Home / โรแมนติก / รังสิมันตุ์ไร้ใจ / ตอนที่ 9 | เพราะมีกันอยู่แค่นี้

Share

ตอนที่ 9 | เพราะมีกันอยู่แค่นี้

last update Last Updated: 2025-12-30 15:15:19

แสงตะวันก็เริ่มลับขอบฟ้า ส่วนเพลงขวัญก็ยังไม่ย่อท้อเพื่อรอโอกาสว่าพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่จะออกมาจากคฤหาสน์ตอนไหน แต่จนถึงพลบค่ำก็ยังไร้วี่แวว เพลงขวัญก็ยังรอด้วยความอดทน ตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงศักดิ์ศรีหรืออะไรแล้ว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือปากท้องของบุตรสาวมากกว่า

"ของขวัญจะเป็นยังไงบ้างนะ อย่าพึ่งงอแงนะลูก อยู่กับป้ายูนไปก่อนนะคะ"

บนท้องฟ้าก็เริ่มปกคลุมไปด้วยความมืดมิด แถมยังไร้แสงดาวเพราะมีเมฆหมอกสีดำมาปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าฝนจะตกลงมาในอีกไม่ช้านี้

"เอ๊ะ? นั่นมันพี่เฟิร์นกับของขวัญนี่ ทำไมถึงขับมอเตอร์ไซค์มาที่นี่ล่ะ แล้วทำไมถึงขับเข้าไปในคฤหาสน์ของพ่อเลี้ยงด้วย แย่แล้ว...ต้องรีบตามเข้าไปแล้ว"

เพลงขวัญมองดูใบเฟิร์นที่ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปต่อ หลังจากที่คุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเสร็จแล้ว ส่วนเพลงขวัญก็รีบเดินเข้าไปที่บริเวณหน้าคฤหาสน์อีกครั้ง

"ฉันขอเข้าไปข้างในนะคะ พอดีว่าเมื่อกี้เพื่อนกับลูกสาวของฉันเพิ่งขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปน่ะค่ะ"

"เชิญครับ"

เพลงขวัญก็รีบวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจมากนัก เพราะสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าและขาดน้ำ จึงทำให้เธอทำได้เพียงแค่ก้าวขาไปเรื่อย ๆ เพียงเท่านั้น

ส่วนทางด้านของใบเฟิร์นกับของขวัญ เมื่อไปถึงที่หน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ก็รีบจอดรถจักรยานยนต์ลง แต่ก็ถูกบอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่หน้าประตูห้ามไว้

"เธอมาหาใคร แต่ใส่ชุดคนงานแบบนี้ก็แสดงว่าเป็นคนในไร่สินะ แต่ที่นี่ไม่ได้อนุญาตให้คนงานเข้าไปข้างในได้ ถ้าไม่มีคำสั่งมาจากพ่อเลี้ยงหรือคุณนาย เชิญเธอกลับไปได้แล้ว"

ใบเฟิร์นก็อุ้มคนตัวเล็กลงจากรถหลังจากที่ดึงกุญแจออกแล้ว แต่ร่างป้อมของของขวัญกลับรีบวิ่งไปยังทางเข้าประตูคฤหาสน์พร้อมกับเรียกเพลงขวัญเสียงดังลั่น ทั้งที่ใบหน้าก็ยังเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาอยู่เพราะนั่งร้องไห้มาตลอดทางจนมาถึงที่นี่ ซึ่งพอไม่เห็นมารดามารับตามเวลาปกติก็ทำให้เด็กหญิงรู้สึกกระวนกระวายใจ

"แม่จ๋า...แม่จ๋าอยู่ไหน แม่จ๋าไปไหน แง..." ร่างป้อมก็วิ่งเข้าไปในคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว ซึ่งใบเฟิร์นก็ตกใจเหมือนกันแต่ก็รีบวิ่งตามเข้าไปทันที ซึ่งบอดี้การ์ดสองคนที่กำลังห้ามใบเฟิร์นอยู่ก็ไม่ได้สังเกตตอนที่ของขวัญวิ่งเข้าไป จึงทำให้หนูน้อยหลุดเข้าไปในคฤหาสน์หรูอย่างง่ายดาย

ปึก!

ตัวอ้วนกลมของของขวัญก็สะดุดล้มลงบนพรมนุ่ม แต่คนตัวเล็กก็รีบลุกขึ้นแล้วปัดที่หัวเข่าเพื่อไล่ความเจ็บ จากนั้นก็วิ่งมองหามารดาพลางน้ำตาไหล เรียกร้องหามารดาเสียงดังลั่นพลางร้องไห้ด้วยความตกใจ เมื่อไม่เห็นมารดาอยู่ใกล้ ๆ กับตัวเองเหมือนทุกวัน

"แม่จ๋า...แม่จ๋า...แม่จ๋าอยู่ไหน แง...แม่จ๋า...ฮึก! ฮึก!"

"ตายจริง! นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมถึงมีเด็กมาร้องไห้อยู่ในนี้ได้ล่ะ แล้วนี่แม่บ้านหายไปไหนกันหมด แล้วเด็กคนนี้เป็นใคร แล้วปล่อยให้มาที่นี่ได้ยังไง แม่บ้าน! แม่บ้าน!"

"มีอะไรเหรอคะคุณนาย เกิดอะไรขึ้นคะ"

"เด็กคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงมาร้องไห้อยู่ที่นี่"

"แล้วใครกันล่ะ เธอรู้ไหม" แม่บ้านก็รีบหันไปถามกันเอง "แล้วบอดี้การ์ดปล่อยให้เด็กตัวเล็ก ๆ เข้ามาได้ยังไงนะ เดี๋ยวดิฉันจะรีบพาออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะคุณนาย"

"แม่จ๋า...แม่จ๋าไปไหน แม่จ๋าอยู่ไหน"

ใบเฟิร์นที่วิ่งตามเข้ามาทีหลังก็รีบเข้าไปอุ้มของขวัญไว้ ก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาให้ของขวัญทันที แล้วรีบขอโทษเจ้าของบ้านยกใหญ่

"ขอโทษด้วยค่ะคุณนาย เด็กคนนี้เป็นหลานของฉันเองค่ะ ต้องขอโทษที่ปล่อยให้วิ่งเข้ามาในคฤหาสน์แบบนี้ เดี๋ยวฉันจะรีบพาออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ คุณนายอย่าลงโทษเด็กเลยนะคะ"

"นี่เป็นหลานของเธอเองเหรอ เธอคงจะเป็นคนงานในไร่สินะ แล้วมาทำอะไรที่นี่ในเวลานี้ ที่นี่มันใช่ที่สำหรับคนงานหรือเปล่า"

"ขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ ขอโทษแทนหลานด้วยนะคะ" ของขวัญก็ยังไม่หยุดร้องไห้ พลางอ้าปากร้องไห้เสียงดังไม่พัก ซึ่งไม่ว่าใบเฟิร์นจะอุ้มกอดปลอบหรือโอ๋ยังไงก็ไม่สามารถหยุดเสียงที่แผดร้องดังลั่นของของขวัญได้

"ไม่ร้องนะคะคนเก่ง เดี๋ยวเราไปหาแม่จ๋ากันนะคะ โอ๋ โอ๋" ไม่ว่าจะทำยังไงของขวัญก็ไม่ยอมหยุดร้องไห้สักที เด็กน้อยก็ร้องไห้จนน้ำมูกน้ำตาไหลปะปนกันไปหมด ใบหน้าใสก็แดงก่ำเพราะร้องไห้เสียงดังลั่น ก่อนที่เจ้าของคฤหาสน์จะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหา

"ไหนลองเอามานี่สิ เด็กร้องดังลั่นขนาดนี้ เมื่อไหร่จะหยุดร้องกันล่ะ"

"หมายความว่ายังไงคะคุณนาย"

"ก็เอาเด็กคนนั้นมานี่สิ เดี๋ยวฉันจะอุ้มดู เผื่อว่าจะหยุดร้องไง แบบนี้มันเสียงดังรบกวนใช่มั้ยล่ะ"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณนาย คุณนายไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย คือว่าพวกเราเป็นแค่คนงานนะคะ ไม่กล้ารบกวนให้คุณนายมาทำอะไรแบบนี้ให้หรอกค่ะ"

"บอกให้เอามานี่ไง"

"เอ่อ...ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณนายไม่รังเกียจที่จะอุ้มเด็กคนนี้นะคะ"

"ถ้าฉันรังเกียจแล้วฉันจะขออุ้มทำไม เธอนี่ก็พูดอะไรแปลก ๆ แต่ถ้าไม่ทำให้เด็กคนนี้หยุดร้องก็น่าสงสารแย่ ดูสิ ร้องจนหน้าแดงหมดแล้วนั่นน่ะ แถมยังสะอึกสะอื้นใหญ่เลย"

ใบเฟิร์นก็รีบยื่นของขวัญให้กับมารดาเจ้าของไร่ด้วยความเกรงใจ แถมยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ใกล้ชิดกับเจ้าของไร่แบบอย่างนี้ แถมยังได้พูดคุยกันอีกด้วย ซึ่งก็ไม่คิดเลยว่าเจ้านายคนนี้จะดูอบอุ่นและเป็นกันเองมาก ซึ่งต่างจากลูกชายชายลิบลับ ที่มักจะทำใบหน้าเคร่งขรึมและดุอยู่ตลอดเวลา

ของขวัญที่ยังร้องไห้สะอึกสะอื้น พอได้เห็นผู้สูงวัยยื่นแขนเข้ามาหาทั้งสองข้างก็รีบเอียงตัวเข้าไปหาทันที พร้อมกับเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของผู้สูงวัยแล้วสงบลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่คนตัวเล็กก็ยังตัวสั่นเพราะยังสะอื้นไม่หยุดจนตัวโยน

"จู่ ๆ ก็หยุดร้องเลยนะของขวัญ ทีกับป้าเนี่ยร้องลั่นไม่หยุดเลย ขอบคุณมากนะคะคุณนายที่ทำให้หลานของฉันหยุดร้อง"

"ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เด็กคนนี้หยุดร้องเองต่างหาก แล้วนี่จะบอกได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้วิ่งร้องเรียกหาแม่อยู่แบบนี้ล่ะ"

"อะไรกันครับม้า ผมได้ยินเสียงอะไรดัง ๆ เหมือนกับเสียงเด็กของร้องไห้เลย อ้าว? แล้วนั่นเด็กที่ไหนเหรอครับ แล้วเธอก็เป็นคนงานในไร่นี่ เข้ามาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้"

"พ่อเลี้ยงคะ คือว่า..."

"แย่เราครับพ่อเลี้ยง คุณนาย มีผู้หญิงคนงานคนหนึ่งกำลังพยายามที่จะเข้ามาข้างในครับ ผมห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟังเลย แต่ผมก็ยังไม่ให้เข้ามาหรอกนะครับ ผมให้บอดี้การ์ดอีกคนจับตัวอยู่ข้างนอก"

"วันนี้มันเกิดอะไรกันเนี่ย ทำไมถึงมีแต่เรื่องวุ่นวายแบบนี้ พาฉันออกไปดูหน่อยสิ" พริ้มพราว มารดาของรังสิมันตุ์ก็รีบเดินออกไปที่หน้าคฤหาสน์ทันที ซึ่งทั้งรังสิมันตุ์และใบเฟิร์นต่างก็เดินตามออกไปด้วย

"แม่จ๋า แม่จ๋า แม่จ๋า แม่จ๋าของหนู"

ของขวัญก็ร้องเรียกหามารดาอยู่ซ้ำ ๆ เมื่อเห็นมารดากำลังถูกคนตัวใหญ่ล็อกแขนไว้อยู่ ก่อนจะรีบขยับตัวแล้วดิ้นอย่างแรงเพื่อจะลงไปหามารดา ซึ่งเจ้าของคฤหาสน์ก็คลายอ้อมแขนและปล่อยให้เด็กเป็นอิสระ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปหามารดาทันที

"ของขวัญลูก มาทำอะไรอยู่ที่นี่คะ แม่เป็นห่วงแทบแย่เลย"

"แม่จ๋า แม่จ๋า แง..." ของขวัญก็ร้องไห้ออกมาทันทีด้วยความดีใจเมื่อเห็นมารดา ก่อนจะรีบพุ่งตัวเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ส่วนเพลงขวัญก็สะบัดออกจากมือของบอดี้การ์ด ก่อนจะรีบเข้าไปกอดลูกสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจทั้งน้ำตา

"แม่จ๋าไปไหนมา แม่จ๋าอย่าทิ้งหนูนะ หนูไม่เห็นแม่จ๋าเยยมาตามแม่จ๋ากลับบ้าน"

"โถลูก...แม่ขอโทษนะคะ ต่อไปแม่จะไม่ปล่อยหนูไว้แบบนี้อีกแล้ว หนูหยุดร้องไห้ได้แล้วนะคะคนเก่ง"

"นี่เพลงขวัญ เธอหายไปไหนมาน่ะ พวกเราเป็นห่วงแทบแย่ เธอรู้หรือเปล่าว่าของขวัญงอแงแค่ไหน วิ่งตามหาเธอตาตั้งจนไม่ห่วงตัวเองเลยนะ"

เพลงขวัญมองดูที่เข่าของลูกสาวที่มีรอยถลอกเล็กน้อย เธอก็น้ำตาไหลออกมาทันที กว่าที่ลูกสาวจะมาถึงที่นี่ได้ก็คงตั้งหน้าตั้งตาตามหาเธออย่างสุดกำลังอยู่แน่ ๆ ก่อนจะรีบกอดลูกสาวไว้แน่นด้วยความรู้สึกผิด

"หนูดักรอพ่อเลี้ยงที่หน้าคฤหาสน์ว่าจะออกมาตอนไหน เอ่อ...พ่อเลี้ยงคะ ฉันขอร้อง อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ ให้ฉันได้ทำงานที่นี่ต่อได้ไหมคะ ฉันไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ พ่อเลี้ยงจะให้ฉันทำงานหนักหรือจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ แต่อย่าไล่ฉันออกไปจากที่นี่เลยนะคะ ฉันขอร้องล่ะค่ะ ต่อให้จะต้องทำโอทีหรือได้เงินแค่ครึ่งเดียวก็ไม่เป็นไร แต่อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ"

เพลงขวัญที่นั่งคุกเข่าเพื่อปลอบลูกสาวอยู่ก็ยกมือไหว้ขอร้องเขาอีกครั้ง

"นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันตาเขม บอกม้ามาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 14 | ติดฝน

    "แม่จ๋า มีน้ำหย่นมาจากฟ้าเยอะเยยค่ะ""อันนี้เขาเรียกว่าน้ำฝนนะคะลูก""น้ำฝนหยอคะ""ใช่ค่ะลูก อันนี้เรียกน้ำฝนค่ะ แต่ถ้าน้ำฝนที่ตกรวมกันเยอะ ๆ แบบนี้เขาเรียกว่าฝนตกนะคะ""แย้วเยาจะกลับกันยังไงคะแม่จ๋า""ก็คงต้องรอให้ฝนหยุดตกก่อนนะจ๊ะลูก เพราะถ้าเราตากฝนอาจจะทำให้เป็นหวัดและไม่สบายค่ะ""แย้วถ้าฝนไม่หยุดตก เยาจะทำไงคะแม่จ๋า""ถ้าไม่หยุดก็ต้องรอจนกว่าจะหยุดค่ะ เพราะแม่จะไม่ยอมให้หนูตากฝนเด็ดขาดเลยลูก ถ้าหนูไม่สบายขึ้นมา แม่ต้องรู้สึกผิดแน่ ๆ เลย งั้นเราก็นั่งรออยู่ที่นี่สักพักนะคะ"เพลงขวัญก็เดินเข้าไปในตัวคฤหาสน์อีกครั้งพร้อมกับบุตรสาว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเจ้าของไร่กำลังเดินมาตรงนี้พอดี"นี่เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านฉันทำไมอีก แค่ให้มานวด ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ที่จะเดินเข้าออกบ้านนี้เมื่อไหร่ก็ได้นะ อย่าคิดว่าแม่ฉันให้ท้ายหน่อยแล้วเธอจะถือวิสาสะทำอะไรได้ตามใจชอบได้ล่ะ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย! นี่มันบ้านฉัน คนงานอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของกัน""ขอโทษค่ะพ่อเลี้ยง ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ นะคะ ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ ของขวัญลูก เราออกไปกันเถอะค่ะ""ไหนแม่จ๋าบอกว่าไม่ควรตากฝนนี่คะ

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 13 | พ่อเลี้ยงเย็นชากับหนูน้อยช่างสงสัย

    "แม่จ๋า เยามาเที่ยวที่นี่อีกแย้วหยอคะ""ใช่ค่ะลูก หนูชอบหรือเปล่าคะ""แต่ว่าตอนนั้นแม่จะย้องไห้ด้วย แม่จ๋าจะเป็นอะไยไหมคะ""แม่ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะลูก แม่สอนว่ายังไงนะคะ ถ้ามาที่คฤหาสน์หลังนี้ต้องยกมือไหว้คุณนายกับพ่อเลี้ยงใช่ไหมคะ เพราะทั้งสองคนเป็นผู้มีพระคุณของเรา เพราะฉะนั้นแล้วระหว่างที่แม่ทำงานอยู่ หนูต้องนั่งรอที่โซฟาตรงนี้ได้ไหมคะ""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะนั่งยอแม่จากตรงนี้ไม่เดินไปไหนเยยค่ะ""ดีมากค่ะคนเก่ง งั้นเดี๋ยวแม่เข้าไปนวดให้คุณนายก่อนนะคะ อ้อ...แล้วหนูก็อย่าเดินไปแตะต้องของมีค่าในบ้านหลังนี้นะลูก เราอย่าไปแตะต้องเพราะมันไม่ใช่ของเรานะคะ ถ้าเกิดว่ามันหลุดมือหรือเสียหายขึ้นมา เราไม่มีเงินมาจ่ายให้เขานะลูก""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะไม่ดื้อค่ะ""ดีแล้วค่ะ ถ้าหนูไม่ดื้อและเชื่อฟังตามที่แม่บอก เดี๋ยวแม่จะพาหนูมาที่นี่ทุกครั้งเลย แต่ถ้าหนูดื้อ วันหลังแม่ก็จะไม่พาหนูมาที่นี่อีกแล้วนะคะ แล้วแม่ก็จะฝากหนูไว้กับป้าเฟิร์นแทน""หนูจะไม่ดื้อค่ะ ก็หนูอยากอยู่กับแม่จ๋า""ค่ะลูก งั้นแม่ไปก่อนนะคะ นั่งรออยู่ตรงนี้นะลูก ส่วนนมอยู่ในกระเป๋านะคะ ถ้าหนูหิวก็เอามาดื่มรอแม่นะคะของขวัญ"เด็กหญิงตัวเล็กก็

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 12 | พยาบาลจำเป็น

    "จริงเหรอคะที่ว่าพี่ยูนป่วย""ใช่...พี่ป่วยมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ เมื่อวานทั้งวันพี่ก็รู้สึกไม่สบายตัวอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นหนักขนาดนี้ ต้องขอโทษด้วยนะที่ต้องมาป่วยแบบนี้น่ะ" พะยูน เป็นคนงานที่ผันตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพราะหลังจากมีบุตรก็ต้องเลี้ยงเอง ซึ่งมีสามีที่ทำงานในไร่ จึงรับจ้างทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กของคนงานในไร่ด้วย"ไม่เป็นไรเลยค่ะ เรื่องเจ็บป่วยมันช่วยไม่ได้อยู่แล้ว""ส่วนลูกของพี่ก็จะให้ไปนอนห้องของป้าไปก่อนน่ะ ไม่รู้ว่ากี่วันถึงจะหาย แต่พี่ว่าจะขอพักไปก่อนสักสามวัน แล้วนี่เพลงขวัญจะเอายังไงดีล่ะ ช่วงสามวันนี้ถ้าพี่พัก แล้วใครจะเลี้ยงของขวัญให้""นั่นสิคะ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงก็ต้องไปทำงานแล้วด้วย หนูเตรียมตัวไม่ทันเลยค่ะว่าจะเอายังไงดี แถมเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ด้วย ถ้าลาเพื่อเลี้ยงของขวัญก็คงจะดูไม่ดีแน่ พี่ยูนพอจะแนะนำอะไรได้ไหมคะ""ความจริงเราสามารถเอาเด็กไปที่ไร่ได้นะ เพียงแต่ว่ามันจะร้อนแค่นั้นเอง ถ้าเด็กไม่ดื้อ ไม่วิ่งไปยุ่งกับเราระหว่างที่ทำงานด้วยก็คงไม่เป็นไรหรอก เพราะยังไงก็มีคนที่คอยดูแลในส่วนของอาหารกลางวันอยู่แล้วนี่ ยังไงก็สามารถฝากแม่ครัวที่โรง

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 11 | จะอดทนได้นานแค่ไหน

    สี่ปีก่อนเพลงขวัญกับรมิตาเป็นน้องใหม่ปีหนึ่งในคณะพยาบาลศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองคนรู้จักกันเพราะบังเอิญพักอยู่ที่หอพักเดียวกันและอยู่ข้างห้องกันด้วย ทั้งสองคนก็มักจะไปมาหาสู่กันตลอด เวลาจะไปไหนก็ไปด้วยกันเสมอ จึงค่อนข้างสนิทกันพอสมควร"ขวัญ...แย่แล้วล่ะ""มีอะไรหรือเปล่าขิม ทำไมเธอถึงทำสีหน้าแบบนั้นล่ะ เรื่องแย่อะไรของเธอ เป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า เธอบอกฉันมาได้ไหม""แย่แล้วล่ะขวัญ ฉะ...ฉันท้อง""เดี๋ยวนะ จะล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา แต่ไม่ต้องอำกันแรงแบบนั้นก็ได้นะ""ฉันไม่ได้พูดเล่นนะขวัญ ฉันท้องจริง ๆ""อะไรกัน นี่เธอพูดจริงเหรอ" เพลงขวัญก็รีบจ้องตาของเพื่อนเพื่อหาความผิดปกติในสายตาคู่นั้น แต่กลับมีแต่ใบหน้าที่แสดงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ราวกับไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกันเลย "นะ...นี่เธอเอาจริงเหรอ นี่เธอท้องจริง ๆ เหรอขิม แต่เราเพิ่งเรียนปีหนึ่งเองนะ เทอมสองเรายังเหลือเวลาอีกแค่สี่เดือน เราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้วนะขิม นี่มันอะไรกันน่ะ""ฉันพลาดเองแหละเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรก็เลยไม่ได้ป้องกัน จนตอนนี้ฉันท้องได้สองสัปดาห์แล้ว พอดีเมื

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 10 | คำขอโทษ

    "คนนี้คือใครเหรอคะพี่เฟิร์น""คนนี้เป็นแม่ของพ่อเลี้ยงน่ะ""คือฉันเพิ่งโดนไล่ออกค่ะ ต้องเก็บข้าวของให้หมดภายในพรุ่งนี้ แต่ว่าฉันจะมาขอร้องพ่อเลี้ยงว่าจะขอทำงานที่นี่ต่อไปได้ไหมคะ คือฉันขอโอกาสทำงานที่นี่ต่อได้ไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะต้องแย่แน่ ๆ ถ้าแค่ตัวฉันเองคนเดียว ฉันยังไม่ห่วงเลยค่ะ แต่ฉันยังมีลูกอีกคนที่ต้องดูแลด้วย ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำงานที่นี่ต่อ ฉันก็จะไม่มีรายได้แน่ ๆ ค่ะ""อะไรนะเพลงขวัญ เธอโดนไล่ออกงั้นเหรอ""ใช่พี่เฟิร์น ถึงหนูจะเซ็นสัญญาแล้วก็เถอะ แต่ว่าเอกสารชุดนั้นมันยังไม่ได้เซ็นรับรองจากเจ้าของไร่น่ะสิ เพราะเจ้าของไร่ต้องเซ็นอนุมัติด้วย แต่พ่อเลี้ยงบอกว่าจะไม่อนุมัติแล้วไล่หนูออก แล้วให้หนูเก็บของออกภายในวันพรุ่งนี้ หนูก็เลยมาดักรอที่หน้าคฤหาสน์เพื่ออยากจะขอร้องพ่อเลี้ยงอีกสักครั้งน่ะค่ะ""นี่มันอะไรกันตาเขม คนงานทำอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมถึงต้องไล่ออกแบบนี้ด้วยล่ะ""ก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับม้า แต่ว่าผมแค่ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้มาเหยียบที่ไร่ของเราอีกแค่นั้นเอง""อะไรกัน นี่ลูกไม่มีเหตุผลเลยนะ ถ้าเกิดว่าลูกจะไล่หนูคนนี้ออก ก็บอกเหตุผลที่มันฟังขึ้นมาให้ฟังก่อนสิ""แต่นี่มันเป็น

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 9 | เพราะมีกันอยู่แค่นี้

    แสงตะวันก็เริ่มลับขอบฟ้า ส่วนเพลงขวัญก็ยังไม่ย่อท้อเพื่อรอโอกาสว่าพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่จะออกมาจากคฤหาสน์ตอนไหน แต่จนถึงพลบค่ำก็ยังไร้วี่แวว เพลงขวัญก็ยังรอด้วยความอดทน ตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงศักดิ์ศรีหรืออะไรแล้ว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือปากท้องของบุตรสาวมากกว่า"ของขวัญจะเป็นยังไงบ้างนะ อย่าพึ่งงอแงนะลูก อยู่กับป้ายูนไปก่อนนะคะ"บนท้องฟ้าก็เริ่มปกคลุมไปด้วยความมืดมิด แถมยังไร้แสงดาวเพราะมีเมฆหมอกสีดำมาปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าฝนจะตกลงมาในอีกไม่ช้านี้"เอ๊ะ? นั่นมันพี่เฟิร์นกับของขวัญนี่ ทำไมถึงขับมอเตอร์ไซค์มาที่นี่ล่ะ แล้วทำไมถึงขับเข้าไปในคฤหาสน์ของพ่อเลี้ยงด้วย แย่แล้ว...ต้องรีบตามเข้าไปแล้ว"เพลงขวัญมองดูใบเฟิร์นที่ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปต่อ หลังจากที่คุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเสร็จแล้ว ส่วนเพลงขวัญก็รีบเดินเข้าไปที่บริเวณหน้าคฤหาสน์อีกครั้ง"ฉันขอเข้าไปข้างในนะคะ พอดีว่าเมื่อกี้เพื่อนกับลูกสาวของฉันเพิ่งขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปน่ะค่ะ""เชิญครับ"เพลงขวัญก็รีบวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจมากนัก เพราะสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าและขาดน้ำ จึงทำให้เธอทำได้เพีย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status