Share

บทที่ 2

Author: เสือดาวน้อย
“อย่า! หว่านอิ๋ง! หนีไป!”

ถงซีสะดุ้งตื่นพร้อมกับน้ำตานองหน้า พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงในบ้าน

เสื้อที่เปื้อนเลือดก็เปลี่ยนแล้ว มีคนเฝ้าอยู่ข้างเตียง เขาคือลู่สือ

ลู่สือเป็นเพื่อนมหาวิทยาลัยของถงซี เขาชอบเธอมาหลายปี แต่เพราะมีฟู่เยี่ยนสวินอยู่ เขาจึงไม่กล้าพูดความในใจของตัวเองออกมา ทำได้แค่คอยดูแลเธอเงียบๆ

ตอนนี้เขาถือผลตรวจที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ อ่านมันอย่างละเอียด ดูซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น

ลู่สือเป็นหมอ เขารู้อยู่แล้วว่าผลตรวจใบนั้นคืออะไร

เขาตาแดงระเรื่อ พูดด้วยเสียงสั่นเครือ “เธอเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารเหรอ?”

ถงซีตื่นจากความฝันอันเลวร้าย สติเริ่มกลับมา เธอสูดหายใจลึก ค่อยๆ เช็ดน้ำตาแล้วพยักหน้า

ลู่สือลุกขึ้นยืนทันที “แล้วเธอยังกล้าดื่มเหล้าอีก! ฟู่เยี่ยนสวินบังคับอีกแล้วใช่ไหม?”

ถงซีก้มหน้าเงียบ

แต่ลู่สือเดาได้อยู่แล้ว

เหมือนหัวใจเขาถูกมีดกรีด รีบจับมือถงซีทันที “เธอปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้นะ เธอต้องรีบออกมาจากเขา แล้วไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล!”

ทว่าถงซีกลับดึงมือกลับมา

เธอฝืนยิ้ม “ไม่ได้รุนแรงขนาดนั้นหรอก นายไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลตัวเอง”

“เธอรู้ไหมว่ามันคือมะเร็ง......”

“ฉันไม่อยากนอนโรงพยาบาล ลู่สือ นายให้ฉันตัดสินใจเองเถอะ”

เห็นท่าทางจริงจังของเธอ ลู่สือรู้ว่าตัวเองไม่สามารถเกลี้ยกล่อมเธอได้

เขารู้ว่าการตายของฟู่หว่านอิ๋งเมื่อห้าปีก่อน คือปมในใจที่เธอไม่สามารถก้าวผ่านไปได้

ดังนั้นเธอจึงเป็นเลขาส่วนตัวของฟู่เยี่ยนสวินเพื่อชดใช้ความผิด ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับเธอ เธอก็ไม่เคยปฏิเสธ

ลู่สือเปลี่ยนความคิดเธอไม่ได้ เขาอยู่ดูแลเธอหนึ่งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นถึงกลับไปที่โรงพยาบาล

ส่วนถงซีก็รีบไปทำงานที่บริษัท

วันนี้เธอต้องไปร่วมงานเลี้ยงกับฟู่เยี่ยนสวิน

แต่ถงซีไม่ใช่คู่ควงของเขา เธอตามเขาไปในฐานะเลขาเท่านั้น

คู่ควงของเขาคือเซี่ยเยียนต่างหาก

พอเห็นถงซี ใบหน้าเซี่ยเยียนเต็มไปด้วยความดูหมิ่น “ถงซี ฉันนับถือเธอจริงๆ จนถึงตอนนี้ยังหน้าด้านตามเยี่ยนสวินไปทุกที่”

เซี่ยเยียนเป็นเพื่อนสมัยมัธยมปลาย เธอชอบฟู่เยี่ยนสวินตั้งแต่เด็ก

แต่ดันแพ้ให้กับถงซีที่ไม่มีอะไรเลย เซี่ยเยียนอิจฉาเธอมาตลอด หลังจากได้เป็นคู่หมั้นของฟู่เยี่ยนสวิน ในที่สุดเธอก็สามารถเล่นงานถงซีโดยที่ไม่ต้องเกรงกลัวอะไรแล้ว

ถงซีไม่ตอบโต้แม้แต่น้อย ทำเพียงแค่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ

ขณะนั้นฟู่เยี่ยนสวินเดินเข้ามา เซี่ยเยียนควงแขนเขาอย่างสนิทสนม “เยี่ยนสวิน”

ฟู่เยี่ยนสวินไม่ได้ว่าอะไร ทว่าตอนที่มองถงซี สายตาเขาเย็นชาขึ้น “ใครให้เธอเข้ามาในโถงงานเลี้ยง ไปรอข้างนอก”

เมืองจิงเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ข้างนอกไม่มีฮีตเตอร์ ต้องเจอลมหนาวเต็มๆ

ทว่าถงซีกลับพยักหน้า “โอเค”

เธอหันหลังเดินออกจากโถงงานเลี้ยง ด้านนอกเป็นสวนเปิดโล่ง ไม่มีกระเบื้องหลังคาบดบังแม้แต่แผ่นเดียว

ถงซียืนท่ามกลางลมหนาว ร่างบอบบางสั่นไปทั้งตัว

มีพนักงานเสิร์ฟทนดูไม่ได้ ถามเธอว่าจะไปพักที่ห้องรับรองไหม

ถงซีส่ายหน้าเงียบๆ

เธอยืนอยู่อย่างนั้นจนฟ้ามืด จนงานเลี้ยงจบลง

เซี่ยเยียนคลุมสูทของฟู่เยี่ยนสวินเดินออกมา ทั้งสองคนเห็นถงซียังยืนอยู่ข้างนอก

ลูกกระเดือกเขาขยับเล็กน้อย เสียงเขาแหบอย่างประหลาด “ยืนนิ่งอยู่ทำไม? ยังไม่ไปอีก”

เขาเดินจูงมือเซี่ยเยียนออกไป ถงซีเดินตามหลังพวกเขา

ตอนเดินผ่านสระน้ำจำลองที่อยู่ในสวน เซี่ยเยียนยกยิ้มมุมปาก เธอเซไปข้างหน้าเล็กน้อย ทำท่าทางเหมือนโดนผลัก

“ว้าย! สร้อยข้อมือฉันหล่นลงไปในสระแล้ว”

เธอหันกลับมามองถงซีด้วยความโมโห “เธอผลักฉันทำไม!”

ถงซีเถียงทันที “ฉันไม่ได้.....”

“ยังจะเถียงอีก!” เซี่ยเยียนคล้องแขนฟู่เยี่ยนสวินแล้วพูดออดอ้อน “เยี่ยนสวิน นั่นเป็นสร้อยข้อมือที่ฉันชอบที่สุด”

สายตาของฟู่เยี่ยนสวินจ้องไปที่ถงซี ไม่รู้ว่าเขาจ้องอยู่กี่วินาที ก่อนจะพูดเสียงเบา “กระโดดลงไปหาสร้อยให้เจอ”

ตัดสินว่าเธอเป็นคนผิดโดยไม่ถามสักคำ

ถงซีมองสระน้ำแวบหนึ่ง แค่มองก็หนาวไปถึงกระดูกแล้ว

แต่เธอก็ยังลงไปในสระน้ำโดยไม่พูดอะไรสักคำ

น้ำในสระไม่ลึก แค่เข่าเธอเท่านั้น

แต่ฤดูหนาวน้ำในสระเย็นมาก ทุกย่างก้าวรู้สึกเหมือนเดินเท้าเปล่าบนพื้นน้ำแข็ง

ถงซีร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว หาไปเรื่อยๆ ตัวเธอเริ่มสั่นอย่างรุนแรง

ทว่าฟู่เยี่ยนสวินมองไม่กี่วินาทีก็หันหลังกลับไป เขาพูดทิ้งท้ายว่า “ถ้าหาไม่เจอ พรุ่งนี้เธอก็ไม่ต้องมาทำงานแล้ว”

เขาพูดจบแล้วพาเซี่ยเยียนออกไป
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 25

    ทั้งครอบครัวขับรถขึ้นเหนือ ยังมีเวลาอีกพอสมควรกว่าจะถึงวันงานแต่ง พวกเขาจึงเที่ยวเล่นไปด้วย ตอนเรียนมหาวิทยาลัยถงซีอิจฉาเพื่อนที่ได้ไปเที่ยวทุกที่ เพราะเด็กกำพร้าอย่างเธอทำได้เอาตัวรอดไปวันๆ เท่านั้นถึงสนิทกับฟู่หว่านอิ๋งขนาดไหน แต่เธอก็เกรงใจเกินกว่าที่จะให้ฟู่หว่านอิ๋งออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดตอนที่พาเธอไปเที่ยวร่างกายของถงซีฟื้นฟูได้เป็นอย่างดี ผ่านเมืองที่มีภูเขาชื่อเสียงโด่งดัง ลู่สือพาเธอกับเชี่ยนเชี่ยนไปปีนเขาด้วย แม้ระหว่างทางลำบากและเหนื่อยมาก แต่วินาทีที่ยืนอยู่บนยอดเขากลับรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจเหมือนชีวิตใหม่ของเธอในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาหลังจากมาถึงเมืองจิง ลู่เซียวเซียวรีบพาทั้งครอบครัวมาที่บ้านเดี่ยวที่พวกเขากู้เงินซื้อ หลายปีมานี้โหลวหมิงทำงานฝ่ายขายที่บริษัทของฟู่เยี่ยนสวิน มีความก้าวหน้าดีเกินคาด“เขามีความสามารถมาก” พอพูดถึงความเก่งของสามีตัวเอง ลู่เซียวเซียวไม่อ้อมค้อมแม้แต่น้อย “เมื่อก่อนเป็นคนขี้เม้าท์ที่หูตาว่องไว หน้าที่การงานในตอนนี้จึงเหมาะกับเขามาก เรียกได้ว่าก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว!”โหลวหมิงยิ้มบางๆ แล้วหยิกแขนเธอเบาๆทั้งสองคนไม่เหมือนสามีภรรยาเลย เหมือนเด็

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 24

    “ยังไม่ไปหรอก หมอแนะนำให้อยู่เมืองจิงอีกครึ่งเดือน หลังจากนั้นถ้าตรวจสุขภาพอีกรอบแล้วปกติดีก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะ”ฟู่เยี่ยนสวินพยักหน้าสายตาเขาเอาแต่มองหน้าถงซีอยู่อย่างนั้น ราวกับมองไม่เบื่ออย่างไรอย่างนั้น พิจารณาใบหน้าเธอด้วยสายตาที่เศร้าหมองและหดหู่ ถงซียื่นมือไปจับมือข้างที่เขาใส่นาฬิกาอยู่ จากนั้นปลดตัวล็อกเบาๆ มองรอยแผลเป็นน่ากลัวแผลนั้นเหมือนเผยด้านที่ไม่น่ามองของตัวเองให้เธอเห็น วินาทีนั้นฟู่เยี่ยนสวินรู้สึกกลัวเล็กน้อย เขาจะดึงมือกลับมา แต่ถงซีจับข้อมือเขาแน่น สายตาเธอเหมือนเปลวไฟ แผดเผาจนเขารู้สึกเจ็บไปทั้งตัว“ทำแบบนี้ทำไม?”“เพราะฉันเกลียดตัวเอง” ฟู่เยี่ยนสวินพูดเสียงเบา “ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน หลายปีที่ผ่านมา เธอคงไม่ต้องเจอความทรมานมากมายขนาดนี้”ถงซีหัวเราะแล้วปล่อยมือเขา“ฟู่เยี่ยนสวิน ฉันไม่เกลียดนาย” เธอพูดอย่างจริงจัง “สิ่งที่ฉันทำตลอดห้าปี ไม่ได้ต้องการขอให้นายยกโทษให้ซะทีเดียว แต่ฉันกำลังเสียใจที่หว่านอิ๋งจากไป”“ใช่ มองในมุมคนตระกูลฟู่ ฉันสมควรตายจริงๆ สิ่งที่ฉันควรทำที่สุดคือตายไปพร้อมกับหว่านอิ๋งในวันนั้น ไม่ใช่รอดมาคนเดียวแบบนี้ แต่นายรู้ไหม วินาทีที่ฉันเกื

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 23

    ตอนนั้นพี่สาวของลู่สือทิ้งหน้าที่การงานที่สอบได้มาอย่างยากลำบาก ไปเป็นแพทย์ทหารในกองทัพอย่างไม่ลังเล ถึงต้องตัดขาดกับคนในครอบครัวก็ช่าง ลู่เซียวเซียวรู้สึกว่าเธอกล้าหาญมาตลอด พอได้ยินข่าวการจากไปของพี่สาว เธอเสียใจอยู่นานเหมือนกัน“พี่สาวฉันไปเป็นแพทย์ทหาร เพราะพี่เขยฉันเป็นทหาร เชี่ยนเชี่ยนเป็นลูกของพวกเขาสองคน หลังจากพี่เขยจากไปไม่นาน พี่ก็ฝากให้ฉันช่วยดูแลเชี่ยนเชี่ยน”ตอนนี้ลู่เซียวเซียวเพิ่งรู้ความจริง ได้ฟังเรื่องสะเทือนใจขนาดนี้ เธอรู้สึกเศร้าเล็กน้อย มองเชี่ยนเชี่ยนที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆ ถงซีในห้องผู้ป่วย“ตอนนี้ถงซีดูแลเชี่ยนเชี่ยนได้เป็นอย่างดีไม่ใช่เหรอ” ลู่สือหัวเราะ “ไม่ต้องรู้สึกเศร้าแทนเธอหรอก ตอนนี้เธอมีแม่ที่ดี ต่อไปก็จะมีพ่อที่ดีอย่างฉันด้วย ถึงเชี่ยนเชี่ยนเรียกฉันว่าน้าจนชินแล้วก็ตาม”ลู่เซียวเซียวทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย เธอเป็นญาติของลู่สือ นอกจากดูความสัมพันธ์ของถงซีกับลู่สือไม่ออกตั้งแต่แรก ยังคิดจะแย่งพี่สะใภ้ไปให้ศัตรูหัวใจด้วย......เรื่องนี้ทำให้เธอไม่กล้าสู้หน้าลู่สือ ส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจ“พี่ ฉันขอพูดอีกหน่อย” ลู่เซียวเซียวชะงักเล็กน้อย “พี่รู้ไหมว่าประธา

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 22

    ลู่เซียวเซียวเห็นด้านอ่อนแอที่เขาเผยออกมา เธอถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอไม่อยากเห็นฟู่เยี่ยนสวินเสียใจและหมดอาลัยตายอยากแบบนี้เลย เธอชะงักเล็กน้อย “ที่ฉันพูดอาจดูล้ำเส้นไปหน่อย ประธานฟู่ คุณเคยคิดอธิบายให้พี่ถงซีฟังดีๆ ไหม? เชี่ยนเชี่ยน...อาจเป็นลูกของคุณหรือเปล่า?”“ไม่ใช่หรอก” ฟู่เยี่ยนสวินฝืนยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา “ถ้าใช่ก็ดีสิ”ลู่เซียวเซียวยังเด็กเกินไป เธอไม่รู้ว่าเสียงทอดถอนใจนั่นหมายถึงความเสียใจและเจ็บปวดมากมายขนาดไหน ชีวิตนี้ฟู่เยี่ยนสวินไม่มีวันให้อภัยกับสิ่งที่ตัวเองเคยทำ“กระดูกหัก” หมอประเมินอาการบาดเจ็บเบื้องต้นของฟู่เยี่ยนสวิน จากนั้นเหลือบมองสีหน้าเขาเล็กน้อย “เป็นไข้ด้วยหรือเปล่า?”หมอยื่นมือไปแตะหน้าผากเขา ฟู่เยี่ยนสวินยกมือขึ้นมาบังอย่างสุภาพ เขารู้ว่าตัวเองเป็นไข้เพราะใช้ยาเกินขนาดและยืนตากลมอยู่ที่หน้าต่างในช่วงเช้ามืด เขาพยักหน้าให้หมออย่างไม่ใส่ใจ“ไว้ฉันจะไปใส่เฝือก แต่ตอนนี้ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่า”ลู่เซียวเซียวยังดูแลเชี่ยนเชี่ยนอยู่ ฟู่เยี่ยนสวินดึงดันจะกลับไปที่ห้องผ่าตัด แต่อีกฝ่ายยืนกรานให้เขามาดูอาการที่แผนกกระดูกก่อนเป็นอย่างที่ฟู่เยี

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 21

    “พี่!” เสียงตะโกนด้วยความตกใจของลู่เซียวเซียวดังขึ้นที่บันได เสียงเธอสั่นเครือ อุ้มเชี่ยนเชี่ยนที่หมดสติวิ่งมาอย่างรวดเร็ว “พี่ อยู่ดีๆ เชี่ยนเชี่ยนก็หมดสติ!”ลู่สือสมองขาวโพลน แต่ต้องมีสติ เขามองลู่เซียวเซียวที่ทรุดอยู่ตรงหน้าตัวเองอย่างหมดแรง และเชี่ยนเชี่ยนที่ไม่รู้สึกตัวและใบหน้าแดงก่ำ เขาคิดซ้ำไปซ้ำมา บอกตัวเองว่าฉันต้องมีสติฟู่เยี่ยนสวินยังอยู่แถวๆ นี้ เขาได้ยินเสียงร้องไห้ของลู่เซียวเซียว รีบย่อตัวลงมาดูใบหน้าแดงก่ำของเชี่ยนเชี่ยน “ลู่เซียวเซียว? อย่าร้อง! ที่นี่โรงพยาบาล ไปแผนกฉุกเฉินกับฉัน!”“เซียวเซียว” ลู่สือถกเสื้อของเชี่ยนเชี่ยนขึ้น เห็นผื่นแดงขนาดใหญ่ที่ท้องของเธอ เขาฉุกคิดได้ทันที “เมื่อกี้เธอพาเชี่ยนเชี่ยนไปกินอะไร?”พี่สาวของลู่สือเป็นภูมิแพ้ เมื่อก่อนเชี่ยนเชี่ยนไม่เคยมีอาการแพ้อะไรเลย ลู่สือกับถงซีจึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนักถ้ารู้ว่าแพ้อะไรจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ลู่เซียวเซียวปาดน้ำตา รีบนึกอย่างรวดเร็ว “เมื่อกี้พาเธอไปข้างล่าง เธอไม่ยอมกินลูกอม ฉันก็เลยซื้อขนมปังให้เธอกิน......ข้างในมีเนยถั่ว!”ถั่วลิสงเป็นสาเหตุสำคัญของอาการแพ้ ฟู่เยี่ยนสวินตัดสินใจอุ้มเ

  • รักแรกที่พ้นผ่าน   บทที่ 20

    เมื่อคืนเขาฝันร้ายมาก ตื่นมาในช่วงฟ้าสาง ข้างนอกอากาศหนาวเหมือนอยู่ในยุคน้ำแข็ง ในฤดูหนาวที่อุณหภูมิติดลบหลายสิบองศาเช่นนี้ เขาเปิดหน้าต่างปล่อยให้เกล็ดหิมะมากมายโปรยปรายลงบนตัวเหมือนการลงโทษตัวเองฟู่เยี่ยนสวินอิจฉาลู่สือมาก เขาสามารถยืนข้างกายถงซีอย่างเปิดเผยและสง่างาม ผ่านความยากลำบากมากมายไปพร้อมกับเธอ เลี้ยงดูเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูมากับเธอ นั่นคือความฝันที่เขาเฝ้ารอมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น แต่ตอนนี้มันไม่มีวันเป็นจริงแล้วในความฝัน คำพูดแสนเย็นชาและไร้เยื่อใยออกมาจากริมฝีปากนุ่มที่เขาเคยจูบมานับครั้งไม่ถ้วน“ฟู่เยี่ยนสวิน นายจะทำให้ฉันตายเป็นครั้งที่สองเหรอ? ถ้าเข้ามาอีกแค่ก้าวเดียว ฉันจะไม่ผ่าตัดแล้ว”“ฉันจะทำตามที่นายต้องการ ฉันจะตายต่อหน้านายอีกครั้ง”ฟู่เยี่ยนสวินสีหน้าไม่สู้ดี ทุกครั้งที่เขาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย เขาจะเหงื่อท่วมตัว มือเท้าชา หยวนซีบอกว่าที่เขาเป็นอยู่คืออาการแพนิค การฝืนให้มันผ่านไปไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไรเขาหยิบยาที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมา เทยาจำนวนมากออกจากขวดด้วยมืออันสั่นเทา ยัดมันเข้าไปในปากแล้วก็เคี้ยวมันขมมากไฟที่ห้องผ่าตัดสว่างขึ้น ลู่สือยืนอยู่ที

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status