเธอแทน แต่ตรงนี้เขาก็ถือว่ายังกำไรอยู่ดี ตรงไหนบนตัวของเพียงใจก็ได้ทั้งนั้น เขาชอบทั้งหมดบนเนื้อตัวนุ่มนวลนี่ บอกได้เลย “นี่คุณจะทำอะไรอีก” เพียงใจถามทั้งที่ยังเบี่ยงหน้าหลบอยู่ วิชญ์ตอบโต้งๆแบบคนหน้าด้าน ไม่รู้จักพอ “จูบ” เธอยกมือขึ้นดันหน้าเขาให้พ้นไปพร้อมกับว่าเสียงแข็ง “คนอะไรไม่มียางอาย” คนไม่มียางอายรับคำด้วยใบหน้าภาคภูมิใจเสียหนักหนา “ขอบคุณ” เพียงใจเม้มปากแน่นอย่างขุ่นเคืองแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออก เปิดประตูหอบของข้างๆตรงที่วางเท้าเดินจากไปโดยไม่มองกลับมาที่เขาอีกเลย วิชญ์มองตามจนหญิงสาวลับตาไปด้วยความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ แล้วกระตุกยิ้มอย่างดูแคลนหึ! ผู้หญิง! กลับเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกปั่นป่วนมวนในช่องท้องจนอยากจะสำรอกออกมานัก ทยอยเก็บของออกจากกระเป๋าจนหมด ตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเรียกสติของตนเองให้กลับคืนมาหัวหนักอึ้งรา
“จะทำอะไรน่ะเหรอ ถามเป็นพวกไร้เดียงสาไปได้ มันไม่ได้ทำให้คุณดูดีมีราคาขึ้นหรอกนะ”บัดนี้เลือดลมในกายของวิชญ์ลุกโหมไหม้ด้วยไฟราคะเมื่อใกล้ชิดกันถึงขนาดนี้ เพียงใจมีผิวนวลเนียนนุ่มละมุนทั้งยังมีกลิ่นกายแบบที่ปลุกกำหนัดของวิชญ์ได้อย่างที่ไม่เคยเกิดกับคู่ขาคนใดมาก่อน แถมทรวดทรงยังเย้ายวนอารมณ์ปรารถนาเสียจนคนมองแทบลืมหายใจ หัวใจชายหนุ่มกระหน่ำเต้นแรงและเร็ววิชญ์ดึงเธอให้โน้มลงไปแนบฝีปากกับเขา ได้ยินเขาครางในลำคออึดใจเดียวก่อนจะถูกจุมพิตชนิดที่ทำให้โลกหยุดหมุนไปเลยทีเดียว เพียงใจรู้สึกว่าตัวของเธอกำลังลอยอยู่ในอากาศ อาการที่ถูกจูบจนตัวลอยเป็นแบบนี้เองหรือไร พอลืมตามองถึงได้พบว่าตัวของเธอลอยหวือในอากาศจริงโดยมีวิชญ์โอบอุ้มเอาไว้ เขารัดเธอเสียแนบแน่นแล้วยอมปล่อยริมฝีปากที่บดคลึงอย่างดูดดื่มออก วิชญ์พาเข้าไปในห้องของเขาเพียงใจที่เพิ่งรู้สติจึงออกแรงดิ้นรนอีกครั้งพร้อมกับต่อสู้ให้หลุดพ้นจากเขา“ปล่อยฉัน!”มีหรือที่คนโกรธจนหน้ามืดจะปล่อยไปง่ายๆ วิชญ์บอกตัวเองว่าเขาไม่ได้พิศวาสแม่นี่เท่าไรนักหรอก แต่เพราะอยากกำหราบให้หมอบราบลงก็เท่านั้น เพียงใจถูกดึงรั้งให้ลงไปนอนราบบนเตียง บรรเลงกิจกรรมระหว่างช
เพียงใจเดินออกมาพร้อมความคิดที่ว่า เขาทำทีเป็นสนใจชนิตาเพื่อนของเธอ และก็ยังนัวเนียสนิทสนมกับแอนนิตาอยู่ เธอไม่เห็นความเหมาะสมของเขากับชนิตาเลยสักนิด กลัวนักว่าชนิตาจะช้ำใจเพราะคนมากรักแบบนี้ ไม่รู้ว่าวิชญ์สลัดแอนนิตาจนหลุดมาได้อย่างไร เขากระโดดขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแล้วกระชากตัวออกสู่จุดหมายโดยไม่มีการพูดจาใดๆตลอดทาง หากคุยก็มีเพียงเรื่องงานเท่านั้น เพียงใจคิดว่าเธอควรคุยกับเขาอีกครั้ง และขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะคุยในเรื่องของชนิตา เธอไม่วางใจจริงๆที่เขามาตอแยเพื่อนของเธอแบบนี้ ชนิตาหัวอ่อนและไม่ทันเหลี่ยมของวิชญ์แน่ๆ เธอทำงานกับเขามาพักใหญ่ คิดว่าตนเองรู้จักเขาดี วิชญ์กำลังเล่นเกมหรืออาจมีแผนร้ายอะไรอยู่ในหัวก็เป็นได้ เกาะฟ้าครามเป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยขาวละเอียดและสะอาดที่สุดในแถบทะเลภาคตะวันออก น้ำทะเลสีฟ้าครามสมกับชื่อของเกาะ ด้านหลังมีทะเลสาบสองแห่งด้านหน้ามีแนวปะการังที่น่าดำน้ำลงไปดูอย่างยิ่ง ทั้งยังมีฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายรอบแนวปะการังอีกด้วยบนเกาะมีบ้านสไตล์ลอฟท์ที่วิชญ์สั่งให้ก่อสร้างเอาไว้สำหรับเป็นที่พักของเขา หากเริ่มมาจัดการ







