Share

บทที่ 2

Author: ขนมเค้ก111
ฉันพักอยู่ในห้องรับรองมานานเจ็ดวัน

วันนี้ฉันเลิกงานเร็ว ยามถึงบ้านไฟตรงทางเข้ายังคงปิดอยู่

ยามก้มตัวเปลี่ยนรองเท้าก็มองเห็นรองเท้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อนคู่หนึ่งในตู้รองเท้า

สีชมพูเปลือกไข่ ใหม่เอี่ยมอ่อง ส้นรองเท้าไม่มีฝุ่นจับเลยแม้แต่น้อย

รองเท้าแตะสีน้ำเงินเข้มของฉันถูกดันไปอยู่ชั้นล่างสุด ข้างซ้ายข้างขวาทับซ้อนกันอยู่

ฉันหยิบมันออกมา วางไว้บนชั้นแรก

ยามกลับมาในค่ำคืนของวันที่สอง สีน้ำเงินเข้มก็กลับไปอยู่ชั้นล่างสุดอีกครั้ง

รองเท้าสีชมพูเปลือกไข่ถูกวางนิ่งอยู่บนชั้นแรก หัวรองเท้าหันออกข้างนอกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ในตู้เก็บจานชามในครัว ที่รองแก้วปักคำว่า "ของเวินเวินคนเดียว" ชิ้นนั้นยังคงอยู่

ฉันดึงมันออกมา นำไปวางไว้บนโต๊ะชาในห้องรับแขก

เขาดันประตูเดินเข้ามา ในมือถือกระเป๋าเอกสาร เนกไทห้อยหลวมๆ อยู่บนคอ

พอเห็นที่รองแก้วบนโต๊ะชา ก็ชะงักไปชั่วครู่

"เธอปักด้วยตัวเองน่ะ"

"ที่รองแก้ว ‘ของเวินเวินคนเดียว’ วางไว้ในบ้านของพวกเราเนี่ยนะ?"

เขาวางกระเป๋าเอกสารไว้บนโซฟา ปลดเนกไทออก

"เธอเป็นพวกนิสัยแบบเด็กๆ คุณอย่าไปถือสาหาความกับเธอเลย"

"เธออายุยี่สิบเจ็ดแล้ว"

คืนนั้น ตอนฉันเดินผ่านห้องหนังสือ ประตูไม่ได้ปิดสนิท

เขากำลังโทรศัพท์ กดเสียงต่ำลงอย่างยิ่ง

"จิ้งเวิน คุณอย่าร้องไห้เลยนะ จิ่นอีเธอแค่ปากแข็งไปอย่างนั้นเอง ไม่ไล่คุณออกไปจริงๆ หรอก บ้านหลังนี้ผมเป็นคนชี้ขาด คุณมาเที่ยวหาได้ไม่ต้องกังวลนะ"

เขาอยู่ข้างในประตู ฉันอยู่ข้างนอกประตู

เขาบอกว่าบ้านหลังนี้เขาเป็นคนชี้ขาด

ฉันยืนอยู่ตรงโถงทางเดิน แก้วน้ำในือกำไว้เนิ่นนาน ไม่ได้ดันประตูเดินเข้าไป

วันที่สองบนโต๊ะชามีจดหมายเพิ่มมาฉบับหนึ่ง

ซองจดหมายสีขาว ตัวอักษรสีแดง พิมพ์โลโก้ของบริษัทใหญ่ไว้

บนซองจดหมายเขียนไว้ว่า "จูอวิ่นเยี่ยนเปิดอ่านด้วยตัวเอง" ลายมือเป็นของคุณตา

พอตกออกมาเป็นจดหมายเชิญงานเลี้ยงของตระกูลฉบับหนึ่ง คืนวันเสาร์หน้าตอนหกโมงเย็น

ตรงช่องผู้ได้รับเชิญพิมพ์ไว้ว่า: จูอวิ่นเยี่ยน เหลียงจิ้งเวิน

ไม่มีชื่อของฉัน

ฉันกางจดหมายเชิญไว้ตรงหน้าเขา นิ้วมือจิ้มลงบนตัวอักษรแถวนั้น

"น่าจะเป็นคุณตาเขียนตกไปน่ะ"

"จำได้ว่าต้องเขียนชื่อเหลียงจิ้งเวิน แต่ลืมเขียนชื่อภรรยาของคุณเนี่ยนะ?"

"คุณตาเอ็นดูเธอเหมือนหลานสาวแท้ๆ คุณก็รู้นี่"

"แล้วฉันล่ะ?"

เขาอ้าปาก แต่ก็หันหน้าหนีไป

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาคุณตา

"คุณตาคะ หนูเองค่ะ งานเลี้ยงของตระกูลเป็นวันไหนเหรอคะ? อวิ่นเยี่ยนบอกหนูแล้ว แต่หนูกลัวจำผิดน่ะค่ะ"

คุณตาร้องหัวเราะขึ้นมา

"อวิ่นเยี่ยนบอกว่าวันนั้นหนูต้องไปคุยงานต่างจังหวัด จิ้งเวินพอดีว่างไปเป็นเพื่อนเขา หนูไปคุยงานไม่กระทบใช่มั้ย?"

ห้องรับแขกเงียบสงบยิ่งนัก

พอจะได้ยินเสียงหายใจของคุณตาจากในหูฟัง และเสียงรายงานข่าวสลัวๆ จากในโทรทัศน์

"หนูไม่ได้จะไปคุยงานต่างจังหวัดค่ะ"

ปลายสายเงียบสงบไปวินาทีหนึ่ง

"ถ้าอย่างนั้นคงเป็นตาจำผิดเอง หนูค่อยมาพร้อมกันนะ คนในครอบครัวอยู่กันครบหน้าครึกครื้นดี"

หลังจากวางสาย สีหน้าของเขาก็ดำคล้ำลง

"คุณจำเป็นต้องโทรเบอร์นี้ด้วยเหรอ? คุณจะให้คุณตามองยังไง?"

"คุณกังวลว่าคุณตาจะจับได้ว่าคุณโกหก หรือกังวลเรื่องชื่อเสียงของเธอกันแน่?"

เขาไม่ได้ตอบ

ฉันพับจดหมายเชิญยัดกลับเข้าซอง

"คุณพาเธอไปเถอะ ฉันไม่ไปแล้ว ยังไงตำแหน่งตรงนั้นเดิมทีก็คงเหลือไว้ให้เธออยู่แล้ว"

ยังคงเป็นเวลาสี่ทุ่มห้าสิบเก้าเหมือนเดิม เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้นตรงเวลาในห้องรับแขก

ฉันสวมหูฟัง ปรับเสียงจนดังที่สุด

ในรูหูเต็มไปด้วยเสียงดนตรี ในหัวมีเพียงเสียงเดียว

เขาตัดฉันออกจากงานรวมญาติของตระกูล มอบตำแหน่งนั้นให้ผู้หญิงอีกคนไปแล้ว

หน้าจอโทรศัพท์สว่างขึ้น คุณตาส่งข้อความมาอีกหนึ่งฉบับ

"จิ่นอี รายการอาหารวันเสาร์หน้าตาให้ครัวจัดตามรสชาติของจิ้งเวินนะ หนูมีอะไรที่ทานไม่ได้บอกตาก่อนนะ"

ฉันไม่ได้ตอบกลับ

เช้าวันที่สอง จูอวิ่นเยี่ยนก็ออกจากบ้านไปแล้ว

เขาส่งข้อความมาหาฉัน:

"จิ่นอี เรื่องงานเลี้ยงของตระกูลผมอธิบายกับคุณตาแล้ว จิ้งเวินกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก พวกท่านเดิมทีก็กำชับให้ผมคอยดูแลเธอเพิ่มขึ้น คุณช่วยเห็นแก่ชีวิตอันน่าสงสารของเธอหน่อยได้ไหม..."

แก้วน้ำกำไว้ในมือ ผนังแก้วร้อนผ่าวจนปลายนิ้วเจ็บระบม

เธอน่าสงสาร เพราะฉะนั้นตำแหน่งของฉันก็ต้องยกให้เธอ

เธอน่าสงสาร เพราะฉะนั้นชื่อของฉันก็ต้องถูกลบทิ้งไปจากจดหมายเชิญ

เธอน่าสงสาร เพราะฉะนั้นสามีของฉันเลยต้องกล่อมเธอนอนตอนสี่ทุ่มห้าสิบเก้าทุกคืน

แล้วฉันล่ะ?

ฉันในชีวิตแต่งงานแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกเหรอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ราตรีสวัสดิ์ครั้งสุดท้าย   บทที่ 10

    สามปีต่อมาฉันย้ายมาตั้งหลักอยู่ที่เมืองริมทะเลแห่งหนึ่ง สตูดิโอก็ย้ายมาที่นี่ด้วยสตูดิโอไม่ได้ทำจนใหญ่โต ทว่าธุรกิจมั่นคงดีฉันอาศัยอยู่คนเดียว เลี้ยงแมวส้มไว้ตัวหนึ่ง ตัวอ้วนๆ เดินเหินทีท้องแทบจะลากพื้นอยู่รอมร่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ฉันมักจะไปเดินเล่นริมชายหาดบนชายหาดมีผู้คนมากมาย มีสามีภรรยาพาลูกมา มีคู่รักจับมือถือแขนฉันถอดรองเท้า เดินเท้าเปล่าเหยียบลงบนผืนทรายเกลียวคลื่นซัดซ่าขึ้นมาท่วมหลังเท้า เย็นเยียบ ยามม้วนตัวถอยกลับไปก็พัดเอาทรายใต้ฝ่าเท้าตามไปด้วยฉันไม่ได้คบหาใครอีกเลยไม่ใช่เพราะปล่อยวางใครไม่ได้ เพียงแต่รู้สึกว่าอยู่คนเดียวก็ชาตินี้ดีอยู่แล้วของในบ้านวางไว้ตรงไหนฉันรู้ดี ล้างจานชามเสร็จฉันเก็บเอง วันหยุดอยากนอนตื่นกี่โมงก็ได้นานทีปีหนมีเพื่อนถามฉันว่าอยากให้ช่วยแนะนำใครให้ไหม ฉันก็บอกว่าไม่ต้องเพื่อนเอ่ยว่าเธอคงยังมูฟออนไม่ได้ล่ะสิฉันบอกว่าไม่ใช่หรอก เพียงแต่ฉันไม่อยากแบ่งเวลาของตัวเองให้ใครอีกแล้วต่างหากวันนั้น เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเดินทางมาหาฉันเพื่อกินข้าวด้วยกันนั่งตรงตำแหน่งชิดติดหน้าต่าง ข้างนอกคือท้องทะเลเธอคุยไปคุยมา พลันลดเสียงต่ำลง"

  • ราตรีสวัสดิ์ครั้งสุดท้าย   บทที่ 9

    ผ่านไปอีกสองเดือนยามโพล้เพล้ของวันนั้น ตอนฉันเดินออกจากสตูดิโอ ฟ้าเพิ่งจะเริ่มมืดสลัว ไฟริมทางยังไม่ทันสว่างขึ้นมองเห็นคนๆ หนึ่งยืนอยู่ตรงประตูเหลียงจิ้งเวินเธอผอมลงไปมาก โหนกแก้มโปนยื่นออกมา เบ้าตาก็ดำคล้ำสวมเสื้อโค้ตขนเป็ดสีขาว รูดซิปขึ้นจนสุด จมคางลงไปในคอเสื้อไม่เหมือนกับผู้หญิงหรูหราคนก่อนหน้านี้เลยสักนิดเดียวยามเธอเห็นฉัน ดวงตาก็พลันแดงช้ำขึ้นมาทันใด หยาดน้ำตาร่วงหล่นลงมา"พี่สะใภ้"ฉันไม่ได้พูดจา"พี่สะใภ้ ฉันขอร้องล่ะ คุณกลับไปเถอะนะคะ ตอนนี้พี่ชายไม่สนใจใครเลยสักคน เขาไล่ฉันออกมาแล้ว เขายกข้าวของทุกอย่างให้ฉัน ทั้งหมดก็เพื่อให้ฉันอย่าปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีก เขารักคุณจริงๆ นะคะ คุณกลับไปเถอะ"หยาดน้ำตาของเธอร่วงหล่นลงมาอย่างหนักหน่วง เปล่งประกายวับแวมท่ามกลางแสงไฟริมทางยื่นมือออกมาดึงรั้งแขนเสื้อของฉัน นิ้วมือเย็นเยียบ เล็บตัดสั้นกุด"เธอพูดจบหรือยัง? พูดจบแล้วฉันจะไปล่ะ""พี่สะใภ้ คุณใจดำอำมหิตขนาดนี้เลยเหรอคะ?"ฉันดึงแขนเสื้อกลับคืนมา"เหลียงจิ้งเวิน เธอไม่ได้อยากได้เขามาโดยตลอดหรอกเหรอ? ตอนนี้ฉันยกเขาให้เธอแล้ว เธอรับเอาไปสิ"สิ้นเสียงคำพูด รถยนต์คันหน

  • ราตรีสวัสดิ์ครั้งสุดท้าย   บทที่ 8

    ผ่านไปอีกไม่กี่เดือนฉันย้ายไปยังอีกเมืองหนึ่ง แล้วเปิดสตูดิโอขึ้นมาด้วยตัวเองสตูดิโอไม่ได้ใหญ่โตอะไร มีสองห้อง ห้องหนึ่งสำหรับทำงาน อีกห้องหนึ่งสำหรับรับแขกตรงขอบหน้าต่างปลูกพลูด่างไว้กระถางหนึ่ง ใบเลื้อยห้อยลงมา แทบจะลากพื้นอยู่รอมร่อบ่ายวันนั้น ฉันกำลังคุยแบบร่างกับลูกค้าอยู่ห้องประชุมอยู่บนชั้นสอง หน้าต่างหันออกทางถนนผู้ช่วยดันประตูเดินเข้ามา สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักเธอเดินมาหยุดลงข้างๆ ฉัน แล้วลดเสียงต่ำ"ข้างล่างมีคนๆ หนึ่ง คุกเข่าอยู่ตรงนั้น ถือแผ่นป้ายแผ่นหนึ่งไว้ เขาบอกว่าเขาชื่อจูอวิ่นเยี่ยน เป็นสามีของคุณค่ะ"ลูกค้ามองฉัน ฉันมองเธอ"รอสักครู่นะคะ"ฉันลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างแล้วมองลงไปข้างล่างเขากำลังคุกเข่าอยู่กลางลานกว้างใต้ตึกใต้เข่าไม่ได้รองอะไรไว้เลย คุกเข่าลงบนกระเบื้องพื้นสีเทาตรงๆในมือชูแผ่นกระดาษแข็งแผ่นหนึ่ง บนนั้นเขียนตัวอักษรสีดำตัวโตๆ ไว้ไม่กี่คำ: จิ่นอี ผมผิดไปแล้ว ขอร้องล่ะให้โอกาสผมสักครั้งข้างๆ มีคนมุงล้อมอยู่สิบกว่าคน บางคนถือโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย บางคนซุบซิบกระซิบกระซาบฉันยืนอยู่หน้าหน้าต่างมองดูอยู่สองวินาที"ให้ รปภ. เชิญ

  • ราตรีสวัสดิ์ครั้งสุดท้าย   บทที่ 7

    สองเดือนต่อมา ฉันได้ยินมาว่าเขามาจัดการธุระอยู่สองสามเรื่องเรื่องแรกคือยื่นใบลาออกจากบริษัทอีกเรื่องคือย้ายความรับผิดชอบการดูแลระยะยาวของเหลียงจิ้งเวินไปให้ทีมแพทย์มืออาชีพ แล้วส่งเธอไปต่างประเทศข่าวคราวเหล่านี้กู้เซี่ยนเป็นคนบอกฉันเธอพูดอย่างรีบร้อนตามสไตล์"เขายกหุ้นทั้งหมดออกไปแล้ว วันที่เหลียงจิ้งเวินเดินทางเธอร้องไห้ตลอดทั้งคืน เขาไม่ได้ไปส่ง พ่อเขาด่าว่าเขาบ้าไปแล้ว แม่เขาก็โทรศัพท์หาเพื่อนฝูงต่างๆ ของเขาเพื่อให้ช่วยกันเกลี้ยกล่อมเขา"ฉันยืนอยู่หน้าหน้าต่างสตูดิโอ มองดูสายฝนข้างนอกกระทบกระจก ไหลเอื่อยลงมาเป็นทางๆ"เขาทำเพื่ออะไรกันแน่?"กู้เซี่ยนเอ่ยถามฉันไม่รู้ว่าเขาหวังอะไร แต่เขาก็มาหาฉันแล้วยามโพล้เพล้ของวันนั้น ตอนฉันเดินออกจากสตูดิโอ เขายืนอยู่ใต้ลูกบันไดตรงประตูในมือของเขากอบถือซองจดหมายกระดาษสีน้ำตาล มุมซองถูกเขากำจนเกิดรอยย่นเขายื่นซองจดหมายให้ฉัน"ใบหย่า ผมเซ็นแล้ว"ฉันเปิดซองจดหมาย ดึงกระดาษไม่กี่แผ่นนั้นออกมา เปิดไปจนถึงหน้าสุดท้ายชื่อของเขาเซ็นอยู่ตรงนั้น ปากกาลูกลื่นสีดำ ลายมือหนักแน่น เส้นสุดท้ายตวัดลากออกไป ขีดเป็นเส้นสั้นๆ เส้นหนึ่งบนกระดา

  • ราตรีสวัสดิ์ครั้งสุดท้าย   บทที่ 6

    สองเดือนต่อมา ฉันย้ายไปยังเมืองเล็กๆ ทางตอนใต้แห่งหนึ่งฉันรับงานออกแบบอยู่บ้าง แล้วหุ้นกับคนอื่นเปิดสตูดิโอขึ้นมาแห่งหนึ่งชีวิตสงบเงียบยิ่งนักตื่นนอนตอนเจ็ดโมงเช้าของทุกวัน ต้มไข่หนึ่งฟอง ปิ้งขนมปังหนึ่งแผ่นแปดโมงเช้าออกจากบ้าน เดินเท้ายี่สิบนาทีไปถึงสตูดิโอยามค่ำคืนฟ้ามืดก็กลับบ้าน บางครั้งก็ซื้อผัดซีอิ๊วห่อหนึ่งตามทาง ยืนกินบนระเบียงจนหมดวันที่เขาหาฉันจนพบ ฉันกำลังเลือกกระเบื้องอยู่ในตลาดวัสดุก่อสร้างฉันย่อตัวลงบนพื้น นิ้วมือลูบหน้าตัดของกระเบื้องสองแผ่น แผ่นหนึ่งเนื้อแมตต์แผ่นหนึ่งเนื้อเงา ลูบวนไปมาอยู่หลายรอบเฉินซวี่ยืนอยู่ข้างๆ ช่วยฉันยกกล่องตัวอย่าง หยิบลงมาจากชั้นทีละแผ่น จัดเรียงไว้บนรถเข็นฉันรับกระเบื้องที่เขายื่นส่งมา ยื่นหน้าเข้าไปดูรอยลวดลายใกล้ๆ แล้วยิ้มออกมายิ้มพลางเงยหน้าขึ้น ก็มองเห็นคนๆ หนึ่งยืนอยู่ห่างออกไปยี่สิบเมตรสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเทา ไม่ได้รูดซิป เสื้อเชิ้ตข้างในยับยู่ยี่ผมยาวขึ้นมาแล้ว ปอยผมปะหน้าผาก ถูกลมพัดปลิวไหวแล้วทิ้งตัวลงมายืนอยู่ตรงนั้น สองมือทอดทิ้งอยู่ข้างลำตัว ไม่ได้โบกมือ ไม่ได้ตะโกนเรียกฉัน เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้นฉันชะงักไป

  • ราตรีสวัสดิ์ครั้งสุดท้าย   บทที่ 5

    ฉันเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่เบอร์ใหม่ทำที่ศูนย์บริการริมทาง รออยู่ยี่สิบนาที พนักงานก็นำซิมการ์ดใส่มือฉันฉันถอดการ์ดเก่าออกมา ใช้กรรไกรตัดเป็นสองท่อน แล้วโยนลงถังขยะห้องเช่าแห่งใหม่เป็นอพาร์ตเมนต์แบบหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องรับแขก หันหน้าไปทางทิศเหนือ หน้าต่างตรงกับถนนเล็กๆ เส้นหนึ่งใต้ตึกมีต้นอู๋ถงอยู่ต้นหนึ่ง ใบร่วงหล่นเกือบหมดต้นแล้ววันที่ย้ายบ้าน ฉันเรียกบริษัทขนส่งมาขนข้าวของที่เหลืออยู่ทั้งหมดออกไปรวมแล้วมีกล่องกระดาษสามใบและกระเป๋าเดินทางอีกหนึ่งใบพนักงานพัสดุตอนมารับของมองกล่องแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยถามว่าข้างในคืออะไรฉันบอกว่าเสื้อผ้าและของใช้ประจำวันเขานำเครื่องชั่งออกมา ยกกล่องขึ้นไปทีละใบ ปริ้นต์ใบพัสดุ ดึงออกมาติดลงบนกล่องชีวิตแต่งงานหกปี สุดท้ายหลงเหลือเพียงเท่านี้ยามถึงปลายทางฉันไม่ได้ให้พวกเขาช่วยขนของอุ้มกล่องกระดาษสามใบด้วยตัวเอง เดินขนจากรถขึ้นไปบนอาคารทีละใบๆตอนขนกล่องใบสุดท้ายเสร็จ มือของฉันก็ถูกขอบกล่องบาดเป็นแผลเลือดค่อยๆ ซึมออกมา ฉันใช้กระดาษทิชชูพันไว้สองรอบหลายวันที่ย้ายออกมาเขาส่งข้อความมาสามสิบเจ็ดข้อความ ฉันไม่ได้เปิดดูเลยสักนิดเดียวมีส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status