로그인หมัวหวาง 6
ทุกอย่างพร่าพรายจนสองร่างสั่นระริก มันเสียวซ่านวาบหวามจนทั้งเขาและนางหลั่งรินออกมาพร้อมๆ กันอย่างท่วมท้น
ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มายังเหลียงซานเพื่อจำศีล เขามักพบว่ามนุษย์พวกนี้จะนำของเซ่นไหว้มาให้ นอกจากนั้นยังมีหญิงสาวพรหมจรรย์ที่เลือดในกายหวานล้ำไปทั้งตัว
นึกถึงมนุษย์โง่งมแล้วเขาก็ได้แต่ลอบหัวเราะอย่างเยาะหยัน อะไรๆ ก็เอาแต่ฝากความหวังไว้ที่สิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็น กระทั่งไม่รู้แน่ชัดว่ามีหรือไม่มีอยู่จริง ทั้งที่สิ่งที่พิสูจน์ได้อยู่ตรงหน้า กลับเลือกที่จะเชื่อในเรื่องงมงายจนถึงกับเห็นชีวิตสตรีที่ถูกนำขึ้นมาบูชายัญเป็นสิ่งไร้ค่า
ขึ้นชื่อว่าธรรมชาติหากรักษาเอาไว้ไม่ตัดไม้ทำลายป่าหรือแผ้วถาง รักษาแนวป่าให้ยังคงเขียวชอุ่ม แน่นอนฝนฟ้าย่อมตกต้องตามฤดูกาล อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำป่า เพราะมีต้นไม้อุ้มน้ำและมีรากไม้ยึดแนวดินไม่ให้พังทลาย
เมื่อมีฝนย่อมต้องมีพืชพรรณ มีพืชพรรณย่อมต้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดวงจรของสิ่งมีชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ย่อมต้องเกิด
ถึงอย่างนั้นมนุษย์เหล่านี้ก็คงงมงายเชื่อว่าเหลียงซานมีเจ้าป่าเจ้าเขาดูแล
ก็...อาจจะจริง เขานี่อย่างไรเล่า หมัวหวาง จอมปิศาจที่เดินทางมาจำศีลในทุกๆ ปี กระทั่งอาสามาจัดการกับ...เครื่องสังเวย กระทั่งดื่มกินสตรีพรหมจรรย์เพื่อไม่ให้เสียของ เพราะจะอย่างไรชะตาของพวกนางก็คงหมดลงอยู่ดี มีอย่างหรือขังคนเอาไว้ในโลงศพ ไม่มีทางที่จะมีผู้ผ่านมาพบเห็น...
นอกจากเป็นการปลดปล่อยพวกนางไม่ให้ทรมานนานเกินไปแล้ว เขาเองก็ยังได้ลิ้มเพศรสจากกายสาวจนอิ่มหนำ
ถึงอย่างนั้น...หลังดื่มกินจนอิ่มหนำ เขากลับพบว่าหากไม่ใช่เพราะพวกนางตกใจจดหมดสติ กระทั่งทำให้ขาดใจตายเพราะไม่มีอากาศในโลงศพ ก็เป็นเพราะอารมณ์วาบหวามทำให้เขาดื่มกินเลือดอันโอชะในกายสาวจนพวกนางซีดเซียวจนขาดใจ
ยังไม่มีสักครั้งที่เขาละเว้นหญิงสาวที่เขาร่วมรัก กระทั่งใจอ่อนยอมละเว้นนางจนรุ่งสาง
ถามว่าเพราะความอยากรู้อยากเห็น?
...ก็มีส่วนเพราะนางดูแตกต่างจากสตรีที่เอาแต่กรีดร้องตกใจกลัว นางถึงกับพึมพำว่าไม่กลัวความตายหลังสุขสมและหมดสติ
ถามว่าเป็นเพราะอยู่ๆ เขาก็ใจอ่อน?
...ก็ใช่อีก ไม่รู้เพราะเหตุใดดวงตาของหญิงสาวจึงเต็มไปด้วยความเศร้า มันแทบจะมีมากกว่าความหวาดกลัวจนเขาอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้
เสียงท้องร้องทำลายความเงียบและความรัญจวนระหว่างทั้งสอง อินเยวี่ยกัดปากใบหน้าร้อนซู่ นางตัวแข็งทื่อจนถึงตอนนี้เพิ่งรู้สึกว่าหิวจนแทบทนไม่ไหว
“หิว?”
นางเงยหน้ามองเขาอยู่ๆ ความหวังที่จะได้ออกไปจากโลงศพก็จุดประกาย หากแต่...มันดับมอดลงทันทีที่เขากล่าว “ข้าออกไปด้านนอกไม่ได้จนกว่าฟ้ามืด”
นางไม่ได้กินอะไรตั้งแต่ถูกจับมา อย่างมากที่กินก็คือน้ำข้าวต้ม ครั้งสุดท้ายที่ขับถ่ายหรือก็เป็นตอนถูกจับอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณ...
“ข้ามีอยู่วิธีหนึ่ง เจ้าอยากลองดูหรือไม่”
“วิธี...อะ...อะไรหรือเจ้าคะ” นางถามเขาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เห็นชัดว่ายังคงมีท่าทีหวาดหวั่นใจตัวเขาอยู่บ้าง
“วิธีคลายความหิว” กล่าวจบก็สอดแขนดึงนางขึ้นให้ใบหน้าของนางอยู่ระนาบเดียวกับใบหน้าตน อินเยวี่ยวูบวาบไปทั้งร่าง ท่อนขาเพรียวครูดไถกับแก่นกายอ่อนนุ่ม อกอิ่มลากระกับอกแกร่ง ผิวกายของนางเสียดสีกับเขาอย่างสนิทสนม
อยู่ๆ เขาก็จูบนางอย่างเร่าร้อน หญิงสาวดิ้นรนเพราะนางแทบจะสิ้นเรี่ยวแรงแม้แต่นิ้วก็สั่นเทา หากยังปล่อยเขารุกเร้า นางก็มีแต่ต้องพ่ายแพ้จนตอบสนองเขาเท่านั้น
คิดๆ ดูแล้วก็ประหลาดใจ นางถึงกับถูกเขาล่อลวงด้วยเพศรสโดยง่าย เพียงเขาสัมผัสปลุกเร้าความปรารถนากลับลุกโชนขึ้นอย่างน่าตาย ความต้องการที่มีมากมายจนนางเองก็ไม่คาดคิด กลับถูกเขาปลุกเร้าและเติมเต็มกระทั่งนางเองก็ตอบสนองเขาอย่างถึงแก่นในที่สุด
“มะ...ไม่เอาแล้ว”
“แล้วเจ้าจะลืมเลือนทุกสิ่ง” เขากล่าวเสียงพร่าจากนั้นปลุกเร้าจนนางพ่ายแพ้ ถึงอย่างนั้นตั้งแต่เริ่มจนจบลง เขากลับเพียงให้นางคร่อมบนกายแกร่ง นางไม่ได้ออกแรงเพียงถูกเขานำพาให้ควบขับแก่นกายร้อนรุ่ม กระทั่งนาง...หมดสติไปท่ามกลางความสุขสมพร่าพราย
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่กว่าอินเยวี่ยจะรู้สึกตัวตื่น ฟ้าด้านนอกมืดลงแล้ว เช่นกันกับที่ตัวนางที่นอนอยู่บนแท่นหินยาวๆ มีผ้าแพรพรรณลื่นมือปูรอง
นาง...ออกมาจากโลงศพแล้ว!!!
มองไปยังโลงศพที่กลายเป็นเศษไม้ บวกกับเศษชุดสีแดงขาดวิ่นที่นางเคยสวม กระทั่งก้มลงมองร่างเปลือยเปล่าของตน หญิงสาวควานมือไปรั้งแพรพรรณผืนหนึ่งมาคลุมกาย มองไปยังแผ่นหลังแกร่งที่นั่งอยู่หน้ากองไฟ
“หิวแล้วกระมัง” เขากำลังย่างเนื้อที่เป็นของเซ่นไหว้ กลิ่นหอมจนนางเผลอกลืนน้ำลาย หากแต่เมื่อเขายืนขึ้นและหมุนตัวเดินมาหา นางกลับรีบหันหลังขวับเขินอายเกินไปที่จะมอง
หมัวหวางเปลือยเปล่าทั้งร่าง ร่างแกร่งทั้งสูงล่ำและหนั่นแน่นไปด้วยกล้ามเนื้ออย่างบุรุษเพศ หญิงสาวเผลอมองแวบเดียวยังรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของเขา ยิ่งไม่ต้องถามว่าคืนกับอีกหนึ่งวันที่ผ่าน นางกับเขาเร่าร้อนกันจนคร้านจะนับ
ความจริงนับจากที่เขา...ป้ายบางอย่างให้นาง นางกลับไม่รู้สึกเจ็บแล้ว แม้ว่าเขาจะใหญ่โตจนทุกครั้งที่เขาเหยียดขยายซุกแทรก นางเองก็แทบสุขสมจนกายเต็มตื้น
อินเยวี่ยใบหน้าร้อนซู่ นางรู้สึกเหมือนเป็นสตรีแพศยา ถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขา...ช่างน่าหลงใหล
“กินเสีย” เขายื่นเนื้อย่างหอมกรุ่นให้นาง
อินเยวี่ยเลิกคิ้วมองเขา ความหิวทำให้นางไม่ปฏิเสธ เมื่อพันผ้าแพรพรรณรอบอกก็รีบคว้าไม้ที่ปลายเสียบเนื้อวัวย่างมากิน
มองดูเขาที่ไม่แตะต้องสิ่งใดเลย นางยื่นให้เขาทั้งยังถาม “ท่าน...ไม่หิวหรือเจ้าคะ”
เขายิ้ม “ข้ากินไปแล้ว หลายรอบด้วย”
วารีรัญจวน 9ความโกรธทำให้เขาสิ้นคิด เห็นเตี้ยนหยาเข้าไปในกระท่อมของผู้อื่น เขาคว้ามีดพร้าเดินตามเข้าไปด้วยความโมโห เมื่อเห็นอีกฝ่ายก็เงื้อฟันอย่างไม่ลังเล!!!ชายหนุ่มไม่ฉุกคิดสักนิด... ตอนเขาก้าวเข้าไปไม่เห็นเงาของเตี้ยนหยา เห็นเพียงเพื่อนบ้านที่ไม่สวมเสื้อยืนอยู่เพียงลำพังเสียงกรีดร้องดังขึ้นด้านหลัง เขาหันกลับไปด้วยใบหน้าและมือที่เปรอะเปื้อนเลือด “ฆาตกร!!! เจ้าเหตุใดต้องสังหารคนรักของข้า!!!”เขามองออกไปด้านนอกด้วยความงุนงง ความโกรธดับมอด สติหวนคืน มองออกไปเห็นเพียงเตี้ยนหยาที่ผุดศีรษะขึ้นมาจากทะเลสาบ “เสี่ยวหยา...”ทุกคนกรูกันเข้ามาเพราะได้ยินเสียงกรีดร้อง กระทั่งช่วยกันจับเกาเหยียนมัดเอาไว้เพื่อชำระโทษ กฎหมายระบุเอาไว้ฆ่าคนต้องชดใช้ ในที่สุดเขาก็จะถูกตัดสินประหาร...ลานกลางหมู่บ้านเกาเหยียนถูกมัดสองมือไพล่หลังเอาไว้กับเสาบนพื้น มีคนเฝ้ายามแต่เผลอหลับ เขามองเตี้ยนหยาที่เดินเข้ามาหาด้วยเท้าเปล่าเปลือย ในใจปรารถนาเพียงได้จุมพิตบนหลังเท้าของนาง...อีกครั้ง“หากเจ้ายอมทำเพื่อข้า ข้าจะช่วยให้เจ้าหลุดพ้นจากหมู่บ้านแห่งนี้”เกาเหยียนเงยหน้ามองนางด้วยความไว้วางใจ “ข้าอยากไปกับเจ้า เสี่ยวหย
วารีรัญจวน 8เกาเหยียน...ออกหาปลาด้วยท่าทีเหม่อลอย เขาเอาแต่มองพระอาทิตย์ว่าเมื่อไหร่จะตก เมื่อไหร่จะมืด และเมื่อไหร่เขาจะเอาเรือเข้าฝั่งได้ ปลาที่หามาได้ไม่มากนักแต่เขาก็อยากขึ้นฝั่งแล้วหลายวันมานี้เขาไม่ได้ออกมาหาปลา หมกมุ่นเก็บตัวอยู่แต่ในกระท่อม ที่สำคัญเสียงครางกระเส่าที่ดังลอดออกมาบางครั้ง เขากลัวว่าจะมีคนผ่านมาได้ยิน ดังนั้นจึงยกถังน้ำที่มีเตี้ยนหยาหลบอยู่ ออกไปซ่อนเอาไว้บนเกาะเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากกระท่อมของตน เกาะนั้นมีถ้ำที่น้ำท่วมในยามกลางคืน และมีที่พอที่เขาเองก็สามารถหลบเร้น ไม่มีใครรบกวน ไม่มีใครเห็น...วันนี้เขาขายปลาเสร็จเร็ว ได้เงินมาน้อยมาก ไม่ได้แจก ไม่ให้ขอทาน แต่เขาซื้อเสบียงให้ตัวเองจำนวนหนึ่ง ในใจนึกถึงเพียงถ้ำที่มีเตี้ยนหยารออยู่ขอทานชะเง้อมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ สิ้นหวัง และไม่เข้าใจ คนที่เคยได้รับปลาจากเขาต่างก็หันหลังกลับบ้านด้วยท่าทางผิดหวังในถ้ำที่น้ำท่วมทางเข้าแล้ว ทว่าด้านในกลับมีหาดทรายสะอาดสะอ้าน บนซากรากไม้ที่ตายแล้วมีเสบียงของเกาเหยียนและเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยน บนพื้นทรายมีเงาร่างเปลือยเปล่าที่กำลังกอดก่ายท่อนล่างจุ่มลงไปในน้ำ ท่อนบนทาบทับเหนื
วารีรัญจวน 7เรือนกายอวบอิ่มบดเบียดยั่วยวน ริมฝีปากของนางลากระลงไปยังลำคอแกร่ง หญิงสาวลูบมือไปตามเรือนกายแกร่ง ยอมรับว่าเกาเหยียนแข็งแกร่งราวกับม้าเพราะใช้แรงงานมาตั้งแต่เด็กๆเรือนกายสูงใหญ่ล่ำสัน ผิวกายคล้ำแดด แม้หน้าตาธรรมดาทว่าเรี่ยวแรงมหาศาล ที่สำคัญเขาแข็งแรงราวกับม้าศึก!!เตี้ยนหยากดขาลงคร่อมหน้าตักของชายหนุ่ม แอ่นสะโพกโยกคลึงยั่วเย้าบดเบียดแก่นลำที่กำลังตอบสนอง ลมหายใจของชายหนุ่มแตกพร่า สองมือคว้าเอวคอดของนาง จากนั้นริมฝีปากของเขาก็ตอบสนองจุมพิตด้วยการเกี่ยวปลายลิ้นนุ่ม“อือ...” เตี้ยนหยาตื่นเพริศเพราะความแข็งแกร่งของเขา มนุษย์ที่ถูกล่อลวงได้โดยง่าย ความปรารถนาและราคะที่ลุกโชน แม้เป็นบุรุษที่ถูกเรียกว่าเจ้าบื้อ ทว่าเขากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหาย ขอเพียงนางล่อลวงให้เขาติดกับ ไม่ว่าสิ่งใดนางก็ได้จากเขาแม้แต่ชีวิต!!หญิงสาวลากมือปลดสายคาดเอวของเกาเหยียน เขาแอ่นร่างเมื่อนางลากปลายลิ้นขบกัดต่ำลงไป มือก็แหวกสาบเสื้อของเขาออกไปด้วย สองมือหยาบกร้านคว้าศีรษะของนางกดลง แอ่นหยัดครางกระเส่า ถูกยั่วยวนและตอบสนองอย่างง่ายดายราวกับเขายังไม่เคยผ่านมือสตรี!!แก่นลำขึงตึงตื่นตัวภายใต้กางเกงเ
วารีรัญจวน 6นับตั้งแต่ลืมตาขึ้นนางก็จดจำสั่งใดไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวนางเป็นผู้ใด เหตุใดถูกขังเอาไว้ที่ทะเลสาบหลังอารามแห่งนี้ฝูงปลาในทะเลสาบเรียกนางว่า เตี้ยนหยา[1] เป็นปิศาจวารีที่ถูกกักขังเอาไว้จนกว่าจะมีตัวตายตัวแทนสิ่งที่เรียกว่าตัวตายตัวแทนนางยังคงไม่เข้าใจถึงความหมาย กระทั่งวันหนึ่งนางได้เห็นกิเลสของเหล่ามนุษย์ ความปรารถนา ราคะ ความละโมบ และความเห็นแก่ตัว ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่ามนุษย์ทุกคนจะเหมือนกันหมด แม้มีความปรารถนา อยากได้ อยากครอบครอง ทว่าสิ่งเหล่านั้นก็ยังไม่อาจเทียบกับการเสียสละ ความมีเหตุมีผล กระทั่งแม้แต่ปิศาจอย่างนางก็ยังพ่ายแพ้ฟากฝั่งตรงกันข้ามกับอารามทะเลสาบกว้างใหญ่ หมู่บ้านชาวประมงที่อยู่กันอย่างสงบสุข เกาเหยียน ชายหนุ่มนิสัยซื่อตรงกระทั่งชาวบ้านต่างก็เรียกเขาลับหลังว่า เจ้าคนบื้อแห่งหมู่บ้านชาวประมงวันๆ เขาเอาแต่จับปลาไปขาย ทว่าการขายของเขากลับแตกต่างจากผู้อื่น บางวันขายได้หากมีขอทานเขาก็แจกจ่ายจนหมด บางวันขายไม่ได้มีคนขอปลา เขาก็ยอมให้โดยง่าย กระทั่งกลับถึงบ้านก็กินข้าวเปล่ากับผักดองประทังชีวิตเตี้ยนหยามาลองๆ คิดดูหากนางล่อลวงมนุษย์ที่โง่งมเช่นนี้ได้ นางก็อาจ
วารีรัญจวน 5เสียงผิวเนื้อปะทะอันหยาบคาย เสียงหอบหายใจด้วยความซ่านเสียว กระทั่งไม่นานยวนเจ๋อก็คำรามออกมาหลังปลดปล่อยจนเปียกชุ่ม เขาทิ้งตัวลงทาบทับบนเรือนกายนุ่ม ในยามที่ประตูถูกกระแทกเปิดออกหญิงสาวหวีดร้องรีบตะครุบผ้าขึ้นปิดเรือนกาย นายท่านหวังตะโกนสุดเสียง “กลางวันแสกๆ! พวกเจ้านอกจากเสพสมไม่คิดจะทำสิ่งอื่นเลยหรือ บ่าวไพร่ด้านนอกได้ยินถ้วนหน้า ข้าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใดแล้ว!”ไม่คาด...ยวนเจ๋อกลับหัวเราะ เขาสอดแขนตรึงหญิงสาวเอาไว้ใต้ร่าง ขยับเอวสอบขณะมองนายท่านหวัง “หรือท่านพ่ออิจฉาข้าเล่า อยากมาเข้าร่วมกับพวกเราหรือไม่ขอรับ ข้าอายุยังน้อยปรารถนาในราคะย่อมเป็นเรื่องธรรมดา ฮูหยินของข้าทั้งงดงามทั้งอวบอิ่ม” กล่าวจบก็กระทั้นเอวสอบรัวเร็วต่อหน้าบิดาและบ่าวไพร่!!!ฟางหรูกุ้ยอับอายจนดิ้นรนทว่าแก่นลำในกายกลับบีบให้นางครางครวญออกมา ในยามที่ต้องกายดิ้นรนหลีกหนี ยวนเจ๋อกลับยกต้นขาของนางแหวกออก แทรกกายลงทาบทับกระทั้นตัวตนแข็งขึงอัดโถมจนสุดหยั่ง“แพศยา!! ไร้ยางอาย!!” นายท่านหวังกลับไม่สังเกตเห็นความผิดปกติของบุตรชาย เขาโยนความผิดทุกอย่างลงไปบนศีรษะของสะใภ้คนงามหญิงสาวอยากกรีดร้องว่าไม่ใช่นาง ท
วารีรัญจวน 4เสียงกระซิบบอกให้นางนำเกล็ดปลานั้นให้สามีกิน หลังจากนั้นยวนเจ๋อก็จะกลายเป็นหวังอิน หวังอินก็จะกลายเป็นปิศาจวารีค่ำคืนนี้หวังอินเพิ่งกลับมาหลังจากการค้าราบรื่น ฟางหรูกุ้ยชงชาให้เขาด้วยตัวเอง พยายามเอาอกเอาใจสารพัด สาวใช้เห็นว่าผู้เป็นนายกำลังใกล้ชิดก็ซุบซิบเรื่องทั้งสองต้องการมีทายาท เช่นนี้ทุกคนจึงล่าถอยปล่อยสองสามีให้อยู่ด้วยกันตามลำพังหวังอินดื่มชาที่ผู้เป็นฮูหยินชงให้ดื่มด้วยความรู้สึกคิดถึง เขามองคนงามที่เขาได้มาครอง แม้ว่าตัวเองจะหน้าตาธรรมดา ถึงอย่างนั้นหากทั้งสองมีทายาทเช่นนั้นจะดีเพียงใดฟางหรูกุ้ยมองสามีดื่มชา... ไม่นานดวงตาของเขาก็เปลี่ยนไปมา กระทั่งนางมองเห็นดวงตาสีน้ำเงินเข้มลึกล้ำ “ยวนเจ๋อ??”เขาเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยรอยยิ้ม จากนั้นดุงนางลงไปนั่งบนตัก “ในที่สุดข้าก็ได้อยู่กับเจ้าแล้วยอดรักของข้า”หญิงสาวยินดีสุดแสนก้มลงจุมพิตเขาจากนั้นกระชากสายคาดเอวเขาออก ในใจของนางกระหยิ่มยิ้มย่องเพราะนับจากวันนี้ก็ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แล้ว นางจะได้อยู่กับยวนเจ๋อไม่มีวันพรากจากชั่วขณะที่ถูกชายหนุ่มอุ้มขึ้น นางกลับไม่ได้สำนึกเลยว่าตนทำอะไรลงไป ไม่ได้ตระหนักว่าหากยวนเจ๋ออยู่ใน







![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)