Share

บทที่ 3

Author: เสือดาวน้อย
ถงซียืนอยู่ในสระคนเดียว ในใจรู้สึกเศร้าและอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก

เธอก้มหาสร้อยข้อมือทั้งคืน ในที่สุดก็หาเจอแล้ว

เมื่อฟ้าสว่าง เธอลุกขึ้นยืนด้วยตัวที่สั่นเทา ความเย็นทำให้ผิวเธอกลายเป็นสีม่วงและแข็งทื่อไปทั้งตัว แต่เธอไม่มีเวลาสนใจเรื่องพวกนี้ รีบเอาสร้อยข้อมือกลับไปที่ตึกฟู่ซื่อ

เซี่ยเยียนอยู่ในห้องทำงานของเขา พอได้สร้อยเส้นนั้น เธอกลับมองอย่างรังเกียจ “มีแต่โคลน สกปรกหมดแล้ว ฉันไม่เอาแล้ว!”

พอพูดจบ เธอดึงสร้อยข้อมือจนขาดแล้วโยนทิ้งถังขยะ

ฟู่เยี่ยนสวินมองแวบหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ชอบก็ทิ้งไป เดี๋ยวฉันซื้อเส้นใหม่ให้”

เซี่ยเยียนยิ้มกว้าง “นายใจดีจัง”

ถงซีเดินออกไปด้วยสภาพยับเยินไปทั้งตัว

พนักงานที่อยู่หน้าห้องประธานเห็นเธอในสภาพนี้จนชินแล้ว สองสามปีมานี้ถงซีเจอความลำบากมามากขนาดไหนแล้วก็ไม่รู้

พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงยืนหยัดอยู่ที่นี่ต่อ

ถงซีไม่ลางานด้วยซ้ำ กินยาแก้หวัดแค่สองเม็ด แล้วก็ตามฟู่เยี่ยนสวินออกไปดูงานอีก

ดูงานเสร็จก็เย็นแล้ว เซี่ยเยียนมากินข้าวเย็นกับฟู่เยี่ยนสวิน

“ถงซี เธอมากินด้วยกันสิ” ท่าทางของเธอดูเป็นมิตร

แต่เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ ถงซีถึงรู้ว่าทำไมเธอถึงชวนตัวเองมากินด้วย

อาหารบนโต๊ะแทบจะเป็นอาหารรสเผ็ดทั้งหมด ของหวานเพียงอย่างเดียวคือไอติมมะม่วง แต่เธอแพ้มะม่วง

เมื่อก่อนในอาหารมีพริกเพียงเล็กน้อย ฟู่เยี่ยนสวินจะตั้งใจเขี่ยพริกออกให้เธอ

แต่ตอนนี้เหมือนเขาลืมไปแล้ว

ฟู่เยี่ยนสวินไม่แม้แต่จะมองถงซี เอาแต่คีบอาหารและรินน้ำให้เซี่ยเยียน

เซี่ยเยียนทำเป็นถามเธอว่า “ถงซี ทำไมไม่กินล่ะ?”

ฟู่เยี่ยนสวินเงยหน้ามองเธอเช่นกัน สีหน้าฉายแววเย็นชา “ไม่กินแล้วมานั่งอยู่ทำไม?”

ถงซีทำได้แค่หยิบตะเกียบขึ้นมา คีบไก่ผัดพริกแห้งใส่ปากหนึ่งชิ้น

พอกินเสร็จ ฟู่เยี่ยนสวินก็พาเซี่ยเยียนกลับไป

ถงซีกลับคนเดียว เธอเผ็ดจนเหงื่อซึมออกมาบนหน้าผาก รู้สึกปวดกระเพาะอาหารเป็นอย่างมาก

เธอนอนบนเตียงอย่างเหม่อลอย ไม่ว่าจะปวดขนาดไหน ดวงตาทั้งสองข้างก็ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด

ความทรมานที่เจอมาหลายปี คือการชดใช้ความผิดให้ฟู่หว่านอิ๋ง

ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดมากเท่าไร ความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนภูเขาทับอยู่บนตัวก็บรรเทาลง ทำให้เธอพอหายใจได้บ้าง

ถงซีปวดจนสติเลือนราง ทว่ามีรอยยิ้มราบเรียบตรงมุมปาก

......

ผ่านไปอีกสองสามวัน

เป็นเพราะไม่เข้ารับการรักษา บวกกับเธอดื่มเหล้าบ่อยทำให้กระเพาะระคายเคือง ทำให้อาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

แต่ถงซีก็จัดการด้วยการกินยาสองเม็ดอย่างไม่ใส่ใจ

วันนี้เป็นวันหยุด

ถงซีนอนอยู่บนโซฟา ปวดจนไม่กล้าขยับตัว

ขณะนั้นฟู่เยี่ยนสวินโทรมาหา “เยียนเยียนอยากกินเกี๊ยวน้ำร้านนายเฉิน เธอไปซื้อให้หน่อย”

เป็นเลขาของฟู่เยี่ยนสวิน เธอแทบไม่มีวันหยุดเลย

แค่เขาสั่ง เธอก็ต้องทำทันที

แต่วันนี้ถงซีปวดจนลุกไม่ไหวจริงๆ “วันนี้ให้เลขาจางไปซื้อก่อนได้ไหม ฉัน......”

ทว่าเธอยังพูดไม่ทันจบ ฟู่เยี่ยนสวินก็พูดตัดบทอย่างเย็นชา “ถงซี เธอมีสิทธิ์เลือกด้วยเหรอ?”

ลมหายใจเธอขาดห้วง พูดอะไรไม่ออกแล้ว

“ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องโผล่มาให้ฉันเห็นอีก”

เขาพูดจบแล้ววางสายทันที

ถงซีทำได้แค่กัดฟันลุกขึ้นมา จากนั้นเดินเหมือนทรงตัวไม่อยู่ออกจากบ้าน

ร้านเกี๊ยวนายเฉินตั้งอยู่บนถนนที่ไกลมาก แต่ได้รับความนิยมมาก ถงซีต่อแถวอยู่สามชั่วโมงถึงซื้อมาได้

แต่เมื่อเธอมาถึงที่พักของฟู่เยี่ยนสวิน พอยื่นเกี๊ยวน้ำให้ เซี่ยเยียนกลับทำสีหน้าเย็นชา

“ใครสั่งให้เธอใส่พริก?”

ถงซีปวดจนหายใจลำบาก “เธอชอบกินเผ็ดไม่ใช่เหรอ?”

เซี่ยเยียนเทเกี๊ยวน้ำทิ้งทันที “ตอนนี้ฉันไม่ชอบกินเผ็ดแล้ว”

ฟู่เยี่ยนสวินจ้องถงซี “ไปซื้อมาใหม่”

ถงซีทำได้แค่รีบวิ่งออกไป

พอซื้อกลับมารอบที่สอง เซี่ยเยียนไม่ชอบที่ใส่กุ้งแห้งอีก

เหมือนฟู่เยี่ยนสวินดูไม่ออกว่าเธอจงใจกลั่นแกล้งถงซี เขาเอ่ยเสียงเรียบ “ไปซื้อมาใหม่”

ถงซีไปๆ มาๆ อยู่หลายรอบ

รอบสุดท้ายที่ซื้อกลับมาก็ค่ำแล้ว

ถงซีถือเกี๊ยวที่ห่ออย่างดีกลับมาด้วยสภาพอิดโรย

ความเจ็บรุนแรงที่กระเพาะ ทำให้เธอเดินตัวลอยเหมือนไม่มีแรง

เธอสมองเบลอไปหมด ทำให้มองทางข้างหน้าไม่ชัด

ทันใดนั้นเสียงแตรรถแสบแก้วหูดังขึ้นข้างหู

รถตู้คันหนึ่งขับเข้ามาด้วยความเร็วสูง ชนถงซีอย่างแรง!

โครม!!!

เธอโดนชนอย่างแรงจนล้มลงบนพื้น กลิ้งไปสองสามรอบ เจอแรงกระแทกขนาดนี้ เธอไม่สามารถทนได้อีกแล้ว อ้วกเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก

กลิ่นหอมของเกี๊ยวที่หกเรี่ยราดอยู่บนพื้นลอยมาเตะจมูก

ทุกอย่างตรงหน้าถงซีพร่าเลือนไปหมด มองอะไรไม่ชัดเลย

ในที่สุด......เธอก็จะตายแล้ว จะได้ไปเจอหว่านอิ๋งแล้วใช่ไหม?

น้ำตาของการหลุดพ้นไหลออกมาจากหางตาเธอ หลังจากนั้นเธอก็สลบไป

โรงพยาบาล

ลู่สือเห็นคนที่โดนเข็นออกมาจากรถพยาบาล คิดไม่ถึงว่าจะเป็นถงซี แววตาเขาตกใจเป็นอย่างมาก!

“ถงซี! ถงซี!”

เขาเรียกอยู่หลายครั้ง แต่คนบนเตียงไร้การตอบสนอง

แต่เธอกระอักเลือดออกมาไม่หยุด

แม้แต่หัวหน้าแพทย์ยังตกใจ “หรือว่าอวัยวะภายในฉีกขาด?”

ลู่สือพูดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “เธอเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร!”

หมอสีหน้าเปลี่ยนไปทันที รีบเข็นเธอเข้าไปในห้องผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิต

หลังผ่านไปสองสามชั่วโมง ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย แต่ทำได้แค่รักษาบาดแผลภายนอกที่เกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้น

บนหน้าจออุปกรณ์ทางการแพทย์ กำลังแสดงให้เห็นว่าชีวิตของเธอกำลังวิกฤติ!

ลู่สือลนลานมาก “อาจารย์หมอ เธอเป็นอะไรไป!”

อาจารย์หมอส่ายหน้าไปมา “มะเร็งกระเพาะระยะสุดท้าย เดิมทีร่างกายเธออ่อนแอมากอยู่แล้ว อุบัติเหตุทำให้อวัยวะล้มเหลวเร็วกว่ากำหนด”

ถงซีที่อยู่บนเตียงยังไม่ฟื้น เธอไอเป็นเลือดแล้วเอาแต่เรียกชื่อใครคนหนึ่งอย่างไม่มีสติ

“เยี่ยนสวิน......ฟู่เยี่ยนสวิน......”

ดูเหมือนถงซีใกล้จะสิ้นใจแล้ว ลู่สือจับมือเธอพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า เขาพูดเสียงสะอื้น “ซีซี อดทนไว้นะ ขอร้องล่ะ เธออดทนไว้นะ”

“ฉันจะเรียกเขามาหาเธอ เธอรอก่อน รอก่อนนะ!”

เขาพูดจบแล้วเอามือถือเธอออกมาด้วยมืออันสั่นเทา

เขาโทรไปหาฟู่เยี่ยนสวิน

หลังจากอีกฝ่ายรับสาย เสียงเย็นชาดังออกมา “ถงซี แค่ใช้ให้ไปซื้อเกี๊ยว เธอไม่กลับมาแล้วหรือไง?”

ลู่สือกำมือสองข้างแน่น “ฉันเอง ลู่สือ”

อีกฝ่ายเงียบทันที หลังผ่านไปไม่กี่วินาที เขาพูดเสียงขรึมว่า “ทำไมมือถือเธอถึงอยู่กับนาย?”

ลู่สือมองอัตราการเต้นของหัวใจบนเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ลดลงเรื่อยๆ เขาพูดช้าๆ ด้วยเสียงสั่นเครือ

“นายมาที่โรงพยาบาล มาเจอถงซีเป็นครั้งสุดท้าย”
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 25

    ทั้งครอบครัวขับรถขึ้นเหนือ ยังมีเวลาอีกพอสมควรกว่าจะถึงวันงานแต่ง พวกเขาจึงเที่ยวเล่นไปด้วย ตอนเรียนมหาวิทยาลัยถงซีอิจฉาเพื่อนที่ได้ไปเที่ยวทุกที่ เพราะเด็กกำพร้าอย่างเธอทำได้เอาตัวรอดไปวันๆ เท่านั้นถึงสนิทกับฟู่หว่านอิ๋งขนาดไหน แต่เธอก็เกรงใจเกินกว่าที่จะให้ฟู่หว่านอิ๋งออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดตอนที่พาเธอไปเที่ยวร่างกายของถงซีฟื้นฟูได้เป็นอย่างดี ผ่านเมืองที่มีภูเขาชื่อเสียงโด่งดัง ลู่สือพาเธอกับเชี่ยนเชี่ยนไปปีนเขาด้วย แม้ระหว่างทางลำบากและเหนื่อยมาก แต่วินาทีที่ยืนอยู่บนยอดเขากลับรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจเหมือนชีวิตใหม่ของเธอในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาหลังจากมาถึงเมืองจิง ลู่เซียวเซียวรีบพาทั้งครอบครัวมาที่บ้านเดี่ยวที่พวกเขากู้เงินซื้อ หลายปีมานี้โหลวหมิงทำงานฝ่ายขายที่บริษัทของฟู่เยี่ยนสวิน มีความก้าวหน้าดีเกินคาด“เขามีความสามารถมาก” พอพูดถึงความเก่งของสามีตัวเอง ลู่เซียวเซียวไม่อ้อมค้อมแม้แต่น้อย “เมื่อก่อนเป็นคนขี้เม้าท์ที่หูตาว่องไว หน้าที่การงานในตอนนี้จึงเหมาะกับเขามาก เรียกได้ว่าก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว!”โหลวหมิงยิ้มบางๆ แล้วหยิกแขนเธอเบาๆทั้งสองคนไม่เหมือนสามีภรรยาเลย เหมือนเด็

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 24

    “ยังไม่ไปหรอก หมอแนะนำให้อยู่เมืองจิงอีกครึ่งเดือน หลังจากนั้นถ้าตรวจสุขภาพอีกรอบแล้วปกติดีก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะ”ฟู่เยี่ยนสวินพยักหน้าสายตาเขาเอาแต่มองหน้าถงซีอยู่อย่างนั้น ราวกับมองไม่เบื่ออย่างไรอย่างนั้น พิจารณาใบหน้าเธอด้วยสายตาที่เศร้าหมองและหดหู่ ถงซียื่นมือไปจับมือข้างที่เขาใส่นาฬิกาอยู่ จากนั้นปลดตัวล็อกเบาๆ มองรอยแผลเป็นน่ากลัวแผลนั้นเหมือนเผยด้านที่ไม่น่ามองของตัวเองให้เธอเห็น วินาทีนั้นฟู่เยี่ยนสวินรู้สึกกลัวเล็กน้อย เขาจะดึงมือกลับมา แต่ถงซีจับข้อมือเขาแน่น สายตาเธอเหมือนเปลวไฟ แผดเผาจนเขารู้สึกเจ็บไปทั้งตัว“ทำแบบนี้ทำไม?”“เพราะฉันเกลียดตัวเอง” ฟู่เยี่ยนสวินพูดเสียงเบา “ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน หลายปีที่ผ่านมา เธอคงไม่ต้องเจอความทรมานมากมายขนาดนี้”ถงซีหัวเราะแล้วปล่อยมือเขา“ฟู่เยี่ยนสวิน ฉันไม่เกลียดนาย” เธอพูดอย่างจริงจัง “สิ่งที่ฉันทำตลอดห้าปี ไม่ได้ต้องการขอให้นายยกโทษให้ซะทีเดียว แต่ฉันกำลังเสียใจที่หว่านอิ๋งจากไป”“ใช่ มองในมุมคนตระกูลฟู่ ฉันสมควรตายจริงๆ สิ่งที่ฉันควรทำที่สุดคือตายไปพร้อมกับหว่านอิ๋งในวันนั้น ไม่ใช่รอดมาคนเดียวแบบนี้ แต่นายรู้ไหม วินาทีที่ฉันเกื

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 23

    ตอนนั้นพี่สาวของลู่สือทิ้งหน้าที่การงานที่สอบได้มาอย่างยากลำบาก ไปเป็นแพทย์ทหารในกองทัพอย่างไม่ลังเล ถึงต้องตัดขาดกับคนในครอบครัวก็ช่าง ลู่เซียวเซียวรู้สึกว่าเธอกล้าหาญมาตลอด พอได้ยินข่าวการจากไปของพี่สาว เธอเสียใจอยู่นานเหมือนกัน“พี่สาวฉันไปเป็นแพทย์ทหาร เพราะพี่เขยฉันเป็นทหาร เชี่ยนเชี่ยนเป็นลูกของพวกเขาสองคน หลังจากพี่เขยจากไปไม่นาน พี่ก็ฝากให้ฉันช่วยดูแลเชี่ยนเชี่ยน”ตอนนี้ลู่เซียวเซียวเพิ่งรู้ความจริง ได้ฟังเรื่องสะเทือนใจขนาดนี้ เธอรู้สึกเศร้าเล็กน้อย มองเชี่ยนเชี่ยนที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆ ถงซีในห้องผู้ป่วย“ตอนนี้ถงซีดูแลเชี่ยนเชี่ยนได้เป็นอย่างดีไม่ใช่เหรอ” ลู่สือหัวเราะ “ไม่ต้องรู้สึกเศร้าแทนเธอหรอก ตอนนี้เธอมีแม่ที่ดี ต่อไปก็จะมีพ่อที่ดีอย่างฉันด้วย ถึงเชี่ยนเชี่ยนเรียกฉันว่าน้าจนชินแล้วก็ตาม”ลู่เซียวเซียวทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย เธอเป็นญาติของลู่สือ นอกจากดูความสัมพันธ์ของถงซีกับลู่สือไม่ออกตั้งแต่แรก ยังคิดจะแย่งพี่สะใภ้ไปให้ศัตรูหัวใจด้วย......เรื่องนี้ทำให้เธอไม่กล้าสู้หน้าลู่สือ ส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจ“พี่ ฉันขอพูดอีกหน่อย” ลู่เซียวเซียวชะงักเล็กน้อย “พี่รู้ไหมว่าประธา

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 22

    ลู่เซียวเซียวเห็นด้านอ่อนแอที่เขาเผยออกมา เธอถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอไม่อยากเห็นฟู่เยี่ยนสวินเสียใจและหมดอาลัยตายอยากแบบนี้เลย เธอชะงักเล็กน้อย “ที่ฉันพูดอาจดูล้ำเส้นไปหน่อย ประธานฟู่ คุณเคยคิดอธิบายให้พี่ถงซีฟังดีๆ ไหม? เชี่ยนเชี่ยน...อาจเป็นลูกของคุณหรือเปล่า?”“ไม่ใช่หรอก” ฟู่เยี่ยนสวินฝืนยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา “ถ้าใช่ก็ดีสิ”ลู่เซียวเซียวยังเด็กเกินไป เธอไม่รู้ว่าเสียงทอดถอนใจนั่นหมายถึงความเสียใจและเจ็บปวดมากมายขนาดไหน ชีวิตนี้ฟู่เยี่ยนสวินไม่มีวันให้อภัยกับสิ่งที่ตัวเองเคยทำ“กระดูกหัก” หมอประเมินอาการบาดเจ็บเบื้องต้นของฟู่เยี่ยนสวิน จากนั้นเหลือบมองสีหน้าเขาเล็กน้อย “เป็นไข้ด้วยหรือเปล่า?”หมอยื่นมือไปแตะหน้าผากเขา ฟู่เยี่ยนสวินยกมือขึ้นมาบังอย่างสุภาพ เขารู้ว่าตัวเองเป็นไข้เพราะใช้ยาเกินขนาดและยืนตากลมอยู่ที่หน้าต่างในช่วงเช้ามืด เขาพยักหน้าให้หมออย่างไม่ใส่ใจ“ไว้ฉันจะไปใส่เฝือก แต่ตอนนี้ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่า”ลู่เซียวเซียวยังดูแลเชี่ยนเชี่ยนอยู่ ฟู่เยี่ยนสวินดึงดันจะกลับไปที่ห้องผ่าตัด แต่อีกฝ่ายยืนกรานให้เขามาดูอาการที่แผนกกระดูกก่อนเป็นอย่างที่ฟู่เยี

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 21

    “พี่!” เสียงตะโกนด้วยความตกใจของลู่เซียวเซียวดังขึ้นที่บันได เสียงเธอสั่นเครือ อุ้มเชี่ยนเชี่ยนที่หมดสติวิ่งมาอย่างรวดเร็ว “พี่ อยู่ดีๆ เชี่ยนเชี่ยนก็หมดสติ!”ลู่สือสมองขาวโพลน แต่ต้องมีสติ เขามองลู่เซียวเซียวที่ทรุดอยู่ตรงหน้าตัวเองอย่างหมดแรง และเชี่ยนเชี่ยนที่ไม่รู้สึกตัวและใบหน้าแดงก่ำ เขาคิดซ้ำไปซ้ำมา บอกตัวเองว่าฉันต้องมีสติฟู่เยี่ยนสวินยังอยู่แถวๆ นี้ เขาได้ยินเสียงร้องไห้ของลู่เซียวเซียว รีบย่อตัวลงมาดูใบหน้าแดงก่ำของเชี่ยนเชี่ยน “ลู่เซียวเซียว? อย่าร้อง! ที่นี่โรงพยาบาล ไปแผนกฉุกเฉินกับฉัน!”“เซียวเซียว” ลู่สือถกเสื้อของเชี่ยนเชี่ยนขึ้น เห็นผื่นแดงขนาดใหญ่ที่ท้องของเธอ เขาฉุกคิดได้ทันที “เมื่อกี้เธอพาเชี่ยนเชี่ยนไปกินอะไร?”พี่สาวของลู่สือเป็นภูมิแพ้ เมื่อก่อนเชี่ยนเชี่ยนไม่เคยมีอาการแพ้อะไรเลย ลู่สือกับถงซีจึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนักถ้ารู้ว่าแพ้อะไรจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ลู่เซียวเซียวปาดน้ำตา รีบนึกอย่างรวดเร็ว “เมื่อกี้พาเธอไปข้างล่าง เธอไม่ยอมกินลูกอม ฉันก็เลยซื้อขนมปังให้เธอกิน......ข้างในมีเนยถั่ว!”ถั่วลิสงเป็นสาเหตุสำคัญของอาการแพ้ ฟู่เยี่ยนสวินตัดสินใจอุ้มเ

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 20

    เมื่อคืนเขาฝันร้ายมาก ตื่นมาในช่วงฟ้าสาง ข้างนอกอากาศหนาวเหมือนอยู่ในยุคน้ำแข็ง ในฤดูหนาวที่อุณหภูมิติดลบหลายสิบองศาเช่นนี้ เขาเปิดหน้าต่างปล่อยให้เกล็ดหิมะมากมายโปรยปรายลงบนตัวเหมือนการลงโทษตัวเองฟู่เยี่ยนสวินอิจฉาลู่สือมาก เขาสามารถยืนข้างกายถงซีอย่างเปิดเผยและสง่างาม ผ่านความยากลำบากมากมายไปพร้อมกับเธอ เลี้ยงดูเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูมากับเธอ นั่นคือความฝันที่เขาเฝ้ารอมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น แต่ตอนนี้มันไม่มีวันเป็นจริงแล้วในความฝัน คำพูดแสนเย็นชาและไร้เยื่อใยออกมาจากริมฝีปากนุ่มที่เขาเคยจูบมานับครั้งไม่ถ้วน“ฟู่เยี่ยนสวิน นายจะทำให้ฉันตายเป็นครั้งที่สองเหรอ? ถ้าเข้ามาอีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะไม่ผ่าตัดแล้ว”“ฉันจะทำตามที่นายต้องการ ฉันจะตายต่อหน้านายอีกครั้ง”ฟู่เยี่ยนสวินสีหน้าไม่สู้ดี ทุกครั้งที่เขาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย เขาจะเหงื่อท่วมตัว มือเท้าชา หยวนซีบอกว่าที่เขาเป็นอยู่คืออาการแพนิค การฝืนให้มันผ่านไปไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไรเขาหยิบยาที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา เทยาจำนวนมากออกจากขวดด้วยมืออันสั่นเทา ยัดมันเข้าไปในปากแล้วก็เคี้ยวมันขมมากไฟที่ห้องผ่าตัดสว่างขึ้น ลู่สือยืนอยู่ที

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status