Share

บทที่ 3

Penulis: แตงแตง
ฉันจัดการเรื่องราวทั้งหมดอย่างเงียบ ๆ ก่อนออกเดินทาง และตัดสินใจขายบ้านของเราไปในราคาขาดทุน

วันที่ส่งมอบกุญแจให้นายหน้า ฉันพบเอกสารโครงการบริษัทของเส้ามู่ในห้องทำงาน

หลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจเอาไปส่งให้เส้ามู่

พอเดินไปถึงหน้าประตูห้องทำงานของเขา ฉันก็ได้ยินเสียงพูดคุยหยอกล้อดังมาจากข้างใน ไม่ได้มีแค่เถาซือกับเส้ามู่เท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มเพื่อนสนิทของเส้ามู่อยู่ด้วย

ขณะที่ฉันกำลังจะเคาะประตู เสียงเพื่อนสนิทของเส้ามู่ก็ดังขึ้น

“เส้ามู่ เพื่อนคนอื่น ๆ รู้เรื่องที่นายกับสวี่หลานทะเลาะกันในงานแต่งหมดแล้วนะ พวกนั้นแอบมาถามฉันว่าพวกนายเลิกกันแล้วจริงหรือเปล่า?"

เถาซือเหลือบมาเห็นฉันที่ยืนอยู่หน้าประตู น้ำเสียงของเธอฟังดูโทษตัวเอง แต่สายตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความท้าทาย

“ประธานเส้าคะ เรื่องนี้ต้องโทษฉันเองค่ะ ฉันไปร่วมงานแต่งครั้งแรกเลยไม่มีประสบการณ์ ถึงได้ไปแย่งช่อดอกไม้เจ้าสาว จนทำให้คุณกับคุณสวี่หลานต้องมาทะเลาะกันแบบนี้”

เสียงของเส้ามู่ดังตอบกลับมา

“ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก สวี่หลานใจแคบเองต่างหาก”

เพื่อนของเขาแกล้งหยั่งเชิง

“เส้ามู่ ครั้งนี้นายเอาจริงดิ? ถึงขั้นย้ายออกมาเลยเนี่ยนะ นี่ตั้งใจจะเลิกกับสวี่หลาน แล้วมาคบกับเถาซือเหรอ?”

เส้ามู่ชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงเจือความเย็นชาขึ้นมาหลายส่วน

“พูดบ้าอะไร? ฉันรักสวี่หลานขนาดนั้นจะเลิกกันได้ยังไง? ที่ฉันย้ายออกมา ก็เพื่ออยากให้สวี่หลานได้ทบทวนตัวเองดี ๆ จะได้เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของขนาดนี้สักที”

เส้ามู่ไม่ทันสังเกตว่าพอเถาซือได้ยินประโยคนั้น สีหน้าก็เต็มไปด้วยความริษยา

“รอให้เธอคิดได้เมื่อไหร่ ฉันถึงค่อยย้ายกลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิม”

ผู้ช่วยของเส้ามู่พลันพูดขึ้นด้วยความลังเลใจและหยั่งเชิงอยู่ในทีว่า “แต่ประธานเส้าครับ คุณจะทำสงครามประสาทกับคุณสวี่หลานต่อไปจริง ๆ เหรอครับ? เมื่อวานผมเห็นคุณหลินหรานไปซื้อชุดราตรี แถมยังได้ยินคุณหลินหรานบอกกับพนักงานร้านว่า อีกหนึ่งอาทิตย์เธอจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้เพื่อนสนิทที่สุดของเธอ ซึ่งเพื่อนสนิทที่สุดของเธอก็คือคุณสวี่หลานไม่ใช่เหรอครับ?”

บรรยากาศเงียบสงัดลงในพริบตา

เส้ามู่มีสีหน้าชะงักงัน “ในเมื่อไม่มีเจ้าบ่าว แล้วจะมีงานแต่งได้ยังไง ปกติฉันก็ยอมตามใจเธอมามากพอแล้ว ครั้งนี้ฉันต้องทำให้เธอเข้าใจว่า ฉันเป็นซีอีโอของบริษัท จะให้ทุกเรื่องเป็นไปตามใจเธอ ให้เธอเป็นคนตัดสินใจทั้งหมดไม่ได้หรอก!”

ฉันวางเอกสารลงบนพื้นหน้าประตูอย่างแผ่วเบา แล้วหันหลังเดินจากมาโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง

และวันต่อมา ฉันก็ลากกระเป๋าเดินทาง ก้าวขึ้นเครื่องบินกลับยุโรป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักแปดปีที่ไม่มีความหมาย   บทที่ 8

    หลังการรับประทานอาหารครั้งนั้น พ่อของฉันก็ไม่เคยไปที่ร้านอาหารแห่งนั้นอีกเลยเส้ามู่ขาดการติดต่อและไม่อาจรู้ข่าวคราวของฉันอีกครั้งแต่เขาก็ยังไม่ยอมตัดใจ คอยมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวคฤหาสน์ที่ฉันใช้พักรอคลอดแต่กว่าจะได้พบหน้าเขาอีกครั้ง ก็เป็นเวลาหลังจากนั้นหนึ่งปีแล้วฉันซึ่งคลอดลูกเรียบร้อยกำลังนั่งอยู่กับหลินหรานที่ร้านกาแฟตรงหัวมุมถนน โดยเลือกที่นั่งติดริมหน้าต่างวินาทีที่เส้ามู่ซึ่งอยู่บนถนนมองทะลุหน้าต่างเข้ามาเห็นฉัน แววตาของเขาก็ทอประกายด้วยความประหลาดใจระคนยินดี ก่อนพุ่งพรวดเข้ามาในร้านโดยไม่ลังเล"หลานหลาน!"ฉันจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา รอยยิ้มบนใบหน้าพลันจางหายไป"คุณเส้า ไม่เจอกันนานเลยนะคะ"ท่าทีอันหมางเมินและเย็นชาของฉันเปรียบเสมือนน้ำเย็นจัดที่สาดรดลงมา ดับความยินดีและความหวังของเขาไปกว่าครึ่งในขณะที่หลินหรานซึ่งนั่งอยู่ข้างฉันเอาแต่จ้องมองเขาด้วยความระแวดระวัง"เราขอคุยกันตามลำพังได้ไหม? แค่ห้านาทีก็พอ" เสียงของเส้ามู่แหบพร่า เขามองดูหน้าท้องที่แบนราบของฉัน ก่อนรีบถามด้วยน้ำเสียงคล้ายอ้อนวอนฉันลังเลครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าให้หลินหรานรอจนหลินหรานลุกขึ้น และ

  • รักแปดปีที่ไม่มีความหมาย   บทที่ 7

    ด้วยความที่ฉันกำลังยุ่งอยู่กับการเข้าพิธีจึงไม่ได้สังเกตเห็นเหตุการณ์แทรกซ้อนที่เกิดขึ้นตรงมุมนั้น ความสนใจทั้งหมดของฉันจดจ่ออยู่กับการรับรองแขกเหรื่อที่มาร่วมงานอย่างคับคั่งและจัดการเรื่องจุกจิกต่าง ๆ ในพิธีแม้ว่าพิธียังไม่ทันจบ แต่ฉันก็รู้สึกเหนื่อยล้าและปวดเมื่อยบริเวณช่วงเอวกับแผ่นหลังแล้วโชคดีที่เส้าซวี่คอยประคองฉันไว้อย่างอ่อนโยนและเป็นสุภาพบุรุษอยู่เสมอ เขาคอยอยู่เคียงข้างและรับมือกับแขกเหรื่อรวมถึงสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ไปด้วยกันกับฉันเมื่อพิธีเสร็จสิ้น เส้าซวี่ก็ถอดรองเท้าส้นสูงให้ฉัน รวมถึงช่วยนวดเท้าให้ฉันอย่างทะนุถนอมเมื่อฉันมองดูผู้ชายที่แสนอ่อนโยนซึ่งเพิ่งเคยพบหน้ากันเพียงไม่กี่ครั้งคนนี้ ก็ให้รู้สึกทั้งซาบซึ้งและละอายใจในเวลาเดียวกัน “ขอบคุณนะคะ รอให้ฉันคลอดลูกก่อนนะ แล้วฉันจะไปคุยกับพ่อแม่ของเราทั้งสองฝ่ายให้รู้เรื่องตามที่ตกลงกันไว้ และจะยุติการแต่งงานของเราให้เองค่ะ”มือที่กำลังนวดของเส้าซวี่ชะงักไปชั่วขณะ ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ฉันอย่างหล่อเหลา“ไม่ต้องรีบหรอกครับ ผมเป็นคนเสนอตัวกับคุณพ่อคุณแม่คุณเองว่าอยากจะช่วย ดังนั้น คุณค่อย ๆ ค

  • รักแปดปีที่ไม่มีความหมาย   บทที่ 6

    เส้าซวี่?เส้ามู่ราวกับถูกตะปูตอกตรึงอยู่กับที่เลือดในกายทุกหยดกำลังเดือดพล่านร่างกายของเขาสั่นสะท้าน แม้แต่สายตาก็เริ่มพร่าเลือน“ว่าไงนะ?”พนักงานคนที่เพิ่งขวางเส้ามู่ไว้เมื่อครู่หันมามองเขาด้วยความตกตะลึง “คุณผู้ชายคนนั้นต่างหากที่เป็นเจ้าบ่าวตัวจริง ฉันก็ว่าอยู่! เจ้าบ่าวที่ไหนจะมางานตัวเองสายขนาดนี้!”“รปภ.! รีบมาเร็วเข้า มีนักต้มตุ๋นแอบอ้างเป็นเจ้าบ่าวแฝงตัวเข้ามาในงาน!”พนักงานขยับเข้ามายืนขวางหน้าเส้ามู่ พร้อมกรอกเสียงเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยผ่านวิทยุสื่อสารด้วยความลนลานแต่เส้ามู่กลับไม่ได้ใส่ใจเสียงตะโกนข้างหูสักนิดสายตาของเขาจับจ้องมาที่ฉัน เช่นเดียวกับท่อนแขนของเส้าซวี่ซึ่งฉันกำลังควงอยู่ตาไม่กะพริบไม่!เป็นไปไม่ได้!“สวี่หลาน!”เขาผลักพนักงานกระเด็นออกไป หมายพุ่งตรงมาหาฉันโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นแต่กลับมีร่างหนึ่งเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ได้เร็วกว่าเธอคือหลินหราน ผู้ซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ“ถอยไป!”เส้ามู่คำรามใส่เธอเป็นเชิงข่มขู่ ขณะพยายามเบี่ยงตัวหลบเธอเพื่อมาหาฉัน แต่เขากลับถูกหลินหรานผลักออกไปโดยแรง“แกคิดจะทำอะไร! คนหน้าไม่อาย! ที่นี่คือยุโรป

  • รักแปดปีที่ไม่มีความหมาย   บทที่ 5

    เส้ามู่ชะงักไปเล็กน้อยเขาจะไปมีบัตรเชิญได้อย่างไร?ไม่สิ! เขาเป็นเจ้าบ่าว จะต้องใช้บัตรเชิญไปเพื่ออะไร!เส้ามู่ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ“แต่ผมเป็นเจ้าบ่าวของงานนี้นะ!”“เจ้าบ่าวเหรอ? ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายชื่ออะไรเอ่ย?”พนักงานถามด้วยความงุนงงพลางเปิดรายชื่อแขกเพื่อตรวจสอบ แต่กลับถูกเส้ามู่ใช้มือหนึ่งกดทับไว้“ผมชื่อเส้ามู่ เป็นประธานบริษัทเส้าซื่อกรุ๊ป! คนที่จะแต่งงานกับสวี่หลานลูกสาวของตระกูลสวี่แห่งราชวงศ์ได้ นอกจากผมแล้ว ยังจะมีคุณเส้าคนไหนอีกหรือไง?”น้ำเสียงของเขาทั้งเย็นชา ดุดัน และไม่ยอมให้ใครมาตั้งข้อสงสัยเมื่อพนักงานสาวตกใจในท่าทางอันเด็ดเดี่ยวของเขา จึงมองมาด้วยความเลิ่กลั่ก“ตกลงว่าคุณคือคุณเส้าที่เป็นเจ้าบ่าวเหรอคะ? ขอโทษด้วยค่ะ ถ้างั้นฉันจะพาคุณเข้าไปในงานเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”เส้ามู่เดินหน้าบึ้งเข้ามาในงานแต่ง เมื่อมองดูแขกเหรื่อที่แน่นขนัดห้องจัดเลี้ยงอันแสนงดงาม ในใจก็พลันรู้สึกอึดอัดระคนโกรธเคืองขึ้นมาเดิมทีควรเป็นเขาที่จัดการงานแต่งครั้งนี้ทั้งการขอแต่งงาน ชุดเจ้าสาว เมนูอาหาร การเรียนเชิญแขก หรือแม้กระทั่งการตกแต่งสถานที่และการจัดดอกไม้ทั้งหมดนี้ค

  • รักแปดปีที่ไม่มีความหมาย   บทที่ 4

    หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง เมื่อเส้ามู่จัดการธุรกิจของเขาเสร็จ ถึงได้มาเปิดแชตระหว่างฉันกับเขาขึ้นมาดูหน้าจอยังคงค้างอยู่ที่ข้อความสุดท้ายซึ่งเขาส่งมาหาฉันว่า "บอกแล้วไง ผมจะไม่รีบแต่งงานลวก ๆ เด็ดขาด คุณเองก็ไปคิดทบทวนดูให้ดี เอาไว้คุณเลิกเร่งรัดผมเมื่อไหร่ ผมค่อยกลับบ้านแล้วกัน"เมื่อพบว่าฉันไม่ได้ตอบกลับ เส้ามู่ก็ขมวดคิ้วมุ่นเขาทราบว่าตนเองรู้จักฉันดี ต่อให้จะทะเลาะหรือทำสงครามประสาทกันแค่ไหน ฉันก็มักเป็นฝ่ายทักไปหาเขาก่อนเสมอ เพื่อถามว่าเขาจะกลับบ้านเมื่อไหร่แต่ครั้งนี้ เขาแยกตัวออกไปได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว ฉันกลับไม่ส่งข้อความหาเขาเลยแม้แต่ประโยคเดียวความรู้สึกไม่สบายใจสายหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในใจเขาในตอนนั้นเอง ผู้ช่วยของเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตะโกนว่า"ประธานเส้าครับ ดูนี่สิครับ! รูปในอินสตาแกรมที่คุณหลินหรานโพสต์! วันนี้เป็นงานแต่งของคุณสวี่หลานครับ! แถมตระกูลสวี่ยังเชิญแขกเหรื่อมาร่วมงานตั้งมากมายด้วย!"เส้ามู่รีบกระชากโทรศัพท์ไปดูทันที ในภาพนั้นฉันสวมชุดเจ้าสาว มือถือช่อดอกไม้ ยืนอยู่ข้างหน้าต่างที่มีผ้าม่านพลิ้วไหว ดูสง่างามเหลือเกินเส้ามู่มองภาพนั้นจนตาค้าง แต่ในวินา

  • รักแปดปีที่ไม่มีความหมาย   บทที่ 3

    ฉันจัดการเรื่องราวทั้งหมดอย่างเงียบ ๆ ก่อนออกเดินทาง และตัดสินใจขายบ้านของเราไปในราคาขาดทุนวันที่ส่งมอบกุญแจให้นายหน้า ฉันพบเอกสารโครงการบริษัทของเส้ามู่ในห้องทำงานหลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจเอาไปส่งให้เส้ามู่พอเดินไปถึงหน้าประตูห้องทำงานของเขา ฉันก็ได้ยินเสียงพูดคุยหยอกล้อดังมาจากข้างใน ไม่ได้มีแค่เถาซือกับเส้ามู่เท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มเพื่อนสนิทของเส้ามู่อยู่ด้วยขณะที่ฉันกำลังจะเคาะประตู เสียงเพื่อนสนิทของเส้ามู่ก็ดังขึ้น“เส้ามู่ เพื่อนคนอื่น ๆ รู้เรื่องที่นายกับสวี่หลานทะเลาะกันในงานแต่งหมดแล้วนะ พวกนั้นแอบมาถามฉันว่าพวกนายเลิกกันแล้วจริงหรือเปล่า?"เถาซือเหลือบมาเห็นฉันที่ยืนอยู่หน้าประตู น้ำเสียงของเธอฟังดูโทษตัวเอง แต่สายตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความท้าทาย“ประธานเส้าคะ เรื่องนี้ต้องโทษฉันเองค่ะ ฉันไปร่วมงานแต่งครั้งแรกเลยไม่มีประสบการณ์ ถึงได้ไปแย่งช่อดอกไม้เจ้าสาว จนทำให้คุณกับคุณสวี่หลานต้องมาทะเลาะกันแบบนี้”เสียงของเส้ามู่ดังตอบกลับมา“ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก สวี่หลานใจแคบเองต่างหาก”เพื่อนของเขาแกล้งหยั่งเชิง“เส้ามู่ ครั้งนี้นายเอาจริงดิ? ถึงขั้นย้าย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status