로그인จากที่ขาเรียวถูกเกี่ยวขึ้นมาพอประมาณ ตอนนี้มันถูกยกขึ้นมาพาดอยู่บ่าแกร่งไปซะแล้ว และมันก็ทำให้กลีบชมพูยิ่งบานกว้าง เอ็นอุ่นที่ชักเข้าออกอยู่เลยฝังตัวลึกเข้าไปอีก
ม่านหมอกอยากร้องท้วง เพราะความทรมานที่กำลังตีตื้นขึ้นมา ทว่าคนตัวโตกลับบดจูบเธอไม่ยอมปล่อย และเอวสอบก็ยังกระหน่ำอัดเข้ามาไม่หยุด เธอจะขาดใจตายอยู่แล้วเขาไม่รู้บ้างเลยเหรอ ในที่สุด เธอก็ทนไม่ไหวเลยต้องรีบเบือนหน้าออกมาสูดอากาศ ก่อนจะครางบอกเขาเสียงกระเส่าปานจะขาดใจ “อื้อ…พี่ฉืออี้ อ่า…ระ…แรงไปแล้ว เบาหน่อย” ทว่าการที่เธอร้องขอเขา มันกลับกลายเป็นการกระตุ้นให้เสือร้ายคึกคะนองไปใหญ่ เพราะไม่มีเคยใครเรียกชื่อเขาแบบนี้มาก่อน และม่านหมอกคือคนแรกที่เรียกเขาแบบนี้ ฉืออี้ในตอนนี้ เหมือนเสือร้ายที่รอโอกาสขยำเหยื่อ และร่างเปลือยที่เขาเน้นเอวใส่ในตอนนี้ ก็คือเหยื่ออันโอชะดีดีนี่เอง ยิ่งเธอคราง เขายิ่งโถมตัวเข้าใส่เต็มกำลัง ในที่สุด ความต้องการที่อัดอั้นมาตลอดทั้งเดือนก็ถูกปลดปล่อยออกมาจนได้ “อื้อ…อ่า…” สะโพกหนากดย้ำเข้าไปอีกสองสามที ต่างจากร่างเล็กที่กระตุกเกร็งจนตัวงอ แต่ยังไม่ถึงนาที ความเสียวที่เพิ่งผ่านไปก็ประเดประดังเข้ามาอีก เมื่อคนตัวโตช้อนกระเตงขาอีกข้างของเธอขึ้นมา ทำให้ม่านหมอกต้องรีบยกแขนขึ้นมาโอบรอบคอเขาไว้ และยังไม่ทันไร เธอก็ต้องร้องครางอีกหน เพราะเขากำลังกดตัวเธอลงมาใส่เอ็นอุ่นที่ตั้งรอรับอยู่ “พี่ฉือ อื้อ… พี่คะ แรงไปแล้ว” เธอยังคงร้องท้วงด้วยประโยคเดิมซ้ำ ๆ เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมผ่อนแรงเลย “รูเธอมันแน่น ฉันต้องทำให้มันกว้าง ต่อไปจะได้ชิน” “อื้อ…แต่มันจุก” “อ่า…จุกหรือเสียวเด็กน้อย เอาดีดี” คนเจ้าเล่ห์พูดแล้วก็มองเธอด้วยสายตากรุ้มกริ่ม ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเร่งเอวเสยขึ้นอีก ราวกับต้องการลงโทษเด็กพูดปดเสียอย่างนั้น “อื้อ…พี่ฉือ อ่า… เบาหน่อย หมอกจะเสร็จอีกแล้ว” “ซี๊ด… ก็ปล่อยออกมาสิ อ่า…จะอั้นไว้ทำไม ไม่ต้องห่วง คืนนี้ฉันจะทำจนเธออิ่มนั้นแหละถึงจะพอ” จากนั้นร่างเปลือยที่เต็มไปด้วยหยดน้ำ ก็กระเตงเด้ากระแทกตรงมายังเตียง พอเขาวางเธอลง ประธานหนุ่มสุดหล่อก็ไม่รีรอที่จะกดสะโพกเข้าใส่อย่างเน้นย้ำ บนเตียงที่แสนนุ่มตอนนี้มันเริ่มยับยู่ยี่ ผสมผสานกับเสียงเนื้อกระทบกันดังก้องสะท้อนไปทั่ว เพราะฉืออี้ไม่ได้ปล่อยให้ม่านหมอกได้พักหายใจ ร่างสูงใหญ่ยังคงโถมทับลงมาบดเบียดความแข็งแกร่งเข้าหาความอ่อนนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า “อื้อ... พี่ฉือ... เบา... เบาหน่อยค่ะ” ม่านหมอกครางระงม มือเรียวจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างจนเกิดรอยแดงเป็นปื้น แต่ยิ่งเธอร้องท้วง เขากลับยิ่งสวนสะโพกตอบรับอย่างดุดัน “เบาไม่ได้... รูเธอมันตอดรัดจนฉันจะบ้าตายอยู่แล้วม่านหมอก” เสียงทุ้มพร่าสบถชิดใบหู ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหง ขบเม้มจนเกิดรอยรักสีกุหลาบไปทั่ว จากนั้นร่างกำยำก็ขยับลุกเหยียดตรง ก่อนจะจับเรียวขาคู่สวยแยกออกกว้างกว่าเดิม แล้วแทรกตัวเข้ากลางกายสาวอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้แค่ขยับเป็นจังหวะ แต่กลับเน้นย้ำความลึกซึ้งจนคนใต้ร่างแอ่นอกรับด้วยความเสียวซ่าน “อ๊า! ตรงนั้น... พี่ฉือ... ตรงนั้นมัน...” “ตรงนี้เหรอ? ชอบใช่ไหม” ฉืออี้กระตุกยิ้มร้าย เมื่อเจอจุดอ่อนไหวของคนใต้ร่าง เขาเลยจงใจกระแทกเอ็นร้อนเน้นย้ำที่จุดเดิมซ้ำ ๆ จนม่านหมอกตาปรือปรอย สมองขาวโพลน จนรู้สึกว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเป็นแค่ภาพลวงตา รสสัมผัสที่เขามอบให้มันช่างเร่าร้อนและรุนแรงจนเธอแทบสำลัก ไหนจะแรงบีบขยำทรวงอกอวบอิ่มจนมันขึ้นสีแดงเป็นรอยมือ บางครั้งเขาก็จู่โจมยอดอกสีหวานอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งดูดดึงและใช้ลิ้นรัววนจนความเสียวแล่นไปทั่วร่าง “ซี๊ด... แน่นมาก... ม่านหมอก เธอทำฉันคลั่งแล้วรู้ตัวไหม” เขารวบขาทั้งสองข้างของเธอขึ้นพาดบ่าแกร่ง เพื่อเปิดทางให้แก่นกายใหญ่โตมุดทะลวงเข้าไปได้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เร่งจังหวะการซอยถี่รัวและหนักหน่วงราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ ทำเอาคนใต้ร่างถึงกับครางเสียงหลง “จะ... จะเสร็จแล้ว... พี่ฉือ หมอกไม่ไหวแล้ว!” “พร้อมกันนะ... ปล่อยออกมาให้หมด!” ฉืออี้เร่งจังหวะสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเร่งเอวสอบรัวกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้งจนเกิดเสียงดั่ง ตับ! ตับ! ตับ! ต่อเนื่องกัน ก่อนที่เขาจะกดสะโพกค้างไว้อย่างเน้นหนัก เมื่อความสุขสมแล่นริ้วถึงขีดสุด ม่านหมอกก็กระตุกสั่นอย่างรุนแรง ร่องรูเธอบีบรัดตัวตนของเขาเอาไว้แน่นจนฉืออี้ต้องคำรามลั่น ปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนเข้าไปจนล้นทะลักร่องรูสาว “อ๊าสสส เสียวโคตร… อ๊าาา” เอวสอบกดเน้นย้ำใส่รอยแยกอีกสองสามที ก่อนจะทิ้งตัวลงซบหน้ากับอกอิ่ม พลางปรายตามองคนที่นอนนิ่งอยู่ ทว่าความต้องการที่ดูเหมือนจะดับลง กลับเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาใหม่เมื่อเห็นใบหน้าแดงซ่านที่แสนยั่วยวนของคนใต้ร่าง “นี่มันแค่ยกแรกเท่านั้นนะม่านหมอก เรามาต่อกันเถอะ” พูดจบ เขาก็เริ่มบทรักครั้งใหม่ทันทีโดยไม่ให้เธอได้ตั้งตัว แต่ในขณะที่พายุสวาทบนเตียงกำลังดำเนินไปอย่างบ้าคลั่ง กลับมีใครบางคนยืนนิ่งจ้องมองภาพนี้อย่างใจเย็น เฉิงอี้ยืนนิ่งมองภาพของพี่ชายผู้แสนเย็นชากำลังเคี่ยวกรำร่างอวบอิ่ม ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังขย้ำเหยื่อด้วยความสงสัย เอวสอบนั้นกำลังเสยเข้าใส่ร่างเล็กที่นอนหงายหลังราบไปกับเตียง ขาขาวผ่องของม่านหมอกถูกยกพาดบ่าแกร่งข้างหนึ่งจนรอยแยกชมพูนั้นบานฉ่ำ เปิดให้เห็นการกลืนกินลำเอ็นชัดเจน “อื้อ... พี่ฉือ... อ๊ะ... อ๊า...” เสียงครางหวานปนสะอื้นของม่านหมอก ผสมกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังก้องห้อง มันรุนแรงเสียจนคนแอบดูอย่างเฉิงอี้ถึงกับลำคอแห้งผาก เขายืนกอดอกมองดูภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เพราะปกติแล้วร่างกายของผู้หญิงไม่เคยอยู่ในสายตาเขาสักนิด กลิ่นสาบสาวที่ใครต่อใครว่าหอมเขาก็มองว่ามันน่ารำคาญ ทว่าม่านหมอกกลับต่างออกไป... ภาพที่เต้าอวบของเธอเด้งคลอนตามแรงกระแทกของพี่ชาย และใบหน้าที่เหยเกด้วยความเสียวซ่านนั้น กลับกระตุ้นบางอย่างในตัวเขาอย่างรุนแรง ซี้ดด... มือเรียวเลื่อนลงมากุมเป้าทันที เมื่อความแข็งขืนกลางลำตัวที่เพิ่งจะปลดปล่อยไปกับเด็กหนุ่มข้างล่าง กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างกะทันหัน มังกรยักษ์ของเฉิงอี้ปวดหนึบจนดันกางเกงสแล็คขึ้นมาเป็นลำเด่นชัด เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ‘บ้าชิบ... เห็นแค่หอยยัยนี่โดนเอาก็แข็งงั้นเหรอ' เฉิงอี้สบถในใจ สายตายังคงจดจ้องที่รอยแยกเปียกชื้นที่พี่ชายกำลังตอกอัดเข้าใส่อย่างมัวเมา และยังแอบจินตนาการไปวูบหนึ่งว่า ถ้าหากเป็นเอ็นของเขาเอง ที่กำลังชักเข้าออกในร่องรูนั้น มันจะรู้สึกดีและเสียวขนาดไหนกันนะหนึ่งเดือนถัดมา... งานวิวาห์ที่ถูกกล่าวถึงทั้งประเทศก็เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดหรูของโรงแรมระดับเจ็ดดาว ซึ่งที่นี่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดั่งสรวงสวรรค์ เพราะพื้นที่ทั้งหมดถูกประดับประดาด้วยดอกคามิลเลียขาวบริสุทธิ์และกุหลาบหายากสีชมพูอ่อน ซึ่งมันส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วงาน ใครเข้ามาต้องเพ้อฝันอย่างแน่นอน บนเวทีขนาดใหญ่ เจ้าบ่าวกำลังยืนยิ้มกริ่มท่ามกลางแขกเหรื่อนับพัน ที่ต่างก็มาเพื่อให้เห็นกับตาว่า สองพี่น้องตระกูลฟางแต่งภรรยาคนเดียวกันจริงอย่างที่ข่าวในโซเชียลพูดถึงกันหรือไม่ และตอนนี้พวกเขาก็เห็นแล้วว่า งานแต่งนี้ถูกจัดขึ้นด้วยความเต็มใจของคนในตระกูลฟาง โดยเฉพาะพ่อแม่ของเจ้าบ่าว เพราะดูเหมือนทั้งคู่จะปลื้มในตัวลูกสะใภ้เป็นอย่างมาก ถึงขั้นพูดชมเชยไม่หยุด ทั้งที่ม่านหมอกก็ไม่ได้ทำอะไรมากมาย นอกจากเปลี่ยนเกย์ให้กลับมาเป็นชายได้ก็เท่านั้น แต่นั่นอาจเป็นเรื่องเล็กสำหรับคนอื่น ทว่าในตระกูลใหญ่ที่ต้องมีทายาทสืบสกุล นี่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งตอนนี้ คุณนายหลี่และสามีก็สมหวังแล้ว เพราะหลังจากที่ม่านหมอกตอบตกลงในคืนนั้
ฉืออี้ผละจากริมฝีปากเลื่อนลงมาขบเม้มยอดอกสีหวาน ใช้ลิ้นสากตวัดรัวสลับกับการบีบเค้นเต้าอวบอิ่มอย่างนุ่มนวล แต่ก็แฝงความหนักแน่นที่เน้นทำให้เมียรักของเขาเสียวซ่าน ด้านเฉิงอี้ที่อยู่เบื้องล่างกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาค่อย ๆ แยกกลีบเนื้อนุ่มที่ฉ่ำเยิ้มออก แล้วฝังใบหน้าลงไปดอมดมกลิ่นกายสาวก่อนจะใช้ลิ้นร้อนตวัดเลียจุดกระสันอย่างประณีต “อ๊ะ! พี่เฉิง... ตรงนั้น... มันสกปรกนะ” ม่านหมอกประท้วงเสียงสั่น ทว่าสะโพกมนกลับแอ่นรับสัมผัสอย่างลืมตัว “สำหรับพี่... หมอกสะอาดและหอมหวานที่สุดครับ” เฉิงอี้พึมพำชิดรอยแยก ก่อนจะรัวลิ้นใส่ติ่งเนื้อสวาทจนม่านหมอกครางกระเส่าไม่เป็นศัพท์ น้ำหวานใสไหลซึมออกมาเคลือบชโลมใบหน้าของเขา ทว่าอดีตเกย์กลับดูดกินมันอย่างไม่นึกรังเกียจ ฉืออี้มองดูน้องชายปรนเปรอเมียรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักที่เปี่ยมล้น ก็นึกอยากช่วยให้เธอมีความสุขมากขึ้น มือที่บีบเค้นเต้าอวบจึงเลื่อนลงไปขยี้ติ่งเสียวรัวเร็ว พลางก้มลงจูบซับน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะความเสียวซ่านอย่างอ่อนโยน “เสียวมากเหรอครับ พี่ดีใจที่หมอกชอบนะ” ฉืออี้กระซิบเสียงกระเส่า พร้อมกับขยับนิ้วที่เขี่ยติ่งเสียวเร็วขึ้นอ
เฉิงอี้มองดูแววตาเศร้าหม่นของคนข้างกาย เขาเลยรีบยื่นมือมากุมมือเธอไว้มั่น แล้วพูดขึ้นเสียงทุ้มอ่อนโยน “หมอกไม่ต้องอายนะ เพราะต่อไปหมอกจะกลายเป็นผู้หญิงที่ถูกอิจฉามากที่สุด หมอกจะมีผู้ชายที่รักและหวงแหนหมอกมากถึงสองคน มีเงินทองให้ใช้สอยไปตลอดชาติ เป็นคุณนายที่อยากไปเที่ยวไหนก็ไปได้เลย อยากใช้จ่ายแค่ไหนก็ได้ เพราะพี่กับฉืออี้จะหาเงินและเติมความรักให้เธอเอง” น้ำเสียงคนเจ้าเล่ห์ ยังคงหนักแน่นและแน่วแน่จนคนฟังถึงกับน้ำตาคลอ “หมอก แกห้ามปล่อยพวกเขาให้หลุดมือไปนะ” เสียงสนับสนุนเริ่มดังขึ้นอย่างโจ่งแจ้ง และมีตามมาอีกเรื่อย ๆ “อิจฉาอ่ะ คนเดียวฉันยังหาไม่ได้เลย นี่ได้ตั้งสอง ทั้งหล่อทั้งรวย ทั้งเอาใจใส่ หาแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วนะ” “ใช่ ๆ ฉันอยากได้บ้าง ต้องไปกราบไหว้พระวัดไหนเนี่ย” เสียงของเหล่านักศึกษาสาวเริ่มดังไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งมันทำให้ม่านหมอกรู้สึกคลายความกังวลลงไปได้มากทีเดียว “กลับได้แล้วค่ะ หมอกอายคน” สุดท้ายเธอก็ต้องรีบหาทางหนี เพราะตอนนี้คนในคณะมองมาที่เธอเป็นตาเดียวแล้ว และหลังจากนั้น โลกโซเชียลและเพจซุบซิบของมหาลัยก็เดือดอย่างกับลาวา เพราะมีทั้งภาพและเสียงของรองประธานเฉิง ท
พอสองพี่น้องออกไป ดารินก็หันมาหาคนที่ตอนนี้เงยหน้าขึ้นมาจากตักได้เสียที “หมอก หนูชอบพวกพี่เขาหรือเปล่า” เธอเจาะจงถามในสิ่งที่สงสัย หากไม่เธอก็จะไม่บีบบังคับ ถึงแม้เรื่องนี้มันจะมีความสำคัญต่อตระกูลฟางมากก็ตาม เพราะตลอดหลายปีมานี้ แม้เธอกับสามีจะยอมรับสิ่งที่ลูกเป็น ทว่าในใจก็ยังหวังอยากให้พวกเขากลับมาชอบผู้หญิงตามธรรมชาติที่ควรจะเป็น แต่สุดท้ายก็ผิดหวังทุกครั้งไป ม่านหมอกได้ยินคำถามก็หันมาหาผู้มีพระคุณของครอบครัว “หมอกชอบพวกเขาค่ะ เพียงแต่” “เพียงแต่หนูไม่มั่นใจว่า พวกเขาจะหันมาชอบผู้หญิงได้จริง ๆ ใช่ไหม” ดารินถามในสิ่งที่เธอเองก็คิดเหมือนกัน ม่านหมอกพยักหน้ารับ “หมอกกลัวว่าวันหนึ่งถ้าเราอยู่ด้วยกันไปแล้วพวกเขาเกิดมีความชอบเหมือนเดิม ถึงตอนนั้นหมอกคงเสียใจมาก ยิ่งถ้ามีลูกด้วยกัน ชีวิตคงจะ…” “ป้าเข้าใจ ที่ป้าไม่เร่งรัดหนู ทั้งที่อยากให้ตระกูลฟางมีทายาท ก็เพราะนึกถึงอนาคตที่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อของหนู ป้าไม่อยากเอาความทุกข์โยนให้หนูรับคนเดียว ถ้าหนูไม่มั่นใจ ก็ไม่ต้องแต่งกับคนเห็นแก่ตัวพรรคนั้นหรอกนะ” ดารินพูดพร้อมกับรั้งเอาหลานสาวที่เธอเห็นตั้งแต่เด็กมากอด “ขอบคุณนะคะคุณป้า
ม่านหมอกถึงกับนิ่งงันเป็นรูปปั้น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ใบหน้าหวานที่เคยซีดเซียวตอนนี้กลับเห่อร้อนและแดงก่ำด้วยความอับอายปนสับสน เธอไม่คาดคิดเลยว่ามาเฟียหนุ่มที่เคยหยิ่งทะนงและรักศักดิ์ศรีอย่างสองพี่น้องตระกูลฟาง จะยอม เปิดโปง การกระทำที่แสนป่าเถื่อนของตัวเองต่อหน้าผู้เป็นแม่เพียงเพื่อจะรั้งเธอไว้ “พวกแก! พวกแกกล้าทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้กับยัยหนูที่ฉันฝากไว้ให้ดูแลอย่างนั้นเหรอ มิน่ายัยหนูถึงไม่อยากกลับมาอยู่ที่นี่” มาดามดารินเค้นเสียงอย่างยากลำบาก มือที่สวมแหวนเพชรเม็ดเป้งสั่นระริก ก่อนจะหันมามองม่านหมอกที่ก้มหน้าจนคางชิดอก “หนูหมอก... ที่เจ้าพวกนี้พูด... มันเป็นความจริงงั้นเหรอลูก?” ม่านหมอกทำได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ ตามด้วยน้ำตาที่สะกดกั้นมานานร่วงแหมะลงบนหน้าตัก และไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองสายตาผิดหวังของคุณป้าที่เคารพรัก “ผมยอมรับว่าจุดเริ่มต้นมันอาจจะเลวร้าย และเราก็มีความคิดที่จะใช้เธอเป็นตัวขัดดอกจริง ๆ กระทั่งปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ผมกับเฉิงอี้ก็เริ่มอยู่ไม่สุข จนเธอหายไปเมื่ออาทิตย์ก่อน พวกเราถึงได้แน่ใจว่า ชีวิตนี้ขาดม่านหมอกไม่ได้แล้วครับ”
ความเงียบงันที่แสนทรมานปกคลุมเพนท์เฮาส์หรูนานนับสัปดาห์ ทว่าวันนี้มันกลับถูกทำลายลงเพราะเสียงเปิดประตูลิฟต์ส่วนตัวที่ดังขึ้นมาในช่วงเวลาหัวค่ำ ฉืออี้รีบเงยหน้าขึ้นจ้องมองจอมอนิเตอร์ของกล้องวงจรปิดในทันที ส่วนเฉิงอี้ที่นอนเหม่อลอยอยู่บนโซฟาพร้อมขวดเหล้าในมือ ก็รีบหันขวับไปมองที่ประตูตามสัญชาตญาณ ทว่าคนที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่ตงหลี่ที่มารายงานข่าวเหมือนทุกวัน คนที่มากลับเป็นมาดามดาริน หรือคุณนายฟางหลี่แม่ของพวกเขาต่างหาก และเธอก็ไม่ได้มาคนเดียว ด้านหลังนั้นยังมีร่างเล็กของม่านหมอกเดินตามเข้ามาด้วย ซึ่งเธอเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตาใคร “ม่านหมอก!” เฉิงอี้ดีดตัวลุกขึ้นยืนจนขวดเหล้าที่วางอยู่ด้านล่างเกือบล้ม เขาคิดจะโผเข้าไปหาเธอด้วยความดีใจ ทว่าสายตาดุจัดของผู้เป็นแม่กลับหยุดเขาไว้เสียก่อน “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยเจ้าเฉิง! อย่ามาทำเหมือนดีใจที่เห็นน้องหน่อยเลย ส่วนเจ้าฉือ... เลิกทำหน้าเหมือนคนเสียสติแล้วมานั่งนี่ซะ” มาดามดารินตวาดเสียงกร้าว ก่อนจะหันมาคว้าแขนของม่านหมอกพาไปนั่งที่โซฟา ซึ่งก่อนนี้เป็นที่นอนของเฉิงอี้ ฉืออี้รีบก้าวเดินออกมาจากมุมมืด แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับสั่นไหวอย่างรุน
เฉิงอี้เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะเอื้อมมือมารั้งเอากางเกงนอนตัวสั้นออกไปจากขาเรียวสวย ซึ่งอันที่จริง เขาไม่จำเป็น้องทำแบบนี้เลยด้วยซ้ำ ทว่าตอนนี้เขาก็ทำไปแล้ว สุดท้ายม่านหมอกที่นอนสลบไสล กลับถูกเกย์หนุ่มที่ไม่เคยสัมผัสร่างกายผู้หญิงแบบจริงจังจับเปลื้องผ้าซะแล้ว “หอยผู้หญิง สวยแบบนี้ท
“ท่านประธานครับ สรุปโครงการนี้จะให้ดำเนินการต่อเลยไหมครับ?” เสียงจากบอร์ดบริหารดังขึ้น ประธานหนุ่มจึงได้สติ “พักการประชุมสิบนาที” เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะลุกพรวดเดินออกไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมือง พลางกดพิมพ์ข้อความส่งให้ลูกน้องที่เฝ้าอยู่ทันที [อย่าให้คลาดสายตา ถ้าเธอไปหาผู้ชายคนนั
“บ้าจริง เราชอบผู้ชายไม่ได้ชอบผู้หญิงซะหน่อย เราก็แค่ไม่เคยเห็นใครเอากันมันขนาดนี้ก็เท่านั้น ไม่ได้อยากเอาเอ็นยัดรูหอยเสียหน่อย” ประธานหนุ่มพึมพำค้านความคิดตัวเอง และก่อนจะเดินออกมาเฉิงอี้ยังคงยืนมองภาพเร่าร้อนของพี่ชายที่กำลังขยับดึงลำเอ็นใหญ่ออกจากรอยแยกแดงเถือก แล้วกดดันเข้าไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้
ม่านหมอกไม่ได้ต่อต้าน เพราะตอนนี้อารมณ์ของเธอมันค้างเติ่งอยู่บนเพดานแล้ว เธอกำลังรอให้อีกฝ่ายช่วยจัดการมันต่างหาก และดูเหมือนเขาจะทำมันได้ดีเหลือเกิน เพราะทันทีที่ตัวเธอถูกอีกฝ่ายดันติดผนัง ริมฝีปากหนาก็แนบลงมาบดจูบ สอนให้เธอได้เรียนรู้สัมผัสอันแปลกใหม่ ซึ่งเธอไม่เคยได้รับมาก่อน ไหนจะความรู้สึกวาบ







