หน้าหลัก / รักโบราณ / ริษยา / บทที่ 1 คนที่ยืนอยู่นอกวง 2

แชร์

บทที่ 1 คนที่ยืนอยู่นอกวง 2

ผู้เขียน: moonlight -mini
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-23 00:09:03

บทที่ 1 คนที่ยืนอยู่นอกวง 2

สองพี่น้องเดินไปตามทางหิน อวี๋หนิงบอกว่าอยากพูดกับพี่สาวตามลำพัง ซุนหมัวมัวจึงพาคนอื่นถอยห่างไปทันใด เมื่อพ้นสายตาคนในศาลา รอยยิ้มอ่อนหวานบนใบหน้าของธิดาคนรองก็ค่อย ๆ จางลงราวหมอกยามเช้าถูกแดดเผา

"พี่หญิงยังโกรธเรื่องปิ่นอยู่หรือเจ้าคะ"

"ปิ่นใด"

อวี๋หนิงแตะนกกระเต็นเหนือขมับเบา ๆ "ข้าไม่รู้ว่าท่านเคยเห็นมันที่หอร้อยสมบัติ หากรู้ว่าท่านชอบ ข้าคงไม่รับไว้"

ชิงหรานหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างเยาะเย้ย "รับไปแล้วค่อยบอกว่าไม่อยากรับ คำพูดเช่นนี้มีประโยชน์อันใด"

"ข้าเพียงกลัวว่าพี่หญิงจะริษยาข้า"

ฝีเท้าของชิงหรานหยุดชะงัก เบื้องหน้าคือสะพานหินโค้งเหนือสระ ตะไคร่น้ำเกาะริมสะพานหนาเพราะฝนเมื่อคืน

"ใช่ ข้าริษยาเจ้า"

อวี๋หนิงหันกลับมา ดวงตาเบิกกว้างคล้ายไม่คิดว่าพี่สาวจะยอมรับตรง ๆ เช่นนี้

"ข้าริษยาที่ท่านแม่จำได้ว่าเจ้าไม่ชอบขนมหวาน ริษยาที่พี่ใหญ่เห็นของงามแล้วนึกถึงเจ้า ริษยาที่ต่อให้เจ้าทำถ้วยหล่นแตก ทุกคนยังถามว่ามือเจ้าบาดหรือไม่" ชิงหรานเอ่ย พลางกดความเจ็บซึ่งเสียดแทงกลางอกไว้ให้นิ่ง "ส่วนข้า ยืนถือยาอยู่ใต้ต้นไม้ครึ่งชั่วยาม พวกเขายังมองไม่เห็น"

ริมฝีปากของอวี๋หนิงยกขึ้นเพียงเล็กน้อย "ในเมื่อริษยา เหตุใดพี่หญิงไม่แย่งชิงเล่าเจ้าคะ"

น้ำเสียงนั้นยังอ่อนหวาน ทว่าไร้ความสั่นไหวแม้แต่น้อย ราวใบมีดที่ห่อด้วยผ้าไหม

ชิงหรานขมวดคิ้วแน่น "เจ้าหมายความว่าอย่างไร"

"ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ" อวี๋หนิงก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว "ข้าเพียงคิดว่า บางสิ่งหากไม่ยื่นมือแย่ง ก็ไม่มีวันเป็นของเรา"

ส้นรองเท้าปักมุกเหยียบลงบนตะไคร่น้ำพอดิบพอดี ร่างบอบบางพลันเอนออกนอกสะพาน

"อวี๋หนิง!"

ชิงหรานพุ่งตัวไปคว้า นางจับได้เพียงสายลูกปัดสีแดงตรงข้อมือน้อง เส้นไหมตึงจนบาดนิ้วเป็นรอย ก่อนขาดผึงกลางฝ่ามือ

เสียงน้ำแตกกระจายดังก้องกังวาน

"ช่วยด้วย! คุณหนูรองตกน้ำ!" เสียงซุนหมัวมัวดังแหลมมาจากอีกฟาก

ชิงหรานถอดเสื้อคลุมทิ้งแล้วกระโดดตามลงไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง น้ำในปลายฤดูใบไม้ผลิยังเย็นแทงลึกถึงกระดูก ชายกระโปรงชุ่มน้ำหนักอึ้งพันรอบขา หากแต่นางฝืนว่ายไปหาเงาร่างสีเหลืองซึ่งกำลังจมหาย

อวี๋หนิงเกาะไหล่พี่สาวแน่นจนเล็บจิกทะลุเนื้อผ้า ชิงหรานสำลักน้ำไปหนึ่งอึก ทว่ายังคงกัดฟันประคองน้องให้เงยหน้าพ้นน้ำ

"อย่าดิ้น! หากไม่อยากตายก็จับแขนข้าไว้ให้แน่น!"

บ่าวชายสองคนกระโดดลงมาช่วย ในที่สุดจึงพาทั้งคู่ขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ชิงหรานคุกเข่าไอจนน้ำไหลออกจากปาก เส้นผมเปียกแนบแก้มซีดเผือด ร่างสั่นสะท้านไปทั้งตัว ทว่ายังไม่ทันสูดลมหายใจเต็มปอด ฝ่ามือหนึ่งก็ตบลงบนใบหน้านางอย่างแรง

เพียะ!

รสคาวเลือดแผ่ซ่านตรงมุมปาก

"หญิงชั่ว!" ฟางซื่อตัวสั่นเทา "เจ้ากล้าผลักน้องลงน้ำหรือ!"

"ท่านแม่เห็นหรือว่าข้าผลัก"

"บ่าวเห็นเจ้าค่ะ!" ซุนหมัวมัวกอดอวี๋หนิงซึ่งหมดสติไว้แน่น น้ำตาไหลพราก "บ่าวเห็นคุณหนูใหญ่ยื่นมือออกไป จากนั้นคุณหนูรองก็ตกลงมา หากบ่าวร้องช้ากว่านี้ คุณหนูรองคง..."

นางกล่าวไม่ทันจบก็ร่ำไห้โฮออกมา

เยี่ยหวยอันเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเขียวคล้ำน่าเกรงขาม "เมื่อครู่เจ้ายังกล่าวว่าไม่พอใจน้อง บัดนี้มีสิ่งใดจะแก้ตัวอีก"

"ข้ากระโดดลงไปช่วยนาง"

"เพราะเจ้ากลัวความผิดต่างหาก!" จิ่งไหวถอดเสื้อคลุมห่อร่างอวี๋หนิงไว้อย่างทะนุถนอม ก่อนหันมามองพี่สาวด้วยแววตาเย็นเยียบราวน้ำแข็ง "ต่อให้เจ้าไม่ชอบน้องเพียงใด นางก็เป็นสายเลือดเดียวกับเจ้า เหตุใดจิตใจจึงอำมหิตถึงเพียงนี้"

คำว่า อำมหิต เบากว่าฝ่ามือของมารดา ทว่ากลับกรีดลึกกว่าฝ่ามือนั้นเป็นสิบเท่า

ชิงหรานกำลูกปัดเปื้อนเลือดไว้แน่น นางอยากถามว่าเหตุใดอวี๋หนิงจึงถอยหลังทั้งที่เห็นตะไคร่น้ำอยู่ตรงหน้า เหตุใดซุนหมัวมัวซึ่งอยู่ไกลลิบจึงเห็นมือนางได้ชัดเจนถึงเพียงนั้น

ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้น สิ่งที่พบมีเพียงสายตาตัดสินโทษที่พร้อมใจกันเหมือนนัดหมาย

ไม่มีผู้ใดรอคำตอบ

"พาอวี๋หนิงกลับเรือน เรียกหมอเดี๋ยวนี้" เยี่ยหวยอันออกคำสั่งเสียงหนัก "ส่วนเจ้า ไปคุกเข่าในศาลบรรพชน หากน้องเป็นอันใดไป ข้าจะถือเสียว่าไม่เคยมีบุตรสาวเช่นเจ้า!"

ทุกคนจากไปพร้อมอวี๋หนิงจนหมดสิ้น เหลียนจือวิ่งกลับมาพร้อมถาดยา ครั้นเห็นรอยนิ้วมือแดงช้ำบนแก้มผู้เป็นนาย น้ำตาก็ไหลพรากทันที

"คุณหนู..."

ชิงหรานมองถ้วยยาซึ่งมีไอร้อนลอยขึ้นบาง ๆ เป็นครั้งสุดท้าย "เททิ้งเสีย"

"แต่ท่านต้มอยู่สองชั่วยามนะเจ้าคะ"

"ไม่มีผู้ใดต้องการแล้ว"

นางคลายมือลงช้า ๆ เม็ดปะการังสีแดงร่วงกระทบพื้นหินทีละเม็ดดังกังวาน

ชิงหรานเคยถามตนเองนับครั้งไม่ถ้วนว่าเหตุใดไม่มีผู้ใดรักนางเยี่ยงที่รักอวี๋หนิง เวลานี้นางได้คำตอบแล้วอย่างแจ่มชัด ในสายตาของคนสกุลเยี่ย น้องสาวคือดาวนำโชคซึ่งต้องทะนุถนอมไว้สุดหัวใจ ส่วนนางเป็นเพียงเงาดำที่สมควรถูกเหยียบให้จมหายไปใต้แสงนั้นตลอดกาล

ใช่ ข้าริษยานาง

ข้าเกลียดนาง

ทว่าครั้งนี้...ข้าไม่ได้ผลัก

หลังม่านเตียงในเรือนหนิงเซียง อวี๋หนิงซึ่งทุกคนเข้าใจว่ายังไม่ได้สติ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของมารดาโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้

ใต้ผ้าห่ม นิ้วมือขาวซีดของนางลูบรอยแดงตรงข้อมือเบา ๆ ราวกำลังชื่นชมผลงานตน

สายลูกปัดเส้นนั้นขาดแล้ว

ทว่าหมากตัวแรกเพิ่งเดินเท่านั้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 5 แสงดวงใหม่

    ตอนพิเศษ 5 แสงดวงใหม่หิมะแรกโปรยลงเหนือนครหลวงอย่างแผ่วเบา ต่างจากพายุหิมะซึ่งเคยโหมกระหน่ำในปีก่อน ๆ คืนนี้เกล็ดหิมะร่วงลงช้า ๆ ราวกับฟ้าเองก็รอคอยด้วยใจเย็นเรือนหานอวี้สว่างไสวด้วยแสงตะเกียงตลอดคืนชิงหรานนอนอยู่บนเตียงมาตั้งแต่ยามพลบค่ำ ความเจ็บปวดมาเป็นระลอกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ หมอผดุงครรภ์สองคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เสิ่นซื่อกับมู่เหล่าฟูเหรินนั่งรออยู่นอกห้อง มือกำลูกประคำแน่นมู่เฉิงเยียนเดินวนไปมาหน้าประตูมาเกือบสี่ชั่วยามแล้ว"นั่งลงเถิด เจ้าเดินจนพื้นจะเป็นร่องแล้ว" มู่เหล่าฟูเหรินกล่าว"ข้านั่งไม่ได้" เขาตอบเสียงแหบเสิ่นซื่อยิ้มเล็กน้อยแม้สีหน้ายังกังวล "ตอนเจ้าเกิด บิดาเจ้าก็เดินวนเช่นนี้ทั้งคืนเหมือนกัน สุดท้ายเกือบเป็นลมก่อนหมอจะออกมาบอกข่าวเสียอีก""ท่านพ่อเป็นลมด้วยหรือ" เฉิงเยียนหยุดเดินกะทันหัน"เกือบ" เสิ่นซื่อกล่าว "บุรุษทุกคนเป็นเช่นนี้เมื่อรอคนที่ตนรักคลอดบุตร ไม่มีสิ่งใดน่าอาย"จากภายในห้อง เสียงชิงหรานร้องครางดังขึ้นเป็นระยะ มู่เฉิงเยียนกำมือแน่นทุกครั้งที่ได้ยิน"ท่านช่วยอะไรไม่ได้เลยหรือ" เขาถามหมอซึ่งเดินออกมาส่งน้ำร้อน"เรื่องนี้ต้องให้ฮูหยินน้อยใช้กำลังเองขอรับ

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 4 น้องสาวผู้เลือกความรักเอง

    ตอนพิเศษ 4 น้องสาวผู้เลือกความรักเองดอกท้อบานสะพรั่งทั่วนครหลวงเป็นปีที่สอง ลมอุ่นพัดกลิ่นหอมจากสวนดอกไม้ทั่วเมือง จวนจิ้งอันโหวคึกคักด้วยการเตรียมงานมงคลอีกครั้ง หากครั้งนี้ไม่ใช่งานแต่งของชิงหราน หากเป็นงานแต่งของมู่หว่าน น้องสาวผู้เคยยิงธนูให้คนทั้งงานเห็นเมื่อหลายปีก่อนเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อครึ่งปีก่อน ในงานแข่งขันยิงธนูซึ่งจัดขึ้นนอกเมือง มู่หว่านลงแข่งโดยไม่บอกครอบครัว จนกระทั่งชื่อของนางถูกประกาศเป็นผู้ชนะอันดับสองรองจากบุรุษหนุ่มคนหนึ่งเพียงเท่านั้นชายผู้นั้นชื่อหลิวจิ่งหยาง บุตรชายแม่ทัพหลิว ผู้เคยสอนขี่ม้าให้มู่เฉิงเยียนเมื่อวัยเยาว์แทนที่จะดูแคลนคู่แข่งซึ่งเป็นสตรี เขากลับเดินตรงมาขอดูคันธนูของมู่หว่านด้วยความสนใจแท้จริง"ท่านดึงสายธนูหนักถึงเพียงนี้ได้อย่างไร" เขาถาม แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม ไม่ใช่ความประหลาดใจแบบดูแคลนมู่หว่านซึ่งเคยชินกับสายตาเยาะเย้ยจากบุรุษหลายคนก่อนหน้านี้ ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง"ฝึกมาตั้งแต่อายุแปดขวบ"หลังจากวันนั้น หลิวจิ่งหยางเริ่มส่งจดหมายมาถามถึงเทคนิคการยิงธนู ก่อนพัฒนาเป็นการพบปะพูดคุยเรื่องอื่น ๆ มู่หว่านเก็บเรื่องนี้ไว้เงียบ ๆ น

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 3 ปีใหม่ใต้ชายคาเดียวกัน

    ตอนพิเศษ 3 ปีใหม่ใต้ชายคาเดียวกันปลายฤดูหนาว รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบเอ็ด หิมะตกหนักที่สุดในรอบสิบปีปกคลุมนครหลวงจนขาวโพลนทั่วเมือง เสียงประทัดเริ่มดังขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ป้ายกระดาษแดงถูกแปะไว้ทุกประตูบ้าน กลิ่นอาหารมงคลลอยออกจากครัวทุกหลังคาเรือน วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า คืนซึ่งครอบครัวทุกครัวเรือนจะรวมตัวกันกินอาหารมื้อใหญ่ที่สุดของปีจวนจิ้งอันโหวเต็มไปด้วยเสียงเอะอะตั้งแต่ยามเช้า บ่าวไพร่วิ่งขวักไขว่ทำความสะอาดครั้งใหญ่ ป้ายคำอวยพรใหม่ถูกแปะทับป้ายเก่า โคมแดงหลายร้อยดวงถูกแขวนเรียงตามระเบียงชิงหรานยืนอยู่กลางเรือนครัวใหญ่ ตรวจรายการอาหารมงคลซึ่งต้องมีครบทุกอย่างตามธรรมเนียม ปลาทั้งตัวหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ที่เหลือกินเหลือใช้ทุกปี เกี๊ยวทองหมายถึงเงินทองไหลมา ผักกาดขาวหมายถึงโชคลาภบริสุทธิ์"คุณหนู...ไม่ ฮูหยินน้อย" แม่ครัวใหญ่เปลี่ยนคำเรียกกลางประโยค "ปลาต้องเก็บไว้กินวันรุ่งขึ้นด้วยใช่ไหมเจ้าคะ เพื่อให้ปีนี้เหลือกินเหลือใช้""ถูกต้อง" ชิงหรานพยักหน้า นางเคยเห็นธรรมเนียมนี้มาตั้งแต่เด็ก แม้ไม่เคยได้นั่งร่วมโต๊ะอย่างเต็มใจนักยามเย็น ทุกคนมารวมกันที่โต๊ะกลมใหญ่กลางโถง มู่เหล่าฟ

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 2 ดวงดาวคู่กลางฟากฟ้า

    ตอนพิเศษ 2 ดวงดาวคู่กลางฟากฟ้าท้องฟ้ายามค่ำใสกระจ่างผิดปกติ ไร้เมฆบดบังแม้แต่กลุ่มเดียว ดาวนับพันดวงส่องแสงเต็มฟากฟ้า สองดวงสว่างที่สุดลอยอยู่คนละฟากของทางช้างเผือกดาวทอผ้ากับดาวเลี้ยงวัว คืนนี้เป็นคืนเจ็ดเดือนเจ็ด คืนซึ่งตำนานเล่าว่านกกางเขนนับล้านจะบินมาต่อเป็นสะพานให้คู่รักทั้งสองได้พบกันเพียงหนึ่งครั้งในรอบปีร้านผ้าชิงหรานปิดร้านเร็วกว่าปกติหญิงคนงานทุกคนเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ ถือเข็มด้ายมารวมกันที่ลานกลาง ตามธรรมเนียมโบราณซึ่งสตรีจะร้อยด้ายผ่านรูเข็มเจ็ดรูใต้แสงจันทร์ ผู้ที่ร้อยผ่านครบก่อนถือว่าได้รับพรความชำนาญจากดาวทอผ้า"คุณหนูต้องร่วมด้วยเจ้าค่ะ" เฉียวซื่อยื่นเข็มให้ชิงหราน "ท่านคือคนที่สอนพวกเราทุกอย่าง สมควรได้พรมากที่สุด"ชิงหรานรับเข็มมาถือ "ข้าไม่เชื่อว่าพรจากดาวจะทำให้ฝีมือดีขึ้น""เช่นนั้นเหตุใดยังถืออยู่""เพราะสนุกดี" นางยอมรับตรง ๆ จนคนรอบข้างหัวเราะอาฝูซึ่งเวลานี้ช่วยดูแลบัญชีร้านผ้าเดินผ่านมาพร้อมโคมกระดาษ เขาโตขึ้นมากจนชิงหรานแทบจำเด็กชายผอมบางเมื่อสามปีก่อนไม่ได้"ฮูหยินน้อย" เขาค้อมกาย "ข้าทำโคมสำหรับคืนนี้เสร็จหมดแล้วครับ""ฝีมือเจ้าดีขึ้นมากนะ" ชิงหรานรับโคมม

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 1 เรือนหอที่แท้จริง

    ตอนพิเศษ 1 เรือนหอที่แท้จริงปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบเอ็ด ค่ำคืนหลังวันที่หนังสือหย่าถูกฉีกเป็นเสี่ยง ดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นเหนือจวนจิ้งอันโหว แสงนวลส่องผ่านกิ่งไห่ถังซึ่งเพิ่งผลิดอก กลิ่นหอมอ่อนลอยปนกับไอฝนที่เพิ่งหยุดตก เรือนหานอวี้เงียบสงบผิดปกติ ราวกับแม้แต่สายลมยังแผ่วเบาลงเพื่อไม่รบกวนค่ำคืนนี้ชิงหรานเดินกลับจากห้องน้ำอุ่นแล้วชะงักอยู่หน้าประตูห้องนอนภายในเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ผ้าม่านสีแดงเข้มถูกแขวนใหม่ทับผ้าม่านสีเรียบซึ่งใช้มาตลอดปี เทียนมังกรหงส์คู่หนึ่งจุดอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เปลวไฟทอแสงกระทบดอกไม้สดซึ่งจัดวางเต็มห้อง ผ้าคลุมเตียงปักลายดอกไห่ถังคู่ เข้าชุดกับลวดลายซึ่งนางเคยปักเองในงานสกุลหลัวเมื่อหลายปีก่อนบนโต๊ะเล็กข้างเตียงมีสุรามงคลสองถ้วยวางเรียงคู่"เหลียนจือ" ชิงหรานเรียกด้วยเสียงเบาสาวใช้โผล่หน้ามาจากมุมห้อง ยิ้มจนตาหยี "คุณหนู ชอบหรือไม่เจ้าคะ""นี่...""วันแต่งจริงของท่านไม่มีสิ่งเหล่านี้เลยสักอย่าง" เหลียนจือกล่าว น้ำเสียงเจือความสะเทือนใจ "ตอนนั้นบ่าวได้แต่มองอยู่ข้างนอกโดยทำอะไรไม่ได้ เวลานี้ท่านแต่งงานด้วยหัวใจตนเองแล้ว บ่าวจึงคิดว่าอย่า

  • ริษยา   บทที่ 50 แสงที่ไม่ต้องยืมจากผู้ใด

    บทที่ 50 แสงที่ไม่ต้องยืมจากผู้ใดปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบสอง แสงอรุณทอดเหนือกำแพงนครหลวงสีทองอ่อน สายหมอกบนคลองตะวันออกค่อย ๆ จาง เรือสินค้าล่องผ่านเงาสะพานท่ามกลางเสียงระฆัง ดอกไห่ถังบานเต็มสองฝั่งถนน กลีบสีชมพูปลิวตามลมเข้าสู่ลานร้านผ้าชิงหรานซึ่งเปิดประตูกว้างตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างวันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีนับจากนางวางกี่หลังแรกในคลังร้างป้ายไม้หน้าประตูได้รับการขัดใหม่ แต่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นทองคำตามคำแนะนำของพ่อค้า ชิงหรานยังคงเก็บเนื้อไม้สีเข้มกับอักษรสีครามไว้ดังเดิม ใต้ป้ายมีหญิงหลายคนยืนรับค่าแรงประจำเดือน เฉียวซื่ออ่านรายชื่อทีละคนด้วยตนเอง ลายมือไม่งามนักแต่ชัดเจนร้านผ้าขยายจากกี่สิบสองหลังเป็นสามสิบหลัง คนงานกว่าหกสิบคน บางคนพักในเรือนหลัง บางคนรับงานกลับไปทำที่บ้าน สตรีซึ่งเคยลงชื่อไม่ได้ เวลานี้ตรวจจำนวนไหมและคำนวณค่าแรงเอง บุตรสาวคนโตของเฉียวซื่อเรียนอักษรจนช่วยคัดรายการสินค้า ส่วนบุตรสาวคนเล็กกำลังฝึกวาดลายดอกไม้ชิงหรานเดินตรวจผ้าซึ่งจะส่งไปเมืองเหอจง ผืนหนึ่งมีด้ายหลวมตรงชาย นางไม่ได้ตำหนิทันที เพียงเรียกคนปักมาดูว่าหากปล่อยไว้ เมื่อซักสามครั้งรอยจะกว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status