LOGIN"คนนี้คือใครเหรอคะพี่เฟิร์น"
"คนนี้เป็นแม่ของพ่อเลี้ยงน่ะ"
"คือฉันเพิ่งโดนไล่ออกค่ะ ต้องเก็บข้าวของให้หมดภายในพรุ่งนี้ แต่ว่าฉันจะมาขอร้องพ่อเลี้ยงว่าจะขอทำงานที่นี่ต่อไปได้ไหมคะ คือฉันขอโอกาสทำงานที่นี่ต่อได้ไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะต้องแย่แน่ ๆ ถ้าแค่ตัวฉันเองคนเดียว ฉันยังไม่ห่วงเลยค่ะ แต่ฉันยังมีลูกอีกคนที่ต้องดูแลด้วย ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำงานที่นี่ต่อ ฉันก็จะไม่มีรายได้แน่ ๆ ค่ะ"
"อะไรนะเพลงขวัญ เธอโดนไล่ออกงั้นเหรอ"
"ใช่พี่เฟิร์น ถึงหนูจะเซ็นสัญญาแล้วก็เถอะ แต่ว่าเอกสารชุดนั้นมันยังไม่ได้เซ็นรับรองจากเจ้าของไร่น่ะสิ เพราะเจ้าของไร่ต้องเซ็นอนุมัติด้วย แต่พ่อเลี้ยงบอกว่าจะไม่อนุมัติแล้วไล่หนูออก แล้วให้หนูเก็บของออกภายในวันพรุ่งนี้ หนูก็เลยมาดักรอที่หน้าคฤหาสน์เพื่ออยากจะขอร้องพ่อเลี้ยงอีกสักครั้งน่ะค่ะ"
"นี่มันอะไรกันตาเขม คนงานทำอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมถึงต้องไล่ออกแบบนี้ด้วยล่ะ"
"ก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับม้า แต่ว่าผมแค่ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้มาเหยียบที่ไร่ของเราอีกแค่นั้นเอง"
"อะไรกัน นี่ลูกไม่มีเหตุผลเลยนะ ถ้าเกิดว่าลูกจะไล่หนูคนนี้ออก ก็บอกเหตุผลที่มันฟังขึ้นมาให้ฟังก่อนสิ"
"แต่นี่มันเป็นไร่ของผมนะครับ ผมมีสิทธิ์ที่จะให้ใครอยู่หรือใครไม่อยู่ก็ได้ การที่มีใครสักคนมาทำให้ผมรู้สึกอึดอัดใจ ม้ายังจะอยากให้ผมร่วมงานกับผู้หญิงคนนี้อีกเหรอครับ"
"ก็เขาขอร้องมาขนาดนี้แล้วก็ช่วยเห็นใจหน่อยเถอะ ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ม้าก็ไม่ให้ออกหรอกนะ แล้วนี่แม่หนูได้ทำความผิดอะไรร้ายแรงต่อไร่ของเรารึเปล่า หรือว่าทำผิดกฎอะไรไหม ถ้าเป็นแบบนั้นม้าถึงจะยอมให้ออกนะ"
"ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกครับม้า"
"นั่นไง งั้นแม่หนูก็ไม่ต้องออกหรอกนะ"
"จริงเหรอคะคุณนาย หนูจะยังสามารถทำงานที่นี่ต่อได้จริง ๆ เหรอคะ"
"ก็ตามที่บอกไปนั่นแหละนะ ไม่จำเป็นต้องออกไปไหนหรอก ก็มีลูกที่ต้องเลี้ยงด้วยไม่ใช่รึไง"
"ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ นะคะ" เพลงขวัญก็รีบยกมือไหว้มารดาเจ้าของไร่ด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะรีบปาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด
"แม่จ๋าย้องไห้ทำไม ใครทำแม่จ๋าย้องไห้" แก้มยุ้ยที่ยังเปื้อนคราบน้ำตาอยู่ก็รีบเอื้อมมือไปแตะที่ศีรษะของมารดา พลางเข้าไปโอบกอดแล้วลูบหลัง มือเล็กก็ตบไปที่แขนของมารดาเบา ๆ เนื่องจากช่วงแขนที่สั้นจึงทำให้โอบกอดไปไม่ถึง ซึ่งการกระทำที่ของขวัญทำอยู่ก็จำมาจากตอนที่มารดาเคยปลอบตัวเองตอนร้องไห้
"โอ๋...โอ๋...ไม่ย้องนะแม่จ๋า"
"แม่ไม่ร้องแล้วล่ะ ขอบใจมากนะคะลูก"
"มาขอร้องกันถึงขนาดนี้ แสดงว่ากำลังเดือดร้อนมาก ๆ เลยสินะ แล้วสามีไม่ช่วยทำงานหารายได้ด้วยหรือไง แล้วสามีทำงานที่นี่ด้วยหรือเปล่า"
"ไม่มีค่ะคุณนาย หนูไม่มีสามีหรอกค่ะ พอดีหนูอยู่กับลูกแค่สองคน"
"การไม่มีสามีหรือไม่มีคนมาช่วยซัปพอร์ตมันก็จะเหนื่อยหน่อยนะ เธอก็พยายามเข้าล่ะ เพราะการเลี้ยงเด็กหนึ่งคนมันต้องใช้เงินเยอะมากแค่ไหน ถ้ารู้แล้วก็จะขี้เกียจไม่ได้เลยนะ "
"ขอบคุณคุณนายมากเลยนะคะที่ให้โอกาส หนูจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่เลยค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ นะคะ บุญคุณครั้งนี้หนูจะไม่ลืมเลย"
"เธอนวดเป็นหรือเปล่า"
"เป็นค่ะ อาจจะไม่ได้ชำนาญมากนะคะ แต่หนูสามารถนวดได้ค่ะ"
"งั้นฉันจะจ้างเธอมานวดก็แล้วกัน เผื่อเธอจะมีรายได้เพิ่มขึ้นบ้าง พอเห็นเด็กไร้เดียงสาแบบนั้นแล้ว ฉันก็อดสงสารไม่ได้"
"จริงเหรอคะคุณนาย คุณนายจะให้หนูนวดให้จริง ๆ เหรอคะ"
"ก็อย่างที่ว่ามานั่นแหละ ถ้าวันไหนที่ฉันต้องการจะนวด ฉันก็จะบอกเธอไว้ก่อนล่วงหน้าในเช้าวันนั้น พอเลิกงานก็มานวดให้ฉันที่นี่ด้วย หรือไม่ก็อาจจะเป็นตอนกลางคืน เธอมาได้ใช่ไหม"
"ไม่ต้องห่วงเลยค่ะคุณนาย เดี๋ยวฉันจะมาส่งเองค่ะ เพราะฉันมีมอเตอร์ไซค์" ใบเฟิร์นก็รีบเอ่ยขึ้นมา เพราะเธอก็อยากจะช่วยเหลือเพลงขวัญให้เต็มที่เหมือนกัน ยิ่งเมื่อรู้ว่าเกือบจะโดนไล่ออกก็ยิ่งรู้สึกใจหาย แต่ตอนนี้กลับรู้สึกโล่งใจที่เพลงขวัญไม่ได้โดนไล่ออกไปจากไร่แห่งนี้แล้ว
"ก็ดี ในเมื่อเคลียร์กันได้แล้ว งั้นฉันขอตัวไปพักผ่อนก่อน"
"ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะคุณนาย ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ" ของขวัญก็รีบยกมือไหว้มารดาของรังสิมันตุ์ด้วย เพราะเห็นมารดาทำก็เลยทำตาม ซึ่งก็เรียกรอยยิ้มจากใบหน้าของพริ้มพราวได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นก็เดินกดลิฟต์ขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อพักผ่อน
"เดี๋ยวเธอตามฉันเข้าไปในห้องทำงานด้วย"
"ตอนนี้เลยเหรอคะพ่อเลี้ยง"
"ตอนนี้น่ะสิ"
"พี่เฟิร์นคะ งั้นหนูขอฝากของขวัญสักแป๊บนะคะ"
"ได้สิ เพลงขวัญรีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวพี่กับของขวัญจะรออยู่ที่หน้าคฤหาสน์นะ"
"เดี๋ยวแม่ขอเข้าไปคุยงานก่อนนะคะ หนูออกไปรอข้างนอกกับป้าเฟิร์นก่อนนะลูก"
"แม่จ๋าไปนานไหมคะ"
"ไม่นานค่ะ หนูไปรออยู่ข้างนอกก่อนนะคะ เดี๋ยวเรากลับไปพร้อมกัน แล้วไปทานข้าวอาบน้ำกันนะคะลูก"
"หนูจะยอแม่จ๋านะคะ"
"ได้ค่ะ ถ้าหนูรักแม่ หนูต้องอย่าดื้อกับป้าเฟิร์นนะคะลูก ต้องเชื่อฟังป้าเฟิร์นด้วยนะคะ"
"เข้าใจแย้วค่ะแม่จ๋า"
"ดีมากค่ะลูก เดี๋ยวแม่รีบมาหานะคะ"
เพลงขวัญก็รีบเดินเข้าไปที่ห้องทำงานของรังสิมันตุ์อีกครั้ง ก่อนจะทำสีหน้าตื่นตระหนกหลังจากที่หันหลังให้ลูกสาวแล้ว เพราะเธอก็คาดเดาไม่ได้เลยว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง หรืออาจจะทำให้ชีวิตของเธอไม่เหมือนเดิมก็ได้
"เธอคงจะรู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมเธอถึงได้ทำงานที่นี่ต่อ"
"ค่ะ"
"งั้นก็อย่าโผล่มาเสนอหน้าให้ฉันเห็นหรือทำให้ฉันหงุดหงิดใจไปมากกว่านี้อีก เธอคงรู้นะว่าถ้าทำผิดกฎของไร่เมื่อไหร่ ฉันจะไล่เธอออกแน่ จะไม่มีคำว่าเมตตาเหมือนอย่างที่ม้าฉันให้โอกาสเธอครั้งนี้แน่นอน ที่ครั้งนี้เธอยังรอดมาได้เพราะม้าของฉันนะ อย่าคิดว่าตัวเองจะมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นล่ะ"
"ค่ะ"
"ออกไปได้แล้ว!"
"เอ่อ...ฉันขออนุญาตพูดกับพ่อเลี้ยงอีกหน่อยได้ไหมคะ"
"มีอะไรก็รีบพูดมา"
"เหตุการณ์ในผับวันนั้นฉันต้องขอโทษจากใจจริง ๆ นะคะ วันนั้นฉันไม่รู้จริง ๆ ค่ะว่าพ่อเลี้ยงเป็นใคร แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าพ่อเลี้ยงมีอิทธิพลมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ฉันทำ ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะหักหน้าหรืออะไรเลยนะคะ เพราะฉันไม่รู้จักพ่อเลี้ยงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ถึงแม้ว่าฉันจะรู้ ฉันก็ต้องคงพูดอยู่ดี เพราะฉันทำอาชีพบริการ ฉันก็ต้องทำตามหน้าที่ ฉันไม่เคยคิดที่อยากทำลายชื่อเสียงของพ่อเลี้ยงจริง ๆ ค่ะ"
"อยากจะแก้ตัวอะไรก็เชิญ ฉันไม่สนอยู่แล้วว่าเธอจะพูดอะไร เพราะฉันไม่สนใจและไม่ให้ค่ากับคำพูดของผู้หญิงแบบเธอหรอก"
"พ่อเลี้ยงจะให้ฉันสาบานหรืออะไรก็ได้ ฉันขอสาบานเลยว่าฉันไม่ได้มีเจตนาอย่างที่พ่อเลี้ยงคิดจริง ๆ เพราะฉันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปหักหน้าพ่อเลี้ยงแบบนั้น ฉันก็ไม่อยากจะเสี่ยงเพื่อให้ตัวเองไม่มีที่ทำมาหากินหรอกค่ะ พ่อเลี้ยงอาจจะคิดว่าฉันแก้ตัวก็ไม่เป็นไร ถึงจะไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันกระทบต่อจิตใจกับพ่อเลี้ยงมากแค่ไหน แต่ถ้าหากว่าสิ่งที่ฉันทำ จะทำให้พ่อเลี้ยงรู้สึกไม่ดี ฉันก็ต้องกราบขอโทษด้วยนะคะ ไม่ได้อยากขอโทษเพื่อให้ได้งานหรืออะไร แต่ฉันก็ไม่อยากให้เรื่องมันค้างคาใจไปแบบนี้"
"น่ารำคาญจริง ๆ เลย รีบออกไปสักทีเถอะ"
"ขอโทษค่ะ แต่ขอให้ฉันได้แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยนะคะ ฉันขอโอกาสแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดว่าฉันไม่ได้มีเจตนาไม่ดีกับพ่อเลี้ยงจริง ๆ แล้วตอนนี้พ่อเลี้ยงก็เป็นเจ้านายของฉันด้วย ฉันไม่มีทางที่จะคิดไม่ดีกับพ่อเลี้ยงแน่นอนค่ะ แล้วฉันสัญญาว่าจะทำงานทุกอย่างอย่างเต็มที่ให้สมกับที่ฉันได้รับโอกาสมาช่วยให้โอกาสฉันด้วยนะคะ"
เพลงขวัญก็แสดงความจริงใจออกมาอย่างเต็มที่ เพราะเธอก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจเลยที่ทำให้ใครสักคนต้องรู้สึกไม่ดีกับตัวเองแบบนี้ ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าต่อให้พูดอะไรออกไปก็คงไร้ความหมายอยู่ดี แต่เธอก็คงจะต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำเพียงเท่านั้น
...สามสิบนาทีต่อมา"พี่เขม อื้อ...ทำอะไรคะ" เพลงขวัญก็ทำเสียงงัวเงียเมื่อจู่ ๆ ก็โดนสามีกวนใจ ฝีปากอุ่นร้อนก็ค่อย ๆ สัมผัสเรือนร่างของเพลงขวัญไปทุกสัดส่วน ซึ่งเธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเสื้อผ้าของตัวเองถูกถอดออกไปตั้งแต่ตอนไหนเพลงขวัญก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้เธอกำลังถูกมือแกร่งสัมผัสไปทั่วทุกจุด โดยเฉพาะริมฝีปากของเขาที่กำลังวนลิ้นเป็นวงกลมไปรอบเนินอกของเธอและนิ้วแกร่งที่กำลังกระตุ้นและสัมผัสจุดอ่อนนุ่มใต้สะดืออย่างไม่น้อยหน้ากัน"ยะ...อย่านะคะ อื้อ ขยับนิ้วแรงเกินไปแล้ว อ๊า...""น่ารักจังเลย พอตื่นก็เสร็จแล้วเหรอครับ""แล้วลูกล่ะคะ ขวัญข้าวไปไหน""ไม่ต้องห่วงครับ ตอนนี้ทางสะดวก เพราะขวัญข้าวกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ที่เตียงของตัวเองแล้วล่ะ แถมพี่ก็ยังอ้อนลูกด้วยนะว่าอย่าพึ่งกวนเวลาพ่อกับแม่ อยากจะขอเวลาหนูสักหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้ก็คงจะทำตามคำขอของพ่อจ๋าอยู่แน่นอนเลยล่ะมั้ง""หนึ่งชั่วโมงอะไรกันคะ""ก็หนึ่งชั่วโมงของเราสองคนไงครับ เดี๋ยวกว่าเราจะทำเสร็จ พี่ก็อาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวไปรับของขวัญกลับจากที่เรียนพิเศษก็ยังทันเลย หนูรู้หรือเปล่าว่าความปรารถนาของพี่ไม่เคยลดลงเลยนะ เวลาที่อยู่ใกล้หนู ตอนนี้พ
"เสร็จหรือยังจ๊ะของขวัญ เดี๋ยวเราต้องรีบออกไปที่ไร่แล้วนะลูก""แม่จ๋า รอหนูด้วยค่ะ""เร็วหน่อยนะคะ เดี๋ยวพ่อจะไปตรวจงานที่ไร่ไม่ทันนะลูก""เสร็จแล้วค่ะแม่จ๋า หนูมาแล้วค่ะ""รีบเร่งเลยค่ะลูก เดี๋ยวไม่ทันนะคะ""ทันแน่นอนค่ะ เดี๋ยวให้ลุงสิงห์บึ่งรถไปอย่างไวเลย""ขึ้นมาได้แล้วครับของขวัญ เดี๋ยวพ่อจะไปตรวจงานไม่ทันนะลูก""แล้วนี่คิดยังไงถึงอยากจะมาตรวจงานกับพ่อแม่ล่ะคะของขวัญ""หนูไม่ได้อยากไปตรวจงานหรอกค่ะ หนูแค่อยากจะไปเจอทุกคนที่โซนห้าค่ะแม่จ๋า""ก็เพิ่งไปเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วเองนี่ลูก หนูอยากไปอีกแล้วเหรอคะ""ก็หนูคิดถึงป้าเฟิร์นแล้วก็คิดถึงทุกคนนี่คะ""แม่ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แม่ก็แค่ถามเฉย ๆ น่ะลูก""งั้นเดี๋ยวก็รอพ่อไปตรวจไร่เสร็จก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพ่อค่อยพาหนูไปนะ""เดี๋ยวตอนที่ไปตรวจโซนห้า หนูขอแวะลงก็ได้ค่ะพ่อจ๋า""ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพ่อก็ไปตรวจโซนอื่นให้หมดก่อน แล้วก็ค่อยไปโซนห้าเป็นโซนสุดท้ายก็แล้วกัน ดูเหมือนว่าแม่ของหนูก็น่าจะอยากไปด้วยเหมือนกันนะ""วันนี้เป็นวันเกิดพี่เฟิร์นด้วยค่ะ ก็เลยอยากจะแวะไปสุขสันต์วันเกิดซะหน่อย""แม่จ๋าก็ไม่ลืมสินะคะ เพราะว่าหนูก็เตรียมของขวัญให้ป้าเฟ
สองปีต่อมา"แง แง แง""แม่จ๋า น้องขวัญข้าวร้องอีกแล้วค่ะ""โอ๋ ๆ ๆ น้องคงจะหิวนมน่ะลูก แล้วนี่หนูยังไม่แต่งตัวอีกเหรอคะ เดี๋ยวต้องไปโรงเรียนแล้วนะลูก""หนูแค่อยากมาหอมน้องก่อนไปเรียนน่ะค่ะ แต่ไม่คิดว่าน้องจะตื่น หนูพยายามหอมเบา ๆ แล้วนะคะแม่จ๋า""ไม่เป็นไรค่ะลูก น้องร้องเพราะน้องหิวนมค่ะ งั้นก็ไปแต่งตัวได้แล้วนะคะของขวัญ ลุงสิงห์น่าจะเอารถออกมารอรับแล้วมั้งลูก""งั้นหนูไปแต่งตัวก่อนนะคะ หนูทานข้าวอิ่มแล้วค่ะแม่จ๋า""เก่งมาก ๆ เลยลูก งั้นก็ไปแต่งตัวเลยค่ะ เดี๋ยวแม่เอาน้องนอนก่อนนะคะ"ยี่สิบนาทีผ่านไป"ลูกหลับแล้วเหรอหนู""เพิ่งหลับไปเมื่อกี้เองค่ะ ส่วนของขวัญก็ไปโรงเรียนแล้ว เพิ่งออกไปเมื่อห้านาทีก่อนนี่แหละค่ะ""ช่วงอายุนี้ก็มีแค่กินกับนอนนั่นแหละนะ""ใช่ค่ะ แล้วนี่พี่เขมทานข้าวหรือยังคะ เพิ่งไปตรวจไร่ช่วงเช้ามา คงจะเหนื่อยแย่เลย""ยังเลย เดี๋ยวว่าจะทานพร้อมหนูนี่แหละ ช่วงนี้พี่ก็ยุ่ง ๆ เรื่องไร่เพราะยังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตน่ะ เราไม่ค่อยได้ทานข้าวพร้อมกันมาเกือบสัปดาห์แล้วนะ""เอ่อ...พี่เขมนับวันได้เลยเหรอคะเนี่ย หนูก็ยุ่ง ๆ ดูขวัญข้าวจนไม่มีเวลาเหมือนกัน แล้วเป็นยังไงบ้างคะงานท
งานพิธีฉลองมงคลสมรสของพ่อเลี้ยงรังสิมันตุ์และภรรยาสาวก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมเป็นสักขีพยานกันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะคนใหญ่คนโตในวงการเกษตรกรรมและวงการธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ที่มาร่วมงานกันอย่างมากมาย ซึ่งเป็นงานฉลองมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่"ขอบคุณมากนะคะลุงที่มาร่วมงานแต่งงานของหนูในวันนี้ ขอบคุณมากนะคะที่เคยให้โอกาสและช่วยเหลือหนูได้เข้ามาทำงานที่ไร่แห่งนี้ ถ้าไม่อย่างงั้น หนูก็คงไม่มีความสุขเหมือนในตอนนี้แน่นอนเลยล่ะค่ะ""ลุงก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะลูก ขอให้มีความสุขมาก ๆ หนูก็แต่งงานเข้าพิธีวิวาห์แล้ว แต่ยัยเวียงพิงค์หลานลุงนี่สิ ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีใครเลย""ลุงละก็ หนูมัวทำแต่งานจะเอาเวลาที่ไหนมาหาแฟนล่ะคะ""ขอบคุณมากนะเวียงพิงค์ที่มาร่วมงานในวันนี้ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างด้วย ที่เธอคอยช่วยหางานให้ฉันในตอนที่ฉันเดือดร้อนที่สุด ถ้าไม่มีเธอกับลุง ชีวิตของฉันจะเป็นยังไงก็ไม่รู้เลย อาจจะไม่ได้มายืนเป็นเจ้าสาวในคืนนี้ก็ได้ ขอบคุณจริง ๆ นะ""ฉันก็ขอให้เธอกับพ่อเลี้ยงมีความสุขมาก ๆ นะเพลงขวัญ แล้วก็ยินดีกับ
"พ่อเลี้ยง เอ่อ...พี่พูดอะไรน่ะ ตะ...แต่งงานเหรอคะ" เพลงขวัญเอ่ยถามเสียงแผ่วด้วยความไม่แน่ใจ คิดว่าตัวเองคงจะหูฝาดไปแน่ ๆ"หนูอยากสร้างครอบครัวและอยู่กับพี่ไปตลอดชีวิตหรือเปล่า พี่ขอโทษนะที่คำขอแต่งงานของพี่มันไม่ได้สวยหรูอะไร เพราะมันไม่ได้เซอร์ไพรส์และไม่ได้ไปขอในสถานที่ที่พิเศษแบบคู่รักคนอื่น แต่พี่แค่ไม่อยากรอและไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว ตอนนี้พี่ได้แต่วาดฝันไว้ว่าอยากจะให้อนาคตข้างหน้าของพี่ มีหนูและของขวัญเดินเคียงข้างพี่ตลอดไป จะขอเป็นแบบนั้นได้หรือเปล่า""มันไม่เกี่ยวหรอกนะคะว่าคำขอแต่งงานมันจะต้องทำแบบไหน จะต้องสวยหรูหรือเปล่า คนแบบหนูจะคู่ควรกับคำขอแต่งงานแบบนี้หรือเปล่าคะ เพราะหนูไม่ได้ตัวคนเดียวแถมยังมีลูกติดด้วยนะ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าในชีวิตนี้ ตัวเองจะถูกใครสักคนมาขอแต่งงานแบบนี้ จนคิดว่านี่คือความฝันด้วยซ้ำ ถ้าเกิดว่าหนูไม่ได้ฝันไป นี่มันเกินกว่าที่คิดไว้อีก พี่อยากจะแต่งงานกับหนูจริง ๆ เหรอคะ""ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ ก็เพราะว่าพี่มั่นใจถึงได้ถามไง เพราะว่าพี่อยากจะให้หนูอยู่เคียงข้างพี่ไปทุกย่างก้าวของชีวิตนับต่อจากนี้ ถึงพี่จะไม่ใช่คนที่โรแมนติก ถึงพี่จะบ้างาน
"ให้ของขวัญมาเรียนไกลแบบนี้จะดีหรือเปล่าคะพ่อเลี้ยง""ไม่หรอก ฉันแค่อยากให้ของขวัญได้เรียนปรับพื้นฐานก่อนแค่นั้นเอง ช่วงนี้ก็อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะของขวัญมาเข้าเรียนเตรียมอนุบาลตอนอายุสี่ขวบแล้ว ซึ่งกลัวจะเรียนไม่ทันคนอื่นที่เคยเรียนตั้งแต่สามขวบน่ะสิ ก็เลยอยากจะให้ไปปรับพื้นฐานและลองเรียนที่นั่นดูก่อน เพราะที่นั่นมันฝึกการเข้าสังคมและสภาพแวดล้อมได้ดีทีเดียว อันนี้เพื่อนของฉันแนะนำมาอีกทีน่ะ""แบบนี้นี่เอง เพราะถ้าไปเรียนโรงเรียนนานาชาติ นักเรียนที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับของขวัญก็เรียนนำหน้าไปก่อนแล้วสินะคะ ก็เลยต้องไปปรับพื้นฐานก่อนที่จะไปเรียนที่นานาชาติใช่ไหม""ใช่ เพราะนานาชาติเขาใช้หลักสูตรสากล ต้องสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษด้วย แต่ของขวัญก็ยังไม่ค่อยได้พูดสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษเลย แต่ดีที่ว่าเธอได้สอนพื้นฐานท่องคำศัพท์มาบ้าง ของขวัญก็พอมีพื้นฐานค่อนข้างดี แต่ถ้าไปเข้าเรียนตอนนี้เลยก็คงจะตามเพื่อนไม่ทันแน่ เพราะเพื่อนก็ปูพื้นฐานมาตั้งแต่เตรียมอนุบาลหนึ่งแล้ว""นั่นสิคะ แต่ถ้าให้ของขวัญเรียนนานาชาติแบบนี้ จะกดดันของขวัญเกินไปไหมคะพ่อเลี้ยง""ไม่หรอก ก็ลองให้เรียนไปก่อน การจะเรียนเก่งภ







