Share

บทที่ 4

Author: เสือดาวน้อย
อีกฝ่ายเงียบอีกครั้ง

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานขนาดไหน ฟู่เยี่ยนสวินหัวเราะอย่างเย็นชา “ลู่สือ เธอให้นายแสดงละครกับเธอเหรอ?”

ลู่สืออยากฆ่าฟู่เยี่ยนสวินจนทนไม่ไหวแล้ว เขาตวาดด้วยเสียงสะอื้น “ถงซี......”

ทันใดนั้นมือข้างหนึ่งดึงเขาไว้เบาๆ

พอก้มดู คนที่ไม่ได้สติเมื่อครู่ฟื้นขึ้นมาแล้ว

ถงซีส่ายหน้าอย่างยากลำบาก เธอพูดโดยไม่ส่งเสียงออกมา “อย่า ให้ เขา มา”

ตอนนี้อัตราการเต้นของหัวใจบนเครื่องวัดสัญญาณชีพเริ่มเพิ่มขึ้นทีละนิด

เสียงแหบพร่าของฟู่เยี่ยนสวินดังออกมา “เธอเป็นอะไร?”

แต่ลู่สือไม่มีเวลาอธิบายให้เขาฟังแล้ว เขามองอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้น แล้วกดวางสายด้วยความดีใจแทบบ้า รีบวิ่งไปเรียกอาจารย์หมออย่างรวดเร็ว

หลังจากตรวจดูอีกครั้ง หมอถอดแมสก์ออก พูดอย่างโล่งใจพร้อมกับเหงื่อที่ไหลออกมาเยอะมาก “ค่าต่างๆ ของร่างกายเธอกลับมาเป็นปกติแล้ว รีบเข็นไปที่ห้องสังเกตอาการเร็ว!”

หลังจากนั้นถงซีโดนเข็นเข้าไปในห้องสังเกตอาการ

อีกด้านหนึ่ง หลังจากฟู่เยี่ยนสวินโดนลู่สือวางสายใส่ เขาจ้องมือถืออยู่นาน

เซี่ยเยียนเห็นเขาเหม่อเพราะถงซีอีกแล้ว ดวงตาเธอฉายแววเคียดแค้น

“เยี่ยนสวิน พวกเขาต้องร่วมมือกันหลอกนายแน่ๆ แค่อยากเรียกร้องความสนใจเท่านั้น ผ่านมาตั้งหลายปี ถงซียังไม่เลิกเล่นละครแบบนี้อีกเหรอ?”

เธอพูดแล้วจะไปจับมือฟู่เยี่ยนสวิน แต่พลาดเพราะเขาดันลุกขึ้นมาเสียก่อน

ฟู่เยี่ยนสวินเอ่ยเสียงเรียบ “ฉันยังมีงานที่ยังทำไม่เสร็จ เธอกลับไปก่อนเถอะ”

ตอนแรกเซี่ยเยียนคิดว่าวันนี้ตัวเองจะได้ค้างคืนที่นี่ พอได้ยินประโยคนี้ เธอทำได้แค่กลับไปด้วยความโมโหสุดขีด

ที่ห้องหนังสือ

ฟู่เยี่ยนสวินจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่กลับรู้สึกว่าจิตใจสับสนวุ่นวาย ทำยังไงก็ไม่สามารถสงบใจได้

สุดท้ายเขาโทรไปหาเลขาอีกคนหนึ่ง

“เช็กให้หน่อยว่าตอนนี้ถงซีอยู่ที่ไหน”

เขาฟังออกว่าเสียงตัวเองกำลังสั่น

เลขาขานรับ

หลังผ่านไปสิบกว่านาที เลขาโทรกลับมา

“ประธานฟู่ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเลขาถงเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลหมิงอัน แต่พ้นขีดอันตรายแล้ว”

ฟู่เยี่ยนสวินกำมือถืออยู่อย่างนั้น ไม่ยอมพูดอะไรอยู่นาน

นานจนเลขาถึงกับถามว่า “คุณ......จะไปเยี่ยมเธอไหม?”

ฟู่เยี่ยนสวินเงียบอยู่นานมาก แต่ดันพูดออกมาว่า “อย่าให้เธอรู้ว่าฉันถามเรื่องนี้”

เลขาขานรับอย่างตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นสายก็โดนตัดไป

ฟู่เยี่ยนสวินไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ในคืนนั้นไฟที่ห้องหนังสือสว่างทั้งคืน

วันต่อมา ที่โรงพยาบาล

สีหน้าถงซีดีขึ้นเล็กน้อย

ลู่สือเฝ้าอยู่ข้างๆ ตลอด เขาแทบจะอ้อนวอนเธอ “ซีซี เธอยื้อต่อไปไม่ได้แล้วนะ เธอต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อทำคีโม ไม่งั้นเธออยู่ได้อีกไม่นานแน่นอน!”

แต่ถงซียิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา “ถ้าอย่างนั้นก็ดีมากเลย ฉันรอวันนั้นมาตลอด”

ลู่สือช็อกไปแล้ว

เขารู้สึกเจ็บที่หัวใจเป็นอย่างมาก น้ำเสียงสั่นเครือ “เธอต้องลงโทษตัวเองถึงขนาดนี้เลยเหรอ?”

“สำหรับฉัน ความตายไม่ใช่การลงโทษ ลู่สือ ขอบคุณที่นายอยู่เคียงข้างฉันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถ้านายหวังดีกับฉันจริงๆ ให้ฉันตัดสินใจเองเถอะ ถือว่าฉันขอร้องล่ะ”

จิตวิญญาณของเธอตายไปตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนแล้ว

ตอนนี้ในที่สุดก็ได้เวลาของร่างกายแล้ว

ผ่านไปไม่กี่วัน ถงซีไม่สนใจการห้ามปรามของลู่สือ รีบออกจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

เพราะครบรอบวันตายของฟู่หว่านอิ๋งแล้ว

ถงซีถือช่อดอกเบญจมาศมาที่สุสาน

เธอยืนหน้าป้ายหลุมศพ มองเด็กผู้หญิงหน้าตาสะสวยที่อยู่ในภาพขาวดำ

เธออายุน้อย หน้าตาสะสวย จิตใจดี แต่ต้องจบชีวิตในวันนั้น

“หว่านอิ๋ง เธอคงไม่อยากเห็นฉันแน่ๆ”

“หลายปีมานี้ ฉันฝันถึงเธอทุกคืน ในฝันฉันเอาแต่พูดขอโทษเธอ”

“ฉันอยากย้อนกลับไปวันนั้นเหลือเกิน ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะไม่หนีออกมาแน่นอน”

เธอนั่งบนพื้น พิงป้ายหลุมศพ เหมือนตอนที่ทั้งสองคนแอบคุยความลับกันเมื่อก่อน

“เธอรู้ไหม ฉันใกล้จะได้ไปอยู่กับเธอแล้วนะ แต่ฉันก็กลัว กลัวว่าเธอไม่อยากเห็นฉัน กลัวว่าเธอจะเกลียดฉันเหมือนกัน......”

เธอพูดไปเรื่อยๆ น้ำตาไหลลงมาที่แก้ม

ในสุสานลมเย็นมาก ถงซีเอามือลูบภาพถ่ายของเธอ ในใจรู้สึกเจ็บปวดจนไม่สามารถอธิบายได้

เธอพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ไม่ว่าเธอจะเกลียดฉันหรือเปล่า ยังไงฉันก็จะไปหาเธอ เราตกลงกันแล้วว่าจะเป็นเพื่อนรักกันตลอดไป”
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 25

    ทั้งครอบครัวขับรถขึ้นเหนือ ยังมีเวลาอีกพอสมควรกว่าจะถึงวันงานแต่ง พวกเขาจึงเที่ยวเล่นไปด้วย ตอนเรียนมหาวิทยาลัยถงซีอิจฉาเพื่อนที่ได้ไปเที่ยวทุกที่ เพราะเด็กกำพร้าอย่างเธอทำได้เอาตัวรอดไปวันๆ เท่านั้นถึงสนิทกับฟู่หว่านอิ๋งขนาดไหน แต่เธอก็เกรงใจเกินกว่าที่จะให้ฟู่หว่านอิ๋งออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดตอนที่พาเธอไปเที่ยวร่างกายของถงซีฟื้นฟูได้เป็นอย่างดี ผ่านเมืองที่มีภูเขาชื่อเสียงโด่งดัง ลู่สือพาเธอกับเชี่ยนเชี่ยนไปปีนเขาด้วย แม้ระหว่างทางลำบากและเหนื่อยมาก แต่วินาทีที่ยืนอยู่บนยอดเขากลับรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจเหมือนชีวิตใหม่ของเธอในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาหลังจากมาถึงเมืองจิง ลู่เซียวเซียวรีบพาทั้งครอบครัวมาที่บ้านเดี่ยวที่พวกเขากู้เงินซื้อ หลายปีมานี้โหลวหมิงทำงานฝ่ายขายที่บริษัทของฟู่เยี่ยนสวิน มีความก้าวหน้าดีเกินคาด“เขามีความสามารถมาก” พอพูดถึงความเก่งของสามีตัวเอง ลู่เซียวเซียวไม่อ้อมค้อมแม้แต่น้อย “เมื่อก่อนเป็นคนขี้เม้าท์ที่หูตาว่องไว หน้าที่การงานในตอนนี้จึงเหมาะกับเขามาก เรียกได้ว่าก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว!”โหลวหมิงยิ้มบางๆ แล้วหยิกแขนเธอเบาๆทั้งสองคนไม่เหมือนสามีภรรยาเลย เหมือนเด็

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 24

    “ยังไม่ไปหรอก หมอแนะนำให้อยู่เมืองจิงอีกครึ่งเดือน หลังจากนั้นถ้าตรวจสุขภาพอีกรอบแล้วปกติดีก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะ”ฟู่เยี่ยนสวินพยักหน้าสายตาเขาเอาแต่มองหน้าถงซีอยู่อย่างนั้น ราวกับมองไม่เบื่ออย่างไรอย่างนั้น พิจารณาใบหน้าเธอด้วยสายตาที่เศร้าหมองและหดหู่ ถงซียื่นมือไปจับมือข้างที่เขาใส่นาฬิกาอยู่ จากนั้นปลดตัวล็อกเบาๆ มองรอยแผลเป็นน่ากลัวแผลนั้นเหมือนเผยด้านที่ไม่น่ามองของตัวเองให้เธอเห็น วินาทีนั้นฟู่เยี่ยนสวินรู้สึกกลัวเล็กน้อย เขาจะดึงมือกลับมา แต่ถงซีจับข้อมือเขาแน่น สายตาเธอเหมือนเปลวไฟ แผดเผาจนเขารู้สึกเจ็บไปทั้งตัว“ทำแบบนี้ทำไม?”“เพราะฉันเกลียดตัวเอง” ฟู่เยี่ยนสวินพูดเสียงเบา “ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน หลายปีที่ผ่านมา เธอคงไม่ต้องเจอความทรมานมากมายขนาดนี้”ถงซีหัวเราะแล้วปล่อยมือเขา“ฟู่เยี่ยนสวิน ฉันไม่เกลียดนาย” เธอพูดอย่างจริงจัง “สิ่งที่ฉันทำตลอดห้าปี ไม่ได้ต้องการขอให้นายยกโทษให้ซะทีเดียว แต่ฉันกำลังเสียใจที่หว่านอิ๋งจากไป”“ใช่ มองในมุมคนตระกูลฟู่ ฉันสมควรตายจริงๆ สิ่งที่ฉันควรทำที่สุดคือตายไปพร้อมกับหว่านอิ๋งในวันนั้น ไม่ใช่รอดมาคนเดียวแบบนี้ แต่นายรู้ไหม วินาทีที่ฉันเกื

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 23

    ตอนนั้นพี่สาวของลู่สือทิ้งหน้าที่การงานที่สอบได้มาอย่างยากลำบาก ไปเป็นแพทย์ทหารในกองทัพอย่างไม่ลังเล ถึงต้องตัดขาดกับคนในครอบครัวก็ช่าง ลู่เซียวเซียวรู้สึกว่าเธอกล้าหาญมาตลอด พอได้ยินข่าวการจากไปของพี่สาว เธอเสียใจอยู่นานเหมือนกัน“พี่สาวฉันไปเป็นแพทย์ทหาร เพราะพี่เขยฉันเป็นทหาร เชี่ยนเชี่ยนเป็นลูกของพวกเขาสองคน หลังจากพี่เขยจากไปไม่นาน พี่ก็ฝากให้ฉันช่วยดูแลเชี่ยนเชี่ยน”ตอนนี้ลู่เซียวเซียวเพิ่งรู้ความจริง ได้ฟังเรื่องสะเทือนใจขนาดนี้ เธอรู้สึกเศร้าเล็กน้อย มองเชี่ยนเชี่ยนที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆ ถงซีในห้องผู้ป่วย“ตอนนี้ถงซีดูแลเชี่ยนเชี่ยนได้เป็นอย่างดีไม่ใช่เหรอ” ลู่สือหัวเราะ “ไม่ต้องรู้สึกเศร้าแทนเธอหรอก ตอนนี้เธอมีแม่ที่ดี ต่อไปก็จะมีพ่อที่ดีอย่างฉันด้วย ถึงเชี่ยนเชี่ยนเรียกฉันว่าน้าจนชินแล้วก็ตาม”ลู่เซียวเซียวทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย เธอเป็นญาติของลู่สือ นอกจากดูความสัมพันธ์ของถงซีกับลู่สือไม่ออกตั้งแต่แรก ยังคิดจะแย่งพี่สะใภ้ไปให้ศัตรูหัวใจด้วย......เรื่องนี้ทำให้เธอไม่กล้าสู้หน้าลู่สือ ส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจ“พี่ ฉันขอพูดอีกหน่อย” ลู่เซียวเซียวชะงักเล็กน้อย “พี่รู้ไหมว่าประธา

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 22

    ลู่เซียวเซียวเห็นด้านอ่อนแอที่เขาเผยออกมา เธอถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอไม่อยากเห็นฟู่เยี่ยนสวินเสียใจและหมดอาลัยตายอยากแบบนี้เลย เธอชะงักเล็กน้อย “ที่ฉันพูดอาจดูล้ำเส้นไปหน่อย ประธานฟู่ คุณเคยคิดอธิบายให้พี่ถงซีฟังดีๆ ไหม? เชี่ยนเชี่ยน...อาจเป็นลูกของคุณหรือเปล่า?”“ไม่ใช่หรอก” ฟู่เยี่ยนสวินฝืนยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา “ถ้าใช่ก็ดีสิ”ลู่เซียวเซียวยังเด็กเกินไป เธอไม่รู้ว่าเสียงทอดถอนใจนั่นหมายถึงความเสียใจและเจ็บปวดมากมายขนาดไหน ชีวิตนี้ฟู่เยี่ยนสวินไม่มีวันให้อภัยกับสิ่งที่ตัวเองเคยทำ“กระดูกหัก” หมอประเมินอาการบาดเจ็บเบื้องต้นของฟู่เยี่ยนสวิน จากนั้นเหลือบมองสีหน้าเขาเล็กน้อย “เป็นไข้ด้วยหรือเปล่า?”หมอยื่นมือไปแตะหน้าผากเขา ฟู่เยี่ยนสวินยกมือขึ้นมาบังอย่างสุภาพ เขารู้ว่าตัวเองเป็นไข้เพราะใช้ยาเกินขนาดและยืนตากลมอยู่ที่หน้าต่างในช่วงเช้ามืด เขาพยักหน้าให้หมออย่างไม่ใส่ใจ“ไว้ฉันจะไปใส่เฝือก แต่ตอนนี้ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่า”ลู่เซียวเซียวยังดูแลเชี่ยนเชี่ยนอยู่ ฟู่เยี่ยนสวินดึงดันจะกลับไปที่ห้องผ่าตัด แต่อีกฝ่ายยืนกรานให้เขามาดูอาการที่แผนกกระดูกก่อนเป็นอย่างที่ฟู่เยี

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 21

    “พี่!” เสียงตะโกนด้วยความตกใจของลู่เซียวเซียวดังขึ้นที่บันได เสียงเธอสั่นเครือ อุ้มเชี่ยนเชี่ยนที่หมดสติวิ่งมาอย่างรวดเร็ว “พี่ อยู่ดีๆ เชี่ยนเชี่ยนก็หมดสติ!”ลู่สือสมองขาวโพลน แต่ต้องมีสติ เขามองลู่เซียวเซียวที่ทรุดอยู่ตรงหน้าตัวเองอย่างหมดแรง และเชี่ยนเชี่ยนที่ไม่รู้สึกตัวและใบหน้าแดงก่ำ เขาคิดซ้ำไปซ้ำมา บอกตัวเองว่าฉันต้องมีสติฟู่เยี่ยนสวินยังอยู่แถวๆ นี้ เขาได้ยินเสียงร้องไห้ของลู่เซียวเซียว รีบย่อตัวลงมาดูใบหน้าแดงก่ำของเชี่ยนเชี่ยน “ลู่เซียวเซียว? อย่าร้อง! ที่นี่โรงพยาบาล ไปแผนกฉุกเฉินกับฉัน!”“เซียวเซียว” ลู่สือถกเสื้อของเชี่ยนเชี่ยนขึ้น เห็นผื่นแดงขนาดใหญ่ที่ท้องของเธอ เขาฉุกคิดได้ทันที “เมื่อกี้เธอพาเชี่ยนเชี่ยนไปกินอะไร?”พี่สาวของลู่สือเป็นภูมิแพ้ เมื่อก่อนเชี่ยนเชี่ยนไม่เคยมีอาการแพ้อะไรเลย ลู่สือกับถงซีจึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนักถ้ารู้ว่าแพ้อะไรจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ลู่เซียวเซียวปาดน้ำตา รีบนึกอย่างรวดเร็ว “เมื่อกี้พาเธอไปข้างล่าง เธอไม่ยอมกินลูกอม ฉันก็เลยซื้อขนมปังให้เธอกิน......ข้างในมีเนยถั่ว!”ถั่วลิสงเป็นสาเหตุสำคัญของอาการแพ้ ฟู่เยี่ยนสวินตัดสินใจอุ้มเ

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 20

    เมื่อคืนเขาฝันร้ายมาก ตื่นมาในช่วงฟ้าสาง ข้างนอกอากาศหนาวเหมือนอยู่ในยุคน้ำแข็ง ในฤดูหนาวที่อุณหภูมิติดลบหลายสิบองศาเช่นนี้ เขาเปิดหน้าต่างปล่อยให้เกล็ดหิมะมากมายโปรยปรายลงบนตัวเหมือนการลงโทษตัวเองฟู่เยี่ยนสวินอิจฉาลู่สือมาก เขาสามารถยืนข้างกายถงซีอย่างเปิดเผยและสง่างาม ผ่านความยากลำบากมากมายไปพร้อมกับเธอ เลี้ยงดูเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูมากับเธอ นั่นคือความฝันที่เขาเฝ้ารอมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น แต่ตอนนี้มันไม่มีวันเป็นจริงแล้วในความฝัน คำพูดแสนเย็นชาและไร้เยื่อใยออกมาจากริมฝีปากนุ่มที่เขาเคยจูบมานับครั้งไม่ถ้วน“ฟู่เยี่ยนสวิน นายจะทำให้ฉันตายเป็นครั้งที่สองเหรอ? ถ้าเข้ามาอีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะไม่ผ่าตัดแล้ว”“ฉันจะทำตามที่นายต้องการ ฉันจะตายต่อหน้านายอีกครั้ง”ฟู่เยี่ยนสวินสีหน้าไม่สู้ดี ทุกครั้งที่เขาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย เขาจะเหงื่อท่วมตัว มือเท้าชา หยวนซีบอกว่าที่เขาเป็นอยู่คืออาการแพนิค การฝืนให้มันผ่านไปไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไรเขาหยิบยาที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา เทยาจำนวนมากออกจากขวดด้วยมืออันสั่นเทา ยัดมันเข้าไปในปากแล้วก็เคี้ยวมันขมมากไฟที่ห้องผ่าตัดสว่างขึ้น ลู่สือยืนอยู่ที

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status