เข้าสู่ระบบ
สวัสดีนักอ่านที่น่ารักทุกท่านค่ะ
กลับมาพบกันในครั้งนี้กับผลงานเรื่อง “รินญาไร้รัก” โดยนามปากกา “เธียรนรา” เรื่องนี้ถือเป็นแนวที่ท้าทายมากสำหรับไรต์เหมือนกันค่ะ เป็นแนวพระเอกธงดำ ไม่รู้จะชั่วถูกใจทุกท่านไหม แต่หวังว่าจะได้สาปพระเอกไม่มากก็น้อย แต่ช่วยอ่อนโยนกับนางเอกของไรต์หน่อยนะคะ แม้ว่าชาติหน้าฉันใดอย่าเกิดมาเป็นนางเอกคนนี้เลยค่ะ ชีทั้งโง่และน่าสงสาร แต่ชีก็พยายามส็ในแบบของชีแล้วค่ะ
ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาให้กำลังใจนิยายเรื่องนี้ สามารถคอมเมนต์พูดคุยให้คำแนะนำกันได้นะคะ ไรต์จะนำไปพัฒนางานเขียนในเรื่องต่อ ๆ ไปค่ะ
เธียรนรา
ผู้เขียน
---------------------------------------------------------------
“เอาตัวเข้าแลกเงินคิดว่าเธอมีค่ามากนักหรือไงถึงกล้าเล่นตัว”
⚫พระเอกธงดำไหม ไม่รู้ แต่มันค่อนข้างทรามมมมมมมม
⚪นางเอก ชาติหน้าฉันใดอย่าเกิดมาเป็นนางเอกคนนี้เลยค่ะ ชีทั้งโง่และน่าสงสาร
💔 💔 💔 💔
ฝากติดตามด้วยนะคะ
ตัวละคร
พระเอก
ภพ ต้นตระกลูจัน บ้านเป็นผู้ดีเก่า รวยมาเป็นร้อย ๆ ปี อายุ 35 ทำธุรกิจครอบคลุม ทั้งหมดของประเทศ นิสัยนิ่ง ๆ ดุดัน ปากเสีย พูดจาไม่รักษาหน้าหรือน้ำใจใคร
นางเอก
รินญา อุทัยวงศ์ อายุ 27 ทำงานออฟฟิศหาเลี้ยงตัวเองก่อนจะถูกส่งไปแต่งงาน ใบหน้าสวยหวานแต่ดวงตาเศร้า แม่เสียแต่เด็กพ่อแต่งงานใหม่กับเมียน้อย
สปอยล์กันสักหน่อย
“หึ…ท้องลูกของฉันแล้วสมใจเธอหรือยัง” รินญาเงยหน้าขึ้นน้ำตาเอ่อเต็มตา ใบหน้าซีดเผือดและเปื้อนคราบน้ำตาเธอสะอื้นเงียบ ๆ ก่อนจะส่ายหน้าแรง ๆ
“ฉันไม่ได้อยากท้องลูกของคุณเลยค่ะ!” คำพูดนั้นทำให้ภพมองเธอด้วยความโกรธจัด ดวงตาเปล่งประกายดุร้ายเหมือนจะพ่นไฟเขาก้าวเข้ามาใกล้รินญาจนแทบจะชิดตัว
“แล้วอยากท้องลูกของใคร! หรือว่ารู้อยู่แล้วว่าใครกันแน่เป็นพ่อของเด็กในท้อง”
รินญากำมือแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือพยายามกลั้นเสียงสะอื้น ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังท่วมท้นเข้ามาแทนที่ทุกความคิด เธอจ้องหน้าเขาเต็มตาน้ำตาไหลพรากจากขอบตา
"ใช่ค่ะ…ฉันรู้แน่! ยังไงเด็กคนนี้ก็ไม่ใช่ลูกของคุณหรอก!”
********************************************
©สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และฉบับเพิ่มเติม ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เลียนแบบ ดัดแปลง หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของนิยายไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานโดยมีลายลักษณ์อักษร การกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของนักเขียนเอง
ตัวละคร สถานที่ ไม่ได้อ้างอิง หรือพาดพิงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยไว้ ณ ที่นี้
แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านโปร่งของห้องพักพิเศษภายในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ห้องกว้างขวางและสะอาดสะอ้านจนแทบไม่เหมือนห้องพักคนไข้เลยด้วยซ้ำ กลิ่นอ่อน ๆ ของดอกไม้สดที่ป้ามะลิจัดใส่แจกันไว้มุมโต๊ะทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้น แต่สำหรับหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดแล้ว… ความผ่อนคลายนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความประหม่าอย่างปิดไม่มิด “ห้องนี้แพงมากไหมคะ” เสียงของรินญาดังขึ้นเบา ๆ เธอเดินโยกตัวช้า ๆ มือหนึ่งประคองท้องโตไว้ อีกมือแตะพนักเก้าอี้ที่อยู่ใกล้เหมือนจะหาที่พยุง ภพที่กำลังจัดของออกจากกระเป๋าเดินทางเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่แพงหรอก เธอสบายใจก็พอ” เขาตอบเรียบ ๆ แล้วกลับไปจัดของต่ออย่างเป็นระเบียบ เสื้อผ้า ผ้าขนหนู ของใช้ส่วนตัวและของเด็กอ่อนที่เตรียมไว้ล่วงหน้า รินญานั่งลงบนโซฟาแขกสูดหายใจลึกเหมือนพยายามข่มความกลัวในใจที่เริ่มตีตื้นขึ้นมาเรื่อย ๆ มือบางลูบท้องเบา ๆ เหมือนพูดคุยกับเจ้าตัวน้อยในครรภ์ “อีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็จะได้เจอกันแล้วนะลูก…” ภพวางกล่องของใช้ในตู้เสร็จก็เดินมาหาเปิดขวดนมบำรุงแล้วยื่นให้
สามเดือนต่อมาเป็นช่วงเวลาที่รินญาไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้อีกครั้งโดยเฉพาะในฐานะ “ผู้หญิงของภพ” ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยหนีจากเขามาด้วยหัวใจที่แหลกละเอียด แต่เวลาผ่านไปกลับทำให้ทุกอย่างดูช้าลงและอบอุ่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เสียงนกร้องเบา ๆ คลอไปกับสายลมยามสาย รินญานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงสวนหลังบ้านที่มีแสงแดดอุ่นส่องลอดผ่านยอดไม้ลงมา เธอสวมชุดเดรสผ้าฝ้ายสีอ่อนปลายผมที่รวบไว้หลวม ๆ สะท้อนแสงแดดนวลขณะมือหนึ่งลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นช้า ๆ ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เด็กในท้องกำลังขยับเบา ๆ ราวกับตอบรับความสุขในใจของแม่ รินญาหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ แล้วหัวเราะเบา ๆ “อยู่ดี ๆ แม่ก็ยิ้มคนเดียวอีกแล้ว” เธอพูดกับลูกในท้อง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “ฉันซื้อขนมปังร้านที่เธอชอบ กับน้ำหวานที่สั่งไว้ หิวก็ไปกินนะ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลังจนรินญาสะดุ้งน้อย ๆ เธอหันกลับไปมอง ภพยืนอยู่ตรงนั้นในชุดเชิ้ตแขนยาวพับขึ้นถึงศอก ใบหน้านิ่งขรึมอย่างที่เคยเป็น ดวงตาคมทอดมองมาโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่ในมือกลับถือถุงขนมปังและแก้วน้ำหวา
ภายในอกของเขามีเพียงความเงียบที่ดังก้อง... ความเงียบที่กำลังค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นบางอย่างที่แม้เจ้าตัวเองก็ไม่กล้ายอมรับ ความรู้สึกที่อาจจะเรียกได้ว่า “คิดถึง” กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวต้มลอยคลุ้งในอากาศ รินญานั่งอยู่บนเตียงมือเรียวเล็กค่อย ๆ ยกช้อนขึ้นตักข้าวต้มทีละคำ เธอนั่งทานเงียบ ๆ เสียงช้อนกระทบถ้วยเบา ๆ เป็นจังหวะเดียวที่ดังในห้อง เธอไม่ได้รู้เลยว่านอกประตูมีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองเข้ามาเงียบ ๆ สายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แม้เจ้าตัวก็ไม่กล้าเรียกชื่อมัน ภพยืนพิงกรอบประตูไว้มือทั้งสองกอดอกแน่น เขาไม่เข้าไปขัด ไม่พูด ไม่ทำอะไร นอกจากมองผู้หญิงคนนั้นที่เคยนั่งมุมเดียวกันนี้แต่ต่างเวลาออกไป ใบหน้าเรียวซีดที่ค่อย ๆ ดูดีขึ้นเมื่อได้กินอะไรบ้างทำให้เขารู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด ในขณะที่รินญาเงยหน้ามองไปรอบห้องสายตาเธอหยุดที่ผ้าม่านสีขาวและกรอบรูปบนหัวเตียงที่ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ความทรงจำมากมายไหลกลับเข้ามาในหัวอย่างช้า ๆ เสียงตะคอก เสียงเธอร้องไห้ในคืนนั้น ภาพของภพที่เดินออกจากห้องโดยไม่หันมามอง... “เขาจะเปลี่ยนไปได้จร
แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านบางสีขาวเข้ามาในห้องนอนกว้างกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ที่เธอคุ้นเคยลอยปะปนอยู่ในอากาศ รินญาค่อย ๆ ขยับเปลือกตาเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตกะพริบสองสามครั้งเพื่อปรับให้ชินกับแสงก่อนจะเห็นเพดานสีขาวสะอาดและลวดลายโคมไฟที่เธอจำได้แม่นยำ... หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยนี่มันไม่ใช่ห้องเช่าของเธอแน่ ๆ กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกลิลลี่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง และผ้าปูเตียงผืนนี้...ทุกอย่างมันคุ้นเกินไป คุ้นจนใจสั่น “ที่นี่... ห้องของภพเหรอ” เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากบาง รินญาพยายามยันกายขึ้นช้า ๆ แต่พอขยับตัวเท่านั้น แรงสั่นสะเทือนจากอีกฟากของเตียงก็ทำให้เธอชะงัก ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นร่างสูงในชุดนอนสีเทาอ่อนนอนอยู่ข้าง ๆ คนที่เธอพยายามหนีมาเป็นเดือน …ภพ หัวใจรินญาเต้นถี่เหมือนจะหลุดออกจากอกเธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะค่อย ๆ ถอยตัวออกจากเขาอย่างระมัดระวัง ทว่าข้อมือบางกลับสั่นเล็กน้อย ความกลัว ความสับสน และความทรงจำเก่าถาโถมเข้ามาในหัว “ทำไม...ฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้” เธอพึมพำเบา ๆ ก
“โธ่เอ๊ย อิหนูนี่กำลังท้องกำลังไส้อยู่แท้ ๆ ยังออกมาเดินตากแดดอีก เดี๋ยวก็เป็นลมสิลูกเอ๊ย! ประโยคของยายคนนั้นทำให้ภพนิ่งค้างทันที ดวงตาคมเบิกกว้าง สายตาเขาก้มลงมองหน้าท้องของรินญาที่นูนขึ้นเล็กน้อย มันไม่มากนักแต่ชัดเจนพอให้คนสังเกตได้ “รินญา...เธอ...” น้ำเสียงของเขาแผ่วลงราวกับหายใจไม่ออก รินญามองเขาด้วยแววตาอ่อนล้าเหมือนหมดแรงที่จะตอบ เธอยกมือขึ้นจับแขนของเขาไว้แผ่วเบา แล้วทุกอย่างก็มืดลงใน ทันทีร่างของเธออ่อนแรงจนหมดสติในอ้อมแขนของเขา “รินญา!” ภพเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตกใจ มือใหญ่ประคองร่างของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง เขาอุ้มเธอขึ้นเต็มอ้อมแขน ก่อนจะรีบก้าวกลับไปยังรถ ยายเจ้าของร้านขายของชำที่เห็นภาพนั้นก็รีบเดินตามมาพร้อมตะโกนถามเสียงดัง “เฮ้ย! จะพาอิหนูไปไหนน่ะหนุ่ม!” ภพหยุดชั่วขณะเขาหันกลับมามองหญิงชรา สีหน้าของเขานิ่งเรียบแต่ดวงตากลับมีประกายบางอย่างที่ต่างจากเดิมไม่ใช่ความเย็นชา หากแต่เป็นความจริงจังและหวงแหนอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน “ผมเป็นผัวเธอคร
ลมยามบ่ายพัดใบไม้ไหวเบา ๆ ในสวนหน้าคฤหาสน์ของวิทยา เสียงสะอื้นที่แผ่วเบาแต่ไม่เคยเงียบลงดังอยู่ในบ้านหลังนั้นมาเกือบสัปดาห์ ดาวยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมใบหน้าซีดเผือดจากการร้องไห้และไม่ได้นอน ดวงตาบวมแดงจนแทบลืมไม่ขึ้นมือบางกำผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนน้ำตาแน่นราวกับมันคือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวหัวใจเธอไว้ได้ในตอนนี้ แต่ทันใดนั้นเสียงเครื่องยนต์หลายคันดังขึ้นจากหน้าบ้าน เสียงเบรกกระชั้นและเสียงประตูรถเปิดปิดแทบจะพร้อมกัน ทำให้ดาวที่กำลังนั่งนิ่งถึงกับสะดุ้งหัวใจเต้นแรงมือสั่นเทาอย่างมีความหวัง “หวาน! หวานกลับมาแล้วใช่ไหมลูก!” ดาวตะโกนออกมาพร้อมรีบพรวดลุกจากโซฟา เดินเร็ว ๆ จนแทบจะวิ่งออกไปทางประตูหน้าคฤหาสน์ เธอเปิดประตูออกอย่างแรงร่างกายสั่นเทาเพราะความหวังที่กำลังพุ่งขึ้นเต็มอก แต่ทันทีที่สายตาเห็นชายร่างสูงในสูทดำสนิทก้าวลงจากรถหรู ร่างนั้นไม่ใช่สมุทรและยิ่งไม่ใช่ลูกสาวของเธอ ดาวถึงกับชะงัก ดวงตากะพริบถี่ ๆ เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น “คุณภพ...” เสียงเรียกของเธอสั่นเครือก่อนจะเปลี่ยน เป็นเสียงร้องไห้ที่แตกพร่าเมื่อวิ่งเข้าไปคว้าแข
เพล้ง! เขาทุบแก้วเหล้าในมือดังลั่นเศษแก้วกระจายเกลื่อนพรม เสียงตวาดดังก้องสะท้อนจนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก “งั้นก็ออกไป!” รินญาชะงักดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง เธอยืนนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนคำพูดที่เจ็บยิ่งกว่ามีดก็พุ่งเข้ามา “จะไปตายที่ไหนก็ไป! ก็แค่ผู้หญิงเอาตัวเ
เวลาผ่านไปสองสัปดาห์เงากระจกในห้องพักเจ้าสาวสะท้อนร่างของหญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาวสะอาดตา เครื่องประดับประณีตถูกประดับบนเรือนผม แต่ใบหน้าของเธอกลับไร้รอยยิ้มมีเพียงความว่างเปล่าและเศร้าหมองในแววตา “หึ...คงเนื้อสั่นหมดแล้วสิ” เสียงเย้ยหยันของน้าดาวดังขึ้นทันทีที่ประตูถูกเปิดออก
“ตกลงจะใช้หนี้ฉันได้หรือยัง” ทันทีที่เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นทุกสายตาในห้องต่างหันขวับไปยังร่างสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน บรรยากาศที่เคยโกลาหลเมื่อครู่กลับกลายเป็นเงียบสงัดจนแม้แต่เสียงลมหายใจก็แทบจะดังเกินไป “คะ…คุณภพ” น้าดาวกับพ่อของรินหน้าถอดสีร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกต
เสียงทะเลาะที่ดังลั่นจากชั้นล่างของบ้านทำให้รินญา ลูกสาวคนโตที่กำลังจะก้าวลงบันไดถึงกับหยุดชะงัก เท้าชะงักค้างอยู่ตรงขั้นที่สาม ร่างกายแข็งทื่อเหมือนถูกตรึงเอาไว้หัวใจสั่นระรัวไม่กล้าเดินต่อไป “แม่! จะบ้าหรือเปล่า หวานมีแฟนแล้วนะไม่อยากแต่งหรอกกับคนแบบนั้น!” เสียงตะโกนของ







