Share

บทที่ 2

Author: ฮวนฮวน
ดวงตาของจี้เป่ยเฉินไหววูบไปชั่วครู่ น้ำเสียงของเขากระด้างขึ้นมาเล็กน้อย "ตอนนั้นผมส่งเธอออกไปจากเมืองนี้จริง แต่ช่วงก่อนแม่เธอป่วยหนักจนแทบไม่รอด ในฐานะลูกสาว จะไม่ให้กลับมาดูแลแม่หน่อยเหรอ? นี่มันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์นะ"

"เรื่องธรรมดาของมนุษย์เหรอ?" หลินย่างฮวนรู้สึกว่ามันช่างน่าขำ "เพราะงั้นคุณเลยยินยอมให้เธอกลับมา ยินยอมให้เธอเข้าใกล้ลูกของเรา หนำซ้ำ... ยังยินยอมให้พวกเขาร้องเรียกเธอว่าแม่เนี่ยนะ?! จี้เป่ยเฉิน คุณเห็นฉันเป็นคนโง่หรือไง?!"

"คุณอย่าพูดจาฟังดูแย่ขนาดนั้นสิ!" คิ้วของจี้เป่ยเฉินยิ่งขมวดแน่นขึ้น "เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบคนที่ผิดคือผม ผมผิดต่อคุณ ทรยศต่อชีวิตคู่ หวั่นไหวกับเมิ่งจือ แต่เมิ่งจือเธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ที่เด็กๆ สนิทสนมกับเธอก็เพราะตอนนี้เมิ่งจือทำงานเป็นครูสอนเปียโน คราวที่แล้วตอนเลือกครูเปียโนให้ซีซีกับว่างว่าง เด็กๆ เป็นคนเลือกเมิ่งจือมาจากกองประวัติครูเอง พอผมรับปากคุณว่าจะกลับมาดูแลครอบครัว ผมก็ตัดสัมพันธ์แบบนั้นกับเธอไปแล้ว ไม่มีการกระทำไหนเกินเลยทั้งนั้น เป็นแค่เพื่อนธรรมดากัน คุณเองนั่นแหละที่ระแวงคิดมากจนเกินไป จะไปคอยจ้องจับผิดเล่นงานเธอเพื่ออะไร?"

หลินย่างฮวนมองท่าทีของเขาที่รีบร้อนปัดความเกี่ยวข้องออกจากตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงความคิดปกป้องอีกฝ่ายไว้ ความเจ็บปวดในใจพลันปะทุขึ้นจนแทบแตกสลาย

เธอนึกถึงตอนอายุสิบหกปี ข้างสนามบาสเกตบอล เด็กหนุ่มจี้เป่ยเฉินในเสื้อเชิ้ตสีขาวเดินฝ่าแสงแดดเข้ามาหาเธอ ด้วยใบหูแดงระเรื่อ แต่ดวงตากลับเป็นประกายขณะเอ่ยกับเธอว่า "หลินย่างฮวน ฉันชอบเธอนะ เรามาคบกันเถอะ"

นึกถึงสมัยมหาวิทยาลัย ตอนที่เธอปวดท้องประจำเดือน เขาถึงกับโดดเรียนวิชาปฏิบัติการสำคัญ ปีนกำแพงออกไปซื้อชาขิงผสมน้ำตาลทรายแดงให้เธอ แล้วไปรออยู่ใต้หอพักหญิงนานถึงหนึ่งชั่วโมง เพียงเพื่อจะได้ยื่นเครื่องดื่มอุ่นๆ ให้เธอด้วยมือตัวเอง

นึกถึงคืนที่ขอแต่งงาน บนลานกว้างของโรงเรียนสถานที่ที่พวกเขาพบกันครั้งแรก เขาวางเทียนเป็นรูปหัวใจดวงใหญ่ คุกเข่าข้างเดียวล้วเอ่ยด้วยเสียงสะอื้นว่า "ย่างฮวน แต่งงานกับผมนะ ชาตินี้ผม จี้เป่ยเฉิน จะรักคุณเพียงคนเดียวตลอดไป ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง"

นึกถึงตอนที่เพิ่งคลอดลูกแฝดชายหญิง เขากอดลูกไว้ในอ้อมอก ดวงตาแดงก่ำขณะพูดกับเธอที่กำลังอ่อนแรงว่า "ที่รัก ลำบากคุณแล้วนะ หลังจากนี้ครอบครัวสี่คนของเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ผมจะปกป้องพวกคุณด้วยชีวิตของผม”

ยิ่งคำสาบานในวันวานหวานซึ้งเพียงใด การทรยศในวันนี้ก็ยิ่งกรีดแทงหัวใจเธอเจ็บปวดมากเท่านั้น

ต่อหน้าต่อตาเธอ เขาแทบจะยอมรับออกมาตรงๆ ว่าเคยหวั่นไหวกับหญิงอื่น

หนำซ้ำยังมาโทษว่าเธอระแวงเกินไป จ้องเล่นงานหญิงสาวที่เข้ามาพังครอบครัวของเธอ!

"เพราะงั้น" เสียงของหลินย่างฮวนแหบแห้งและแตกพร่าทว่ากลับสงบนิ่งอย่างสิ้นหวัง "ในสายตาคุณ มีแต่ความรู้สึกว่าฉันคอยจ้องเล่นงานเธอ แต่คุณเคยคิดบ้างไหมว่า ตอนที่ฉันได้ยินกับหูว่าลูกของฉันเรียกผู้หญิงคนอื่นว่าแม่ หัวใจของฉันมันเจ็บปวดแค่ไหน? คุณเคยคิดในมุมของฉันสักวินาทีหนึ่งบ้างไหม?"

จี้เป่ยเฉินมองขอบตาแดงก่ำและท่าทางที่แทบจะยืนไม่ไหวของเธอ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเล็กน้อย

"ผม..." เขาอ้าปาก

แต่หลินย่างฮวนกลับหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ในดวงตาก็เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวอันเย็นชา

"จี้เป่ยเฉิน ฉันให้ทางเลือกคุณสองทาง"

"หนึ่ง ไล่เมิ่งจือออกทันที เดี๋ยวนี้ แล้วทำให้เธอหายไปจากชีวิตของฉันกับลูกอย่างถาวร"

"สอง" เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ทุกคำที่เอ่ยออกมาราวกับต้องใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี "เราหย่ากัน"

หย่ากัน

คำสองคำนี้ ในที่สุดเธอก็เอ่ยมันออกมาอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนที่พูดออกมาด้วยความร้อนรน แววตาของจี้เป่ยเฉินกลับสงบนิ่งจนน่ากลัว

"ไม่ได้! ลูกทั้งสองคนคุ้นเคยกับเมิ่งจือแล้ว เธอสอนดีมาก ในเมื่อผมรับปากคุณแล้ว ผมก็จะไม่ทำอะไรเกินเลยกับเธออีก ผมไม่มีเหตุผลที่จะไปไล่เธอออกโดยไม่มีสาเหตุ"

เขามองเธอด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นใจ แถมแฝงแววตาดูแคลนที่ยากจะสังเกตเห็นไว้อยู่ด้วย "หลินย่างฮวน คุณไม่ต้องเอาเรื่องหย่ามาขู่ผมอยู่เรื่อยหรอก ผมรู้ดีว่าเพื่อลูกแล้ว คุณไม่มีทางหย่าจริงๆ หรอก"

เพื่อลูก...

หัวใจของหลินย่างฮวน ราวกับถูกถ้อยคำนี้บดขยี้อย่างรุนแรง

นั่นสิ ครั้งก่อนเธอก็เพราะเห็นแก่ลูก ถึงได้ยอมให้โอกาสเขา ถึงได้เลือกที่จะอดทนอดกลั้น

แต่คาดไม่ถึงเลยว่า จุดอ่อนนี้จะกลายเป็นไพ่เหนือกว่า ที่เขาใช้ถือข่มเหงเธออย่างไร้ความเกรงกลัว!

เมื่อเห็นแววตาแตกสลายของเธอ เขาก็ยกมือนวดหว่างคิ้วอย่างหงุดหงิด ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง ราวกับต้องการตัดบทให้เรื่องทุกอย่างจบลงเสียที

“เอาล่ะ ผมรู้ว่าวันนี้เด็กๆเองก็ทำเกินไปบ้าง เดี๋ยวผมให้พวกเขาขอโทษคุณ เรื่องนี้ก็ให้มันจบแค่นี้ อย่าเก็บมาใส่ใจอีกเลยได้ไหม?”

เขาหันกลับไป กวักมือเรียกเด็กทั้งสองที่อยู่ไม่ไกล "ซีซี ว่างว่าง มานี่สิ มาขอโทษแม่"

เด็กทั้งสองเดินอ้อยอิ่งเข้ามา สีหน้าแสดงความไม่เต็มใจออกมาอย่างชัดเจน

จี้ซีเบะปาก "พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย..."

"ซีซี!" จี้เป่ยเฉินพูดเสียงเข้มขึ้น

จี้ซีถึงยอมพึมพำเสียงเบาด้วยความจำใจ "ผมขอโทษครับ"

จี้ว่างก็พูดเสียงเบาเช่นกัน "หนูขอโทษค่ะ"

คำขอโทษที่ไร้ซึ่งความจริงใจ หลินย่างฮวนมองดูพวกเขา แล้วรู้สึกเพียงความประชดประชันและความเศร้าใจอย่างที่สุด

เมื่อเดินออกจากสถานีตำรวจ รถของจี้เป่ยเฉินก็จอดรออยู่หน้าทางเข้าแล้ว

เขาให้เมิ่งจือพาลูกทั้งสองขึ้นรถไปก่อน ส่วนตัวเองเดินเข้ามาหาหลินย่างฮวน

"ขึ้นรถสิ" น้ำเสียงของเขากลับคืนสู่ความเรียบเฉยตามปกติ ราวกับเรื่องปากเสียงเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

หลินย่างฮวนไม่ได้พูดอะไร เธอขึ้นไปนั่งเบาะหลังด้วยความเงียบงัน

ภายในรถ บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

เด็กทั้งสองนั่งประกบเมิ่งจือคนละข้าง ส่งเสียงเจื้อยแจ้วคุยไม่หยุด เมิ่งจือก็ตอบรับด้วยความอ่อนโยน และคอยใช้กระดาษทิชชูเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้จี้ว่างเป็นระยะ

จี้เป่ยเฉินนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ บางครั้งก็หันกลับมาพูดคุยกับพวกเขา ถามลูกทั้งสองว่าวันนี้เรียนอะไรมาบ้างที่โรงเรียนอนุบาล และถามอาการป่วยแม่ของเมิ่งจือ

คนทั้งสี่พูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นกลมเกลียว

ราวกับว่าพวกเขาต่างหากที่เป็นครอบครัวเดียวกัน

ขณะที่หลินย่างฮวนกลับเป็นเพียงคนนอกที่หลงเข้ามาอย่างไม่เข้าพวก ถูกกีดกันออกจากโลกของพวกเขา

เธอมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่เคลื่อนถอยหลังอย่างรวดเร็ว ความว่างเปล่าในหัวใจยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆพร้อมความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านจนเสียดกระดูก

นี่น่ะหรือคือครอบครัวที่เธอยอมเสียสละตัวเองและพยายามประคับประคองอย่างสุดกำลัง?

ช่างน่าขันสิ้นดี

ขณะที่รถกำลังแล่นผ่านสี่แยก จู่ๆรถเก๋งคันหนึ่งที่มาจากด้านข้างก็เสียหลัก พุ่งฝ่าไฟแดงตรงเข้าชนรถของพวกเขาอย่างจัง!

"โครม!!!"

เสียงการปะทะชนดังสนั่นหวั่นไหว!

หลินย่างฮวนรู้สึกเพียงว่าร่างของตัวเองถูกเหวี่ยงขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนจะกระแทกลงมาอย่างหนัก ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นมาจากหน้าผากและทั่วร่างกายหลายจุด ของเหลวอุ่นๆไหลเข้ามาบดบังการมองเห็นจนพร่าเลือน

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร เสียงไซเรนแหลมสูงของรถพยาบาลก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เธอได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่กู้ภัย

"ทางนี้ครับ! ผู้บาดเจ็บต้องรีบส่งโรงพยาบาลทันที!"

เสียงเจ้าหน้าที่เข็นเปลหามเข้ามาใกล้ดังขึ้น แต่ในวินาทีถัดมา กลับมีคนสองคนเข้ามาขวางทางไว้

"ช่วยน้าเมิ่งก่อนครับ!" เป็นเสียงของจี้ซีที่ฟังดูคล้ายกำลังร้องไห้ แต่กลับยืนกรานอย่างหนักแน่น "น้าเมิ่งเลือดไหลเยอะมากเลย! เธอสลบไปแล้ว!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 22

    กาลเวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน เผลอเพียงพริบตาเดียวก็ล่วงเลยมาถึงสามปี ค่ำคืนอันเงียบสงัดเวียนมาถึงอีกครั้ง จี้เป่ยเฉินจัดการเอกสารฉบับสุดท้ายเสร็จ แล้วนวดขมับที่กำลังปวดตุบๆเด็กๆ หลับกันหมดแล้ว ป้าหวังก็เข้านอนแล้วเช่นกัน บ้านหลังใหญ่กว้างขวางว่างเปล่าและเงียบเหงา เงียบเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเขาเดินไปที่ตู้เหล้า รินวิสกี้หนึ่งแก้วโดยไม่ใส่น้ำแข็ง แล้วดื่มรวดเดียวจนหมดของเหลวรสเผ็ดร้อนไหลผ่านลำคอ ทว่ากลับไม่อาจทำให้หัวใจที่เย็นเยียบอบอุ่นขึ้นได้ เขาเปิดโทรทัศน์ เปลี่ยนช่องไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดหมาย เพียงเพื่อขจัดความเงียบงันที่กัดกินจิตใจนี้ออกไป ช่องระหว่างประเทศช่องหนึ่งกำลังถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลชายหญิงในชุดสูทและชุดราตรีหรูหรา แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับ เสียงปรบมือดังกึกก้อง เขามองอย่างเบื่อหน่าย กำลังจะเปลี่ยนช่องพิธีกรก็เอ่ยชื่อและชื่อรางวัลเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว“รางวัลนักข่าวภาคสนามยอดเยี่ยมแห่งปี ได้แก่ คุณหลินหนานซิง!”เสียงปรบมือกึกก้องราวกับสายฟ้าแลบนิ้วมือของจี้เป่ยเฉินชะงักค้างอยู่บนรีโมตสายตาของเขาราว

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 21

    เขาร้องไห้จนร่างกายเกร็งกระตุกไปทั้งตัว ขาดอากาศหายใจและเจ็บปวดรวดร้าวอย่างรุนแรงจนช็อกหมดสติไปหลายครั้ง แต่ก็ถูกแพทย์ที่เดินทางมาด้วยกันช่วยชีวิตจนฟื้นคืนสติอีกครั้งเมื่อฟื้นขึ้นมา เขาก็จะกอดร่างไร้วิญญาณนั้นไว้แน่นอีกครั้ง พึมพำเรียกชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาว่างเปล่า ราวกับวิญญาณถูกพรากไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงร่างที่ยังร้องไห้ได้เท่านั้น ในที่สุด ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งทีมค้นหาและกู้ภัยกับสถานการณ์ความปลอดภัยที่เลวร้ายลง บอดี้การ์ดและแพทย์จึงจำใจฉีดยาระงับประสาทให้เขา แล้วลากตัวเขาออกจากข้างกายเธอและพาออกไปจากริมแม่น้ำแห่งนั้นก่อนจากไป เขากำบัตรประจำตัวนักข่าวที่ชำรุดใบนั้นไว้แน่น ราวกับกุมเศษเสี้ยวความทรงจำอันว่างเปล่าชิ้นสุดท้ายเอาไว้บนเครื่องบินขากลับประเทศ เขานั่งนิ่งเป็นหุ่นไร้ชีวิต ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย มือกำถุงเก็บหลักฐานใสที่บรรจุบัตรประจำตัวนักข่าวใบนั้นไว้แน่นเขาไม่ร้องไห้อีกแล้ว ดวงตาแห้งผากจนเจ็บปวด ได้แต่มองทะเลเมฆที่ม้วนตัวอยู่ด้านนอกหน้าต่าง มองแนวเมืองด้านล่างที่ค่อยๆปรากฏชัดขึ้นและคุ้นตาขึ้นทุกทีบ้านใกล้เข้ามาทุกทีแล้วแต่เธอไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว เข

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 20

    เครื่องบินส่วนตัวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง บินทะลุผ่านชั้นเมฆ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่กลืนกินความหวังทั้งหมดของเขาไป คราวนี้ เขานำทีมแพทย์ชั้นนำและทีมกู้ภัยมืออาชีพที่สุดไปด้วย โดยไม่สนใจว่าจะต้องสูญเสียแลกกับอะไรก็ตามเมื่อเหยียบย่างลงบนแผ่นดินอิเวียอีกครั้ง ดูเหมือนว่าไฟสงครามจะโหมกระหน่ำรุนแรงกว่าคราวก่อนเสียอีกจี้เป่ยเฉินไม่ฟังคำทัดทานใดๆ ทั้งสิ้น เขาไม่สนใจบาดแผลที่ยังไม่หายดีของตัวเอง นำทีมมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุด้วยตนเองที่นั่นเป็นเส้นทางภูเขาสูงขรุขระ ด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน ร่องรอยการตกเหวปรากฏชัดเจน ทั้งพืชพรรณที่ถูกไฟไหม้จนเกรียม เศษชิ้นส่วนรถยนต์ที่กระจัดกระจาย ร่องรอยการลากถูบริเวณริมหน้าผาที่ชวนให้ใจหาย รวมถึงคราบเลือดสีน้ำตาลเข้มขนาดใหญ่ที่แห้งกรังไปแล้ว จี้เป่ยเฉินยืนอยู่ตรงขอบหน้าผา มองลงไปในหุบเขาด้านล่างที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นและปกคลุมไปด้วยหมอก ทันใดนั้นก็รู้สึกหน้ามืดเวียนหัว หัวใจเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบขยี้ไว้แน่นจนหายใจไม่ออก“ค้นหา! ไล่ค้นไปตามหุบเขาริมแม่น้ำ ค้นหาทั้งสองฝั่งให้ทั่ว! ห้ามพลาดแม้แต่ตารางนิ้วเดียว! ต้องเจอตัว ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย..

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 19

    ในวันต่อๆมา จี้เป่ยเฉินคอยปลอบขวัญเด็กๆ ที่ยังคงหวาดกลัว พร้อมกับจัดการเมิ่งจืออย่างเด็ดขาด เขาไม่เพียงยื่นหลักฐานการทำร้ายเด็กเท่านั้น แต่ยังใช้อิทธิพลและคอนเนคชั่น ขุดเอาแผนการอันชั่วร้ายในอดีตของเธอออกมาทั้งหมด รวมถึงเรื่องที่เธอสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายหลินย่างฮวน และการจ้างเพจข่าวปั่นกระแส แล้วส่งเรื่องทั้งหมดไปยังสถานที่ที่เธอควรจะไปในที่สุดเมิ่งจือก็ต้องเข้าคุกจากหลายข้อหา ชื่อเสียงป่นปี้จนไม่เหลือชิ้นดี และชีวิตในคุกของเธอจะไม่มีทางสบายอย่างแน่นอนทว่าหลังจากทำทั้งหมดนี้แล้ว จี้เป่ยเฉินกลับไม่ได้รู้สึกเบากายสบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อยทุกวันเขาจะโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมของหลินย่างฮวนที่สำนักข่าวให้ไว้ แม้ทุกครั้งจะได้รับเพียงเสียงสัญญาณที่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ก็ตาม เขาเขียนจดหมายยาวเหยียดฉบับแล้วฉบับเล่า ถ่ายทอดความรู้สึกผิด สำนึกเสียใจ ความคิดถึง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงและความคาดหวังของลูกๆ ส่งไปยังสถานที่ทำงานที่เธออาจจะอยู่ แต่จดหมายทุกฉบับกลับเงียบหายอย่างไร้ร่องรอย บางฉบับถึงขั้นถูกตีกลับมาในสภาพเดิมเขาพยายามใช้อิทธิพลผ่านผู้บริหารระดับสูงของสำนักข่าวเพื่อกดดัน แ

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 18

    จี้เป่ยเฉินจ้องมองคลิปวิดีโอ เลือดในกายพลุ่งพล่านขึ้นสู่ศีรษะ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วลั่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดโปนขึ้นมา “เมิ่ง…จือ!” เขาเค้นชื่อนี้ออกมาผ่านไรฟัน แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว “เธออยู่ที่ไหน?” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “อยู่…อยู่ในห้องนอนของคุณผู้ชายชั้นบนค่ะ… เธอบอกว่าต่อไปห้องนั้นจะเป็นห้องของเธอ…” ป้าหวังร้องไห้ขณะที่พูดจี้เป่ยเฉินไม่พูดไม่จา หันหลังก้าวฉับๆ ขึ้นชั้นบน แล้วเตะประตูห้องนอนใหญ่เปิดออกอย่างแรงเมิ่งจือสวมชุดนอนผ้าไหมของหลินย่างฮวนนอนอยู่บนเตียงใหญ่ที่พวกเขาเคยนอน เธอมาร์กหน้าอย่างสบายอารมณ์และในมือยังเปิดอ่านนิตยสารเมื่อเห็นจี้เป่ยเฉิน เธอก็ชะงักด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นสีหน้าดีใจ ดึงแผ่นมาสก์ออกแล้วลุกขึ้นนั่ง “เป่ยเฉิน! คุณกลับมาแล้ว! ฉันเป็นห่วงแทบแย่…” “เพียะ!!!”ฝ่ามือที่ลงแรงเต็มกำลังฟาดเข้าที่ใบหน้าของเมิ่งจืออย่างจัง! แรงตบมหาศาลทำให้เมิ่งจือร่วงจากเตียงลงไปกองกับพื้น มุมปากแตกทันที มีเลือดซึมออกมาเป็นทาง เมิ่งจือถูกตบจนมึนงง เธอยกมือกุมแก้ม มองชายตรง

  • รักไร้เยื่อใย ต่างผิดต่อกัน   บทที่ 17

    "ไม่นะ... ย่างฮวน... อย่าไปเลย... ได้โปรด... กลับมาเถอะ..."จี้เป่ยเฉินยื่นมือออกไปอย่างสูญเปล่า หันหน้าสู่ประตูอันว่างเปล่า ในลำคอส่งเสียงคร่ำครวญอย่างแหลกสลายความเจ็บปวดรุนแรงถาโถมเข้าใส่หน้าอกดุจคลื่นยักษ์ ไม่ใช่เพียงความเจ็บปวดจากบาดแผลกระสุนปืน แต่ราวกับหัวใจถูกควักออกไปทั้งเป็น ทิ้งไว้เพียงช่องโหว่ที่เต็มไปด้วยเลือดเขาไม่อาจทนรับได้อีกต่อไป กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโตและภาพตรงหน้าก็มืดดับลงโดยสมบูรณ์เครื่องวัดสัญญาณชีพจรส่งเสียงเตือนแหลมสูงบาดหูยิ่งกว่าเดิมหมอและพยาบาลรีบกรูกันเข้ามา "ผู้ป่วยเกิดอารมณ์สะเทือนใจอย่างรุนแรง ทำให้แผลปริแตกและเลือดออก! เร็วเข้า! เตรียมช่วยชีวิตด่วน!"ท่ามกลางความโกลาหล ภาพสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในสติของจี้เป่ยเฉินคือดวงตาเย็นชาคู่นั้นของเธอ กับแผ่นหลังที่เดินจากไปโดยไม่เหลียวแลแม้แต่น้อย รวมถึงประโยคที่ว่า "ฉันไม่ได้โกรธแค้นคุณแล้ว แต่ก็ไม่ได้รักคุณแล้วเช่นกัน"ที่แท้ สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเกลียดชัง ก็คือความเฉยชาและการตัดขาดไม่เกี่ยวข้องกันเขาเสียเธอไปแล้วเสียเธอไปแล้วจริงๆ เสียไปตลอดกาลจี้เป่ยเฉินถูกส่งตัวกลับประเทศอย่างเร่งด่ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status