Masukระหว่างทางภพไม่ได้เอ่ยชวนคุยหรือถามไถ่เพียงแต่พูดแทรกเป็นระยะด้วยน้ำเสียงเหยียด ๆ
“ใส่ชุดนี้เดินไปมายังไงก็เหมือน…ยังไงก็เหมือนผู้หญิงขายตัวอยู่ดี” รินกัดฟันแน่นไม่เถียงไม่โต้กลับเพราะตอนนี้เขาคือที่พึ่งสุดท้ายที่เธอมีแล้วจะเถียงไปก็เท่ากับจะไม่มีใครช่วย เหลือเธออีก
เมื่อมาถึงห้างสรรพสินค้าภพพาเธอเข้าไปเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย เสื้อผ้าสะอาดนุ่มสบายกว่าชุดเจ้าสาวที่เปื้อนและยับยู่ยี่ รินญาเงยหน้ามองตัวเองในกระจกใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาเริ่มมีสีหน้าเรียบเฉยขึ้นมา
หลังจากนั้นภพพาเธอไปร้านอาหาร เธอได้กินข้าวร้อน ๆ ครั้งแรกในรอบเกือบสองวัน รสชาติของมันธรรมดาแต่สำหรับริน มันเหมือนความหอมหวานที่สุดในโลก เธอซดน้ำซุปไปพร้อมกับหลับตาภาพความโหดร้ายและความถูกทอดทิ้งทั้งหมดลอยเข้ามาในใจ
“กินให้เรียบร้อยจะได้มีแรงเดิน…คืนนี้อีกยาวไกล” ภพนั่งมองเธอด้วยสายตาอ่านไม่ออกน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ยังแฝงความเย็นชาพูดขึ้น
รินพยักหน้าเงียบ ๆ เธอรู้แล้วว่าตอนนี้ไม่มีใครที่เธอพึ่งพาได้นอกจากเขาแม้เขาจะพูดจาเหยียดหยาม เธอก็เลือกที่จะเก็บความเจ็บปวดไว้ข้างในเพราะเธอไม่มีทางเลือกอื่น
นอกจากสามีผู้โหดร้ายคนนี้…
รินก้าวเข้าสู่คฤหาสน์หลังใหญ่ของภพด้วยความรู้สึกหนักอึ้งทุกย่างก้าวสะท้อนเสียงกระทบพื้นหินเย็น ๆ ทำให้หัวใจเธอเต้นแรง เธอมองไปรอบ ๆ ห้องโถงกว้างมีโคมระย้าใหญ่แขวนระยิบระยับภาพความฟุ่มเฟือยทำให้เธอเกร็ง ร่างกายสั่นเล็กน้อย ทั้งจากความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางและความกดดันทางจิตใจ
ภพเดินนำหน้าเธอไปโดยไม่พูดอะไรมีเพียงสายตาคมที่จับจ้องราวกับจะอ่านใจเธอได้ ก่อนจะมีแม่บ้านสองคนถือถุงของที่ภพซื้อมาวางไว้ให้รินอย่างเรียบร้อย
“อยู่ที่นี่…และอย่าอวดดีกับฉัน” น้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงความเย็นชากระแทกเข้าที่หัวใจริน
รินญาเงียบก้มหน้าหายใจช้า ๆ พยายามปรับจังหวะใจให้สงบ แต่ความกังวลก็ยังพุ่งขึ้นเหมือนคลื่น ภพแยกตัวไปยังห้องทำงาน ทิ้งเธอไว้กับแม่บ้านที่พาเธอไปยังห้องนอน
รินมองรอบ ๆ ห้องเตียงใหญ่ตู้เสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงทุกชิ้น เธออยากจะเปลี่ยนห้องแต่ก่อนที่เธอจะเอ่ยปากภพก็เดินเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ และเย็นชา
“ผัวเมียจะแยกห้องกันทำไม”
“ฉันไม่ได้เสียเงินมาเพื่อเลี้ยงดูให้เธอนั่งกินนอนกิน…ฉันจะใช้ร่างกายเธอให้คุม” รินเพียงนิ่งเงียบถอนหายใจเบา ๆ ใจของเธอเต้นแรง เธอรู้ดีว่าต่อจากนี้ชีวิตของเธอแทบจะไม่สามารถเลือกอะไรได้เลย
เธอเดินไปอาบน้ำชุดเจ้าสาวที่เปื้อนยับอยู่ในร่างทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยและท้อใจน้ำร้อนไหลผ่านร่างกาย เธอหลับตา พยายามลืมความกลัวและความเจ็บปวดแต่ในใจยังภาวนา…ภาวนาให้คืนนี้ผ่านไปโดยไม่เกิดเรื่องร้าย
ภพนั่งอยู่บนเตียงจ้องมองเธอจากระยะไกลดวงตาคมแฝงรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ทำให้รินขนลุก เขากระตุกยิ้มเหมือนพอใจในสิ่งที่เห็นแล้วพูดขึ้นช้า ๆ
“นึกว่าจะใส่ชุดนอนไม่ได้นอน…ฉันอุตส่าห์กดเงินสดไว้เยอะจะเอามายัด” รินสะดุ้งรู้ทันทีว่าน้ำเสียงนั้นไม่ได้พูดเล่น เธอสัมผัสได้ถึงความดูถูก แววตาเขาเหมือนกล่าวว่าเธอเป็นผู้หญิงหากิน
ก่อนที่เขาจะลุกไปอาบน้ำรินนั่งนิ่งอยู่บนพื้นห้องน้ำใจเต้นแรง มือเกาะขอบอ่างแน่น รู้สึกทั้งกลัวทั้งอับจนไม่มีแรงแม้แต่จะโต้ตอบ เธอเงียบและเก็บตัวเองไว้ในความหวาดหวั่นเพราะไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง
ภายในห้องนอนกว้างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบา ประตูห้องน้ำค่อย ๆ เปิดออกพร้อมกับร่างสูงของภพที่ก้าวออกมากลิ่นสบู่สะอาดลอยอวลติดตัวเขามา ร่างกายยังมีหยดน้ำเกาะตามผิวไหลลงตามแผงอกกว้างจนหยดกระทบพื้นไม้เป็นจุดเล็ก ๆ
สายตาคมกริบเหลือบไปทางเตียงใหญ่พลันพบร่างบางของรินที่นอนขดตัวหลับสนิท แก้มซีดเซียวเปื้อนคราบน้ำตาเล็กน้อย เส้นผมยาวชื้นเหงื่อกระจายบนหมอน ดวงหน้าเล็กนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยอ่อน ภพหยุดยืนนิ่งมองอยู่ครู่หนึ่งแววตาเรียบเฉยแต่ลึก ๆ แอบมีความคิดบางอย่างซ่อนอยู่
เขาก้าวขึ้นเตียงแล้วเอนกายลงนอนที่ฝั่งของตนกลับเหลือบมองอีกครั้งริมฝีปากยกขึ้นนิดเดียวอย่างเย็นชา
“หึ...วันนี้ฉันจะปล่อยไปเพราะเห็นว่าเธอผ่านอะไรมามากแล้วรินญา” เสียงต่ำทุ้มพร่าเอื้อนเอ่ยเบา ๆ ราวกับพูดกับความเงียบมากกว่าจะพูดกับใคร
เปลือกตาหนักอึ้งปิดลงอย่างช้า ๆ ภพเองก็เหนื่อยล้าไม่น้อย หลังจากวุ่นวายเรื่องงานและการจัดการต่าง ๆ ความสงบในห้องทำให้เขาผล็อยหลับไปในเวลาไม่นาน
อีกด้านหนึ่งภายในบ้านเก่าที่รินญาจากมาดาวนั่งกอดอกอยู่บนโซฟา ใบหน้าสวยแต่แฝงความแข็งกร้าวฉายแววไม่พอใจ น้ำเสียงแหลมเอ่ยถามลูกสาวคนเล็กที่นั่งกินข้าวตรงหน้าอย่าง
ไม่ทุกข์ร้อน“แกเอาเงินไปทำอะไรหมด น้ำหวาน” น้ำหวานเคี้ยวข้าวไปพลางทำหูทวนลมไม่ตอบไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองแม่ท่าทางไม่ยี่หระจนดาวต้องขมวดคิ้วแน่น
“อยากไปเที่ยวผับกับเพื่อนอะ...เอาเงินมาหน่อยสิ” น้ำหวานเอ่ยขึ้นในที่สุดด้วยท่าทางไม่เกรงใจ ริมฝีปากที่ทาลิปสีจัดยกยิ้มบางเหมือนไม่เห็นว่าแม่จะมีสิทธิ์ปฏิเสธ
“เอาไป...แต่ใช้ให้มันประหยัดหน่อย” ดาวส่ายหน้าถอนหายใจยาวแต่สุดท้ายก็หยิบเงินจากกระเป๋ายื่นให้
เด็กสาวยื่นมือมาคว้าเงินไปอย่างรวดเร็วแววตาเป็นประกายเหมือนคนได้ของที่ต้องการ น้ำหวานแทบไม่ฟังคำตักเตือน หัวเราะหึในลำคอก่อนจะยัดเงินใส่กระเป๋าแล้วรีบเดินออกจากบ้าน
ดาวนั่งมองตามอย่างหมดแรงเธอรู้ดีว่าลูกสาวไม่ได้ฟัง ไม่เคยสนใจคำสั่งสอน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังตามใจอย่างเสียไม่ได้ เพราะถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมตั้งแต่เด็ก
“ปล่อยไปเถอะ” เสียงวิทยาดังขึ้นเขาเดินออกมาจากห้องด้านใน สายตาเป็นประกายยามเห็นลูกสาวได้ใช้เงินอย่างสนุกสนาน
“ดีแล้วให้รินมันแต่งไปตายแทนอยู่ในบ้านนั้น…น้ำหวานจะได้ไม่ต้องหนีไปไหนอีก” ดาวเหลือบตาขวับมามองสามีสีหน้าแข็งกระด้างเจือความคิดลึก ๆ ที่ไม่ยอมเอ่ยออกมาเต็มปาก เธอถอนหายใจอีกครั้งพลางพึมพำในใจก็ดีเหมือนกัน...ไม่ต้องให้มันมาอยู่ให้รกหูรกตา
แต่ท่ามกลางความโล่งใจนั้นก็ยังมีความหวาดหวั่นซ่อนอยู่ ดาวได้ยินข่าวเล่าลือมานานว่าภพเป็นชายที่เข้มงวด ดุ และเคร่งครัดเกินกว่าผู้หญิงธรรมดาจะทนไหว
คำพูดเย็นชาของวิทยาดีแล้วกลับทำให้เธอครุ่นคิดหนักขึ้นเธอเม้มริมฝีปากแน่นสายตามองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ความคิดวนเวียน
ริน...ไปอยู่กับผู้ชายคนนั้นชีวิตแกจะเป็นยังไงนะ
แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านโปร่งของห้องพักพิเศษภายในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ห้องกว้างขวางและสะอาดสะอ้านจนแทบไม่เหมือนห้องพักคนไข้เลยด้วยซ้ำ กลิ่นอ่อน ๆ ของดอกไม้สดที่ป้ามะลิจัดใส่แจกันไว้มุมโต๊ะทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายขึ้น แต่สำหรับหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดแล้ว… ความผ่อนคลายนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความประหม่าอย่างปิดไม่มิด “ห้องนี้แพงมากไหมคะ” เสียงของรินญาดังขึ้นเบา ๆ เธอเดินโยกตัวช้า ๆ มือหนึ่งประคองท้องโตไว้ อีกมือแตะพนักเก้าอี้ที่อยู่ใกล้เหมือนจะหาที่พยุง ภพที่กำลังจัดของออกจากกระเป๋าเดินทางเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่แพงหรอก เธอสบายใจก็พอ” เขาตอบเรียบ ๆ แล้วกลับไปจัดของต่ออย่างเป็นระเบียบ เสื้อผ้า ผ้าขนหนู ของใช้ส่วนตัวและของเด็กอ่อนที่เตรียมไว้ล่วงหน้า รินญานั่งลงบนโซฟาแขกสูดหายใจลึกเหมือนพยายามข่มความกลัวในใจที่เริ่มตีตื้นขึ้นมาเรื่อย ๆ มือบางลูบท้องเบา ๆ เหมือนพูดคุยกับเจ้าตัวน้อยในครรภ์ “อีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็จะได้เจอกันแล้วนะลูก…” ภพวางกล่องของใช้ในตู้เสร็จก็เดินมาหาเปิดขวดนมบำรุงแล้วยื่นให้
สามเดือนต่อมาเป็นช่วงเวลาที่รินญาไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้อีกครั้งโดยเฉพาะในฐานะ “ผู้หญิงของภพ” ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยหนีจากเขามาด้วยหัวใจที่แหลกละเอียด แต่เวลาผ่านไปกลับทำให้ทุกอย่างดูช้าลงและอบอุ่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เสียงนกร้องเบา ๆ คลอไปกับสายลมยามสาย รินญานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงสวนหลังบ้านที่มีแสงแดดอุ่นส่องลอดผ่านยอดไม้ลงมา เธอสวมชุดเดรสผ้าฝ้ายสีอ่อนปลายผมที่รวบไว้หลวม ๆ สะท้อนแสงแดดนวลขณะมือหนึ่งลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นช้า ๆ ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เด็กในท้องกำลังขยับเบา ๆ ราวกับตอบรับความสุขในใจของแม่ รินญาหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ แล้วหัวเราะเบา ๆ “อยู่ดี ๆ แม่ก็ยิ้มคนเดียวอีกแล้ว” เธอพูดกับลูกในท้อง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “ฉันซื้อขนมปังร้านที่เธอชอบ กับน้ำหวานที่สั่งไว้ หิวก็ไปกินนะ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลังจนรินญาสะดุ้งน้อย ๆ เธอหันกลับไปมอง ภพยืนอยู่ตรงนั้นในชุดเชิ้ตแขนยาวพับขึ้นถึงศอก ใบหน้านิ่งขรึมอย่างที่เคยเป็น ดวงตาคมทอดมองมาโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่ในมือกลับถือถุงขนมปังและแก้วน้ำหวา
ภายในอกของเขามีเพียงความเงียบที่ดังก้อง... ความเงียบที่กำลังค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นบางอย่างที่แม้เจ้าตัวเองก็ไม่กล้ายอมรับ ความรู้สึกที่อาจจะเรียกได้ว่า “คิดถึง” กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวต้มลอยคลุ้งในอากาศ รินญานั่งอยู่บนเตียงมือเรียวเล็กค่อย ๆ ยกช้อนขึ้นตักข้าวต้มทีละคำ เธอนั่งทานเงียบ ๆ เสียงช้อนกระทบถ้วยเบา ๆ เป็นจังหวะเดียวที่ดังในห้อง เธอไม่ได้รู้เลยว่านอกประตูมีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองเข้ามาเงียบ ๆ สายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แม้เจ้าตัวก็ไม่กล้าเรียกชื่อมัน ภพยืนพิงกรอบประตูไว้มือทั้งสองกอดอกแน่น เขาไม่เข้าไปขัด ไม่พูด ไม่ทำอะไร นอกจากมองผู้หญิงคนนั้นที่เคยนั่งมุมเดียวกันนี้แต่ต่างเวลาออกไป ใบหน้าเรียวซีดที่ค่อย ๆ ดูดีขึ้นเมื่อได้กินอะไรบ้างทำให้เขารู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด ในขณะที่รินญาเงยหน้ามองไปรอบห้องสายตาเธอหยุดที่ผ้าม่านสีขาวและกรอบรูปบนหัวเตียงที่ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ความทรงจำมากมายไหลกลับเข้ามาในหัวอย่างช้า ๆ เสียงตะคอก เสียงเธอร้องไห้ในคืนนั้น ภาพของภพที่เดินออกจากห้องโดยไม่หันมามอง... “เขาจะเปลี่ยนไปได้จร
แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านบางสีขาวเข้ามาในห้องนอนกว้างกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ที่เธอคุ้นเคยลอยปะปนอยู่ในอากาศ รินญาค่อย ๆ ขยับเปลือกตาเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตกะพริบสองสามครั้งเพื่อปรับให้ชินกับแสงก่อนจะเห็นเพดานสีขาวสะอาดและลวดลายโคมไฟที่เธอจำได้แม่นยำ... หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยนี่มันไม่ใช่ห้องเช่าของเธอแน่ ๆ กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกลิลลี่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง และผ้าปูเตียงผืนนี้...ทุกอย่างมันคุ้นเกินไป คุ้นจนใจสั่น “ที่นี่... ห้องของภพเหรอ” เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากบาง รินญาพยายามยันกายขึ้นช้า ๆ แต่พอขยับตัวเท่านั้น แรงสั่นสะเทือนจากอีกฟากของเตียงก็ทำให้เธอชะงัก ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นร่างสูงในชุดนอนสีเทาอ่อนนอนอยู่ข้าง ๆ คนที่เธอพยายามหนีมาเป็นเดือน …ภพ หัวใจรินญาเต้นถี่เหมือนจะหลุดออกจากอกเธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะค่อย ๆ ถอยตัวออกจากเขาอย่างระมัดระวัง ทว่าข้อมือบางกลับสั่นเล็กน้อย ความกลัว ความสับสน และความทรงจำเก่าถาโถมเข้ามาในหัว “ทำไม...ฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้” เธอพึมพำเบา ๆ ก
“โธ่เอ๊ย อิหนูนี่กำลังท้องกำลังไส้อยู่แท้ ๆ ยังออกมาเดินตากแดดอีก เดี๋ยวก็เป็นลมสิลูกเอ๊ย! ประโยคของยายคนนั้นทำให้ภพนิ่งค้างทันที ดวงตาคมเบิกกว้าง สายตาเขาก้มลงมองหน้าท้องของรินญาที่นูนขึ้นเล็กน้อย มันไม่มากนักแต่ชัดเจนพอให้คนสังเกตได้ “รินญา...เธอ...” น้ำเสียงของเขาแผ่วลงราวกับหายใจไม่ออก รินญามองเขาด้วยแววตาอ่อนล้าเหมือนหมดแรงที่จะตอบ เธอยกมือขึ้นจับแขนของเขาไว้แผ่วเบา แล้วทุกอย่างก็มืดลงใน ทันทีร่างของเธออ่อนแรงจนหมดสติในอ้อมแขนของเขา “รินญา!” ภพเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตกใจ มือใหญ่ประคองร่างของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง เขาอุ้มเธอขึ้นเต็มอ้อมแขน ก่อนจะรีบก้าวกลับไปยังรถ ยายเจ้าของร้านขายของชำที่เห็นภาพนั้นก็รีบเดินตามมาพร้อมตะโกนถามเสียงดัง “เฮ้ย! จะพาอิหนูไปไหนน่ะหนุ่ม!” ภพหยุดชั่วขณะเขาหันกลับมามองหญิงชรา สีหน้าของเขานิ่งเรียบแต่ดวงตากลับมีประกายบางอย่างที่ต่างจากเดิมไม่ใช่ความเย็นชา หากแต่เป็นความจริงจังและหวงแหนอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน “ผมเป็นผัวเธอคร
ลมยามบ่ายพัดใบไม้ไหวเบา ๆ ในสวนหน้าคฤหาสน์ของวิทยา เสียงสะอื้นที่แผ่วเบาแต่ไม่เคยเงียบลงดังอยู่ในบ้านหลังนั้นมาเกือบสัปดาห์ ดาวยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมใบหน้าซีดเผือดจากการร้องไห้และไม่ได้นอน ดวงตาบวมแดงจนแทบลืมไม่ขึ้นมือบางกำผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนน้ำตาแน่นราวกับมันคือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวหัวใจเธอไว้ได้ในตอนนี้ แต่ทันใดนั้นเสียงเครื่องยนต์หลายคันดังขึ้นจากหน้าบ้าน เสียงเบรกกระชั้นและเสียงประตูรถเปิดปิดแทบจะพร้อมกัน ทำให้ดาวที่กำลังนั่งนิ่งถึงกับสะดุ้งหัวใจเต้นแรงมือสั่นเทาอย่างมีความหวัง “หวาน! หวานกลับมาแล้วใช่ไหมลูก!” ดาวตะโกนออกมาพร้อมรีบพรวดลุกจากโซฟา เดินเร็ว ๆ จนแทบจะวิ่งออกไปทางประตูหน้าคฤหาสน์ เธอเปิดประตูออกอย่างแรงร่างกายสั่นเทาเพราะความหวังที่กำลังพุ่งขึ้นเต็มอก แต่ทันทีที่สายตาเห็นชายร่างสูงในสูทดำสนิทก้าวลงจากรถหรู ร่างนั้นไม่ใช่สมุทรและยิ่งไม่ใช่ลูกสาวของเธอ ดาวถึงกับชะงัก ดวงตากะพริบถี่ ๆ เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น “คุณภพ...” เสียงเรียกของเธอสั่นเครือก่อนจะเปลี่ยน เป็นเสียงร้องไห้ที่แตกพร่าเมื่อวิ่งเข้าไปคว้าแข
ไม่นานรินญาก็เช็ดมือจากผ้ากันเปื้อนแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารเดินไปยังหลังบ้านด้วยความหนักอึ้งในใจ ดวงตาของเธอจ้องไปที่สวนหลังบ้านซึ่งเต็มไปด้วยหญ้ารกและต้นไม้ที่ไม่ได้รับการดูแลมานาน สีเขียวเข้มของหญ้าแผ่ไปทั่วสนามกว้างทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกท้าทาย “นี่ฉันต้องทำทั้งหมดนี่เหรอ…” รินญาพูดพ
ตกดึก…เขาเดินกลับเข้าห้องนอนร่างสูงถอดสูทออกลวก ๆ แล้วล้มตัวนอนลง ดวงตาคมเหลือบไปเห็นหญิงสาวที่นอนนิ่ง ๆ ราวกับไม่กล้าหายใจแรง ริมฝีปากเรียวของเธอเม้มแน่นเหมือนเด็กที่ไม่รู้วิธีปกป้องตัวเอง เขาเอียงหน้าหันไปอีกทางปล่อยให้ความรำคาญกัดกินใจ แล้วหลับตาลงท่ามกลางบรรยากาศอึดอัดที่ค้างค
เช้าวันใหม่ที่แสงแดดยามสายส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องกว้าง รินพลิกกายอย่างเชื่องช้าแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นความรู้สึกแปลกประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่เธอได้หลับเต็มตาโดยไม่ต้องขดตัวอยู่หน้าบ้านเย็น ๆ เหมือนเมื่อคืนก่อน ร่างเล็กขยับตัวนั่งพิงหัวเตียงพลันสายตาก็เห
เพล้ง! เขาทุบแก้วเหล้าในมือดังลั่นเศษแก้วกระจายเกลื่อนพรม เสียงตวาดดังก้องสะท้อนจนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก “งั้นก็ออกไป!” รินญาชะงักดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง เธอยืนนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนคำพูดที่เจ็บยิ่งกว่ามีดก็พุ่งเข้ามา “จะไปตายที่ไหนก็ไป! ก็แค่ผู้หญิงเอาตัวเ





![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

