เข้าสู่ระบบ“ไม่เป็นไรค่ะไม่ต้อง ไว้โอกาสหน้าหนูจะแวะมาอีกนะคะ”
เพียงใจออกจากโรงพยาบาลก็ควานหาโทรศัพท์หยิบขึ้นมารับสายเมื่อเห็นว่ามันแผดเสียงดังอยู่ในกระเป๋า พอเห็นว่าเป็นเบอร์ใครก็ยิ้มร่าทันที
“หวัดดีจ้ะน้ำตาล”
ปลายสายคือเพื่อนที่สนิทที่สุดของเธอ ชื่อ ‘ชนิตา’ ชนิตาเป็นน้องสาวของอิทธิ ไม่ใช่แค่ความเป็นเพื่อนที่ทำให้ทั้งคู่คบกันมาได้ยืนยาวขนาดนี้ เมื่อตอนที่มารดาของเพียงใจป่วย เป็นชนิตาที่ให้ทางบ้านช่วยดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกทุกเรื่อง จนสุดท้ายมารดาของเธอก็หมดสิ้นเคราะห์กรรมจากไปก่อน ชนิตาและทางบ้านยังเป็นธุระเรื่องงานศพช่วยเหลือจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยอีกด้วย
ไม่เพียงเท่านั้นชนิตายังยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องค่าเล่าเรียนของเธออีก หากอรสาจะไม่ปดไปก่อนว่ามีเงินประกันของมารดา แต่ที่แท้ไปหยิบยืมมาจากคุณลุงอานนท์อีกที
ชนิตาคอยช่วยเหลือเพียงใจในเรื่องกำลังทรัพย์ เพียงใจที่มีแต่สติปัญญาก็ลงแรงช่วยชนิตาเช่นกัน เธออดตาหลับขับตานอนทำแบบสรุปบทเรียนให้ชนิตาเพราะถือว่าเพื่อนกัน พอช่วยเหลืออะไรได้ก็ช่วย ชนิตาไม่ได้ออกปากให้ทำ เป็นเธอเองที่ตอบแทนน้ำใจของอีกฝ่ายเท่าที่จะทำได้
ชนิตาเติบโตมาแบบไข่ในหิน หัวอ่อน สดใส ร่าเริง และมองโลกว่าสวยงามไปหมด แทบไม่รู้จักความลำบากหรือความดำมืดใดๆของชีวิตเลย เพราะมองโลกในแง่ดีเสมอมา ต่างจากเพียงใจ ที่พบความลำบาก ความดำมืดของโลกและไม่ได้มองว่ามันสวยสดไปเสียทุกอย่าง เพียงใจไม่นิยมการพูดมาก แต่การเป็นคนนิ่งเงียบก็มักถูกมองว่าไม่รู้เท่าทัน เธอไม่จำเป็นต้องไปร้องค้านว่าตนเองไม่ใช่ ขอแค่รู้ทันตัวเอง รู้ทันคนอื่นและเอาตัวให้รอดก็พอ
มิตรภาพระหว่างเธอกับชนิตาจึงแน่นแฟ้นจนถึงทุกวันนี้
“เพียงจ๋า คิดถึงน้ำตาลไหม” ปลายสายอ้อนมาแบบทุกที จนคนฟังอดยิ้มในความเป็นเด็กอยู่เสมอไม่ได้
“คิดถึงมากๆเลย เมื่อไรจะกลับมาเสียทีล่ะน้ำตาล”
“ยังไม่มีแพลนกลับเลย แต่น้ำตาลฝากของคุณอากลับเมืองไทยไปแน่ะ มีของเพียงด้วยนะ”
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ต้องซื้อมาฝาก”
“เอาเถอะ น้ำตาลแค่อยากโทรบอกว่าให้ไปรับของที่พี่อิทธินะจ๊ะ ถึงแล้วละมังป่านนี้ วันนี้ไปเอาไดเลยไหม”
“ทำไมต้องรีบขนาดนั้น”
“พี่อิทธิน่ะสิจะไปธุระที่ภูเก็ตอาทิตย์นึง แล้วเพียงก็รู้ว่าแกชอบบ่นเวลาต้องรับฝากของให้ใคร เพียงรีบไปเอาของฝากทีนะคืนนี้เห็นว่าพี่แกจะไปเลยน่ะ” ปลายสายคงหมายถึงว่าอิทธิจะลงไปภูเก็ตคืนนี้
“จ้า ขอบใจมาก”
คุยสายกันอยู่นาน เพื่อนที่รักและสนิทที่สุดของเธอก็วางสายลง เพียงใจโทรหาอิทธิพบว่าของฝากเขานำติดมาที่ร้านด้วย เธอจึงเดินทางไปที่ร้านอาหารของเขาเพื่อรับของฝากที่ชนิตาฝากมาให้ เด็กในร้านนำเพียงใจมานั่งรอตรงแถวโต๊ะแขกวีไอพีตามคำสั่งของอิทธิ โต๊ะวีไอพีแต่ละชุดในร้านมีเพียงพุ่มไม้ตัดแต่งกิ่งแต่สูงพ้นศรีษะขณะนั่งเก้าอี้บดบังแต่ละโต๊ะไว้เพียงเท่านั้น
ช่วงที่นั่งรออิทธิ เพียงใจจึงหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดแอปพลิเคชั่นอ่านหนังสือรอท่า เธอชอบอ่านนิยายทุกประเภทแต่จะหนักไปทางนิยายรักเสียเยอะ แรกๆอ่านในเว็ปไซต์ชื่อดังแต่นักเขียนใจร้ายที่ตามอ่านงานอยู่ไม่ยอมลงจนจบเรื่อง เลยหันไปซื้ออ่านแบบที่วางขายเอาเสียเลยตัดความรำคาญใจไป
ครู่ใหญ่ๆทีเดียวที่ได้ยินเสียงสนทนาผ่านพุ่มไม้ออกมา
“นี่หน้าตาไม่ดีฉันไม่มีทางยอมช่วยเด็ดขาดเลยนะอิม”
“น่าสนุกออกนิต้า ยังกับพวกสายลับในหนังแหนะ นี่ต้องใส่ชุดรัดรูปสีดำตอนแอบไปค้นห้องคุณวิชญ์ไหมยะ”
“ก็...ไม่แน่นะ ถ้าต้องใส่ชุดแบบนั้นฉันไม่ได้ใส่ไปหารื้อซองประมูลหรอกแต่จะใส่ไปยั่วเขา”
“ต๊าย แซ่บนะยะ”
เสียงหัวเราะแหลมปรี้ดของสองสาวดังขึ้นแทบจะพร้อมๆกันทำเอาคนที่นั่งก้มหน้าอยู่งันไป ทวนคำที่พอจับใจความเมื่อครู่นี้อีกครั้ง
นิต้า?
ค้นห้อง?
ซองประมูล?
“มารับของใช่ไหม เพียง” เสียงดังจากอีกด้านเรียกสติของเพียงใจ หญิงสาวลุกขึ้นยืนทันทีแล้วรับถุงของฝากจากอิทธิ พร้อมพนมมือไหว้อีกฝ่ายตามมารยาท
“ค่ะพี่อิทธิ”
อิทธิยื่นของส่งให้แล้วชวน “จะไปไหนต่อไหมน่ะเรา
“ว่าจะกลับบ้านเลยค่ะ ไม่ไปไหนแล้ว”
“ไปสิ พี่จะไปส่ง ว่าจะแวะไปเอาของที่บ้านก่อนพอดี แล้วจะเข้ากรุงเทพแล้ว”
ขึ้นรถมาได้หน่อยหนึ่งแล้ว เพียงใจจึงเอ่ยปากถาม “พี่อิทธิรู้จักคุณนิต้าไหมคะ”
“นิต้าเหรอ... อ้อ ยัยสองคนที่นั่งอยู่ข้างหลังเราใช่ไหม น้องไอ้ชีวินไง รู้จักสิ มีอะไร”
“เปล่าค่ะ เมื่อครู่เพียงเห็นที่ร้าน เธอสวยดีนะคะ เคยเจอในงานเปิดตัวรีสอร์ทแล้วที แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร”
“สวยแต่รูป” ได้ยินอิทธิค่อนเข้าให้
“ทำพูดไป เห็นสาวๆของพี่อิทธิก็สวยแต่รูปทั้งนั้นนี่คะ”
“พูดเหมือนกันเลยนะเรากับยัยน้ำตาลนี่คงเป็นเพื่อนสนิทกันมาทุกชาติเลยละมัง เกิดวันเดียว เดือนเดียว ปีเดียวกัน ชอบอะไรก็เหมือนๆกัน ระวังเหอะจะชอบผู้ชายคนเดียวกัน”
“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เพียงจะถอยออกมาให้น้ำตาลค่ะ”
“ทำพูดไป เรื่องผู้ชายนี่ทำเพื่อนแตกหักกันมาหลายคนแล้วนะ”
“ไม่ใช่เพียงกับน้ำตาลแน่ค่ะพี่อิทธิ” คุยกันต่ออีกหลายเรื่องอิทธิก็ขับรถวนมาจอดที่หน้าบ้านของอรสาพอดี เพียงใจหยิบของแล้วกล่าวลา
“ขอบคุณมากค่ะพี่อิทธิที่มาส่ง”
“ไปเถอะ พี่จะออกเดินทางเหมือนกัน”
ยืนส่งอีกฝ่ายแล้วจึงเดินเข้าบ้านมา เสียงคุยเสียงหัวเราะของอรสาดังแว่วออกมาถึงหน้าประตู เพียงใจนึกสงสัยอยู่ว่าใครที่ทำให้อรสาหัวเราะเสียงดังได้ขนาดนี้ เธอเคาะประตูแล้วถึงเปิดเข้าไป แต่กลับเห็นภาพของคนเป็นป้ากำลังซบอยู่ที่ไหล่ของคุณลุงอานนท์บนโซฟาที่มีอยู่ตัวเดียวตรงกลางบ้าน หญิงสาวหน้าเสียเล็กน้อยกับภาพที่เห็น
วิชญ์ถามกลับด้วยความรำคาญ ไม่ทันจะได้คุยอะไรกันอีก วิชญ์ก็ถลาเข้าไปหาคุณอานนท์ เขาเกือบเข้าไปประคองบิดาไม่ทัน เมื่อคุณอานนท์ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายแล้วเซคล้ายจะล้มลงไปกองที่พื้น นาทีต่อจากนั้นถึงได้เริ่มโกลาหลขึ้น รถพยาบาลถูกตามเข้ามารับตัวคนป่วยในเวลาไม่นานจากนั้น แพทย์แจ้งว่าคุณอานนท์หัวใจวายเฉียบพลันจนต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วนวิทยาการทางแพทย์ล้ำไปมากทีเดียว คุณอานนท์ผ่าตัดไม่กี่วันก็ลุกขึ้นยืนเดินและใช้ชีวิตได้เป็นปกติ มีไม่กี่อย่างที่หมอสั่งห้ามและคนป่วยก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี วิชญ์ไม่ได้เข้าไปดูบิดาของเขาแม้แต่วันเดียว ความเจ็บปวดที่มีในความทรงจำของชายหนุ่มสร้างทิฐิสูงลิบ แม้อีกฝ่ายจะล้มหมอนนอนเสื่อ กำแพงที่คนเป็นลูกสร้างขึ้นมาก็ไม่ได้ทลายลงแม้แต่นิดเดียว ทุกเรื่องผ่านเคนผู้ช่วยมือขวาของเขา คุณอานนท์ปลอดภัยดีและออกจากโรงพยาบาลในเวลาต่อมา วิชญ์รับรู้แค่นั้นอรสานั้นออกจากโรงพยาบาลและกลับไปอยู่บ้านแล้วเช่นกันส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเพียงใจกับวิชญ์ก็เหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้เช่นนั้น เพียงใจทำงานกับเขาเป็นปกติ พูดคุยเฉพาะเรื่องงาน ไม่สบตาเขาเพราะเรื่องราวที่หวาดกลัวในใจยังไม่กระจ่าง
หากเธอเป็นลูกของอรสา ที่มีบิดาเป็นคุณลุงอานนท์ ถ้าอย่างนั้น วิชญ์กับเธอ...ก็คือพี่น้องกันน่ะสิ!“มองหน้าแปลกๆ มีอะไรจะพูดก็พูดมา”อรสาที่นั่งเอนหลังพิงเตียง หยิบผลไม้บนโต๊ะกินแล้วถามเสียงห้วนๆใส่เพียงใจ หลังจากได้ยินเรื่องในห้องน้ำ เพียงใจรู้สึกว่าใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว ร้อนสลับหนาวแปลกๆ แต่จะออกปากถามตรงๆก็กลัวความจริงที่ได้ยิน“ไม่มีอะไรค่ะ แล้วนี่...คุณลุงอานนท์มาเยี่ยมป้าสาหรือยังคะ”อรสาว่าด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “ยัง”“ให้เพียงเฝ้าไหมคะคืนนี้”“ไม่ต้องหรอก เออ...ป้าว่าจะถามแก หายไปไหนไม่มาเยี่ยมป้าเลย”ก็วันที่เธอหายไปนั่น มันมีเรื่องขึ้นมาอีก เรื่องที่ทำให้เพียงใจใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้างแล้วหากว่าเป็นความจริง ตอบท่านไปตามความจริง“ไปธุระเรื่องงานกับคุณวิชญ์มาค่ะ”อรสาหยุดเคี้ยวแล้วมองหน้าเธอด้วยแววตาอ่อนแสงลง “ต่างจังหวัดเหรอ”“ค่ะ”“อือ ดีแล้ว ทำตัวดีดี เขาจะได้รักเอ็นดูแก สงสารแกบ้าง’อรสาไม่ว่าอะไรอีก เพียงใจอยู่ด้วยอีกครู่ใหญ่อีกฝ่ายก็ไล่ให้กลับหอพักไปเพราะดึกแล้วจะเดินทางลำบาก เพียงใจร่ำลาผู้เป็นป้าแล้วเดินกลับออกมาพร้อมความคิดวนเวียนเรื่องที่ได้ยินนั่นอีกครั้งหากเธอกับวิช
เพียงใจเลยต้องตามชนิตามาที่ร้านของอิทธิในที่สุด งานวันเกิดของอิทธิไม่ได้จัดเลี้ยงแบบทุกปี คงเพราะเจ้าตัวบ่นว่าไม่อยากเห็นตัวเลขบนเค้ก เลยเป็นการกินอะไรกันง่ายๆกับเด็กในร้าน แถมร้านยังเปิดให้บริการอีกด้วย เจ้าของร้านบ่นว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี จะปิดร้านบ่อยๆก็ใช่ที่ เลยแบ่งโซนเอาไว้จัดเลี้ยง คนไหนกินอิ่มให้ผลัดเพื่อนมากินบ้าง บรรยากาศแบบพี่น้อง สบายๆอย่างที่อิทธิต้องการให้เป็น นั่งกันได้ครู่ใหญ่ ชนิตาเดินแยกออกไปรับสายสนทนาเห็นหลังไวไวว่าเปิดห้องทำงานของอิทธิไปแล้ว บนโต๊ะเลยมีเจ้าของวันเกิดนั่งกับเพียงใจสองคน“เป็นไงบ้างงานเรา” อิทธิถามขึ้นทำลายความเงียบ ผิดสังเกตบ้างกับท่าทีเซื่องซึมของเพื่อนน้องสาว ปกติเพียงใจไม่ใช่คนร่าเริงแบบชนิตา แต่ก็ไม่ใช่แบบที่จะมานั่งหงอเช่นนี้เพียงใจรู้สึกตัวแล้วรีบดึงสติกลับมาตอบ “...เรื่อยๆค่ะ”“นี่สนใจมาช่วยที่ร้านพี่ไหม”“ให้เพียงทำอะไรคะ”“เราเคยทำอะไรมา ผู้ช่วยนายวิชญ์ไม่ใช่เหรอก็มาช่วยงานพี่ที่ร้านนี่ไง เวลาพี่ไปออกทริป จะได้มีคนคอยดูแล”“อ้าว แล้วคุณเหมียวละคะ” เพียงใจที่พอรู้จักกับคนในร้านบ้าง ถามถึงผู้จัดการร้านของอิทธิ“ลาออกไปแล้ว”“เหรอคะ”“เจ้าน
“ถึงแล้วหรือคะ” วิชญ์ไม่ได้ตอบคำถาม เขาก้มลงต่อตั้งใจจะจุมพิตคนตรงหน้าให้จงได้ เพียงใจที่เพิ่งตื่นและสติเริ่มกลับคืนมาบ้างแล้วเบี่ยงหน้าหลบได้ทัน คนจ้องเอาเปรียบเลยได้ทาบลงที่ซอกคอของเธอแทน แต่ตรงนี้เขาก็ถือว่ายังกำไรอยู่ดี ตรงไหนบนตัวของเพียงใจก็ได้ทั้งนั้น เขาชอบทั้งหมดบนเนื้อตัวนุ่มนวลนี่ บอกได้เลย “นี่คุณจะทำอะไรอีก” เพียงใจถามทั้งที่ยังเบี่ยงหน้าหลบอยู่ วิชญ์ตอบโต้งๆแบบคนหน้าด้าน ไม่รู้จักพอ “จูบ” เธอยกมือขึ้นดันหน้าเขาให้พ้นไปพร้อมกับว่าเสียงแข็ง “คนอะไรไม่มียางอาย” คนไม่มียางอายรับคำด้วยใบหน้าภาคภูมิใจเสียหนักหนา “ขอบคุณ” เพียงใจเม้มปากแน่นอย่างขุ่นเคืองแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออก เปิดประตูหอบของข้างๆตรงที่วางเท้าเดินจากไปโดยไม่มองกลับมาที่เขาอีกเลย วิชญ์มองตามจนหญิงสาวลับตาไปด้วยความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ แล้วกระตุกยิ้มอย่างดูแคลนหึ! ผู้หญิง! กลับเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกปั่นป่วนมวนในช่องท้องจนอยากจะสำรอกออกมานัก ทยอยเก็บของออกจากกระเป๋าจนหมด ตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเรียกสติของตนเองให้กลับคืนมาหัวหนักอึ้งรา
“จะทำอะไรน่ะเหรอ ถามเป็นพวกไร้เดียงสาไปได้ มันไม่ได้ทำให้คุณดูดีมีราคาขึ้นหรอกนะ”บัดนี้เลือดลมในกายของวิชญ์ลุกโหมไหม้ด้วยไฟราคะเมื่อใกล้ชิดกันถึงขนาดนี้ เพียงใจมีผิวนวลเนียนนุ่มละมุนทั้งยังมีกลิ่นกายแบบที่ปลุกกำหนัดของวิชญ์ได้อย่างที่ไม่เคยเกิดกับคู่ขาคนใดมาก่อน แถมทรวดทรงยังเย้ายวนอารมณ์ปรารถนาเสียจนคนมองแทบลืมหายใจ หัวใจชายหนุ่มกระหน่ำเต้นแรงและเร็ววิชญ์ดึงเธอให้โน้มลงไปแนบฝีปากกับเขา ได้ยินเขาครางในลำคออึดใจเดียวก่อนจะถูกจุมพิตชนิดที่ทำให้โลกหยุดหมุนไปเลยทีเดียว เพียงใจรู้สึกว่าตัวของเธอกำลังลอยอยู่ในอากาศ อาการที่ถูกจูบจนตัวลอยเป็นแบบนี้เองหรือไร พอลืมตามองถึงได้พบว่าตัวของเธอลอยหวือในอากาศจริงโดยมีวิชญ์โอบอุ้มเอาไว้ เขารัดเธอเสียแนบแน่นแล้วยอมปล่อยริมฝีปากที่บดคลึงอย่างดูดดื่มออก วิชญ์พาเข้าไปในห้องของเขาเพียงใจที่เพิ่งรู้สติจึงออกแรงดิ้นรนอีกครั้งพร้อมกับต่อสู้ให้หลุดพ้นจากเขา“ปล่อยฉัน!”มีหรือที่คนโกรธจนหน้ามืดจะปล่อยไปง่ายๆ วิชญ์บอกตัวเองว่าเขาไม่ได้พิศวาสแม่นี่เท่าไรนักหรอก แต่เพราะอยากกำหราบให้หมอบราบลงก็เท่านั้น เพียงใจถูกดึงรั้งให้ลงไปนอนราบบนเตียง บรรเลงกิจกรรมระหว่างช
เพียงใจเดินออกมาพร้อมความคิดที่ว่า เขาทำทีเป็นสนใจชนิตาเพื่อนของเธอ และก็ยังนัวเนียสนิทสนมกับแอนนิตาอยู่ เธอไม่เห็นความเหมาะสมของเขากับชนิตาเลยสักนิด กลัวนักว่าชนิตาจะช้ำใจเพราะคนมากรักแบบนี้ ไม่รู้ว่าวิชญ์สลัดแอนนิตาจนหลุดมาได้อย่างไร เขากระโดดขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแล้วกระชากตัวออกสู่จุดหมายโดยไม่มีการพูดจาใดๆตลอดทาง หากคุยก็มีเพียงเรื่องงานเท่านั้น เพียงใจคิดว่าเธอควรคุยกับเขาอีกครั้ง และขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะคุยในเรื่องของชนิตา เธอไม่วางใจจริงๆที่เขามาตอแยเพื่อนของเธอแบบนี้ ชนิตาหัวอ่อนและไม่ทันเหลี่ยมของวิชญ์แน่ๆ เธอทำงานกับเขามาพักใหญ่ คิดว่าตนเองรู้จักเขาดี วิชญ์กำลังเล่นเกมหรืออาจมีแผนร้ายอะไรอยู่ในหัวก็เป็นได้ เกาะฟ้าครามเป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยขาวละเอียดและสะอาดที่สุดในแถบทะเลภาคตะวันออก น้ำทะเลสีฟ้าครามสมกับชื่อของเกาะ ด้านหลังมีทะเลสาบสองแห่งด้านหน้ามีแนวปะการังที่น่าดำน้ำลงไปดูอย่างยิ่ง ทั้งยังมีฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายรอบแนวปะการังอีกด้วยบนเกาะมีบ้านสไตล์ลอฟท์ที่วิชญ์สั่งให้ก่อสร้างเอาไว้สำหรับเป็นที่พักของเขา หากเริ่มมาจัดการ







