Masukแสงตะวันก็เริ่มลับขอบฟ้า ส่วนเพลงขวัญก็ยังไม่ย่อท้อเพื่อรอโอกาสว่าพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่จะออกมาจากคฤหาสน์ตอนไหน แต่จนถึงพลบค่ำก็ยังไร้วี่แวว เพลงขวัญก็ยังรอด้วยความอดทน ตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงศักดิ์ศรีหรืออะไรแล้ว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือปากท้องของบุตรสาวมากกว่า
"ของขวัญจะเป็นยังไงบ้างนะ อย่าพึ่งงอแงนะลูก อยู่กับป้ายูนไปก่อนนะคะ"
บนท้องฟ้าก็เริ่มปกคลุมไปด้วยความมืดมิด แถมยังไร้แสงดาวเพราะมีเมฆหมอกสีดำมาปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าฝนจะตกลงมาในอีกไม่ช้านี้
"เอ๊ะ? นั่นมันพี่เฟิร์นกับของขวัญนี่ ทำไมถึงขับมอเตอร์ไซค์มาที่นี่ล่ะ แล้วทำไมถึงขับเข้าไปในคฤหาสน์ของพ่อเลี้ยงด้วย แย่แล้ว...ต้องรีบตามเข้าไปแล้ว"
เพลงขวัญมองดูใบเฟิร์นที่ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปต่อ หลังจากที่คุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเสร็จแล้ว ส่วนเพลงขวัญก็รีบเดินเข้าไปที่บริเวณหน้าคฤหาสน์อีกครั้ง
"ฉันขอเข้าไปข้างในนะคะ พอดีว่าเมื่อกี้เพื่อนกับลูกสาวของฉันเพิ่งขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปน่ะค่ะ"
"เชิญครับ"
เพลงขวัญก็รีบวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจมากนัก เพราะสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าและขาดน้ำ จึงทำให้เธอทำได้เพียงแค่ก้าวขาไปเรื่อย ๆ เพียงเท่านั้น
ส่วนทางด้านของใบเฟิร์นกับของขวัญ เมื่อไปถึงที่หน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ก็รีบจอดรถจักรยานยนต์ลง แต่ก็ถูกบอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่หน้าประตูห้ามไว้
"เธอมาหาใคร แต่ใส่ชุดคนงานแบบนี้ก็แสดงว่าเป็นคนในไร่สินะ แต่ที่นี่ไม่ได้อนุญาตให้คนงานเข้าไปข้างในได้ ถ้าไม่มีคำสั่งมาจากพ่อเลี้ยงหรือคุณนาย เชิญเธอกลับไปได้แล้ว"
ใบเฟิร์นก็อุ้มคนตัวเล็กลงจากรถหลังจากที่ดึงกุญแจออกแล้ว แต่ร่างป้อมของของขวัญกลับรีบวิ่งไปยังทางเข้าประตูคฤหาสน์พร้อมกับเรียกเพลงขวัญเสียงดังลั่น ทั้งที่ใบหน้าก็ยังเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาอยู่เพราะนั่งร้องไห้มาตลอดทางจนมาถึงที่นี่ ซึ่งพอไม่เห็นมารดามารับตามเวลาปกติก็ทำให้เด็กหญิงรู้สึกกระวนกระวายใจ
"แม่จ๋า...แม่จ๋าอยู่ไหน แม่จ๋าไปไหน แง..." ร่างป้อมก็วิ่งเข้าไปในคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งใบเฟิร์นก็ตกใจเหมือนกันแต่ก็รีบวิ่งตามเข้าไปทันที ซึ่งบอดี้การ์ดสองคนที่กำลังห้ามใบเฟิร์นอยู่ก็ไม่ได้สังเกตตอนที่ของขวัญวิ่งเข้าไป จึงทำให้หนูน้อยหลุดเข้าไปในคฤหาสน์หรูอย่างง่ายดาย
ปึก!
ตัวอ้วนกลมของของขวัญก็สะดุดล้มลงบนพรมนุ่ม แต่คนตัวเล็กก็รีบลุกขึ้นแล้วปัดที่หัวเข่าเพื่อไล่ความเจ็บ จากนั้นก็วิ่งมองหามารดาพลางน้ำตาไหล เรียกร้องหามารดาเสียงดังลั่นพลางร้องไห้ด้วยความตกใจ เมื่อไม่เห็นมารดาอยู่ใกล้ ๆ กับตัวเองเหมือนทุกวัน
"แม่จ๋า...แม่จ๋า...แม่จ๋าอยู่ไหน แง...แม่จ๋า...ฮึก! ฮึก!"
"ตายจริง! นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมถึงมีเด็กมาร้องไห้อยู่ในนี้ได้ล่ะ แล้วนี่แม่บ้านหายไปไหนกันหมด แล้วเด็กคนนี้เป็นใคร แล้วปล่อยให้มาที่นี่ได้ยังไง แม่บ้าน! แม่บ้าน!"
"มีอะไรเหรอคะคุณนาย เกิดอะไรขึ้นคะ"
"เด็กคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงมาร้องไห้อยู่ที่นี่"
"แล้วใครกันล่ะ เธอรู้ไหม" แม่บ้านก็รีบหันไปถามกันเอง "แล้วบอดี้การ์ดปล่อยให้เด็กตัวเล็ก ๆ เข้ามาได้ยังไงนะ เดี๋ยวดิฉันจะรีบพาออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะคุณนาย"
"แม่จ๋า...แม่จ๋าไปไหน แม่จ๋าอยู่ไหน"
ใบเฟิร์นที่วิ่งตามเข้ามาทีหลังก็รีบเข้าไปอุ้มของขวัญไว้ ก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาให้ของขวัญทันที แล้วรีบขอโทษเจ้าของบ้านยกใหญ่
"ขอโทษด้วยค่ะคุณนาย เด็กคนนี้เป็นหลานของฉันเองค่ะ ต้องขอโทษที่ปล่อยให้วิ่งเข้ามาในคฤหาสน์แบบนี้ เดี๋ยวฉันจะรีบพาออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ คุณนายอย่าลงโทษเด็กเลยนะคะ"
"นี่เป็นหลานของเธอเองเหรอ เธอคงจะเป็นคนงานในไร่สินะ แล้วมาทำอะไรที่นี่ในเวลานี้ ที่นี่มันใช่ที่สำหรับคนงานหรือเปล่า"
"ขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ ขอโทษแทนหลานด้วยนะคะ" ของขวัญก็ยังไม่หยุดร้องไห้ พลางอ้าปากร้องไห้เสียงดังไม่พัก ซึ่งไม่ว่าใบเฟิร์นจะอุ้มกอดปลอบหรือโอ๋ยังไงก็ไม่สามารถหยุดเสียงที่แผดร้องดังลั่นของของขวัญได้
"ไม่ร้องนะคะคนเก่ง เดี๋ยวเราไปหาแม่จ๋ากันนะคะ โอ๋ โอ๋" ไม่ว่าจะทำยังไงของขวัญก็ไม่ยอมหยุดร้องไห้สักที เด็กน้อยก็ร้องไห้จนน้ำมูกน้ำตาไหลปะปนกันไปหมด ใบหน้าใสก็แดงก่ำเพราะร้องไห้เสียงดังลั่น ก่อนที่เจ้าของคฤหาสน์จะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา
"ไหนลองเอามานี่สิ เด็กร้องดังลั่นขนาดนี้ เมื่อไหร่จะหยุดร้องกันล่ะ"
"หมายความว่ายังไงคะคุณนาย"
"ก็เอาเด็กคนนั้นมานี่สิ เดี๋ยวฉันจะอุ้มดู เผื่อว่าจะหยุดร้องไง แบบนี้มันเสียงดังรบกวนใช่มั้ยล่ะ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณนาย คุณนายไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย คือว่าพวกเราเป็นแค่คนงานนะคะ ไม่กล้ารบกวนให้คุณนายมาทำอะไรแบบนี้ให้หรอกค่ะ"
"บอกให้เอามานี่ไง"
"เอ่อ...ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณนายไม่รังเกียจที่จะอุ้มเด็กคนนี้นะคะ"
"ถ้าฉันรังเกียจแล้วฉันจะขออุ้มทำไม เธอนี่ก็พูดอะไรแปลก ๆ แต่ถ้าไม่ทำให้เด็กคนนี้หยุดร้องก็น่าสงสารแย่ ดูสิ ร้องจนหน้าแดงหมดแล้วนั่นน่ะ แถมยังสะอึกสะอื้นใหญ่เลย"
ใบเฟิร์นก็รีบยื่นของขวัญให้กับมารดาเจ้าของไร่ด้วยความเกรงใจ แถมยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ใกล้ชิดกับเจ้าของไร่แบบอย่างนี้ แถมยังได้พูดคุยกันอีกด้วย ซึ่งก็ไม่คิดเลยว่าเจ้านายคนนี้จะดูอบอุ่นและเป็นกันเองมาก ซึ่งต่างจากลูกชายชายลิบลับ ที่มักจะทำใบหน้าเคร่งขรึมและดุอยู่ตลอดเวลา
ของขวัญที่ยังร้องไห้สะอึกสะอื้น พอได้เห็นผู้สูงวัยยื่นแขนเข้ามาหาทั้งสองข้างก็รีบเอียงตัวเข้าไปหาทันที พร้อมกับเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของผู้สูงวัยแล้วสงบลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่คนตัวเล็กก็ยังตัวสั่นเพราะยังสะอื้นไม่หยุดจนตัวโยน
"จู่ ๆ ก็หยุดร้องเลยนะของขวัญ ทีกับป้าเนี่ยร้องลั่นไม่หยุดเลย ขอบคุณมากนะคะคุณนายที่ทำให้หลานของฉันหยุดร้อง"
"ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เด็กคนนี้หยุดร้องเองต่างหาก แล้วนี่จะบอกได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้วิ่งร้องเรียกหาแม่อยู่แบบนี้ล่ะ"
"อะไรกันครับม้า ผมได้ยินเสียงอะไรดัง ๆ เหมือนกับเสียงเด็กของร้องไห้เลย อ้าว? แล้วนั่นเด็กที่ไหนเหรอครับ แล้วเธอก็เป็นคนงานในไร่นี่ เข้ามาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้"
"พ่อเลี้ยงคะ คือว่า..."
"แย่เราครับพ่อเลี้ยง คุณนาย มีผู้หญิงคนงานคนหนึ่งกำลังพยายามที่จะเข้ามาข้างในครับ ผมห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟังเลย แต่ผมก็ยังไม่ให้เข้ามาหรอกนะครับ ผมให้บอดี้การ์ดอีกคนจับตัวอยู่ข้างนอก"
"วันนี้มันเกิดอะไรกันเนี่ย ทำไมถึงมีแต่เรื่องวุ่นวายแบบนี้ พาฉันออกไปดูหน่อยสิ" พริ้มพราว มารดาของรังสิมันตุ์ก็รีบเดินออกไปที่หน้าคฤหาสน์ทันที ซึ่งทั้งรังสิมันตุ์และใบเฟิร์นต่างก็เดินตามออกไปด้วย
"แม่จ๋า แม่จ๋า แม่จ๋า แม่จ๋าของหนู"
ของขวัญก็ร้องเรียกหามารดาอยู่ซ้ำ ๆ เมื่อเห็นมารดากำลังถูกคนตัวใหญ่ล็อกแขนไว้อยู่ ก่อนจะรีบขยับตัวแล้วดิ้นอย่างแรงเพื่อจะลงไปหามารดา ซึ่งเจ้าของคฤหาสน์ก็คลายอ้อมแขนและปล่อยให้เด็กเป็นอิสระ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปหามารดาทันที
"ของขวัญลูก มาทำอะไรอยู่ที่นี่คะ แม่เป็นห่วงแทบแย่เลย"
"แม่จ๋า แม่จ๋า แง..." ของขวัญก็ร้องไห้ออกมาทันทีด้วยความดีใจเมื่อเห็นมารดา ก่อนจะรีบพุ่งตัวเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ส่วนเพลงขวัญก็สะบัดออกจากมือของบอดี้การ์ด ก่อนจะรีบเข้าไปกอดลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจทั้งน้ำตา
"แม่จ๋าไปไหนมา แม่จ๋าอย่าทิ้งหนูนะ หนูไม่เห็นแม่จ๋าเยยมาตามแม่จ๋ากลับบ้าน"
"โถลูก...แม่ขอโทษนะคะ ต่อไปแม่จะไม่ปล่อยหนูไว้แบบนี้อีกแล้ว หนูหยุดร้องไห้ได้แล้วนะคะคนเก่ง"
"นี่เพลงขวัญ เธอหายไปไหนมาน่ะ พวกเราเป็นห่วงแทบแย่ เธอรู้หรือเปล่าว่าของขวัญงอแงแค่ไหน วิ่งตามหาเธอตาตั้งจนไม่ห่วงตัวเองเลยนะ"
เพลงขวัญมองดูที่เข่าของลูกสาวที่มีรอยถลอกเล็กน้อย เธอก็น้ำตาไหลออกมาทันที กว่าที่ลูกสาวจะมาถึงที่นี่ได้ก็คงตั้งหน้าตั้งตาตามหาเธออย่างสุดกำลังอยู่แน่ ๆ ก่อนจะรีบกอดลูกสาวไว้แน่นด้วยความรู้สึกผิด
"หนูดักรอพ่อเลี้ยงที่หน้าคฤหาสน์ว่าจะออกมาตอนไหน เอ่อ...พ่อเลี้ยงคะ ฉันขอร้อง อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ ให้ฉันได้ทำงานที่นี่ต่อได้ไหมคะ ฉันไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ พ่อเลี้ยงจะให้ฉันทำงานหนักหรือจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ แต่อย่าไล่ฉันออกไปจากที่นี่เลยนะคะ ฉันขอร้องล่ะค่ะ ต่อให้จะต้องทำโอทีหรือได้เงินแค่ครึ่งเดียวก็ไม่เป็นไร แต่อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ"
เพลงขวัญที่นั่งคุกเข่าเพื่อปลอบลูกสาวอยู่ก็ยกมือไหว้ขอร้องเขาอีกครั้ง
"นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันตาเขม บอกม้ามาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
...สามสิบนาทีต่อมา"พี่เขม อื้อ...ทำอะไรคะ" เพลงขวัญก็ทำเสียงงัวเงียเมื่อจู่ ๆ ก็โดนสามีกวนใจ ฝีปากอุ่นร้อนก็ค่อย ๆ สัมผัสเรือนร่างของเพลงขวัญไปทุกสัดส่วน ซึ่งเธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเสื้อผ้าของตัวเองถูกถอดออกไปตั้งแต่ตอนไหนเพลงขวัญก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้เธอกำลังถูกมือแกร่งสัมผัสไปทั่วทุกจุด โดยเฉพาะริมฝีปากของเขาที่กำลังวนลิ้นเป็นวงกลมไปรอบเนินอกของเธอและนิ้วแกร่งที่กำลังกระตุ้นและสัมผัสจุดอ่อนนุ่มใต้สะดืออย่างไม่น้อยหน้ากัน"ยะ...อย่านะคะ อื้อ ขยับนิ้วแรงเกินไปแล้ว อ๊า...""น่ารักจังเลย พอตื่นก็เสร็จแล้วเหรอครับ""แล้วลูกล่ะคะ ขวัญข้าวไปไหน""ไม่ต้องห่วงครับ ตอนนี้ทางสะดวก เพราะขวัญข้าวกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ที่เตียงของตัวเองแล้วล่ะ แถมพี่ก็ยังอ้อนลูกด้วยนะว่าอย่าพึ่งกวนเวลาพ่อกับแม่ อยากจะขอเวลาหนูสักหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้ก็คงจะทำตามคำขอของพ่อจ๋าอยู่แน่นอนเลยล่ะมั้ง""หนึ่งชั่วโมงอะไรกันคะ""ก็หนึ่งชั่วโมงของเราสองคนไงครับ เดี๋ยวกว่าเราจะทำเสร็จ พี่ก็อาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวไปรับของขวัญกลับจากที่เรียนพิเศษก็ยังทันเลย หนูรู้หรือเปล่าว่าความปรารถนาของพี่ไม่เคยลดลงเลยนะ เวลาที่อยู่ใกล้หนู ตอนนี้พ
"เสร็จหรือยังจ๊ะของขวัญ เดี๋ยวเราต้องรีบออกไปที่ไร่แล้วนะลูก""แม่จ๋า รอหนูด้วยค่ะ""เร็วหน่อยนะคะ เดี๋ยวพ่อจะไปตรวจงานที่ไร่ไม่ทันนะลูก""เสร็จแล้วค่ะแม่จ๋า หนูมาแล้วค่ะ""รีบเร่งเลยค่ะลูก เดี๋ยวไม่ทันนะคะ""ทันแน่นอนค่ะ เดี๋ยวให้ลุงสิงห์บึ่งรถไปอย่างไวเลย""ขึ้นมาได้แล้วครับของขวัญ เดี๋ยวพ่อจะไปตรวจงานไม่ทันนะลูก""แล้วนี่คิดยังไงถึงอยากจะมาตรวจงานกับพ่อแม่ล่ะคะของขวัญ""หนูไม่ได้อยากไปตรวจงานหรอกค่ะ หนูแค่อยากจะไปเจอทุกคนที่โซนห้าค่ะแม่จ๋า""ก็เพิ่งไปเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วเองนี่ลูก หนูอยากไปอีกแล้วเหรอคะ""ก็หนูคิดถึงป้าเฟิร์นแล้วก็คิดถึงทุกคนนี่คะ""แม่ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แม่ก็แค่ถามเฉย ๆ น่ะลูก""งั้นเดี๋ยวก็รอพ่อไปตรวจไร่เสร็จก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพ่อค่อยพาหนูไปนะ""เดี๋ยวตอนที่ไปตรวจโซนห้า หนูขอแวะลงก็ได้ค่ะพ่อจ๋า""ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพ่อก็ไปตรวจโซนอื่นให้หมดก่อน แล้วก็ค่อยไปโซนห้าเป็นโซนสุดท้ายก็แล้วกัน ดูเหมือนว่าแม่ของหนูก็น่าจะอยากไปด้วยเหมือนกันนะ""วันนี้เป็นวันเกิดพี่เฟิร์นด้วยค่ะ ก็เลยอยากจะแวะไปสุขสันต์วันเกิดซะหน่อย""แม่จ๋าก็ไม่ลืมสินะคะ เพราะว่าหนูก็เตรียมของขวัญให้ป้าเฟ
สองปีต่อมา"แง แง แง""แม่จ๋า น้องขวัญข้าวร้องอีกแล้วค่ะ""โอ๋ ๆ ๆ น้องคงจะหิวนมน่ะลูก แล้วนี่หนูยังไม่แต่งตัวอีกเหรอคะ เดี๋ยวต้องไปโรงเรียนแล้วนะลูก""หนูแค่อยากมาหอมน้องก่อนไปเรียนน่ะค่ะ แต่ไม่คิดว่าน้องจะตื่น หนูพยายามหอมเบา ๆ แล้วนะคะแม่จ๋า""ไม่เป็นไรค่ะลูก น้องร้องเพราะน้องหิวนมค่ะ งั้นก็ไปแต่งตัวได้แล้วนะคะของขวัญ ลุงสิงห์น่าจะเอารถออกมารอรับแล้วมั้งลูก""งั้นหนูไปแต่งตัวก่อนนะคะ หนูทานข้าวอิ่มแล้วค่ะแม่จ๋า""เก่งมาก ๆ เลยลูก งั้นก็ไปแต่งตัวเลยค่ะ เดี๋ยวแม่เอาน้องนอนก่อนนะคะ"ยี่สิบนาทีผ่านไป"ลูกหลับแล้วเหรอหนู""เพิ่งหลับไปเมื่อกี้เองค่ะ ส่วนของขวัญก็ไปโรงเรียนแล้ว เพิ่งออกไปเมื่อห้านาทีก่อนนี่แหละค่ะ""ช่วงอายุนี้ก็มีแค่กินกับนอนนั่นแหละนะ""ใช่ค่ะ แล้วนี่พี่เขมทานข้าวหรือยังคะ เพิ่งไปตรวจไร่ช่วงเช้ามา คงจะเหนื่อยแย่เลย""ยังเลย เดี๋ยวว่าจะทานพร้อมหนูนี่แหละ ช่วงนี้พี่ก็ยุ่ง ๆ เรื่องไร่เพราะยังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตน่ะ เราไม่ค่อยได้ทานข้าวพร้อมกันมาเกือบสัปดาห์แล้วนะ""เอ่อ...พี่เขมนับวันได้เลยเหรอคะเนี่ย หนูก็ยุ่ง ๆ ดูขวัญข้าวจนไม่มีเวลาเหมือนกัน แล้วเป็นยังไงบ้างคะงานท
งานพิธีฉลองมงคลสมรสของพ่อเลี้ยงรังสิมันตุ์และภรรยาสาวก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมเป็นสักขีพยานกันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะคนใหญ่คนโตในวงการเกษตรกรรมและวงการธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ที่มาร่วมงานกันอย่างมากมาย ซึ่งเป็นงานฉลองมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่"ขอบคุณมากนะคะลุงที่มาร่วมงานแต่งงานของหนูในวันนี้ ขอบคุณมากนะคะที่เคยให้โอกาสและช่วยเหลือหนูได้เข้ามาทำงานที่ไร่แห่งนี้ ถ้าไม่อย่างงั้น หนูก็คงไม่มีความสุขเหมือนในตอนนี้แน่นอนเลยล่ะค่ะ""ลุงก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะลูก ขอให้มีความสุขมาก ๆ หนูก็แต่งงานเข้าพิธีวิวาห์แล้ว แต่ยัยเวียงพิงค์หลานลุงนี่สิ ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีใครเลย""ลุงละก็ หนูมัวทำแต่งานจะเอาเวลาที่ไหนมาหาแฟนล่ะคะ""ขอบคุณมากนะเวียงพิงค์ที่มาร่วมงานในวันนี้ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างด้วย ที่เธอคอยช่วยหางานให้ฉันในตอนที่ฉันเดือดร้อนที่สุด ถ้าไม่มีเธอกับลุง ชีวิตของฉันจะเป็นยังไงก็ไม่รู้เลย อาจจะไม่ได้มายืนเป็นเจ้าสาวในคืนนี้ก็ได้ ขอบคุณจริง ๆ นะ""ฉันก็ขอให้เธอกับพ่อเลี้ยงมีความสุขมาก ๆ นะเพลงขวัญ แล้วก็ยินดีกับ
"พ่อเลี้ยง เอ่อ...พี่พูดอะไรน่ะ ตะ...แต่งงานเหรอคะ" เพลงขวัญเอ่ยถามเสียงแผ่วด้วยความไม่แน่ใจ คิดว่าตัวเองคงจะหูฝาดไปแน่ ๆ"หนูอยากสร้างครอบครัวและอยู่กับพี่ไปตลอดชีวิตหรือเปล่า พี่ขอโทษนะที่คำขอแต่งงานของพี่มันไม่ได้สวยหรูอะไร เพราะมันไม่ได้เซอร์ไพรส์และไม่ได้ไปขอในสถานที่ที่พิเศษแบบคู่รักคนอื่น แต่พี่แค่ไม่อยากรอและไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว ตอนนี้พี่ได้แต่วาดฝันไว้ว่าอยากจะให้อนาคตข้างหน้าของพี่ มีหนูและของขวัญเดินเคียงข้างพี่ตลอดไป จะขอเป็นแบบนั้นได้หรือเปล่า""มันไม่เกี่ยวหรอกนะคะว่าคำขอแต่งงานมันจะต้องทำแบบไหน จะต้องสวยหรูหรือเปล่า คนแบบหนูจะคู่ควรกับคำขอแต่งงานแบบนี้หรือเปล่าคะ เพราะหนูไม่ได้ตัวคนเดียวแถมยังมีลูกติดด้วยนะ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าในชีวิตนี้ ตัวเองจะถูกใครสักคนมาขอแต่งงานแบบนี้ จนคิดว่านี่คือความฝันด้วยซ้ำ ถ้าเกิดว่าหนูไม่ได้ฝันไป นี่มันเกินกว่าที่คิดไว้อีก พี่อยากจะแต่งงานกับหนูจริง ๆ เหรอคะ""ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ ก็เพราะว่าพี่มั่นใจถึงได้ถามไง เพราะว่าพี่อยากจะให้หนูอยู่เคียงข้างพี่ไปทุกย่างก้าวของชีวิตนับต่อจากนี้ ถึงพี่จะไม่ใช่คนที่โรแมนติก ถึงพี่จะบ้างาน
"ให้ของขวัญมาเรียนไกลแบบนี้จะดีหรือเปล่าคะพ่อเลี้ยง""ไม่หรอก ฉันแค่อยากให้ของขวัญได้เรียนปรับพื้นฐานก่อนแค่นั้นเอง ช่วงนี้ก็อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะของขวัญมาเข้าเรียนเตรียมอนุบาลตอนอายุสี่ขวบแล้ว ซึ่งกลัวจะเรียนไม่ทันคนอื่นที่เคยเรียนตั้งแต่สามขวบน่ะสิ ก็เลยอยากจะให้ไปปรับพื้นฐานและลองเรียนที่นั่นดูก่อน เพราะที่นั่นมันฝึกการเข้าสังคมและสภาพแวดล้อมได้ดีทีเดียว อันนี้เพื่อนของฉันแนะนำมาอีกทีน่ะ""แบบนี้นี่เอง เพราะถ้าไปเรียนโรงเรียนนานาชาติ นักเรียนที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับของขวัญก็เรียนนำหน้าไปก่อนแล้วสินะคะ ก็เลยต้องไปปรับพื้นฐานก่อนที่จะไปเรียนที่นานาชาติใช่ไหม""ใช่ เพราะนานาชาติเขาใช้หลักสูตรสากล ต้องสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษด้วย แต่ของขวัญก็ยังไม่ค่อยได้พูดสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษเลย แต่ดีที่ว่าเธอได้สอนพื้นฐานท่องคำศัพท์มาบ้าง ของขวัญก็พอมีพื้นฐานค่อนข้างดี แต่ถ้าไปเข้าเรียนตอนนี้เลยก็คงจะตามเพื่อนไม่ทันแน่ เพราะเพื่อนก็ปูพื้นฐานมาตั้งแต่เตรียมอนุบาลหนึ่งแล้ว""นั่นสิคะ แต่ถ้าให้ของขวัญเรียนนานาชาติแบบนี้ จะกดดันของขวัญเกินไปไหมคะพ่อเลี้ยง""ไม่หรอก ก็ลองให้เรียนไปก่อน การจะเรียนเก่งภ
"น่าคิดถึงจัง เวลาผ่านไปเร็วมาก เผลอแป๊บเดียวก็อยู่ที่ไร่มาเกินครึ่งปีแล้วสิ พอไม่ได้ทำงานก็รู้สึกไม่ชินเลย แล้วชีวิตของเราต่อจากนี้จะเป็นยังไงต่อไปนะ ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งความจริงถูกเปิดเผยขึ้นมา ลูกสาวของเราจะได้อยู่กับเราไปตลอดหรือเปล่า หรือว่าเราจะต้องแยกจากกันนะ"เพลงขวัญย่อตัวลงนั่งพิงใต้ต้นไม้
สองสัปดาห์ต่อมา"พ่อเลี้ยงจะทำอะไรเหรอคะ""ทำอะไรน่ะเหรอ ก็ย้ายของไง""เอ๊ะ? ย้ายของ? ย้ายทำไมเหรอคะ""ก็เธอเป็นแฟนฉันแล้ว แล้วทำไมเธอยังต้องอยู่ที่นี่อีกล่ะ""เอ่อ...ก็เป็นแฟนกันนี่คะ แต่ไม่ได้เป็นสามีภรรยากันสักหน่อย ทำไมถึงต้องย้ายด้วยล่ะคะ""ไม่ใช่แค่ย้ายของอย่างเดียวหรอกนะ แล้วฉันก็จะไม่ให้เธอ
"ของขวัญนอนแล้วล่ะค่ะ งั้นพ่อเลี้ยงก็กลับไปได้เลยนะคะ""พอลูกนอนก็จะไล่กันเลยสินะ""ก็ของขวัญนอนแล้วนี่คะ ที่ฉันยอมให้พ่อเลี้ยงขึ้นมาก็เพราะของขวัญหรอกค่ะ ไม่อย่างงั้นไม่มีทางที่ฉันจะให้พ่อเลี้ยงขึ้นมาในห้องนี้อย่างแน่นอน""ฉันแค่ต้องการจะคุยกับเธอนิดหน่อย""คะ?""ก็ตามที่ฉันบอกไง ฉันอยากจะคุยกับเธ
สองสัปดาห์ต่อมา"พ่อจ๋า พ่อจ๋ามาแย้วหยอคะ"วันนี้ก็เป็นอีกวันที่รังสิมันตุ์ต้องมาตรวจงานที่ไร่ ซึ่งนั่นก็สร้างความแปลกใจให้กับคนงานในไร่เป็นอย่างมาก เพราะปกติรังสิมันตุ์ไม่เคยอุ้มของขวัญเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่อนุญาตให้ยืนอยู่ใกล้ตัวเองได้ แต่วันนี้กลับอุ้มของขวัญไว้ในอ้อมแขน หลังจากที่ของขวัญยื่นมือทั้







