Share

บทที่ 3

Author: ฮวนฮวน
"เด็กๆ แม่ของพวกหนูอาการหนักกว่ามาก อาจจะมีเลือดออกในสมอง ต้องรีบช่วยชีวิตเดี๋ยวนี้!"

"ผมไม่สน! ช่วยน้าเมิ่งก่อนครับ!" จี้ว่างแผดเสียงกรี้ดออกมาเช่นกัน "ช่วยน้าเมิ่งก่อนค่ะ!"

พยาบาลทำหน้าลำบากใจเป็นอย่างยิ่ง

ในตอนนั้นเอง เสียงทุ้มแหบของจี้เป่ยเฉินก็ดังขึ้น พร้อมน้ำเสียงเด็ดขาดที่ไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง

"ส่งคุณเมิ่งไปก่อน"

"แต่คุณจี้คะ คุณภรรยาของคุณ..."

"ทำตามที่ผมบอก! รถพยาบาลคันต่อไปกำลังจะมาถึงแล้ว" น้ำเสียงของจี้เป่ยเฉินพลันสูงขึ้น แฝงไปด้วยความหงุดหงิดและเด็ดขาดราวกับกำลังออกคำสั่ง

เสียงฝีเท้าเร่งรีบ เปลย้ายผู้ป่วยถูกยกหามออกไป

หลินย่างฮวนใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ค่อยๆลืมตาที่ถูกเลือดบดบังจนพร่ามัวขึ้นเล็กน้อย

ในสายตาอันพร่ามัว เธอเห็นจี้เป่ยเฉินอุ้มเมิ่งจือที่หมดสติไว้ โดยมีลูกทั้งสองคนห้อมล้อมก้าวตามเปลย้ายผู้ป่วยขึ้นรถพยาบาลคันนั้นไปพร้อมกัน

ทิ้งเธอไว้เพียงลำพัง ณ จุดเกิดเหตุ

ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดอย่างสมบูรณ์ จู๋ๆเธอก็นึกถึงเรื่องราวเมื่อนานมาแล้ว

ครั้งหนึ่งเธอหั่นผลไม้แล้วพลาดบาดนิ้วเข้า แม้จะเป็นเพียงแผลเล็กๆ แต่จี้เป่ยเฉินกลับร้อนใจจนรีบวางสัญญามูลค่าหลายสิบล้านในมือลงทันที แล้วขับรถพาเธอไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผล ตลอดทางเขาขมวดคิ้วแน่นและคอยเอ่ยถามเธอไม่หยุดปากว่า "เจ็บไหม"

อีกครั้งหนึ่งตอนที่พวกเด็กๆยังเล็ก จี้เป่ยเฉินอุ้มพวกเขาไว้แล้วชี้มาที่เธอพร้อมกับพูดว่า "ซีซี ว่างว่าง จำไว้นะ นี่คือแม่ ลูกชายต้องเป็นสุภาพบุรุษ ส่วนลูกสาวก็เป็นเจ้าหญิงน้อย โตขึ้นแล้วต้องช่วยกันปกป้องคุณแม่นะ รู้ไหม?"

เด็กทั้งสองคนในตอนนั้นพยักหน้าอย่างซื่อๆ แล้ววิ่งพุ่งเข้าหาอ้อมอกของเธอและส่งเสียงอ้อแอ้ว่า "ปกป้องแม่!"

แล้วตอนนี้ล่ะ?

พวกเขากลับยืนขวางรถพยาบาล ยืนกรานจะให้ช่วย "น้าเมิ่ง" คนนั้นก่อน

ส่วนพ่อของพวกเขา ผู้ชายที่เคยปฏิญาณว่าจะใช้ชีวิตปกป้องเธอ กลับเป็นคนเลือกผู้หญิงอีกคนก่อนด้วยมือของเขาเอง

ปล่อยให้เธอต้องเสียเลือดตายตรงนี้ไป

ที่แท้ ใจคนเรามันเปลี่ยนไปได้จริงๆ สินะ

ความรักก็เลือนหายไปได้จริงๆ

เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง ก็อยู่ในโรงพยาบาลแล้ว

หลินย่างฮวนค่อยๆ ลืมตาขึ้น และเห็นจี้เป่ยเฉินกับลูกทั้งสองยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย

เมื่อเห็นเธอตื่นขึ้นมา จี้เป่ยเฉินก็ดูเหมือนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ย่างฮวน คุณตื่นแล้วเหรอ? รู้สึกยังไงบ้าง?"

ความห่วงใยของเขา ในเวลานี้ส่งมาถึงหูของหลินย่างฮวน กลับทำให้รู้สึกน่าขำและน่าขยะแขยง

"ตอนนั้นคุณ... ไม่ได้เลือกที่จะช่วยฉัน แล้วตอนนี้ จะมาเสแสร้งแสดงความห่วงใยไปเพื่ออะไร?"

สีหน้าบนใบหน้าของจี้เป่ยเฉินแข็งค้างไปทันที "ร่างกายของเมิ่งจืออ่อนแอ แถมยังสลบไปอีก สถานการณ์มันฉุกเฉิน ผมก็แค่... ชั่งน้ำหนักดูแล้ว เลือกทางเลือกที่รัดกุมที่สุด ย่างฮวน ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจนะ"

เข้าใจงั้นเหรอ?

เธอต้องเข้าใจอะไร?

เข้าใจที่เขาทิ้งเธอไว้ ณ จุดเกิดเหตุให้รอความตาย แล้วกลับไปช่วยผู้หญิงที่แค่ "บาดเจ็บเล็กน้อย" และ "หมดสติ" ไปเนี่ยนะ?

ในตอนนั้นเอง พยาบาลคนหนึ่งก็เคาะประตูเดินเข้ามา "คุณจี้คะ คุณเมิ่งฟื้นแล้วค่ะ อารมณ์ไม่ค่อยมั่นคงเท่าไร เอาแต่ร้องหาคุณอยู่ตลอดเลย..."

จี้เป่ยเฉินรีบลุกขึ้นยืนทันที "ย่างฮวน คุณพักผ่อนให้ดีนะ ผม... ขอตัวไปดูเธอสักหน่อย ซีซี ว่างว่าง พวกลูกอยู่นี่คอยอยู่เป็นเพื่อนแม่นะ"

พูดจบ เขาก็รีบก้าวออกจากห้องผู้ป่วยไปอย่างเร่งรีบ

แม้เด็กทั้งสองคนจะถูกทิ้งให้อยู่ต่อ ทว่ากลับเหม่อลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอย่างเห็นได้ชัด

จี้ซีเอาแต่มองเหลียวไปทางประตูไม่หยุด ส่วนจี้ว่างก็กดเล่นนาฬิกาโทรศัพท์พร้อมกับพึมพำเสียงเบา "ไม่รู้ว่าน้าเมิ่งจะเป็นยังไงบ้างแล้ว..."

เมื่อมองดูสภาพของพวกเขา หัวใจหลินย่างฮวนก็บีบรัดแน่น จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามขึ้นมา

"ถ้า... แม่กับพ่อหย่ากัน พวกลูกจะเลือกอยู่กับใคร?"

เด็กทั้งสองเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน แล้วชะงักไปครู่หนึ่ง

ดวงตาของจี้ซีทอประกายขึ้นมาก่อน "หย่าเหรอครับ? หมายความว่าแม่กับพ่อจะแยกทางกัน ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันแล้วใช่ไหม?"

จี้ว่างเองก็ตื่นเต้นถามซ้ำ "งั้นพ่อก็สามารถไปอยู่กับน้าเมิ่งได้แล้วใช่ไหมคะ?"

โดยไม่รอให้หลินย่างฮวนได้ตอบ จี้ซีก็แย่งพูดขึ้นมาก่อน "งั้นพวกเราก็ต้องเลือกอยู่กับพ่อแน่นอนสิครับ! เพราะอยู่กับพ่อจะได้เจอน้าเมิ่งทุกวันเลย!"

จี้ว่างพยักหน้าอย่างแรง "อื้ม! หนูจะอยู่กับพ่อและน้าเมิ่งค่ะ!"

ถ้อยคำทุกคำ เปรียบเสมือนค้อนหนักที่กระหน่ำทุบลงบนหัวใจที่แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดีของหลินย่างฮวน

เธอจ้องมองสิ่งมีชีวิตตัวน้อยทั้งสองที่เธออุ้มท้องและให้กำเนิดออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะพูดเสียงสั่นเครือ

"เพราะงั้น... ถ้าเทียบกับแม่แล้ว พวกลูกชอบเมิ่งจือมากกว่าสินะ?"

"ก็ต้องใช่อยู่แล้วสิครับ!" จี้ซีออกมาทันที "น้าเมิ่งคอยอยู่เป็นเพื่อนต่อเลโก้กับพวกเรา พาพวกเราไปสวนสนุก แล้วแม่ล่ะ? แม่เอาแต่พูดว่ารอให้แม่ทำงานเสร็จก่อน แต่แม่ก็ไม่มีวันทำงานเสร็จสักที!"

จี้ว่างพูดเสริมเสียงเบา "น้าเมิ่งยังช่วยหนูแต่งชุดกระโปรงสวยๆ ให้กินขนม ให้ดูทีวีด้วย แต่แม่เอาแต่บังคับให้หนูใส่เสื้อผ้าหนาๆไม่ยอมให้หนูกินอาหารขยะเลย...”

พวกเขาพากันยกข้อดีต่างๆ ของเมิ่งจือขึ้นมาพูด พร้อมกับไล่เรียงข้อเสียของเธอซึ่งเป็นแม่แท้ๆ ออกมาทีละข้อ

หลินย่างฮวนฟังแล้วรู้สึกราวกับหัวใจค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ห้วงน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ

ที่แท้ ในช่วงเวลาที่เธอเหน็ดเหนื่อยวิ่งวุ่นเพื่อครอบครัวและพยายามรักษาสมดุลระหว่างชีวิตกับการงาน ลูกๆของเธอก็ถูกผู้หญิงอีกคนใช้ความดีที่จงใจสร้างขึ้นมามัดใจไปตั้งนานแล้ว

ในตอนนั้นเอง จี้ว่างดึงแขนเสื้อพี่ชาย พึมพำเสียงเบา "พี่ พ่ออยู่ทางนั้นคนเดียว ไม่รู้ว่าจะดูแลน้าเมิ่งได้ดีหรือเปล่า... หนูเป็นห่วง พวกเราไปดูน้าเมิ่งกันดีกว่าไหม? ยังไงซะ... แม่ก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้วนี่นา"

จี้ซีพยักหน้ารับทันที "พี่ก็เป็นห่วงน้าเมิ่งเหมือนกัน! ไปสิ พวกเรารีบไปกันเหอะ!"

ขณะที่พูดจบ เด็กทั้งสองก็เตรียมวิ่งออกไปจากข้างนอก

ทว่าตอนหันหลัง จี้ซีเผลอชนกาต้มน้ำร้อนที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงเข้า!

กาต้มน้ำพลิกคว่ำ น้ำเดือดที่อยู่ภายในจึงสาดออกมา ราดลงบนขาของหลินย่างฮวนที่มีเพียงผ้าห่มบางๆ คลุมอยู่เต็มๆ!

"อ๊าก!!" ความร้อนแผดเผาจนหลินย่างฮวนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าซีดเผือดลงในทันที!

เด็กทั้งสองตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงหันกลับมามองหลินย่างฮวนที่กำลังเจ็บปวดทรมาน

จี้ว่างถามเสียงเบา "พี่... ทำยังไงดี? แม่โดนน้ำร้อนลวกแล้ว..."

จี้ซีเหลือบมองแวบหนึ่ง ก่อนจะดึงมือลากน้องสาว "แค่โดนลวกนิดหน่อยเอง ไม่เป็นไรหรอก รีบไปกันเถอะ น้าเมิ่งต้องการพวกเรามากกว่านะ!"

พูดจบ เขาก็ดึงจี้ว่างที่หันกลับมามองซ้ำแล้วซ้ำเล่าออกจากห้องพักผู้ป่วยไป โดยไม่หันกลับมาแม้แต่ครั้งเดียว

หลินย่างฮวนเจ็บปวดจนตัวสั่นเทา เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผากในพริบตา

เธอทำได้เพียงฝืนยื่นมือออกไปอย่างยากลำบาก เพื่อกดกริ่งเรียกพยาบาลบนหัวเตียง

ไม่นานนัก พยาบาลก็รีบวิ่งเข้ามา เมื่อเห็นสภาพตรงหน้าก็สูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ แล้วรีบตะโกนเรียกหมอมาทำการรักษาทันที

รีบทำความสะอาดแผลพุพอง ทายา และพันแผลให้เธออย่างเร่งด่วน

ตลอดกระบวนการ หลินย่างฮวนกัดฟันแน่น ไม่ส่งเสียงร้องสักคำ มีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลทะลักออกมาอย่างเงียบเชียบและบ้าคลั่ง

พยาบาลทำแผลไปและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาว "คุณหลินคะ ทำไมถึงไม่มีใครอยู่คอยดูแลคุณเลยล่ะคะ? แผลน้ำร้อนลวกแบบนี้อาจร้ายแรงนะคะ ถ้าเกิดติดเชื้อขึ้นมาจะยุ่งยากมากเลย”

หลินย่างฮวนหลับตาลง ไม่พูดอะไรสักคำ

พยาบาลยังคงบ่นพึมพำต่อว่า “เฮ้อ คุณเมิ่งที่พักอยู่ห้องพิเศษข้างๆ ก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องส่งตัวมาโรงพยาบาลเหมือนกัน แต่เธอได้รับบาดเจ็บแค่เล็กน้อย สามีกับลูกของเธอก็คอยเฝ้าดูแลอยู่ข้างเตียงไม่ห่างเลยนะคะ น่าอิจฉาจริงๆคนเราเกิดมา ชะตาชีวิตกลับแตกต่างกันเหลือเกิน...”

หลินย่างฮวนไม่ตอบอะไร เพียงหัวเราะเสียงต่ำและแหบพร่าออกมา ขณะที่น้ำตากลับไหลหนักยิ่งกว่าเดิม

หลังพยาบาลออกไป ห้องพักผู้ป่วยก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง

หลินย่างฮวนนอนอยู่บนเตียง มองดูเพดานสีขาวโพลน สายตาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเด็ดเดี่ยวขึ้นทีละน้อย

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรออกหาหัวหน้างาน

"ผอ.จ้าวคะ ฉันเองค่ะ หลินย่างฮวน"

"เสี่ยวหลินเหรอ? ร่างกายดีขึ้นบ้างหรือยัง? ได้ยินว่าเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ พักผ่อนให้ดีๆ นะ เรื่องงานเอาไว้ก่อน..."

"ผอ.จ้าวคะ" หลินย่างฮวนพูดขัดเขาด้วยเสียงสงบ “ฉันอยากยื่นคำขอไปทำงานเป็นผู้สื่อข่าวสงครามค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 22

    กาลเวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน เผลอเพียงพริบตาเดียวก็ล่วงเลยมาถึงสามปี ค่ำคืนอันเงียบสงัดเวียนมาถึงอีกครั้ง จี้เป่ยเฉินจัดการเอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จ แล้วนวดขมับที่กำลังปวดตุบๆเด็กๆ หลับกันหมดแล้ว ป้าหวังก็เข้านอนแล้วเช่นกัน บ้านหลังใหญ่กว้างขวางว่างเปล่าและเงียบเหงา เงียบเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเขาเดินไปที่ตู้เหล้า รินวิสกี้หนึ่งแก้วโดยไม่ใส่น้ำแข็ง แล้วดื่มรวดเดียวจนหมดของเหลวรสเผ็ดร้อนไหลผ่านลำคอ ทว่ากลับไม่อาจทำให้หัวใจที่เย็นเยียบอบอุ่นขึ้นได้ เขาเปิดโทรทัศน์ เปลี่ยนช่องไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดหมาย เพียงเพื่อขจัดความเงียบงันที่กัดกินจิตใจนี้ออกไป ช่องระหว่างประเทศช่องหนึ่งกำลังถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลชายหญิงในชุดสูทและชุดราตรีหรูหรา แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับ เสียงปรบมือดังกึกก้อง เขามองอย่างเบื่อหน่าย กำลังจะเปลี่ยนช่องพิธีกรก็เอ่ยชื่อและชื่อรางวัลเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว“รางวัลนักข่าวภาคสนามยอดเยี่ยมแห่งปี ได้แก่ คุณหลินหนานซิง!”เสียงปรบมือกึกก้องราวกับสายฟ้าแลบนิ้วมือของจี้เป่ยเฉินชะงักค้างอยู่บนรีโมตสายตาของเขาราว

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 21

    เขาร้องไห้จนร่างกายเกร็งกระตุกไปทั้งตัว ขาดอากาศหายใจและเจ็บปวดรวดร้าวอย่างรุนแรงจนช็อกหมดสติไปหลายครั้ง แต่ก็ถูกแพทย์ที่เดินทางมาด้วยกันช่วยชีวิตจนฟื้นคืนสติอีกครั้งเมื่อฟื้นขึ้นมา เขาก็จะกอดร่างไร้วิญญาณนั้นไว้แน่นอีกครั้ง พึมพำเรียกชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาว่างเปล่า ราวกับวิญญาณถูกพรากไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงร่างที่ยังร้องไห้ได้เท่านั้น ในที่สุด ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งทีมค้นหาและกู้ภัยกับสถานการณ์ความปลอดภัยที่เลวร้ายลง บอดี้การ์ดและแพทย์จึงจำใจฉีดยาระงับประสาทให้เขา แล้วลากตัวเขาออกจากข้างกายเธอและพาออกไปจากริมแม่น้ำแห่งนั้นก่อนจากไป เขากำบัตรประจำตัวนักข่าวที่ชำรุดใบนั้นไว้แน่น ราวกับกุมเศษเสี้ยวความทรงจำอันว่างเปล่าชิ้นสุดท้ายเอาไว้บนเครื่องบินขากลับประเทศ เขานั่งนิ่งเป็นหุ่นไร้ชีวิต ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย มือกำถุงเก็บหลักฐานใสที่บรรจุบัตรประจำตัวนักข่าวใบนั้นไว้แน่นเขาไม่ร้องไห้อีกแล้ว ดวงตาแห้งผากจนเจ็บปวด ได้แต่มองทะเลเมฆที่ม้วนตัวอยู่ด้านนอกหน้าต่าง มองแนวเมืองด้านล่างที่ค่อยๆปรากฏชัดขึ้นและคุ้นตาขึ้นทุกทีบ้านใกล้เข้ามาทุกทีแล้วแต่เธอไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว เข

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 20

    เครื่องบินส่วนตัวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง บินทะลุผ่านชั้นเมฆ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่กลืนกินความหวังทั้งหมดของเขาไป คราวนี้ เขานำทีมแพทย์ชั้นนำและทีมกู้ภัยมืออาชีพที่สุดไปด้วย โดยไม่สนใจว่าจะต้องสูญเสียแลกกับอะไรก็ตามเมื่อเหยียบย่างลงบนแผ่นดินอิเวียอีกครั้ง ดูเหมือนว่าไฟสงครามจะโหมกระหน่ำรุนแรงกว่าคราวก่อนเสียอีกจี้เป่ยเฉินไม่ฟังคำทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น เขาไม่สนใจบาดแผลที่ยังไม่หายดีของตัวเอง นำทีมมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุด้วยตนเองที่นั่นเป็นเส้นทางภูเขาสูงขรุขระ ด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน ร่องรอยการตกเหวปรากฏชัดเจน ทั้งพืชพรรณที่ถูกไฟไหม้จนเกรียม เศษชิ้นส่วนรถยนต์ที่กระจัดกระจาย ร่องรอยการลากถูบริเวณริมหน้าผาที่ชวนให้ใจหาย รวมถึงคราบเลือดสีน้ำตาลเข้มขนาดใหญ่ที่แห้งกรังไปแล้ว จี้เป่ยเฉินยืนอยู่ตรงขอบหน้าผา มองลงไปในหุบเขาด้านล่างที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นและปกคลุมไปด้วยหมอก ทันใดนั้นก็รู้สึกหน้ามืดเวียนหัว หัวใจเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบขยี้ไว้แน่นจนหายใจไม่ออก“ค้นหา! ไล่ค้นไปตามหุบเขาริมแม่น้ำ ค้นหาทั้งสองฝั่งให้ทั่ว! ห้ามพลาดแม้แต่ตารางนิ้วเดียว! ต้องเจอตัว ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย..

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 19

    ในวันต่อๆมา จี้เป่ยเฉินคอยปลอบขวัญเด็กๆ ที่ยังคงหวาดกลัว พร้อมกับจัดการเมิ่งจืออย่างเด็ดขาด เขาไม่เพียงยื่นหลักฐานการทำร้ายเด็กเท่านั้น แต่ยังใช้อิทธิพลและคอนเนคชั่น ขุดเอาแผนการอันชั่วร้ายในอดีตของเธอออกมาทั้งหมด รวมถึงเรื่องที่เธอสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายหลินย่างฮวน และการจ้างเพจข่าวปั่นกระแส แล้วส่งเรื่องทั้งหมดไปยังสถานที่ที่เธอควรจะไปในที่สุดเมิ่งจือก็ต้องเข้าคุกจากหลายข้อหา ชื่อเสียงป่นปี้จนไม่เหลือชิ้นดี และชีวิตในคุกของเธอจะไม่มีทางสบายอย่างแน่นอนทว่าหลังจากทำทั้งหมดนี้แล้ว จี้เป่ยเฉินกลับไม่ได้รู้สึกเบากายสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อยทุกวันเขาจะโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมของหลินย่างฮวนที่สำนักข่าวให้ไว้ แม้ทุกครั้งจะได้รับเพียงเสียงสัญญาณที่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ก็ตาม เขาเขียนจดหมายยาวเหยียดฉบับแล้วฉบับเล่า ถ่ายทอดความรู้สึกผิด สำนึกเสียใจ ความคิดถึง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงและความคาดหวังของลูกๆ ส่งไปยังสถานที่ทำงานที่เธออาจจะอยู่ แต่จดหมายทุกฉบับกลับเงียบหายอย่างไร้ร่องรอย บางฉบับถึงขั้นถูกตีกลับมาในสภาพเดิมเขาพยายามใช้อิทธิพลผ่านผู้บริหารระดับสูงของสำนักข่าวเพื่อกดดัน แ

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 18

    จี้เป่ยเฉินจ้องมองคลิปวิดีโอ เลือดในกายพลุ่งพล่านขึ้นสู่ศีรษะ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดโปนขึ้นมา “เมิ่ง…จือ!” เขาเค้นชื่อนี้ออกมาผ่านไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว “เธออยู่ที่ไหน?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “อยู่…อยู่ในห้องนอนของคุณผู้ชายชั้นบนค่ะ… เธอบอกว่าต่อไปห้องนั้นจะเป็นห้องของเธอ…” ป้าหวังร้องไห้ขณะที่พูดจี้เป่ยเฉินไม่พูดไม่จา หันหลังก้าวฉับๆ ขึ้นชั้นบน แล้วเตะประตูห้องนอนใหญ่เปิดออกอย่างแรงเมิ่งจือสวมชุดนอนผ้าไหมของหลินย่างฮวนนอนอยู่บนเตียงใหญ่ที่พวกเขาเคยนอน เธอมาร์กหน้าอย่างสบายอารมณ์และในมือยังเปิดอ่านนิตยสารเมื่อเห็นจี้เป่ยเฉิน เธอก็ชะงักด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นสีหน้าดีใจ ดึงแผ่นมาสก์ออกแล้วลุกขึ้นนั่ง “เป่ยเฉิน! คุณกลับมาแล้ว! ฉันเป็นห่วงแทบแย่…” “เพียะ!!!”ฝ่ามือที่ลงแรงเต็มกำลังฟาดเข้าที่ใบหน้าของเมิ่งจืออย่างจัง! แรงตบมหาศาลทำให้เมิ่งจือร่วงจากเตียงลงไปกองกับพื้น มุมปากแตกทันที มีเลือดซึมออกมาเป็นทาง เมิ่งจือถูกตบจนมึนงง เธอยกมือกุมแก้ม มองชายตรง

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 17

    "ไม่นะ... ย่างฮวน... อย่าไปเลย... ได้โปรด... กลับมาเถอะ..."จี้เป่ยเฉินยื่นมือออกไปอย่างสูญเปล่า หันหน้าสู่ประตูอันว่างเปล่า ในลำคอส่งเสียงคร่ำครวญอย่างแหลกสลายความเจ็บปวดรุนแรงถาโถมเข้าใส่หน้าอกดุจคลื่นยักษ์ ไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดจากบาดแผลกระสุนปืน แต่ราวกับหัวใจถูกควักออกไปทั้งเป็น ทิ้งไว้เพียงช่องโหว่ที่เต็มไปด้วยเลือดเขาไม่อาจทนรับได้อีกต่อไป กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโตและภาพตรงหน้าก็มืดดับลงโดยสมบูรณ์เครื่องวัดสัญญาณชีพจรส่งเสียงเตือนแหลมสูงบาดหูยิ่งกว่าเดิมหมอและพยาบาลรีบกรูกันเข้ามา "ผู้ป่วยเกิดอารมณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรง ทำให้แผลปริแตกและเลือดออก! เร็วเข้า! เตรียมช่วยชีวิตด่วน!"ท่ามกลางความโกลาหล ภาพสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในสติของจี้เป่ยเฉินคือดวงตาเย็นชาคู่นั้นของเธอ กับแผ่นหลังที่เดินจากไปโดยไม่เหลียวแลแม้แต่น้อย รวมถึงประโยคที่ว่า "ฉันไม่ได้โกรธแค้นคุณแล้ว แต่ก็ไม่ได้รักคุณแล้วเช่นกัน"ที่แท้ สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเกลียดชัง ก็คือความเฉยชาและการตัดขาดไม่เกี่ยวข้องกันเขาเสียเธอไปแล้วเสียเธอไปแล้วจริงๆ เสียไปตลอดกาลจี้เป่ยเฉินถูกส่งตัวกลับประเทศอย่างเร่งด่ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status