เข้าสู่ระบบไม่นานรินญาก็เช็ดมือจากผ้ากันเปื้อนแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารเดินไปยังหลังบ้านด้วยความหนักอึ้งในใจ ดวงตาของเธอจ้องไปที่สวนหลังบ้านซึ่งเต็มไปด้วยหญ้ารกและต้นไม้ที่ไม่ได้รับการดูแลมานาน สีเขียวเข้มของหญ้าแผ่ไปทั่วสนามกว้างทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกท้าทาย
“นี่ฉันต้องทำทั้งหมดนี่เหรอ…” รินญาพูดพึมพำกับตัวเอง แววตาเศร้าปนเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีประกายตั้งใจอยู่ลึก ๆ
เธอเดินไปหาลุงคนสวนที่ยืนอยู่ใกล้โรงเก็บของเดินตรงไปถามด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่แฝงความกังวล
“ลุงคะ…เครื่องตัดหญ้าอยู่ตรงไหนเหรอคะ” ลุงคนสวนยิ้มบาง ๆ และชี้ไปยังโรงเก็บของ
“อยู่ในนั้นแหละลูกเดินตามลุงมาเดี๋ยวลุงช่วยเอาให้” รินญาเดินตามลุงเข้าไปในโรงเก็บของ ดวงตาของเธอส่องไปยังเครื่องตัดหญ้าขนาดใหญ่ที่วางอยู่มันหนักและดูน่ากลัวในสายตาของเธอ
“เอ่อ ฉัน…เริ่มได้ไหมคะ” รินญาถามด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย
“ได้เลยลูกแค่ระวังหน่อยนะเสียงมันดัง” ลุงตอบพร้อมรอยยิ้มใจดี
รินญาเอาใจจดจ่อกลั้นใจสตาร์ตเครื่องตัดหญ้า เสียงดังคำรามออกมาทันทีทำให้เธอตกใจเล็กน้อย ใจเต้นแรงแต่เธอพยายามรวบรวมสมาธิและเริ่มตัดหญ้าไปทีละแถว
เครื่องตัดหญ้าสั่นสะเทือนอยู่ในมือของเธอรินญาพยายามเกาะจับให้มั่น แววตาเต็มไปด้วยความตั้งใจแต่ใบหน้าแดงก่ำเพราะความตื่นเต้นและความเหนื่อย พอผ่านไปพักใหญ่เธอหันมามองสนามที่ตัดไปแล้ว มันไม่เรียบเนียนเหมือนมืออาชีพแต่ก็พอรับได้ รินญายิ้มบาง ๆ กับความพยายามของตัวเอง
เธอหยุดพักดื่มน้ำสูดลมเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะเริ่มต่อจนกระทั่งผ่านไปสี่ชั่วโมงเต็ม รินญาอ่อนแรงแต่ไม่ยอมแพ้เธอค่อย ๆ เก็บเครื่องตัดหญ้าไปยังโรงเก็บของอย่างระมัดระวัง
หลังจากนั้นรินญาเดินไปยังสระว่ายน้ำสายตาของเธอจับจ้องไปที่น้ำสีเขียวขุ่นและตะไคร่ที่เกาะอยู่ตามขอบสระ เธอถอนหายใจยาว ๆ มือสั่นเล็กน้อยเพราะความเหนื่อยล้า
“โอ๊ย…นี่ฉันต้องทำจริง ๆ เหรอ” เธอบ่นกับตัวเองพลางส่ายหน้าเบา ๆ
ก่อนรินญาเริ่มทำความสะอาดสระค่อย ๆ ใช้ผ้าขัดและไม้กวาดขัดตะไคร่พื้นสระลื่นทำให้เธอเกือบเสียหลัก เธอพยายามก้าวช้า ๆ แต่แล้วก็พลาดลื่นล้มก้นกระแทกกับขอบสระ
“อ๊ะ เจ็บมาก ๆ เลย…” รินญาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอนั่งพักสักครู่มือจับขอบสระลึก ๆ พลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อบรรเทาเจ็บ
หลังจากเธอรวบรวมแรงใจอีกครั้งรินญาลุกขึ้นและเริ่ม ทำงานต่อ แม้จะเจ็บก้นและเมื่อยล้าทั่วร่างกายแต่เธอก็ไม่ยอมปล่อยให้สระสกปรก
เธอขัดทำความสะอาดจนสระกลับมาใสสะอาดอีกครั้ง น้ำใสสะท้อนแสงแดดรินญามองแล้วถอนหายใจเบา ๆ พลางยิ้มบาง ๆ กับความสำเร็จ
เมื่อเสร็จเธอเดินกระเพกเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยสุดขีด แม่บ้านที่เห็นร่างเธอสั่นน้อย ๆ เพราะสงสาร แต่ก็พูดไม่ออกเพราะได้รับคำสั่งไม่ให้ช่วย
รินญาปีนขึ้นบันไดด้วยร่างอ่อนแรงเดินเข้าห้องและถอดรองเท้าออก พลางนั่งลงบนเตียงมือทั้งสองข้างลูบใบหน้าเหงื่อและน้ำตาผสมกันทำให้เธออายแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
“ฉัน…เหนื่อยจังเลย” เธอพูดเบา ๆ กับตัวเองดวงตาหลับลงเพราะความอ่อนล้าร่างกายทั้งตัวสั่นเล็กน้อย เธอรู้สึกเหมือนตัวเองหมดแรง
ไม่กี่นาทีต่อมารินญาสลบไปบนเตียงใบหน้าแดงเรื่อจากความเหนื่อยและความอาย น้ำตายังคงซึมตามแก้มแต่เธอก็หลับสนิทอย่างหมดแรง
ภายในห้องเงียบสงัดมีเพียงเสียงลมเบา ๆ พัดผ่านหน้าต่าง รินญานอนหายใจสม่ำเสมอ ร่างกายเล็ก ๆ ของเธอดูอ่อนแอ แต่เต็มไปด้วยความอดทนและความพยายาม…นี่คือชีวิตใหม่ของเธอ ที่อยู่ภายใต้สายตาของผู้ชายที่เธอไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจเธอได้หรือไม่
…แต่เธอไม่อาจเลือกทางอื่นได้อีกแล้ว
ภพกลับมาถึงคฤหาสน์ช่วงเย็นแสงแดดอ่อน ๆ สาดเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ แต่สายตาของเขากลับไม่สบายใจเท่าไรนัก เพราะเมื่อก้าวเข้าบ้านกลับไม่เห็นรินญาอยู่ตรงที่เขาคาดว่าจะเจอ เขาหยุดชะงักไปเล็กน้อยก่อนถามแม่บ้านที่ยืนคุมงานอยู่
“รินญาไปไหนแล้ว” แม่บ้านทำหน้าเรียบ ๆ ตอบเสียงนิ่ง
“คงกลับไปบนห้องค่ะคุณภพ เพราะทำงานตามที่คุณสั่งเรียบร้อยแล้ว” ภพเลิกคิ้วขึ้นแววตาเย็นชาขึ้นทันที ดวงตาคมจับจ้องไปรอบ ๆ บ้านด้วยความสงสัยและหงุดหงิดเล็กน้อย เขาไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแค่เดินตรงไปยังหลังบ้านด้วยฝีเท้าตรง
เมื่อก้าวถึงสนามหลังบ้านภพมองเส้นหญ้าที่เพิ่งตัดเสร็จแล้ว แม้จะไม่เรียบเสมอกันเต็มร้อยแต่ก็ดูสะอาดและเป็นระเบียบมากเกินกว่าที่เขาคาดคิด ดวงตาของเขาเบิกกว้างเล็กน้อยริมฝีปากกระตุกยิ้ม แต่สายตายังคงนิ่งและเย็นชา เขาก้าวไปต่อที่สระว่ายน้ำ
น้ำในสระใสสะอาดจนมองเห็นก้นสระตะไคร่ถูกกำจัดจนเกลี้ยงเกลาไม่มีเศษผงใบไม้ลอยอยู่ในน้ำ เขาเงยหน้ามองไปยังแม่บ้านและถามด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“มีใครช่วยทำความสะอาดสระไหม” แม่บ้านส่ายหน้าเสียงเรียบ
“ไม่มีค่ะคุณภพ…รินญาทำเองทั้งหมด”
ภพนิ่งไม่เชื่อในทันทีเขาเดินกลับไปที่ห้องทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์และกดดูภาพจากกล้องวงจรปิด ช่วงแรกเห็นรินญาสตาร์ตเครื่องตัดหญ้าเดินตัดสนามหลังบ้านด้วยตัวเอง จากนั้นภาพชัดเจนขึ้นเมื่อกล้องจับภาพตอนที่รินญาลื่นล้มในสระขณะถูพื้น เธอสะดุ้งและร้องเบา ๆ แต่ก็ลุกขึ้นทำงานต่อโดยไม่มีใครช่วย
ภพนั่งลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานดวงตาคมเลื่อนมองภาพรินญาอยู่สักพักมือขยับไปจับแก้วกาแฟที่ยังไม่ดื่ม เขาไม่แสดงอาการสงสารหรือสนใจใด ๆ เพียงแค่จ้องมองด้วยสายตาเย็นชา คล้ายกำลังชั่งน้ำหนักใจอยู่ในสมอง
หลังจากนั้นเขาลุกขึ้นเดินไปยังห้องนอนแสงเย็นจากหน้าต่างสาดเข้ามาพอดี เขาพบรินญานอนบนเตียงร่างกายอ่อนแรงเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนักทั้งวัน ใบหน้าแดงเรื่อจากความอ่อนเพลีย ดวงตาปิดสนิทมือยกขึ้นกุมหมอนเล็กน้อย แววตาเงียบสงัดเหมือนขอพักใจ
ภพเพียงยืนมองเธอสักครู่ แววตาเย็นชายังคงนิ่งสงัดไม่มีความสงสาร ไม่มีคำพูดใด ๆ เขาหันหลังไปเข้าห้องน้ำอย่างเรียบเฉย อาบน้ำด้วยท่าทางไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ และเดินออกมาโดยไม่สนใจหญิงสาวร่างบางที่นอนเหนื่อยอ่อนบนเตียงนุ่ม
เมื่อเวลาผ่านไปภพลงมาที่ห้องอาหารด้วยท่าทีเรียบเฉย เขานั่งลงที่โต๊ะ ทานอาหารด้วยความสงบแต่ไม่หันไปมองรินญาและไม่เรียกเธอมาร่วมโต๊ะ แม่บ้านที่อยู่ในห้องอาหารต่างมองไปที่ร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความสงสาร แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะรู้ดีว่าภพไม่อนุญาต
รินญานอนอยู่บนเตียงมือกุมตัวเองเล็กน้อยเธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยและหิว แววตาเศร้าสร้อยใบหน้าแดงเรื่อจากความอ่อนแรง แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงหรือออกไปขออาหารเพราะความเหนื่อยจนลุกไม่ขึ้น
แม่บ้านสองสามคนที่เฝ้ามองอยู่จากระยะไกลถอนหายใจเบา ๆ ดวงตาของพวกเธอเต็มไปด้วยความกังวล แต่ก็ทำได้เพียงเฝ้ามองรู้ว่าเด็กสาวตัวเล็กคนนี้เหนื่อยล้าและทำงานหนักเกินไป แต่ภพกลับไม่สนใจ
รินญานอนนิ่ง ๆ บนเตียงแววตาเศร้าและเหน็ดเหนื่อย น้ำตาแฝงอยู่ตามมุมตาแต่เธอพยายามอดทนไว้ ร่างกายอ่อนแรงจนไม่สามารถขยับไปไหนได้ช่วงเวลาเงียบสงัดครอบงำไป
ทั้งห้อง แสงเย็นสะท้อนบนผิวหน้าเธอ รินญารู้ตัวดีว่าชีวิตในคฤหาสน์หลังนี้ เธอต้องอดทนเงียบ ๆ ต่อไปเธอหลับตาลงอีกครั้งมือกุมผ้าห่มแน่นรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนแรง แต่ก็ไม่ร้องไห้ไม่ขัดคำสั่งแค่รอให้วันเวลาผ่านไปในความเงียบสงัดเช่นนี้
แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านโปร่งของห้องพักพิเศษภายในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ห้องกว้างขวางและสะอาดสะอ้านจนแทบไม่เหมือนห้องพักคนไข้เลยด้วยซ้ำ กลิ่นอ่อน ๆ ของดอกไม้สดที่ป้ามะลิจัดใส่แจกันไว้มุมโต๊ะทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้น แต่สำหรับหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดแล้ว… ความผ่อนคลายนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความประหม่าอย่างปิดไม่มิด “ห้องนี้แพงมากไหมคะ” เสียงของรินญาดังขึ้นเบา ๆ เธอเดินโยกตัวช้า ๆ มือหนึ่งประคองท้องโตไว้ อีกมือแตะพนักเก้าอี้ที่อยู่ใกล้เหมือนจะหาที่พยุง ภพที่กำลังจัดของออกจากกระเป๋าเดินทางเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่แพงหรอก เธอสบายใจก็พอ” เขาตอบเรียบ ๆ แล้วกลับไปจัดของต่ออย่างเป็นระเบียบ เสื้อผ้า ผ้าขนหนู ของใช้ส่วนตัวและของเด็กอ่อนที่เตรียมไว้ล่วงหน้า รินญานั่งลงบนโซฟาแขกสูดหายใจลึกเหมือนพยายามข่มความกลัวในใจที่เริ่มตีตื้นขึ้นมาเรื่อย ๆ มือบางลูบท้องเบา ๆ เหมือนพูดคุยกับเจ้าตัวน้อยในครรภ์ “อีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็จะได้เจอกันแล้วนะลูก…” ภพวางกล่องของใช้ในตู้เสร็จก็เดินมาหาเปิดขวดนมบำรุงแล้วยื่นให้
สามเดือนต่อมาเป็นช่วงเวลาที่รินญาไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้อีกครั้งโดยเฉพาะในฐานะ “ผู้หญิงของภพ” ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยหนีจากเขามาด้วยหัวใจที่แหลกละเอียด แต่เวลาผ่านไปกลับทำให้ทุกอย่างดูช้าลงและอบอุ่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เสียงนกร้องเบา ๆ คลอไปกับสายลมยามสาย รินญานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงสวนหลังบ้านที่มีแสงแดดอุ่นส่องลอดผ่านยอดไม้ลงมา เธอสวมชุดเดรสผ้าฝ้ายสีอ่อนปลายผมที่รวบไว้หลวม ๆ สะท้อนแสงแดดนวลขณะมือหนึ่งลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นช้า ๆ ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เด็กในท้องกำลังขยับเบา ๆ ราวกับตอบรับความสุขในใจของแม่ รินญาหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ แล้วหัวเราะเบา ๆ “อยู่ดี ๆ แม่ก็ยิ้มคนเดียวอีกแล้ว” เธอพูดกับลูกในท้อง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “ฉันซื้อขนมปังร้านที่เธอชอบ กับน้ำหวานที่สั่งไว้ หิวก็ไปกินนะ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลังจนรินญาสะดุ้งน้อย ๆ เธอหันกลับไปมอง ภพยืนอยู่ตรงนั้นในชุดเชิ้ตแขนยาวพับขึ้นถึงศอก ใบหน้านิ่งขรึมอย่างที่เคยเป็น ดวงตาคมทอดมองมาโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่ในมือกลับถือถุงขนมปังและแก้วน้ำหวา
ภายในอกของเขามีเพียงความเงียบที่ดังก้อง... ความเงียบที่กำลังค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นบางอย่างที่แม้เจ้าตัวเองก็ไม่กล้ายอมรับ ความรู้สึกที่อาจจะเรียกได้ว่า “คิดถึง” กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวต้มลอยคลุ้งในอากาศ รินญานั่งอยู่บนเตียงมือเรียวเล็กค่อย ๆ ยกช้อนขึ้นตักข้าวต้มทีละคำ เธอนั่งทานเงียบ ๆ เสียงช้อนกระทบถ้วยเบา ๆ เป็นจังหวะเดียวที่ดังในห้อง เธอไม่ได้รู้เลยว่านอกประตูมีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองเข้ามาเงียบ ๆ สายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แม้เจ้าตัวก็ไม่กล้าเรียกชื่อมัน ภพยืนพิงกรอบประตูไว้มือทั้งสองกอดอกแน่น เขาไม่เข้าไปขัด ไม่พูด ไม่ทำอะไร นอกจากมองผู้หญิงคนนั้นที่เคยนั่งมุมเดียวกันนี้แต่ต่างเวลาออกไป ใบหน้าเรียวซีดที่ค่อย ๆ ดูดีขึ้นเมื่อได้กินอะไรบ้างทำให้เขารู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด ในขณะที่รินญาเงยหน้ามองไปรอบห้องสายตาเธอหยุดที่ผ้าม่านสีขาวและกรอบรูปบนหัวเตียงที่ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ความทรงจำมากมายไหลกลับเข้ามาในหัวอย่างช้า ๆ เสียงตะคอก เสียงเธอร้องไห้ในคืนนั้น ภาพของภพที่เดินออกจากห้องโดยไม่หันมามอง... “เขาจะเปลี่ยนไปได้จร
แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านบางสีขาวเข้ามาในห้องนอนกว้างกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ที่เธอคุ้นเคยลอยปะปนอยู่ในอากาศ รินญาค่อย ๆ ขยับเปลือกตาเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตกะพริบสองสามครั้งเพื่อปรับให้ชินกับแสงก่อนจะเห็นเพดานสีขาวสะอาดและลวดลายโคมไฟที่เธอจำได้แม่นยำ... หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยนี่มันไม่ใช่ห้องเช่าของเธอแน่ ๆ กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกลิลลี่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง และผ้าปูเตียงผืนนี้...ทุกอย่างมันคุ้นเกินไป คุ้นจนใจสั่น “ที่นี่... ห้องของภพเหรอ” เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากบาง รินญาพยายามยันกายขึ้นช้า ๆ แต่พอขยับตัวเท่านั้น แรงสั่นสะเทือนจากอีกฟากของเตียงก็ทำให้เธอชะงัก ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นร่างสูงในชุดนอนสีเทาอ่อนนอนอยู่ข้าง ๆ คนที่เธอพยายามหนีมาเป็นเดือน …ภพ หัวใจรินญาเต้นถี่เหมือนจะหลุดออกจากอกเธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะค่อย ๆ ถอยตัวออกจากเขาอย่างระมัดระวัง ทว่าข้อมือบางกลับสั่นเล็กน้อย ความกลัว ความสับสน และความทรงจำเก่าถาโถมเข้ามาในหัว “ทำไม...ฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้” เธอพึมพำเบา ๆ ก
“โธ่เอ๊ย อิหนูนี่กำลังท้องกำลังไส้อยู่แท้ ๆ ยังออกมาเดินตากแดดอีก เดี๋ยวก็เป็นลมสิลูกเอ๊ย! ประโยคของยายคนนั้นทำให้ภพนิ่งค้างทันที ดวงตาคมเบิกกว้าง สายตาเขาก้มลงมองหน้าท้องของรินญาที่นูนขึ้นเล็กน้อย มันไม่มากนักแต่ชัดเจนพอให้คนสังเกตได้ “รินญา...เธอ...” น้ำเสียงของเขาแผ่วลงราวกับหายใจไม่ออก รินญามองเขาด้วยแววตาอ่อนล้าเหมือนหมดแรงที่จะตอบ เธอยกมือขึ้นจับแขนของเขาไว้แผ่วเบา แล้วทุกอย่างก็มืดลงใน ทันทีร่างของเธออ่อนแรงจนหมดสติในอ้อมแขนของเขา “รินญา!” ภพเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตกใจ มือใหญ่ประคองร่างของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง เขาอุ้มเธอขึ้นเต็มอ้อมแขน ก่อนจะรีบก้าวกลับไปยังรถ ยายเจ้าของร้านขายของชำที่เห็นภาพนั้นก็รีบเดินตามมาพร้อมตะโกนถามเสียงดัง “เฮ้ย! จะพาอิหนูไปไหนน่ะหนุ่ม!” ภพหยุดชั่วขณะเขาหันกลับมามองหญิงชรา สีหน้าของเขานิ่งเรียบแต่ดวงตากลับมีประกายบางอย่างที่ต่างจากเดิมไม่ใช่ความเย็นชา หากแต่เป็นความจริงจังและหวงแหนอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน “ผมเป็นผัวเธอคร
ลมยามบ่ายพัดใบไม้ไหวเบา ๆ ในสวนหน้าคฤหาสน์ของวิทยา เสียงสะอื้นที่แผ่วเบาแต่ไม่เคยเงียบลงดังอยู่ในบ้านหลังนั้นมาเกือบสัปดาห์ ดาวยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมใบหน้าซีดเผือดจากการร้องไห้และไม่ได้นอน ดวงตาบวมแดงจนแทบลืมไม่ขึ้นมือบางกำผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนน้ำตาแน่นราวกับมันคือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวหัวใจเธอไว้ได้ในตอนนี้ แต่ทันใดนั้นเสียงเครื่องยนต์หลายคันดังขึ้นจากหน้าบ้าน เสียงเบรกกระชั้นและเสียงประตูรถเปิดปิดแทบจะพร้อมกัน ทำให้ดาวที่กำลังนั่งนิ่งถึงกับสะดุ้งหัวใจเต้นแรงมือสั่นเทาอย่างมีความหวัง “หวาน! หวานกลับมาแล้วใช่ไหมลูก!” ดาวตะโกนออกมาพร้อมรีบพรวดลุกจากโซฟา เดินเร็ว ๆ จนแทบจะวิ่งออกไปทางประตูหน้าคฤหาสน์ เธอเปิดประตูออกอย่างแรงร่างกายสั่นเทาเพราะความหวังที่กำลังพุ่งขึ้นเต็มอก แต่ทันทีที่สายตาเห็นชายร่างสูงในสูทดำสนิทก้าวลงจากรถหรู ร่างนั้นไม่ใช่สมุทรและยิ่งไม่ใช่ลูกสาวของเธอ ดาวถึงกับชะงัก ดวงตากะพริบถี่ ๆ เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น “คุณภพ...” เสียงเรียกของเธอสั่นเครือก่อนจะเปลี่ยน เป็นเสียงร้องไห้ที่แตกพร่าเมื่อวิ่งเข้าไปคว้าแข
ตกดึก…เขาเดินกลับเข้าห้องนอนร่างสูงถอดสูทออกลวก ๆ แล้วล้มตัวนอนลง ดวงตาคมเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่นอนนิ่ง ๆ ราวกับไม่กล้าหายใจแรง ริมฝีปากเรียวของเธอเม้มแน่นเหมือนเด็กที่ไม่รู้วิธีปกป้องตัวเอง เขาเอียงหน้าหันไปอีกทางปล่อยให้ความรำคาญกัดกินใจ แล้วหลับตาลงท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดที่ค้างค
เช้าวันใหม่ที่แสงแดดยามสายส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องกว้าง รินพลิกกายอย่างเชื่องช้าแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นความรู้สึกแปลกประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่เธอได้หลับเต็มตาโดยไม่ต้องขดตัวอยู่หน้าบ้านเย็น ๆ เหมือนเมื่อคืนก่อน ร่างเล็กขยับตัวนั่งพิงหัวเตียงพลันสายตาก็เห
ระหว่างทางภพไม่ได้เอ่ยชวนคุยหรือถามไถ่เพียงแต่พูดแทรกเป็นระยะด้วยน้ำเสียงเหยียด ๆ “ใส่ชุดนี้เดินไปมายังไงก็เหมือน…ยังไงก็เหมือนผู้หญิงขายตัวอยู่ดี” รินกัดฟันแน่นไม่เถียงไม่โต้กลับเพราะตอนนี้เขาคือที่พึ่งสุดท้ายที่เธอมีแล้วจะเถียงไปก็เท่ากับจะไม่มีใครช่วย เหลือเธออีก เม
เพล้ง! เขาทุบแก้วเหล้าในมือดังลั่นเศษแก้วกระจายเกลื่อนพรม เสียงตวาดดังก้องสะท้อนจนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก “งั้นก็ออกไป!” รินญาชะงักดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง เธอยืนนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนคำพูดที่เจ็บยิ่งกว่ามีดก็พุ่งเข้ามา “จะไปตายที่ไหนก็ไป! ก็แค่ผู้หญิงเอาตัวเ







