เข้าสู่ระบบหญิงสาวหน้าเสียเล็กน้อยกับภาพที่เห็น
อรสากำลังหว่านล้อมขอหยิบยืมเงินจากอานนท์ ที่เคยได้มาก็มากโขอยู่ และที่กำลังออกปากขอนี่ก็เป็นจำนวนที่ถือว่ามากเอาการเหมือนกัน เหตุผลร้อยแปดพันประการทำให้อานนท์ใจอ่อน ให้อรสาตามจำนวนที่เอ่ยปาก อรสาจึงอารมณ์ดี หัวเราะเสียงดังขึ้นมาทันที
“ขอโทษค่ะ” เพียงใจกล่าวขัดขึ้น
อานนท์ไม่มีท่าทางประหม่าใดๆแล้วยิ้มทักทาย “กลับมาแล้วหรือหนู”
เพียงใจเสียอีกที่เป็นฝ่ายประหม่า พอรู้มาบ้างเรื่องของอานนท์กับอรสา แต่ไม่เคยเห็นกับตาว่าท่านทั้งสองจะทำอะไรประเจิดประเจ้อเท่าครั้งนี้ แล้วยกมือไหว้ท่าน “สวัสดีค่ะคุณลุง”
ชายสูงวัยยิ้มรับแล้วทักเรื่องงานที่เธอไปเป็นผู้ช่วยให้บุตรชายของท่าน “เป็นยังไง ทำงานกับตาวิชญ์”
นึกหาคำที่ดูไม่สร้างภาพเกินไปนัก สุดท้ายก็ตอบได้แค่ว่า “ดีค่ะ”
“มีอะไรไม่สบายใจ บอกลุงเลยนะ”
ยิ้มอย่างเจียวเนื้อเจียมตัวบอกไป “ค่ะ”
อานนท์อยู่อีกนานครู่ใหญ่ทีเดียวถึงกลับ เพียงใจลงมานั่งมองหน้าอรสาแล้วกล่าวเสียงแข็งใส่ “ทำไมป้าสาทำแบบนี้คะ”
“อะไรของแก”
“ที่ป้าสากับคุณลุงอานนท์สนิทกัน แล้ว แล้วยังนั่งซบกันนั่น ป้าสากับลุงคบกันแบบไหนคะ”
“แล้วแกคิดว่าไงล่ะ”
“หนูไม่อยากคิด”
“ดีแล้ว”
“แต่หนูอยากขอร้อง ป้าสาเลิกยุ่งเกี่ยวแบบชู้สาวกับคุณลุงอานนท์ได้ไหม”
“ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น หรือกลัวเจ้านายแกเขาจะถลกหนังหัวแกออกมาปูนอนเล่น”
“อย่าไปลากเอาคนอื่นมาเกี่ยวเลยค่ะ นี่เราคุยกันแค่เรื่องของป้าสากับคุณลุงอานนท์เท่านั้นนะคะ”
“แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่ได้ล่ะ”
“ป้าสาควรมีสำนึกบ้าง คุณลุงมีครอบครัว มีลูกมีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ป้าสาจะทำลายครอบครัวคนอื่นทำไม”
ได้ยินเสียงต่อว่ามาเป็นชุด อรสาก็หน้าแดงกล่ำ ตวาดแวดใส่บ้าง“มันเรื่องอะไรของแก นังเพียง”
“ป้าสารับปากหนูแล้ว”
“ฉันไม่เคยรับปากอะไร ไม่ได้พูดสักคำเดียว”
“ถ้าอย่างนั้น เราคงอยู่ร่วมบ้านกันอีกไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”
“เก่งนี่ ทำงานแล้ว มีทางไปแล้วถึงได้ปากกล้ากับฉันได้”
“หนูอยากไปตั้งนานแล้วค่ะ” บอกอย่างมีโมโหแล้วหลบเข้ามาในห้องทันที แว่วเสียงอรสาดังโม้งเม้งตามมา
“อยากไปนักก็ออกไปเลย ไปเลย!”
เพียงใจเก็บตัวอยู่ในห้องจนเช้าจึงออกมาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าที่มีไม่กี่ชุดติดมาทำงานด้วย วิชญ์เข้างานช้าเพราะไปเฝ้ามารดาของเขาที่โรงพยาบาลทุกวัน เขาจะรอจนกว่าท่านกินอาหารเช้า กินยาและนอนพักจึงจะเข้ามาที่สำนักงาน วันนี้ก็เช่นกัน จวบจนสิบโมงเช้าวิชญ์ก็ยังไม่เข้ามา แต่แล้วกลับปรากฏร่างสาวงามที่เธอพบในงานเลี้ยงเปิดตัวรีสอร์ทของชีวินและที่ร้านอาหารของอิทธิวันก่อนและจำได้มั่นว่านั่นคือ แอนนิตา หรือ นิต้า นั่นเอง
เพียงใจละมือจากงานตรงหน้าเมื่อนึกถึงที่อีกฝ่ายคุยกับเพื่อนของตน
นิต้า?
ค้นห้อง?
ซองประมูล?
“คุณวิชญ์เข้ามาหรือยังเธอ” อีกฝ่ายเดินฉับๆเข้ามา ถามเสียงแบบไว้ตัวทีเดียว
“ยังค่ะ”
“ฉันจะเข้าไปรอในห้องวิชญ์”
“รอที่ห้องรับรองนะคะ ห้องคุณวิชญ์ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปรอค่ะ”
แอนนิตาอ้าปากค้างก่อนหุบฉับลง เบ้ปากบอกอย่างเหย่อหยิ่ง “เธอไม่รู้สินะ ว่าฉันกับวิชญ์น่ะ สนิทกันแค่ไหน”
เพียงใจตอบกลับไปทันที “ไม่ทราบค่ะ”
หญิงสาวที่แสดงตัวว่าสนิทสนมกับนายของเธอถอดแว่นออกทั้งยังส่งสายตาไม่สบอารมณ์ให้เพียงใจ แต่หญิงสาวไม่นึกหวั่น เธอยึดเอาผลประโยชน์ของเจ้านายเป็นที่ตั้ง และหากเป็นอย่างที่เธอคาด เธอจะต้องเตือนวิชญ์ว่าผู้หญิงคนนี้มีบางสิ่งแอบแฝง ไม่ประสงค์ดีกับเขา
ผู้มาเยือนใส่แว่นเข้าไปดังเดิมแล้วตั้งท่าจะเดินเข้าไปในห้องของวิชญ์ เพียงใจรีบออกมาจากโต๊ะของตนแล้วเข้ามาขวางเอาไว้
“เอ๊ะ มายืนขวางฉันทำไม”
“เข้าไม่ได้นะคะคุณ”
“ทำไมฉันจะเข้าไปไม่ได้ ออกไปเดี๋ยวนี้นะ”
“มีอะไรครับนิต้า” เสียงทักดังขัดขึ้นเสียก่อนที่ความวุ่นวายจะเกิดขึ้น ณ ที่ตรงนั้น
“ลูกจ้างคุณน่ะสิคะ ไม่ให้นิต้าเข้าไปรอในห้อง”
วิชญ์ส่งสายตาเป็นคำถามมาให้เธอ ทำนองว่า ‘มีอะไร’ เพียงใจจึงได้แต่ถอยฉากออกมา ไม่ได้ตอบ แล้วจึงคิดว่าจะหาโอกาสบอกวิชญ์ถึงเรื่องนี้ แต่ชายหนุ่มกับออกตัวปกป้องแขกสาวแสนสวยอย่างแอนนิตาเสียอย่างนั้น ทำเอาเพียงใจฉุนขึ้นมานิดๆ แต่พยายามรักษาอารมณ์เอาไว้
“คราวหลังถ้าคุณนิต้ามา ให้เข้าไปรอที่ห้องได้เลย”
ตอบรับอย่างสุภาพกลับไป “ค่ะ”
วิชญ์จึงหันไปคุยกับแอนนิตาจากนั้นแทน “เชิญข้างในเถอะครับนิต้า”
แอนนิตายิ้มหวาน เข้ามาควงแขนชายหนุ่มแล้วเดินเข้าห้องทำงานไปพร้อมๆกัน โดยมีสายตาของเพียงใจมองตามไปด้วยความไม่สบายใจนัก เธอกำลังคิดว่าจะบอกวิชญ์อย่างไร เขาจะเชื่อเธอหรือไม่
ครู่ใหญ่ทีเดียว มีสายสำคัญต้องการพูดกับวิชญ์ เพียงใจกดอินเตอร์คอมถึงเขา แต่เงียบจึงเดินไปเคาะประตูเรียก เคาะอยู่อึดใจแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ จึงเปิดเข้าไปในทันทีถึงได้เจอเขากับสาวหัวนอก ใบหน้าแนบชิดกันอยู่ คงไม่ต้องเดาว่าทำอะไรกัน
“มีอะไร ทำไมเข้ามาไม่เคาะประตูก่อน” เป็นวิชญ์ที่เอ็ดเสียงเฉียบ ใบหน้าคมเข้มมองตำหนิมาที่เธอ
“ขอโทษค่ะ” เปล่าประโยชน์จะแก้ตัวด้วยว่าเคาะเรียกอยู่นานแล้ว แต่ไม่มีการตอบรับใดๆจากเขา เลยตัดสินใจเปิดเข้ามาจึงรีบรายงาน “มีสายสำคัญถึงคุณวิชญ์ค่ะ”
เจ้าของชื่อพยักหน้ารับ แล้วผละห่างออกมาจากสาวงามที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยแม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ดูไม่งาม แอนนิตาทำเพียงขยับชุดให้เข้าที่เพียงเท่านั้น ใบหน้าสวยไม่มีแม้ความกระดากอายสักนิดเดียว
เพียงใจได้ห้องพักราคาน่ารักน่าชังพอที่จะเจียดเงินเดือนที่มีไม่มากจ่ายไปได้และอยู่แบบไม่ลำบากเท่าไรนัก เนื่องจากเป็นหอพักที่สร้างเอาไว้นานแล้วแต่ยังคงรักษาความสะอาดเอาไว้ได้ดี ที่ตั้งห่างจากตลาดไปค่อนข้างไกลและอยู่คนละฝั่งกับบ้านของอรสา ในห้องมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน เธอจึงไม่ต้องจัดหาสิ่งใดเข้ามาเพิ่มอีก จัดของจนเสร็จก็กะจะเดินออกไปหาซื้อของใช้ส่วนตัวที่ร้านสะดวกซื้อ ขณะหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงตะกร้า ก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อของตนเอง
“เพียง”
เพียงใจหันไปตามต้นเสียงทันที ก่อนทักทายกลับ “คุณเคน”
วิชญ์ถามกลับด้วยความรำคาญ ไม่ทันจะได้คุยอะไรกันอีก วิชญ์ก็ถลาเข้าไปหาคุณอานนท์ เขาเกือบเข้าไปประคองบิดาไม่ทัน เมื่อคุณอานนท์ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายแล้วเซคล้ายจะล้มลงไปกองที่พื้น นาทีต่อจากนั้นถึงได้เริ่มโกลาหลขึ้น รถพยาบาลถูกตามเข้ามารับตัวคนป่วยในเวลาไม่นานจากนั้น แพทย์แจ้งว่าคุณอานนท์หัวใจวายเฉียบพลันจนต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วนวิทยาการทางแพทย์ล้ำไปมากทีเดียว คุณอานนท์ผ่าตัดไม่กี่วันก็ลุกขึ้นยืนเดินและใช้ชีวิตได้เป็นปกติ มีไม่กี่อย่างที่หมอสั่งห้ามและคนป่วยก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี วิชญ์ไม่ได้เข้าไปดูบิดาของเขาแม้แต่วันเดียว ความเจ็บปวดที่มีในความทรงจำของชายหนุ่มสร้างทิฐิสูงลิบ แม้อีกฝ่ายจะล้มหมอนนอนเสื่อ กำแพงที่คนเป็นลูกสร้างขึ้นมาก็ไม่ได้ทลายลงแม้แต่นิดเดียว ทุกเรื่องผ่านเคนผู้ช่วยมือขวาของเขา คุณอานนท์ปลอดภัยดีและออกจากโรงพยาบาลในเวลาต่อมา วิชญ์รับรู้แค่นั้นอรสานั้นออกจากโรงพยาบาลและกลับไปอยู่บ้านแล้วเช่นกันส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเพียงใจกับวิชญ์ก็เหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้เช่นนั้น เพียงใจทำงานกับเขาเป็นปกติ พูดคุยเฉพาะเรื่องงาน ไม่สบตาเขาเพราะเรื่องราวที่หวาดกลัวในใจยังไม่กระจ่าง
หากเธอเป็นลูกของอรสา ที่มีบิดาเป็นคุณลุงอานนท์ ถ้าอย่างนั้น วิชญ์กับเธอ...ก็คือพี่น้องกันน่ะสิ!“มองหน้าแปลกๆ มีอะไรจะพูดก็พูดมา”อรสาที่นั่งเอนหลังพิงเตียง หยิบผลไม้บนโต๊ะกินแล้วถามเสียงห้วนๆใส่เพียงใจ หลังจากได้ยินเรื่องในห้องน้ำ เพียงใจรู้สึกว่าใจไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว ร้อนสลับหนาวแปลกๆ แต่จะออกปากถามตรงๆก็กลัวความจริงที่ได้ยิน“ไม่มีอะไรค่ะ แล้วนี่...คุณลุงอานนท์มาเยี่ยมป้าสาหรือยังคะ”อรสาว่าด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย “ยัง”“ให้เพียงเฝ้าไหมคะคืนนี้”“ไม่ต้องหรอก เออ...ป้าว่าจะถามแก หายไปไหนไม่มาเยี่ยมป้าเลย”ก็วันที่เธอหายไปนั่น มันมีเรื่องขึ้นมาอีก เรื่องที่ทำให้เพียงใจใจคอไม่ดีขึ้นมาบ้างแล้วหากว่าเป็นความจริง ตอบท่านไปตามความจริง“ไปธุระเรื่องงานกับคุณวิชญ์มาค่ะ”อรสาหยุดเคี้ยวแล้วมองหน้าเธอด้วยแววตาอ่อนแสงลง “ต่างจังหวัดเหรอ”“ค่ะ”“อือ ดีแล้ว ทำตัวดีดี เขาจะได้รักเอ็นดูแก สงสารแกบ้าง’อรสาไม่ว่าอะไรอีก เพียงใจอยู่ด้วยอีกครู่ใหญ่อีกฝ่ายก็ไล่ให้กลับหอพักไปเพราะดึกแล้วจะเดินทางลำบาก เพียงใจร่ำลาผู้เป็นป้าแล้วเดินกลับออกมาพร้อมความคิดวนเวียนเรื่องที่ได้ยินนั่นอีกครั้งหากเธอกับวิช
เพียงใจเลยต้องตามชนิตามาที่ร้านของอิทธิในที่สุด งานวันเกิดของอิทธิไม่ได้จัดเลี้ยงแบบทุกปี คงเพราะเจ้าตัวบ่นว่าไม่อยากเห็นตัวเลขบนเค้ก เลยเป็นการกินอะไรกันง่ายๆกับเด็กในร้าน แถมร้านยังเปิดให้บริการอีกด้วย เจ้าของร้านบ่นว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี จะปิดร้านบ่อยๆก็ใช่ที่ เลยแบ่งโซนเอาไว้จัดเลี้ยง คนไหนกินอิ่มให้ผลัดเพื่อนมากินบ้าง บรรยากาศแบบพี่น้อง สบายๆอย่างที่อิทธิต้องการให้เป็น นั่งกันได้ครู่ใหญ่ ชนิตาเดินแยกออกไปรับสายสนทนาเห็นหลังไวไวว่าเปิดห้องทำงานของอิทธิไปแล้ว บนโต๊ะเลยมีเจ้าของวันเกิดนั่งกับเพียงใจสองคน“เป็นไงบ้างงานเรา” อิทธิถามขึ้นทำลายความเงียบ ผิดสังเกตบ้างกับท่าทีเซื่องซึมของเพื่อนน้องสาว ปกติเพียงใจไม่ใช่คนร่าเริงแบบชนิตา แต่ก็ไม่ใช่แบบที่จะมานั่งหงอเช่นนี้เพียงใจรู้สึกตัวแล้วรีบดึงสติกลับมาตอบ “...เรื่อยๆค่ะ”“นี่สนใจมาช่วยที่ร้านพี่ไหม”“ให้เพียงทำอะไรคะ”“เราเคยทำอะไรมา ผู้ช่วยนายวิชญ์ไม่ใช่เหรอก็มาช่วยงานพี่ที่ร้านนี่ไง เวลาพี่ไปออกทริป จะได้มีคนคอยดูแล”“อ้าว แล้วคุณเหมียวละคะ” เพียงใจที่พอรู้จักกับคนในร้านบ้าง ถามถึงผู้จัดการร้านของอิทธิ“ลาออกไปแล้ว”“เหรอคะ”“เจ้าน
“ถึงแล้วหรือคะ” วิชญ์ไม่ได้ตอบคำถาม เขาก้มลงต่อตั้งใจจะจุมพิตคนตรงหน้าให้จงได้ เพียงใจที่เพิ่งตื่นและสติเริ่มกลับคืนมาบ้างแล้วเบี่ยงหน้าหลบได้ทัน คนจ้องเอาเปรียบเลยได้ทาบลงที่ซอกคอของเธอแทน แต่ตรงนี้เขาก็ถือว่ายังกำไรอยู่ดี ตรงไหนบนตัวของเพียงใจก็ได้ทั้งนั้น เขาชอบทั้งหมดบนเนื้อตัวนุ่มนวลนี่ บอกได้เลย “นี่คุณจะทำอะไรอีก” เพียงใจถามทั้งที่ยังเบี่ยงหน้าหลบอยู่ วิชญ์ตอบโต้งๆแบบคนหน้าด้าน ไม่รู้จักพอ “จูบ” เธอยกมือขึ้นดันหน้าเขาให้พ้นไปพร้อมกับว่าเสียงแข็ง “คนอะไรไม่มียางอาย” คนไม่มียางอายรับคำด้วยใบหน้าภาคภูมิใจเสียหนักหนา “ขอบคุณ” เพียงใจเม้มปากแน่นอย่างขุ่นเคืองแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออก เปิดประตูหอบของข้างๆตรงที่วางเท้าเดินจากไปโดยไม่มองกลับมาที่เขาอีกเลย วิชญ์มองตามจนหญิงสาวลับตาไปด้วยความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ แล้วกระตุกยิ้มอย่างดูแคลนหึ! ผู้หญิง! กลับเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกปั่นป่วนมวนในช่องท้องจนอยากจะสำรอกออกมานัก ทยอยเก็บของออกจากกระเป๋าจนหมด ตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเรียกสติของตนเองให้กลับคืนมาหัวหนักอึ้งรา
“จะทำอะไรน่ะเหรอ ถามเป็นพวกไร้เดียงสาไปได้ มันไม่ได้ทำให้คุณดูดีมีราคาขึ้นหรอกนะ”บัดนี้เลือดลมในกายของวิชญ์ลุกโหมไหม้ด้วยไฟราคะเมื่อใกล้ชิดกันถึงขนาดนี้ เพียงใจมีผิวนวลเนียนนุ่มละมุนทั้งยังมีกลิ่นกายแบบที่ปลุกกำหนัดของวิชญ์ได้อย่างที่ไม่เคยเกิดกับคู่ขาคนใดมาก่อน แถมทรวดทรงยังเย้ายวนอารมณ์ปรารถนาเสียจนคนมองแทบลืมหายใจ หัวใจชายหนุ่มกระหน่ำเต้นแรงและเร็ววิชญ์ดึงเธอให้โน้มลงไปแนบฝีปากกับเขา ได้ยินเขาครางในลำคออึดใจเดียวก่อนจะถูกจุมพิตชนิดที่ทำให้โลกหยุดหมุนไปเลยทีเดียว เพียงใจรู้สึกว่าตัวของเธอกำลังลอยอยู่ในอากาศ อาการที่ถูกจูบจนตัวลอยเป็นแบบนี้เองหรือไร พอลืมตามองถึงได้พบว่าตัวของเธอลอยหวือในอากาศจริงโดยมีวิชญ์โอบอุ้มเอาไว้ เขารัดเธอเสียแนบแน่นแล้วยอมปล่อยริมฝีปากที่บดคลึงอย่างดูดดื่มออก วิชญ์พาเข้าไปในห้องของเขาเพียงใจที่เพิ่งรู้สติจึงออกแรงดิ้นรนอีกครั้งพร้อมกับต่อสู้ให้หลุดพ้นจากเขา“ปล่อยฉัน!”มีหรือที่คนโกรธจนหน้ามืดจะปล่อยไปง่ายๆ วิชญ์บอกตัวเองว่าเขาไม่ได้พิศวาสแม่นี่เท่าไรนักหรอก แต่เพราะอยากกำหราบให้หมอบราบลงก็เท่านั้น เพียงใจถูกดึงรั้งให้ลงไปนอนราบบนเตียง บรรเลงกิจกรรมระหว่างช
เพียงใจเดินออกมาพร้อมความคิดที่ว่า เขาทำทีเป็นสนใจชนิตาเพื่อนของเธอ และก็ยังนัวเนียสนิทสนมกับแอนนิตาอยู่ เธอไม่เห็นความเหมาะสมของเขากับชนิตาเลยสักนิด กลัวนักว่าชนิตาจะช้ำใจเพราะคนมากรักแบบนี้ ไม่รู้ว่าวิชญ์สลัดแอนนิตาจนหลุดมาได้อย่างไร เขากระโดดขึ้นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแล้วกระชากตัวออกสู่จุดหมายโดยไม่มีการพูดจาใดๆตลอดทาง หากคุยก็มีเพียงเรื่องงานเท่านั้น เพียงใจคิดว่าเธอควรคุยกับเขาอีกครั้ง และขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะคุยในเรื่องของชนิตา เธอไม่วางใจจริงๆที่เขามาตอแยเพื่อนของเธอแบบนี้ ชนิตาหัวอ่อนและไม่ทันเหลี่ยมของวิชญ์แน่ๆ เธอทำงานกับเขามาพักใหญ่ คิดว่าตนเองรู้จักเขาดี วิชญ์กำลังเล่นเกมหรืออาจมีแผนร้ายอะไรอยู่ในหัวก็เป็นได้ เกาะฟ้าครามเป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยขาวละเอียดและสะอาดที่สุดในแถบทะเลภาคตะวันออก น้ำทะเลสีฟ้าครามสมกับชื่อของเกาะ ด้านหลังมีทะเลสาบสองแห่งด้านหน้ามีแนวปะการังที่น่าดำน้ำลงไปดูอย่างยิ่ง ทั้งยังมีฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายรอบแนวปะการังอีกด้วยบนเกาะมีบ้านสไตล์ลอฟท์ที่วิชญ์สั่งให้ก่อสร้างเอาไว้สำหรับเป็นที่พักของเขา หากเริ่มมาจัดการ







