Home / โรแมนติก / รังสิมันตุ์ไร้ใจ / ตอนที่ 11 | จะอดทนได้นานแค่ไหน

Share

ตอนที่ 11 | จะอดทนได้นานแค่ไหน

last update Last Updated: 2025-12-30 15:20:43

สี่ปีก่อน

เพลงขวัญกับรมิตาเป็นน้องใหม่ปีหนึ่งในคณะพยาบาลศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองคนรู้จักกันเพราะบังเอิญพักอยู่ที่หอพักเดียวกันและอยู่ข้างห้องกันด้วย ทั้งสองคนก็มักจะไปมาหาสู่กันตลอด เวลาจะไปไหนก็ไปด้วยกันเสมอ จึงค่อนข้างสนิทกันพอสมควร

"ขวัญ...แย่แล้วล่ะ"

"มีอะไรหรือเปล่าขิม ทำไมเธอถึงทำสีหน้าแบบนั้นล่ะ เรื่องแย่อะไรของเธอ เป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า เธอบอกฉันมาได้ไหม"

"แย่แล้วล่ะขวัญ ฉะ...ฉันท้อง"

"เดี๋ยวนะ จะล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา แต่ไม่ต้องอำกันแรงแบบนั้นก็ได้นะ"

"ฉันไม่ได้พูดเล่นนะขวัญ ฉันท้องจริง ๆ"

"อะไรกัน นี่เธอพูดจริงเหรอ" เพลงขวัญก็รีบจ้องตาของเพื่อนเพื่อหาความผิดปกติในสายตาคู่นั้น แต่กลับมีแต่ใบหน้าที่แสดงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ราวกับไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกันเลย "นะ...นี่เธอเอาจริงเหรอ นี่เธอท้องจริง ๆ เหรอขิม แต่เราเพิ่งเรียนปีหนึ่งเองนะ เทอมสองเรายังเหลือเวลาอีกแค่สี่เดือน เราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้วนะขิม นี่มันอะไรกันน่ะ"

"ฉันพลาดเองแหละเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรก็เลยไม่ได้ป้องกัน จนตอนนี้ฉันท้องได้สองสัปดาห์แล้ว พอดีเมื่อวานไปตรวจที่คลินิกน่ะ ถึงได้รู้ว่าตั้งครรภ์เพราะประจำเดือนไม่มาก็เลยสงสัย"

"ระ...เรื่องเหรอเนี่ย เราจะทำยังไงกันดีล่ะ แล้วแฟนของเธอรู้หรือยัง"

"ยังไม่ได้บอกหรอกเพราะฉันก็ตั้งใจว่าจะไม่บอกอยู่แล้ว ยังไงฉันก็ตัดสินใจที่จะไม่เอาเด็กไว้อยู่แล้วนี่"

"ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ ชีวิตคนทั้งคนเลยนะ"

"แล้วฉันพูดผิดตรงไหน ยังไงฉันก็ไม่เอาไว้อยู่แล้วล่ะ คิดสิขวัญ ฉันกำลังเรียนอยู่นะแถมยังเพิ่งอยู่ปีหนึ่งเองด้วย จะมาท้องกลางคันแบบนี้ได้ยังไง"

"แต่นี่มันชีวิตคนทั้งคนเลยนะ แถมเธอก็ยังทำให้เขาเกิดมาแล้วด้วย เธอคิดจะทำเหมือนเด็กคนหนึ่งเป็นผักปลาไม่ได้นะขิม"

"ขวัญ! เธอพูดเหมือนกับว่ามันง่ายอย่างงั้นแหละ ถ้าเกิดว่ามันง่ายขนาดนั้นฉันก็คงไม่มานั่งเครียดแบบนี้หรอกนะ เธอลองมาท้องแทนฉันดูสิ เธอจะได้เข้าใจความรู้สึกของฉันบ้าง"

"ฉันไม่ได้เป็นห่วงแค่เด็กในท้องนะ แต่ฉันเป็นห่วงเธอด้วย ดูข่าวการทำแท้งแต่ละข่าวสิ มันไม่ดีเลยนะ ฉันเกรงว่าเป็นอันตรายกับเธอนะขิม"

"มันยังไม่เป็นอะไรเลยนะ เพิ่งจะท้องเอง มันยังเป็นแค่ก้อนเลือด แค่เอาออกก็จบแล้ว"

"แล้วชีวิตเธอล่ะ เห็นมีคนนักต่อนักแล้วนะที่ไปทำแท้งแล้วต้องตายเพราะเสียเลือดมาก เธอก็เคยเห็นข่าวไม่ใช่หรือไง แล้วก็มีคนคณะอื่นในมหาลัยเราก็เคยไปทำแท้งจนเกือบตายเหมือนกัน เธอก็รู้ข่าวนี้ไม่ใช่เหรอ ขนาดนี้แล้วก็กลัวบ้างเถอะนะ ฉันไม่อยากให้เธอเอาออกเลย ถึงจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแต่เธอก็ทำให้เขาเกิดมาแล้วนะ"

"ก็ช่างสิ ฉันมั่นใจว่าฉันแข็งแรงพอ แต่ยังไงฉันก็ไม่เอาไว้หรอก นี่ฉันอุตส่าห์ขอที่บ้านเรียนที่เชียงใหม่ได้ทั้งที เพื่อจะได้อยู่กับแฟนหรอกนะ เพราะฉันยืนยันว่าฉันจะเรียนที่นี่ แล้วจะต้องเรียนให้จบด้วยน่ะสิ ไม่งั้นฉันคงโดนครอบครัวเอาตายแน่ เพราะตอนแรกครอบครัวจะให้ไปเรียนต่างประเทศแต่ฉันไม่อยากไปไงเพราะไม่อยากห่างแฟนนี่นา เธอก็รู้เหตุผลที่ฉันเรียนที่นี่ไม่ใช่รึไง ถ้าทำแท้งก็ไม่มีใครรู้หรอกนอกจากเธอน่ะ"

"ฉันขอร้องเธอได้ไหม ถ้าเกิดว่าเธอไม่อยากเอาเด็กก็ไม่เป็นไร แต่ช่วยตั้งท้องให้ฉันหน่อยได้หรือเปล่า ถ้าเด็กคลอดออกมาแล้วฉันจะเลี้ยงดูเอง เธอช่วยตั้งครรภ์จนกว่าจะคลอดได้ไหมขิม"

"ขวัญ! นี่เธอจะบ้ารึไง เธอจะเลี้ยงลูกคนอื่นเนี่ยนะ"

"ฉันพูดจริง ๆ นะ แถมเด็กที่อยู่ในท้องของเธอตอนนี้ก็ไม่ใช่คนอื่นด้วย แต่ก็เป็นหลานของฉันเหมือนกัน"

"แต่ฉันไม่อยากท้อง! ไม่เข้าใจหรือยังไง"

"แต่เธอไม่กลัวตายรึไงขิม" เพลงขวัญก็รีบหาทางหว่านล้อมให้เพื่อนเอาเด็กไว้ เพื่อเปลี่ยนความคิดของเพื่อนให้ได้ก่อนที่จะคิดเอาเด็กออกจริง ๆ

"นี่เธอแช่งฉันรึไงขวัญ"

"ไม่ได้แช่งอะไรเธอทั้งนั้นแหละ เธอก็เห็นนี่ ตัวอย่างคนใกล้ ๆ ตัวเราก็เจอกันเยอะแยะไป ทั้งเสียเลือดมาก ทั้งตกเลือด เธอคิดดูเถอะ เราไม่รู้ว่าร่างกายเราเป็นยังไงบ้าง ถ้าเกิดว่าเธอคิดจะทำแท้งจริง ๆ เธอก็ยอมรับความเสี่ยงที่เธออาจจะต้องตายแล้วใช่ไหม"

"ใครจะอยากตายกันล่ะขวัญ เธอก็พูดไปเรื่อย"

"เราเป็นเพื่อนกันนะ ฉันก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะวิเศษวิโสมาจากไหนหรอก แต่ถ้าเธอไม่อยากได้เด็กคนนั้นก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะรับเป็นแม่ของเด็กคนนั้นเองก็ได้ แต่ขออย่างเดียว ขอให้เธอคลอดเด็กคนนั้นออกมาอย่างปลอดภัยได้ไหม แล้วถึงตอนนั้นถ้าเธอไม่ต้องการจะเอาเด็กคนนั้นจริง ๆ เธอจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่หรืออะไรก็แล้วแต่เลย แต่ฉันจะเป็นคนขอรับผิดชอบเด็กคนนี้ให้เองนะ ฉันสัญญาเลย"

"จะบ้ารึไง เธอก็ตัวคนเดียวนะ จะไปทำอะไรแบบนั้นไหวได้ยังไงกันล่ะ"

"ไม่ไหวก็ต้องไหว แต่เธอต้องตัดสินใจดี ๆ และจะไม่เอาเด็กออก ถ้าเธอไม่เอาเด็กออก เราจะได้หาข้อตกลงร่วมกันว่าเราจะทำยังไงต่อไปดี อีกสี่เดือนจะจบปีหนึ่งแล้ว จนกว่าจะถึงตอนนั้น ถ้าเธอไปเรียนมันก็ยังได้อยู่ เพราะท้องสี่เดือนมันก็ยังไม่ได้โตถึงขนาดที่จะมองออกว่าเธอท้องนี่ ช่วงระหว่างนั้นเธอก็แค่ระวังร่างกายก็พอ แล้วฉันจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดเอง"

"สรุปแล้วฉันต้องเอาไว้ใช่ไหมเนี่ย"

"ฉันไม่อยากให้เธอทำแท้งเพราะมันจะเป็นตราบาปติดตัวเธอไปตลอดชีวิต แล้วฉันก็เป็นห่วงเธอด้วย กลัวว่าเธอจะตกเลือดจนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ยังไงเรื่องที่เธอท้อง เราก็สามารถปิดบังไม่ให้ใครรู้ได้นี่ เพราะฉันจะช่วยเธอเอง นะขิมนะ รับรองว่าเรื่องท้องจะไม่มีใครรู้แน่"

"เธอแน่ใจเหรอว่ามันจะไม่เป็นอะไร"

"ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตบ้าง แล้วถ้าเธอตัดสินใจที่จะทำแท้ง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะตายหรือเปล่า แต่สิ่งที่เราควรทำตอนนี้ก็อย่างที่ฉันได้บอกไป กว่าเธอจะเรียนจบปีหนึ่งก็เหลืออีกตั้งสี่เดือน ซึ่งเธอก็ยังใส่ชุดนักศึกษาไปเรียนตามปกติได้ เพียงแต่ไม่ต้องใส่รัดรูปมากไปก็พอ พอจบปีหนึ่งแล้วก็ยังมีเวลาอีกตั้งหลายเดือนกว่าจะเปิดเทอมใหม่ขึ้นปีสอง ถึงตอนนั้นเธอก็คงคลอดแล้วล่ะ"

"ฉันไม่ได้ต้องการเด็ก ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้เขาเกิดมานะ เพราะฉะนั้นฉันถึงไม่อยากคลอดเด็กคนนี้ออกมาไง เพราะฉันไม่พร้อมและไม่สามารถเลี้ยงดูเขาในตอนนี้ได้จริง ๆ"

"แต่เธอตัดสินใจที่จะเอาเด็กไว้แล้วจริง ๆ ใช่ไหม เธอไม่ได้โกหกกันใช่ไหมขิม"

"ฉันจะเอาเด็กไว้ก็ได้ ฉันกำลังคิดอยู่ว่าถ้าฉันคลอดแล้ว ฉันก็จะไปต่างประเทศดีกว่า แล้วก็ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น ถึงตอนนี้ฉันจะทำให้ครอบครัวผิดหวัง แต่ว่าฉันก็จะไปเรียนต่อที่อเมริกาทันทีหลังคลอดเสร็จ เพื่อทำให้ป๊ากับม้าภูมิใจให้ได้ เพราะท่านทั้งสองก็ตั้งใจจะให้ฉันไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ป๊าของฉันก็อยู่ที่อเมริกาเป็นหลัก ฉันก็เลยคิดว่าจะคลอดเด็กคนนี้นั่นแหละ พอคลอดเสร็จก็ค่อยย้ายไปเรียนที่โน่น เธอว่าแบบนี้จะดีไหม"

"ดีสิ ถ้าถึงตอนที่เด็กคลอดออกมาแล้ว เธออยากจะตัดสินใจทำอะไรก็ทำได้เลย แต่การที่เธอเก็บเด็กไว้มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วล่ะ เพราะถึงแม้ว่าในตอนนี้เด็กในท้องจะยังเป็นแค่ก้อนเลือด แต่มันก็คือชีวิตหนึ่งชีวิตของมนุษย์เลยนะ เธอไม่ต้องห่วงเรื่องของลูกเธอหรอก เพราะฉันจะเป็นคนดูแลเองโอเคไหม เธออยากจะไปไหนก็ไปได้เลย แต่ขอแค่เด็กเกิดมาอย่างปลอดภัยก็พอ"

"เข้าใจแล้ว"

"แต่ตอนนี้เราจะต้องพยายามจบปีหนึ่งไปพร้อมกันให้ได้ก่อน แล้วเราจะต้องผ่านไปด้วยกันให้ได้ ส่วนเธอก็เลิกใส่ชุดรัดรูปได้แล้วนะ"

"เข้าใจแล้วน่า"

เพลงขวัญก็นอนนึกถึงเหตุการณ์เก่า ๆ ในขณะที่กำลังกล่อมของขวัญนอนอยู่

...วันนี้ก็มีเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายจนเธอกับลูกเกือบจะได้ออกไปจากไร่แห่งนี้แล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่ยังได้ทำงานอยู่ที่นี่ต่อไป

"ตอนนี้ลูกของเธออายุสามขวบแล้วนะขิม เธอจะคิดถึงลูกบ้างไหมนะ เธอเคยบอกว่าถ้าเจอหน้ากันก็อย่าทำเป็นรู้จักกันอีก แต่ถ้าถึงเวลานั้นจริง ๆ เธอจะทำเหมือนเราไม่ใช่คนรู้จักกันเหมือนอย่างที่พูดหรือเปล่านะ"

เพลงขวัญมองดูของขวัญด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ ตัวเธอเองในตอนนี้ก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะสามารถดูแลของขวัญได้ดีหรือเปล่า หรืออาจจะทำให้ของขวัญต้องลำบากกว่าเดิมก็ไม่สามารถคาดเดาได้

"ถึงจะบอกว่าจะดูแลของขวัญให้ดีที่สุดก็เถอะ แต่ตอนนี้มันก็ริบหรี่เหลือเกิน นี่เราจะอดทนทำงานที่นี่ได้นานแค่ไหนกันนะ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนพิเศษ NC Special 2 จบบริบูรณ์

    ...สามสิบนาทีต่อมา"พี่เขม อื้อ...ทำอะไรคะ" เพลงขวัญก็ทำเสียงงัวเงียเมื่อจู่ ๆ ก็โดนสามีกวนใจ ฝีปากอุ่นร้อนก็ค่อย ๆ สัมผัสเรือนร่างของเพลงขวัญไปทุกสัดส่วน ซึ่งเธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเสื้อผ้าของตัวเองถูกถอดออกไปตั้งแต่ตอนไหนเพลงขวัญก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้เธอกำลังถูกมือแกร่งสัมผัสไปทั่วทุกจุด โดยเฉพาะริมฝีปากของเขาที่กำลังวนลิ้นเป็นวงกลมไปรอบเนินอกของเธอและนิ้วแกร่งที่กำลังกระตุ้นและสัมผัสจุดอ่อนนุ่มใต้สะดืออย่างไม่น้อยหน้ากัน"ยะ...อย่านะคะ อื้อ ขยับนิ้วแรงเกินไปแล้ว อ๊า...""น่ารักจังเลย พอตื่นก็เสร็จแล้วเหรอครับ""แล้วลูกล่ะคะ ขวัญข้าวไปไหน""ไม่ต้องห่วงครับ ตอนนี้ทางสะดวก เพราะขวัญข้าวกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ที่เตียงของตัวเองแล้วล่ะ แถมพี่ก็ยังอ้อนลูกด้วยนะว่าอย่าพึ่งกวนเวลาพ่อกับแม่ อยากจะขอเวลาหนูสักหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้ก็คงจะทำตามคำขอของพ่อจ๋าอยู่แน่นอนเลยล่ะมั้ง""หนึ่งชั่วโมงอะไรกันคะ""ก็หนึ่งชั่วโมงของเราสองคนไงครับ เดี๋ยวกว่าเราจะทำเสร็จ พี่ก็อาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวไปรับของขวัญกลับจากที่เรียนพิเศษก็ยังทันเลย หนูรู้หรือเปล่าว่าความปรารถนาของพี่ไม่เคยลดลงเลยนะ เวลาที่อยู่ใกล้หนู ตอนนี้พ

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนพิเศษ Special 1

    "เสร็จหรือยังจ๊ะของขวัญ เดี๋ยวเราต้องรีบออกไปที่ไร่แล้วนะลูก""แม่จ๋า รอหนูด้วยค่ะ""เร็วหน่อยนะคะ เดี๋ยวพ่อจะไปตรวจงานที่ไร่ไม่ทันนะลูก""เสร็จแล้วค่ะแม่จ๋า หนูมาแล้วค่ะ""รีบเร่งเลยค่ะลูก เดี๋ยวไม่ทันนะคะ""ทันแน่นอนค่ะ เดี๋ยวให้ลุงสิงห์บึ่งรถไปอย่างไวเลย""ขึ้นมาได้แล้วครับของขวัญ เดี๋ยวพ่อจะไปตรวจงานไม่ทันนะลูก""แล้วนี่คิดยังไงถึงอยากจะมาตรวจงานกับพ่อแม่ล่ะคะของขวัญ""หนูไม่ได้อยากไปตรวจงานหรอกค่ะ หนูแค่อยากจะไปเจอทุกคนที่โซนห้าค่ะแม่จ๋า""ก็เพิ่งไปเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วเองนี่ลูก หนูอยากไปอีกแล้วเหรอคะ""ก็หนูคิดถึงป้าเฟิร์นแล้วก็คิดถึงทุกคนนี่คะ""แม่ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แม่ก็แค่ถามเฉย ๆ น่ะลูก""งั้นเดี๋ยวก็รอพ่อไปตรวจไร่เสร็จก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพ่อค่อยพาหนูไปนะ""เดี๋ยวตอนที่ไปตรวจโซนห้า หนูขอแวะลงก็ได้ค่ะพ่อจ๋า""ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพ่อก็ไปตรวจโซนอื่นให้หมดก่อน แล้วก็ค่อยไปโซนห้าเป็นโซนสุดท้ายก็แล้วกัน ดูเหมือนว่าแม่ของหนูก็น่าจะอยากไปด้วยเหมือนกันนะ""วันนี้เป็นวันเกิดพี่เฟิร์นด้วยค่ะ ก็เลยอยากจะแวะไปสุขสันต์วันเกิดซะหน่อย""แม่จ๋าก็ไม่ลืมสินะคะ เพราะว่าหนูก็เตรียมของขวัญให้ป้าเฟ

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 57 | คำมั่นสัญญา

    สองปีต่อมา"แง แง แง""แม่จ๋า น้องขวัญข้าวร้องอีกแล้วค่ะ""โอ๋ ๆ ๆ น้องคงจะหิวนมน่ะลูก แล้วนี่หนูยังไม่แต่งตัวอีกเหรอคะ เดี๋ยวต้องไปโรงเรียนแล้วนะลูก""หนูแค่อยากมาหอมน้องก่อนไปเรียนน่ะค่ะ แต่ไม่คิดว่าน้องจะตื่น หนูพยายามหอมเบา ๆ แล้วนะคะแม่จ๋า""ไม่เป็นไรค่ะลูก น้องร้องเพราะน้องหิวนมค่ะ งั้นก็ไปแต่งตัวได้แล้วนะคะของขวัญ ลุงสิงห์น่าจะเอารถออกมารอรับแล้วมั้งลูก""งั้นหนูไปแต่งตัวก่อนนะคะ หนูทานข้าวอิ่มแล้วค่ะแม่จ๋า""เก่งมาก ๆ เลยลูก งั้นก็ไปแต่งตัวเลยค่ะ เดี๋ยวแม่เอาน้องนอนก่อนนะคะ"ยี่สิบนาทีผ่านไป"ลูกหลับแล้วเหรอหนู""เพิ่งหลับไปเมื่อกี้เองค่ะ ส่วนของขวัญก็ไปโรงเรียนแล้ว เพิ่งออกไปเมื่อห้านาทีก่อนนี่แหละค่ะ""ช่วงอายุนี้ก็มีแค่กินกับนอนนั่นแหละนะ""ใช่ค่ะ แล้วนี่พี่เขมทานข้าวหรือยังคะ เพิ่งไปตรวจไร่ช่วงเช้ามา คงจะเหนื่อยแย่เลย""ยังเลย เดี๋ยวว่าจะทานพร้อมหนูนี่แหละ ช่วงนี้พี่ก็ยุ่ง ๆ เรื่องไร่เพราะยังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตน่ะ เราไม่ค่อยได้ทานข้าวพร้อมกันมาเกือบสัปดาห์แล้วนะ""เอ่อ...พี่เขมนับวันได้เลยเหรอคะเนี่ย หนูก็ยุ่ง ๆ ดูขวัญข้าวจนไม่มีเวลาเหมือนกัน แล้วเป็นยังไงบ้างคะงานท

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 56 | พ่อที่แท้จริงของของขวัญ

    งานพิธีฉลองมงคลสมรสของพ่อเลี้ยงรังสิมันตุ์และภรรยาสาวก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมเป็นสักขีพยานกันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะคนใหญ่คนโตในวงการเกษตรกรรมและวงการธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ที่มาร่วมงานกันอย่างมากมาย ซึ่งเป็นงานฉลองมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่"ขอบคุณมากนะคะลุงที่มาร่วมงานแต่งงานของหนูในวันนี้ ขอบคุณมากนะคะที่เคยให้โอกาสและช่วยเหลือหนูได้เข้ามาทำงานที่ไร่แห่งนี้ ถ้าไม่อย่างงั้น หนูก็คงไม่มีความสุขเหมือนในตอนนี้แน่นอนเลยล่ะค่ะ""ลุงก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะลูก ขอให้มีความสุขมาก ๆ หนูก็แต่งงานเข้าพิธีวิวาห์แล้ว แต่ยัยเวียงพิงค์หลานลุงนี่สิ ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีใครเลย""ลุงละก็ หนูมัวทำแต่งานจะเอาเวลาที่ไหนมาหาแฟนล่ะคะ""ขอบคุณมากนะเวียงพิงค์ที่มาร่วมงานในวันนี้ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างด้วย ที่เธอคอยช่วยหางานให้ฉันในตอนที่ฉันเดือดร้อนที่สุด ถ้าไม่มีเธอกับลุง ชีวิตของฉันจะเป็นยังไงก็ไม่รู้เลย อาจจะไม่ได้มายืนเป็นเจ้าสาวในคืนนี้ก็ได้ ขอบคุณจริง ๆ นะ""ฉันก็ขอให้เธอกับพ่อเลี้ยงมีความสุขมาก ๆ นะเพลงขวัญ แล้วก็ยินดีกับ

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 55 | แต่งงานกับฉันไหม

    "พ่อเลี้ยง เอ่อ...พี่พูดอะไรน่ะ ตะ...แต่งงานเหรอคะ" เพลงขวัญเอ่ยถามเสียงแผ่วด้วยความไม่แน่ใจ คิดว่าตัวเองคงจะหูฝาดไปแน่ ๆ"หนูอยากสร้างครอบครัวและอยู่กับพี่ไปตลอดชีวิตหรือเปล่า พี่ขอโทษนะที่คำขอแต่งงานของพี่มันไม่ได้สวยหรูอะไร เพราะมันไม่ได้เซอร์ไพรส์และไม่ได้ไปขอในสถานที่ที่พิเศษแบบคู่รักคนอื่น แต่พี่แค่ไม่อยากรอและไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว ตอนนี้พี่ได้แต่วาดฝันไว้ว่าอยากจะให้อนาคตข้างหน้าของพี่ มีหนูและของขวัญเดินเคียงข้างพี่ตลอดไป จะขอเป็นแบบนั้นได้หรือเปล่า""มันไม่เกี่ยวหรอกนะคะว่าคำขอแต่งงานมันจะต้องทำแบบไหน จะต้องสวยหรูหรือเปล่า คนแบบหนูจะคู่ควรกับคำขอแต่งงานแบบนี้หรือเปล่าคะ เพราะหนูไม่ได้ตัวคนเดียวแถมยังมีลูกติดด้วยนะ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าในชีวิตนี้ ตัวเองจะถูกใครสักคนมาขอแต่งงานแบบนี้ จนคิดว่านี่คือความฝันด้วยซ้ำ ถ้าเกิดว่าหนูไม่ได้ฝันไป นี่มันเกินกว่าที่คิดไว้อีก พี่อยากจะแต่งงานกับหนูจริง ๆ เหรอคะ""ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ ก็เพราะว่าพี่มั่นใจถึงได้ถามไง เพราะว่าพี่อยากจะให้หนูอยู่เคียงข้างพี่ไปทุกย่างก้าวของชีวิตนับต่อจากนี้ ถึงพี่จะไม่ใช่คนที่โรแมนติก ถึงพี่จะบ้างาน

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 54 | เรียกพี่กับฉันสิ

    "ให้ของขวัญมาเรียนไกลแบบนี้จะดีหรือเปล่าคะพ่อเลี้ยง""ไม่หรอก ฉันแค่อยากให้ของขวัญได้เรียนปรับพื้นฐานก่อนแค่นั้นเอง ช่วงนี้ก็อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะของขวัญมาเข้าเรียนเตรียมอนุบาลตอนอายุสี่ขวบแล้ว ซึ่งกลัวจะเรียนไม่ทันคนอื่นที่เคยเรียนตั้งแต่สามขวบน่ะสิ ก็เลยอยากจะให้ไปปรับพื้นฐานและลองเรียนที่นั่นดูก่อน เพราะที่นั่นมันฝึกการเข้าสังคมและสภาพแวดล้อมได้ดีทีเดียว อันนี้เพื่อนของฉันแนะนำมาอีกทีน่ะ""แบบนี้นี่เอง เพราะถ้าไปเรียนโรงเรียนนานาชาติ นักเรียนที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับของขวัญก็เรียนนำหน้าไปก่อนแล้วสินะคะ ก็เลยต้องไปปรับพื้นฐานก่อนที่จะไปเรียนที่นานาชาติใช่ไหม""ใช่ เพราะนานาชาติเขาใช้หลักสูตรสากล ต้องสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษด้วย แต่ของขวัญก็ยังไม่ค่อยได้พูดสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษเลย แต่ดีที่ว่าเธอได้สอนพื้นฐานท่องคำศัพท์มาบ้าง ของขวัญก็พอมีพื้นฐานค่อนข้างดี แต่ถ้าไปเข้าเรียนตอนนี้เลยก็คงจะตามเพื่อนไม่ทันแน่ เพราะเพื่อนก็ปูพื้นฐานมาตั้งแต่เตรียมอนุบาลหนึ่งแล้ว""นั่นสิคะ แต่ถ้าให้ของขวัญเรียนนานาชาติแบบนี้ จะกดดันของขวัญเกินไปไหมคะพ่อเลี้ยง""ไม่หรอก ก็ลองให้เรียนไปก่อน การจะเรียนเก่งภ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status