แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-16 11:07:01

หมัวหวาง 5

อินเยวี่ยลืมตาขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย ร่างทั้งร่างของนางรวดร้าวราวกับถูกรถม้าวิ่งทับ กายสาวยังคงเจ็บแสบราวกับถูกกรีดแยก ทั่วร่างยังคงหลงเหลือทุกสัมผัสของคนที่นางยังคงนอนคร่อมทาบทับ

ครั้งแรกที่ถูกเขากลืนกินนางจำได้ว่าหมดสติไป ถึงอย่างนั้นนางกลับจดจำความฝันทั้งหมดได้ชัดเจน ความฝันวาบหวามที่ถูกเขาเคี่ยวกรำภายในโลงศพคับแคบ นางกับเขาผลัดกันรุกและผลัดกันควบขับปลุกเร้ากันและกัน กระทั่งจดจำไม่ได้ว่าสุขสมไปกี่รอบ

แสงแดดเช้าวันใหม่สาดส่องจากด้านนอก ถึงอย่างนั้นภายในช่องหินกลับยังคงมืดมิดอยู่บ้าง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวมองเห็นภายในโลงศพ

หญิงสาวนอนตัวแข็งทื่อเมื่อบุปผางามถูกบางอย่างลูบไล้ นางกางขาคร่อมร่างใหญ่อยู่ ดังนั้นจึงง่ายต่อการถูกรุกล้ำมาก ทว่าตอนนี้เพิ่งตระหนักว่ากายเปลือยเปล่าของเขา ไม่ได้เย็นเยียบเช่นคราแรกที่สัมผัส

“ตื่นแล้ว?” เขาถามนางและเลื่อนฝ่ามือขึ้นลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียน นางสะดุ้งเฮือกพร้อมกับพยายามดันตัวขึ้นเล็กน้อย เอวอ่อนขยับออกห่างแก่นกายที่ตนแนบชิด แต่ขยับหนีได้ไม่ไกลเพราะความคับแคบ

เมื่อเงยหน้าขึ้นกลับสบตากับดวงตาคมดุ ใบหน้าหล่อเหลากำลังจ้องมองมายังนาง คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย หว่างคิ้วมีรอยเส้นสีแดงๆ หรืออะไรบางอย่างที่รูปร่างคล้ายประกายไฟ

เขา...นับเป็นบุรุษหล่อเหลาผู้หนึ่ง เพียงแต่ดูน่ากลัวมากกว่า หากเทียบกับใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาคมดุดันคู่นั้น

หมัวหวางกอดนางพร้อมเอนตัวลงนอนตะแคง “ยังคงเจ็บอยู่กระมัง” เขาไม่พูดเปล่ากลับใช้มือยกท่อนขาเพรียวของนางขึ้น แตะต้องลงไปยังกลีบบุปผาอ่อนไหวที่ถูกเขาเคี่ยวกรำ

บางอย่างเย็นเยียบและเหนียวหนืดถูกป้ายลงไป อินเยวี่ยซบหน้าผากกับอกเขา พยายามยื่นมือผลักมือใหญ่ออก

“ชู่วววว เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว”

เขากระซิบบอกนางเสียงเบา ดึงดันจนนางยอมแพ้เรี่ยวแรงมหาศาลนั้น รับรู้ว่าเขาแทรกปลายนิ้วป้ายบางอย่างเข้าไปในกายสาว เชื่องช้า...อ้อยอิ่ง

อินเยวี่ยเผลอส่งเสียงครางออกมา เมื่อเขาแตะต้องสัมผัสจุดอ่อนไหว หัวใจของนางเต้นรัว บางอย่างในกายถูกปลุกเร้าขึ้นมาเงียบๆ

เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้น เขากอดไหล่กลมมนดันนางแนบอก วางท่อนขาของนางพาดเอวสอบ กดนางให้ค้างอยู่ในท่านั้น กระทั่งเริ่มและเล็มผิวกายนวลเนียนตรงหัวไหล่

หญิงสาวใช้มือดันอกเขาแต่เรี่ยวแรงกลับคล้ายถูกเขาดูดกลืนไปจนสิ้น กลางกลีบบุปผาอยู่ๆ ก็รับรู้ถึงท่อนลำที่กำลังถูไถ กรีดแยกระหว่างกลาง...

“อา...อย่า ไม่เอาแล้ว”

“ชู่วววว ข้าจะไม่ทำอะไร ขอเพียงเจ้ายอมอยู่เฉยๆ ก็พอ”

เขากระซิบบอกนางแต่กลับแอ่นเอวสอบเข้าหานางรัวๆ บดเบียดแก่นกายรุ่มร้อนแข็งขึงกับกลีบบุบผา

เสียงสูดหายใจอย่างเสียวซ่านพร่าพรายดังขึ้นข้างหู อินเยวี่ยไม่กล้าขยับได้แต่นอนตะแคงตัวแข็งทื่อ นางหลับตาครวญครางเสียงเบาเมื่ออกอิ่มถูกเขากอบกุมฟอนเฟ้น

หมัวหวางดันกายหญิงสาวนอนลง เขาคร่อมทับนางเอาไว้โดยไม่ลงน้ำหนัก ชิดขานางเข้าหากันจนแน่นจากนั้นสอดแก่นกายลงระหว่างช่องว่างที่ต้นขา

“อา” เขากระทั้นเอวสอบรัวเร็ว หนักหน่วง

ผิวกายส่วนประสานเกิดเสียงเนื้อแท้กระทบกระทั้น อินเยวี่ยหน้าร้อนวูบเมื่อเขาก้มลงครอบปากกับยอดอกอิ่ม ดูดกลืน ขบเม้ม พร้อมกันนั้นก็กอบกุมเคล้นคลึงจนนางสั่นระริก

จังหวะที่เขาซุกแก่นกายลงไปยังช่องว่างระหว่างขาเพรียว ท่อนลำใหญ่อลังเสียดสีกับกลีบบุปผาจนนางร้อนผ่าว แม้เขาไม่ได้จ้วงลึกสอดแทรก แต่นางกลับรู้สึกเร่าร้อนไปทั่วทั้งกาย กระทั่ง...จุมพิตอ่อนโยนเรียกร้องเกี่ยวปลายลิ้นของหญิงสาวเอาไว้

อินเยวี่ยหัวใจอ่อนยวบ ความปรารถนาถูกปลุกเร้าลุกโชนโดยที่นางไม่อาจหักห้าม สองมือยกขึ้นกอดไหล่หนา ตอบสนองจุมพิตของเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

เสียงคำรามดังขึ้นในลำคอ อยู่ๆ หมัวหวางก็ชะงักจังหวะการขยับไหว เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว แนบหน้าผากกับนางพร้อมกับเปลี่ยนทิศทางการสอดแทรก

อินเยวี่ยลืมตาพรวดพยายามหนีบต้นขา ถึงอย่างนั้น...

“อา!” ร่างสาวอ่อนยวบถูกเขารุกล้ำจนสุดทางอย่างจงใจ “ท่านบอกว่าจะไม่...” นางสั่นระริกแต่ในกายสาวกลับบีบรัดเริงร่า

เขากดค้างและจูบนางอย่างลึกล้ำ “ข้าโกหก”

จากนั้นเขาก็เริ่มถาโถมเข้าหานางอย่างป่าเถื่อน เสียงคำรามดังขึ้นพร้อมกับร่างใหญ่ที่โจนจ้วงจนนางโยกคลอน

ความสุขสมพร่าพรายที่ลอยอวลอย่างกระทันหัน ทำให้อินเยวี่ยได้แต่กอดไหล่แกร่งเอาไว้ นางแอ่นกายรับปลายลิ้นที่ไล้เลียขบเม้มปลายยอดถันงาม สองขาที่ถูกเขากักเอาไว้ราวช่วยให้การซุกแทรกยากลำบาก บัดนี้กลับเพิ่มความเสียวซ่านจนคนทั้งสองสะท้าน

เสียงกระทั้นกระแทกของผิวกาย ผสานกับเสียงครวญครางกระเส่าด้วยความซ่านสยิว หมัวหวางวางศอกลงเหนือไหล่หญิงสาว เขาโจนจ้วงถาโถมขณะก้มลงมองสีหน้าสุขสมของหญิงสาวที่ไม่อาจเก็บกลั้น อกอิ่มกระเพื่อมไหวต่อหน้าต่อตาชายหนุ่ม ปลุกเร้าให้เขายิ่งต้องการเพิ่มพูนจนเอ่อท้น

เขาเร่งจังหวะให้เร่าร้อนขึ้น พบว่าหญิงสาวเองก็ตอบรับราวกับลืมตัว เมื่อถูกเขาปลุกเร้ามากเข้า อินเยวี่ยกลับสามารถปรนเปรอเขาได้มากกว่าที่คิด เช่นกันกับที่แม้นางถูกเขากระแทกกระทั้นอย่างหนักหน่วง แต่ร่างกายของนางกลับยังคงสามารถรองรับความบ้าคลั่งดิบเถื่อนของเขาได้ กระทั่งความต้องการถูกเติมเต็ม ความสุขสมพอกพูนถึงขีดสุด สองร่างกระตุกเร่าเกร็งค้าง

“อา /อ๊ะ!...”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 10

    หมัวหวาง 10ระหว่างที่พูดเผิงลั่วก็ยิ้มและชักกระบี่ในมือออกมา คมกระบี่เงาวับส่องประกายราวต้องการดื่มเลือด เหล่าหลิวตัวสั่นงันงกหลังค้อมลงกับพื้น“ใต้เท้าไว้...ไว้ชีวิตด้วย”อินเยวี่ยมองชายชราด้วยดวงตาว่างเปล่า ดวงตาของนางแดงก่ำ นึกถึงบิดาและมารดาที่ดีกับอีกฝ่ายมาโดยตลอด ไว้ใจกระทั่งให้ช่วยดูแลกิจการบางส่วน แบ่งรายได้ให้นอกเหนือจากเงินรายเดือนที่ได้รับอยู่แล้ว กระทั่งมอบสินสอดแต่งสะใภ้ให้กับบุตรชายของเหล่าหลิว...“เพื่อไม่ให้เขาหาทางส่งข่าวใดๆ ไปให้ซวี่อู่กักตัวเขาเอาไว้”“ตะแต่ใต้เท้าข้าน้อย...”“ไม่ต้องกังวล ข้าจะพาเจ้ากลับจวนแน่นอน หลักฐานมากมายเจ้าคงไม่เก็บไว้ไกลตัวกระมัง สามารถเรียกใช้คนของทางการได้คงมีเรื่องใช้ข่มขู่ซวี่อู่ได้กระมัง ฮูหยินของเจ้ารู้หรือไม่ ยังมีบุตรชายกับสะใภ้ ได้ยินว่านางกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด” เหลิ่งซียิ้ม“พวกเขาไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ใต้เท้า ข้าน้อยทำเพียงคนเดียว ฮูหยินและบุตรชายรวมไปถึงสะใภ้ของข้าน้อยไม่เกี่ยวข้อง...” เขามองเลยไปสบตากับอินเยวี่ย มองเห็นแววเกลียดชังในดวงตาที่เคยใสซื่อบริสุทธิ์ ครั้งหนึ่งนางกับพี่ชาย รวมไปถึงนายท่านและอินฮูหยินคนเหล่านั้นล้วนสม

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 9

    หมัวหวาง 9หญิงสาวมองเขาด้วยดวงตาเฉยชา ถึงอย่างนั้นเมื่อชายชราเงยหน้าขึ้นนางกลับเปลี่ยนสีหน้า ดวงตาแดงก่ำหลั่งน้ำตาออกมาเงียบๆ“ท่านพ่อบ้าน คราแรกข้ายังไม่มั่นใจ เป็นท่านจริงๆ”“ท่าน...มิใช่ถูกแขวนคอหรอกหรือขอรับ เหตุใด...เหตุใด”“ข้าจะตายได้อย่างไร ในเมื่อตระกูลอินต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเช่นนี้ ข้าจะตายไม่ได้จนกว่าคนที่ใส่ความตระกูลอินต้องชดใช้!” นางประกาศกร้าว“ตะ...แต่...นายท่าน นายท่าน...หลักฐานพวกนั้น ท่านเจ้าเมืองบอกว่า...”“นั่นคือหลักฐานเท็จ จดหมายนั่นดูคล้ายลายมือท่านพ่อ แต่ข้ามองออกว่าไม่ใช่ ตราประทับนั่นยิ่งน่าสงสัย หากเป็นจดหมายลับที่ติดต่อกับเผ่าอาหมาน เหตุใดท่านพ่อต้องโง่งมใช้ตราประทับของที่ร้านเล่า”เหล่าหลิวก้มหน้าลงแสร้งสะอื้นไห้ แต่ในใจกำลังครุ่นคิดหาทางออก เขาร่วมมือกับเจ้าเมืองปลอมจดหมายนั่นขึ้นมา ไม่ง่ายเลยที่จะสร้างหลักฐานเท็จและเร่งร้อนปิดคดี ตอนนี้คนที่สมควรตายไปแล้วกลับมีชีวิต เรื่องนี้เขาไม่อาจอยู่เฉยแล้ว!!!อินเยวี่ยมองประเมินการแต่งกายของเหล่าหลิว เกรงว่าหลังตระกูลอินจบสิ้นการเป็นอยู่ของอีกฝ่ายคงดีขึ้นมาก และคงจะดีกว่าตอนที่อีกฝ่ายเป็นพ่อบ้านกระมังเหล่าหลิวมอ

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 8

    หมัวหวาง 8อินเยวี่ยขมวดคิ้ว “เช่นนั้นหากตอนพบกันข้าจะอธิบายอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“บอกไปตามจริงว่าเจ้าถูกจับตัวมาแล้วส่งตัวขึ้นเขาบูชายัญ หากยิ่งบอกว่าเจ้าถูกเจ้าเมืองอะไรนั่นใส่ความจนคนทั้งตระกูลต้องตาย นั่นจะดูเป็นเรื่องจงใจเกินไป”“เพราะอะไรหรือเจ้าคะ”“คนพวกนั้นมาเพราะมีคนไปร้องเรียนทางการ”“เอ๋ เป็นผู้ใดกัน...” นางพยายามนึก“แม่สื่อคนที่พาเจ้ามาที่นี่ นางเกิดสำนึกผิดและอยากช่วยเจ้าดังนั้นจึงไปร้องเรียนที่เมืองหลวง คราแรกไม่มีใครยอมเชื่อดังนั้นนางจึงเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้บนตัวก่อนผูกคอตายที่หน้าศาลต้าหลี่”“สวรรค์!”หมัวหวางขมวดคิ้ว “เรียกหาสวรรค์ด้วยเหตุใด บิดาเป็นจอมปิศาจ” เขาถลึงตาให้นางอินเยวี่ยอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “ข้าขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเพียงตกใจเท่านั้นจึงอุทานออกมา”“อยากรู้หรือไม่ว่าแม่สื่อผู้นั้นเขียนจดหมายร้องทุกข์ว่าอย่างไร”“นางเขียนอย่างไรเจ้าคะ”“นางฝันร้ายทุกวันหลังจากแอบพาเจ้าออกมาแล้วส่งตัวไปบูชายัญ วันนั้นนางแอบติดสินบนคนตอกฝาโลงไม่ให้ตอกแน่นหนา นางยังแอบใส่ผลไม้เอาไว้ให้เจ้าเพื่อประทังชีวิต หวังว่าเจ้าจะสามารถรอดชีวิตไปได้ นางยังให้เบาะแสเกี่ยวกับคดี

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 7

    หมัวหวาง 7ประโยคหยอกเย้าและดวงตาเจ้าเล่ห์ทำให้สองแก้มของนางร้อนซู่ รู้ว่าตนเองต้องหน้าแดงเป็นแน่ กินไปได้สักพักหญิงสาวกลับเพิ่งตระหนักถึงบางเรื่อง นางมองเขาที่นั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นหยิบผ้าผืนหนึ่งปกปิดกายส่วนล่างของเขาด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆหมัวหวางเลิกคิ้วมองนางจากนั้นก้มลงมองตัวเอง “มนุษย์นี่ยุ่งยากเสียจริง” แต่เขาก็ไม่ได้ดึงออก“...ท่านไว้ชีวิตข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “แลกกับอะไรเล่า”นางเม้มปากเพราะทั้งตัวของนางไม่มีอะไรเลย แม้แต่เสื้อที่สวมติดตัวก็ถูกเขากระชากจนขาดวิ่น ผ้าที่ห่อกายตอนนี้ก็ล้วนเป็นของเซ่นไหว้ของเขา“เหตุใดจึงอยากมีชีวิตอยู่”“เพราะ...เพราะ...” นางนึกถึงบิดา มารดา รวมไปถึงพี่ชายทั้งสองคน “คนในตระกูลของข้าถูกผู้อื่นใส่ร้ายจนถูกแขวนคอ ข้า...”“อยากแก้แค้น?”นางส่ายหน้า “อยากล้างมลทินเจ้าค่ะ”เขานิ่งไปชั่วครู่ “หลังจากนั้นเล่า หลังจากล้างมลทินเจ้าจะทำเช่นไร คนในตระกูลก็ล้วนตายจากไปสิ้น เจ้าตัวคนเดียวจะทำเช่นไร”นางกะพริบตามองเขาราวกับนึกไม่ถึง“ข้ามีข้อเสนอ” เขาใช้ปลายนิ้วเชยคางของหญิงสาวขึ้น “หากมอบชีวิตและวิญญาณของเจ้าให้ข้า ข้าจะช่วยให้เจ้าได้ล้างมลทิน

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 6

    หมัวหวาง 6ทุกอย่างพร่าพรายจนสองร่างสั่นระริก มันเสียวซ่านวาบหวามจนทั้งเขาและนางหลั่งรินออกมาพร้อมๆ กันอย่างท่วมท้นก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มายังเหลียงซานเพื่อจำศีล เขามักพบว่ามนุษย์พวกนี้จะนำของเซ่นไหว้มาให้ นอกจากนั้นยังมีหญิงสาวพรหมจรรย์ที่เลือดในกายหวานล้ำไปทั้งตัวนึกถึงมนุษย์โง่งมแล้วเขาก็ได้แต่ลอบหัวเราะอย่างเยาะหยัน อะไรๆ ก็เอาแต่ฝากความหวังไว้ที่สิ่งเร้นลับที่มองไม่เห็น กระทั่งไม่รู้แน่ชัดว่ามีหรือไม่มีอยู่จริง ทั้งที่สิ่งที่พิสูจน์ได้อยู่ตรงหน้า กลับเลือกที่จะเชื่อในเรื่องงมงายจนถึงกับเห็นชีวิตสตรีที่ถูกนำขึ้นมาบูชายัญเป็นสิ่งไร้ค่าขึ้นชื่อว่าธรรมชาติหากรักษาเอาไว้ไม่ตัดไม้ทำลายป่าหรือแผ้วถาง รักษาแนวป่าให้ยังคงเขียวชอุ่ม แน่นอนฝนฟ้าย่อมตกต้องตามฤดูกาล อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำป่า เพราะมีต้นไม้อุ้มน้ำและมีรากไม้ยึดแนวดินไม่ให้พังทลายเมื่อมีฝนย่อมต้องมีพืชพรรณ มีพืชพรรณย่อมต้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดวงจรของสิ่งมีชีวิต ความอุดมสมบูรณ์ย่อมต้องเกิดถึงอย่างนั้นมนุษย์เหล่านี้ก็คงงมงายเชื่อว่าเหลียงซานมีเจ้าป่าเจ้าเขาดูแลก็...อาจจะจริง เขานี่อย่างไร

  • ราคะ ปรารถนา   บทที่ 5

    หมัวหวาง 5อินเยวี่ยลืมตาขึ้นด้วยความอ่อนเพลีย ร่างทั้งร่างของนางรวดร้าวราวกับถูกรถม้าวิ่งทับ กายสาวยังคงเจ็บแสบราวกับถูกกรีดแยก ทั่วร่างยังคงหลงเหลือทุกสัมผัสของคนที่นางยังคงนอนคร่อมทาบทับครั้งแรกที่ถูกเขากลืนกินนางจำได้ว่าหมดสติไป ถึงอย่างนั้นนางกลับจดจำความฝันทั้งหมดได้ชัดเจน ความฝันวาบหวามที่ถูกเขาเคี่ยวกรำภายในโลงศพคับแคบ นางกับเขาผลัดกันรุกและผลัดกันควบขับปลุกเร้ากันและกัน กระทั่งจดจำไม่ได้ว่าสุขสมไปกี่รอบแสงแดดเช้าวันใหม่สาดส่องจากด้านนอก ถึงอย่างนั้นภายในช่องหินกลับยังคงมืดมิดอยู่บ้าง แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวมองเห็นภายในโลงศพหญิงสาวนอนตัวแข็งทื่อเมื่อบุปผางามถูกบางอย่างลูบไล้ นางกางขาคร่อมร่างใหญ่อยู่ ดังนั้นจึงง่ายต่อการถูกรุกล้ำมาก ทว่าตอนนี้เพิ่งตระหนักว่ากายเปลือยเปล่าของเขา ไม่ได้เย็นเยียบเช่นคราแรกที่สัมผัส“ตื่นแล้ว?” เขาถามนางและเลื่อนฝ่ามือขึ้นลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียน นางสะดุ้งเฮือกพร้อมกับพยายามดันตัวขึ้นเล็กน้อย เอวอ่อนขยับออกห่างแก่นกายที่ตนแนบชิด แต่ขยับหนีได้ไม่ไกลเพราะความคับแคบเมื่อเงยหน้าขึ้นกลับสบตากับดวงตาคมดุ ใบหน้าหล่อเหลากำลังจ้องมองมายังนาง คิ้วเข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status