بيت / รักโบราณ / ริษยา / บทที่ 2 หยกขาวที่แตกเป็นเสี่ยง 1

مشاركة

บทที่ 2 หยกขาวที่แตกเป็นเสี่ยง 1

مؤلف: moonlight -mini
last update تاريخ النشر: 2026-09-23 00:09:37

บทที่ 2 หยกขาวที่แตกเป็นเสี่ยง 1

ฝนแรกของปีเคลื่อนผ่านนครหลวงในยามจื่ออย่างไม่ปรานี ทิ้งหยาดน้ำพราวไว้บนกระเบื้องสีดำของจวนสกุลเยี่ยราวหยาดน้ำตาที่ไม่มีผู้ใดเช็ดให้ กระทั่งรุ่งสาง เมฆหม่นยังคงกดต่ำเหนือกำแพงสูงดุจจะทับลงมา อากาศชื้นเย็นแทรกซึมเข้าตามรอยประตูศาลบรรพชนซึ่งปิดสนิท ราวจะกักขังทั้งความหนาวและความอยุติธรรมไว้ด้วยกัน

เยี่ยชิงหรานคุกเข่านิ่งอยู่เบื้องหน้าป้ายวิญญาณมาตลอดทั้งคืนโดยไม่ไหวติง

หลังตรงของนางยังตั้งมั่นดุจเสาหิน หากหัวเข่าทั้งสองกลับปวดร้าวราวถูกเข็มนับหมื่นทิ่มแทงไม่ขาดระยะ รอยนิ้วมือบนแก้มจางเป็นสีม่วงคล้ำ และบาดแผลกลางฝ่ามือก็ยังไม่มีแม้ผู้เดียวคิดจะใส่ยาให้

ด้านนอกประตู เหลียนจือนั่งกอดเข่าพิงเสาอย่างสิ้นหนทาง นางแอบนำเบาะรองเข่ามาให้ถึงสองครั้ง ทว่าถูกหญิงรับใช้ที่เฝ้าประตูยึดไปเสียทั้งสองครั้ง

"คุณหนูใหญ่เจ้าคะ" เสียงกระซิบแผ่วเบาลอดผ่านช่องประตู "คุณหนูรองฟื้นแล้ว หมอบอกว่าเพียงตกใจและจับไข้ ไม่ได้เป็นอันตรายเจ้าค่ะ"

ชิงหรานหลุบตาลงมองธูปสามดอกซึ่งเหลือเพียงแสงริบหรี่ใกล้มอด

นางรู้สึกโล่งใจหรือไม่

ย่อมรู้สึก

ต่อให้เกลียดชังเพียงใด นางก็ไม่เคยต้องการให้อวี๋หนิงสิ้นใจอยู่ในสระ ทว่าความโล่งใจนั้นกลับเจือด้วยความขมฝาด เพราะแม้น้องสาวจะปลอดภัยแล้ว ก็ยังไม่มีผู้ใดคิดจะมาเปิดประตูปล่อยนางออกไปสักคน

กระทั่งยามเฉิน ประตูศาลบรรพชนจึงถูกผลักออก ฟางซื่อก้าวเข้ามาพร้อมซุนหมัวมัว ใบหน้าฮูหยินเยี่ยอิดโรยเพราะเฝ้าบุตรสาวคนรองมาตลอดคืน ทว่าสายตาที่ทอดมายังบุตรสาวคนโตกลับเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งกลางหิมะ

"หนิงเอ๋อร์ฟื้นแล้ว"

"ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ"

"นางจำเหตุการณ์ได้ไม่ชัด บอกเพียงว่าพลาดตกลงไปเองและขอไม่ให้ลงโทษเจ้า" ฟางซื่อถอนหายใจ "น้องออกหน้าให้ถึงเพียงนี้ เจ้ายังไม่คิดจะไปขอโทษอีกหรือ"

ชิงหรานเงยหน้าขึ้นช้า ๆ "นางตกลงไปเอง เหตุใดข้าต้องขอโทษ"

"หากเจ้าไม่พูดจารุนแรง นางจะถอยจนพลาดได้อย่างไร"

"เช่นนั้นต่อไปหากลมพัดแรง ข้าคงต้องขอโทษแทนฟ้าด้วยกระมัง"

"เจ้า!" ฟางซื่อยกมือขึ้นสุดแขน หากเมื่อเห็นรอยช้ำเดิมบนแก้มบุตรสาว มือข้างนั้นก็ชะงักกลางอากาศ ก่อนลดลงข้างกายอย่างไร้เรี่ยวแรง "ชิงหราน เหตุใดเจ้าจึงดื้อรั้นนัก เพียงก้มศีรษะให้น้องสักครั้ง เรื่องทั้งหมดก็จบแล้ว"

ชิงหรานมองมารดานิ่ง

เรื่องทั้งหมดจะจบจริงหรือ

ตลอดยี่สิบสามปี นางก้มศีรษะมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าเมื่อเหตุหนึ่งผ่านไป อีกเหตุย่อมตามมาเสมอ สิ่งที่คนเหล่านี้ต้องการไม่ใช่คำขอโทษ หากเป็นการให้นางยอมรับว่าตนผิด ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร

"ข้าไม่ได้ทำ"

สี่คำเท่านั้น

สีหน้าของฟางซื่อพลันแข็งกระด้าง "เช่นนั้นก็คุกเข่าต่อไป!"

นางสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป ซุนหมัวมัวซึ่งตามอยู่ด้านหลังปรายตามองชิงหรานครั้งหนึ่ง มุมปากบิดเบี้ยวคล้ายยิ้มเยาะอยู่ลึก ๆ ก่อนประตูจะปิดลงอีกครา

ทว่าในยามอู่ เยี่ยเหล่าฟูเหรินกลับส่งคนมาปล่อยชิงหราน ไม่ใช่เพราะเชื่อว่านางบริสุทธิ์ หากเพราะอีกสามวันจะถึงวันเซ่นไหว้บรรพชนประจำเดือน จวนต้องเตรียมห้องบูชาและของมงคล ไม่มีผู้ใดคัดอักษรบทสวดได้งามเท่านาง

ชิงหรานออกจากศาลบรรพชนโดยไม่อาศัยมือใครประคอง ทุกก้าวที่ย่าง หัวเข่าราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง ทว่านางกัดฟันไม่ยอมให้ผู้ใดเห็นความอ่อนแอ

เหลียนจือรีบเข้ามารับ "คุณหนู พวกเรากลับเรือนก่อนเถิดเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมยาไว้แล้ว"

"ไปหอเซ่นไหว้"

"ท่านยังจะไปอีกหรือเจ้าคะ"

"หากบทสวดไม่เสร็จ ผู้ใดจะรับโทษแทนข้าเล่า"

หอเซ่นไหว้อยู่ทางตะวันออกของจวน ภายในประดิษฐานของล้ำค่าที่ใช้เฉพาะวันสำคัญ หนึ่งในนั้นคือคทาหรูอี้หยกขาวซึ่งฮ่องเต้องค์ก่อนพระราชทานแก่บรรพบุรุษสกุลเยี่ย หยกทั้งชิ้นขาวดุจน้ำนม แกะสลักเป็นเมฆมงคลเก้าชั้นซ้อนกันประณีต นับเป็นเกียรติยศที่คนสกุลเยี่ยหวงแหนยิ่งกว่าทองคำทั้งเรือน

เมื่อชิงหรานไปถึง พ่อบ้านกำลังตรวจนับสิ่งของ นางนั่งคัดบทสวดอยู่หลังฉากกั้นจนถึงเย็น ระหว่างนั้นอวี๋หนิงซึ่งควรพักรักษาตัวกลับเดินเข้ามาพร้อมซุนหมัวมัวและปี้เถา

ใบหน้าของน้องสาวยังซีดเซียว นางสวมเสื้อคลุมสีขาว ร่างบอบบางดูราวกับอาจปลิวไปตามลม

"พี่หญิง" อวี๋หนิงหยุดอยู่ข้างโต๊ะ "ท่านยังเจ็บเข่าอยู่หรือไม่เจ้าคะ"

ปลายพู่กันของชิงหรานไม่หยุด "หากเจ้ามาดูว่าข้ายังมีชีวิตหรือไม่ เวลานี้ก็เห็นแล้ว"

"ข้าเป็นห่วงท่านจริง ๆ"

"เก็บความห่วงใยไว้ดูแลตนเองเถิด คราวหน้าเห็นพื้นลื่นก็อย่าถอยหลัง"

นิ้วของอวี๋หนิงพลันกำชายแขนเสื้อ ซุนหมัวมัวรีบเอ่ย

"คุณหนูใหญ่ คุณหนูรองเพิ่งฟื้นก็รีบมาขอเหล่าฟูเหรินให้ปล่อยท่าน เหตุใดท่านยังกล่าววาจาใจร้ายเช่นนี้เจ้าคะ"

"ในเมื่อเจ้ารู้ว่าตนเป็นบ่าว ก็ควรรู้ด้วยว่าข้ากำลังพูดกับนายของเจ้า" ชิงหรานชายตาไปหา "สกุลเยี่ยไม่มีธรรมเนียมให้บ่าวสอดปากกระมัง"

ซุนหมัวมัวหน้าแดงสลับขาว รีบค้อมกาย "บ่าวล่วงเกินแล้วเจ้าค่ะ"

อวี๋หนิงดึงแขนพี่เลี้ยงไว้ "เป็นข้าที่ไม่ดีเอง พี่หญิงอย่าโกรธหมัวมัวเลยเจ้าค่ะ ข้าเพียงอยากมาขอโทษ หากเมื่อวานข้าไม่ชวนท่านไปที่สระ เรื่องคงไม่เกิด"

ครั้นกล่าวจบ นางก็วางกล่องยาทรงกลมลงบนโต๊ะ ก่อนพาคนจากไป

ชิงหรานไม่ได้เปิดกล่องนั้น กระทั่งคัดบทสวดเสร็จจึงลุกขึ้น ทว่าเข่าที่บวมช้ำทำให้ร่างโงนเงน มือของนางปัดถูกที่ฝนหมึกจนกลิ้งตกจากโต๊ะ

เหลียนจือรีบก้มเก็บ "คุณหนูพักสักครู่เถิดเจ้าค่ะ"

"กลับเรือน"

สองนายบ่าวออกจากหอเซ่นไหว้เป็นกลุ่มสุดท้าย โดยไม่รู้ว่าหลังเสาต้นใหญ่ เงาร่างหนึ่งค่อย ๆ ก้าวออกมา

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 5 แสงดวงใหม่

    ตอนพิเศษ 5 แสงดวงใหม่หิมะแรกโปรยลงเหนือนครหลวงอย่างแผ่วเบา ต่างจากพายุหิมะซึ่งเคยโหมกระหน่ำในปีก่อน ๆ คืนนี้เกล็ดหิมะร่วงลงช้า ๆ ราวกับฟ้าเองก็รอคอยด้วยใจเย็นเรือนหานอวี้สว่างไสวด้วยแสงตะเกียงตลอดคืนชิงหรานนอนอยู่บนเตียงมาตั้งแต่ยามพลบค่ำ ความเจ็บปวดมาเป็นระลอกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ หมอผดุงครรภ์สองคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เสิ่นซื่อกับมู่เหล่าฟูเหรินนั่งรออยู่นอกห้อง มือกำลูกประคำแน่นมู่เฉิงเยียนเดินวนไปมาหน้าประตูมาเกือบสี่ชั่วยามแล้ว"นั่งลงเถิด เจ้าเดินจนพื้นจะเป็นร่องแล้ว" มู่เหล่าฟูเหรินกล่าว"ข้านั่งไม่ได้" เขาตอบเสียงแหบเสิ่นซื่อยิ้มเล็กน้อยแม้สีหน้ายังกังวล "ตอนเจ้าเกิด บิดาเจ้าก็เดินวนเช่นนี้ทั้งคืนเหมือนกัน สุดท้ายเกือบเป็นลมก่อนหมอจะออกมาบอกข่าวเสียอีก""ท่านพ่อเป็นลมด้วยหรือ" เฉิงเยียนหยุดเดินกะทันหัน"เกือบ" เสิ่นซื่อกล่าว "บุรุษทุกคนเป็นเช่นนี้เมื่อรอคนที่ตนรักคลอดบุตร ไม่มีสิ่งใดน่าอาย"จากภายในห้อง เสียงชิงหรานร้องครางดังขึ้นเป็นระยะ มู่เฉิงเยียนกำมือแน่นทุกครั้งที่ได้ยิน"ท่านช่วยอะไรไม่ได้เลยหรือ" เขาถามหมอซึ่งเดินออกมาส่งน้ำร้อน"เรื่องนี้ต้องให้ฮูหยินน้อยใช้กำลังเองขอรับ

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 4 น้องสาวผู้เลือกความรักเอง

    ตอนพิเศษ 4 น้องสาวผู้เลือกความรักเองดอกท้อบานสะพรั่งทั่วนครหลวงเป็นปีที่สอง ลมอุ่นพัดกลิ่นหอมจากสวนดอกไม้ทั่วเมือง จวนจิ้งอันโหวคึกคักด้วยการเตรียมงานมงคลอีกครั้ง หากครั้งนี้ไม่ใช่งานแต่งของชิงหราน หากเป็นงานแต่งของมู่หว่าน น้องสาวผู้เคยยิงธนูให้คนทั้งงานเห็นเมื่อหลายปีก่อนเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อครึ่งปีก่อน ในงานแข่งขันยิงธนูซึ่งจัดขึ้นนอกเมือง มู่หว่านลงแข่งโดยไม่บอกครอบครัว จนกระทั่งชื่อของนางถูกประกาศเป็นผู้ชนะอันดับสองรองจากบุรุษหนุ่มคนหนึ่งเพียงเท่านั้นชายผู้นั้นชื่อหลิวจิ่งหยาง บุตรชายแม่ทัพหลิว ผู้เคยสอนขี่ม้าให้มู่เฉิงเยียนเมื่อวัยเยาว์แทนที่จะดูแคลนคู่แข่งซึ่งเป็นสตรี เขากลับเดินตรงมาขอดูคันธนูของมู่หว่านด้วยความสนใจแท้จริง"ท่านดึงสายธนูหนักถึงเพียงนี้ได้อย่างไร" เขาถาม แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม ไม่ใช่ความประหลาดใจแบบดูแคลนมู่หว่านซึ่งเคยชินกับสายตาเยาะเย้ยจากบุรุษหลายคนก่อนหน้านี้ ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง"ฝึกมาตั้งแต่อายุแปดขวบ"หลังจากวันนั้น หลิวจิ่งหยางเริ่มส่งจดหมายมาถามถึงเทคนิคการยิงธนู ก่อนพัฒนาเป็นการพบปะพูดคุยเรื่องอื่น ๆ มู่หว่านเก็บเรื่องนี้ไว้เงียบ ๆ น

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 3 ปีใหม่ใต้ชายคาเดียวกัน

    ตอนพิเศษ 3 ปีใหม่ใต้ชายคาเดียวกันปลายฤดูหนาว รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบเอ็ด หิมะตกหนักที่สุดในรอบสิบปีปกคลุมนครหลวงจนขาวโพลนทั่วเมือง เสียงประทัดเริ่มดังขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ ป้ายกระดาษแดงถูกแปะไว้ทุกประตูบ้าน กลิ่นอาหารมงคลลอยออกจากครัวทุกหลังคาเรือน วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า คืนซึ่งครอบครัวทุกครัวเรือนจะรวมตัวกันกินอาหารมื้อใหญ่ที่สุดของปีจวนจิ้งอันโหวเต็มไปด้วยเสียงเอะอะตั้งแต่ยามเช้า บ่าวไพร่วิ่งขวักไขว่ทำความสะอาดครั้งใหญ่ ป้ายคำอวยพรใหม่ถูกแปะทับป้ายเก่า โคมแดงหลายร้อยดวงถูกแขวนเรียงตามระเบียงชิงหรานยืนอยู่กลางเรือนครัวใหญ่ ตรวจรายการอาหารมงคลซึ่งต้องมีครบทุกอย่างตามธรรมเนียม ปลาทั้งตัวหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ที่เหลือกินเหลือใช้ทุกปี เกี๊ยวทองหมายถึงเงินทองไหลมา ผักกาดขาวหมายถึงโชคลาภบริสุทธิ์"คุณหนู...ไม่ ฮูหยินน้อย" แม่ครัวใหญ่เปลี่ยนคำเรียกกลางประโยค "ปลาต้องเก็บไว้กินวันรุ่งขึ้นด้วยใช่ไหมเจ้าคะ เพื่อให้ปีนี้เหลือกินเหลือใช้""ถูกต้อง" ชิงหรานพยักหน้า นางเคยเห็นธรรมเนียมนี้มาตั้งแต่เด็ก แม้ไม่เคยได้นั่งร่วมโต๊ะอย่างเต็มใจนักยามเย็น ทุกคนมารวมกันที่โต๊ะกลมใหญ่กลางโถง มู่เหล่าฟ

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 2 ดวงดาวคู่กลางฟากฟ้า

    ตอนพิเศษ 2 ดวงดาวคู่กลางฟากฟ้าท้องฟ้ายามค่ำใสกระจ่างผิดปกติ ไร้เมฆบดบังแม้แต่กลุ่มเดียว ดาวนับพันดวงส่องแสงเต็มฟากฟ้า สองดวงสว่างที่สุดลอยอยู่คนละฟากของทางช้างเผือกดาวทอผ้ากับดาวเลี้ยงวัว คืนนี้เป็นคืนเจ็ดเดือนเจ็ด คืนซึ่งตำนานเล่าว่านกกางเขนนับล้านจะบินมาต่อเป็นสะพานให้คู่รักทั้งสองได้พบกันเพียงหนึ่งครั้งในรอบปีร้านผ้าชิงหรานปิดร้านเร็วกว่าปกติหญิงคนงานทุกคนเปลี่ยนเป็นชุดใหม่ ถือเข็มด้ายมารวมกันที่ลานกลาง ตามธรรมเนียมโบราณซึ่งสตรีจะร้อยด้ายผ่านรูเข็มเจ็ดรูใต้แสงจันทร์ ผู้ที่ร้อยผ่านครบก่อนถือว่าได้รับพรความชำนาญจากดาวทอผ้า"คุณหนูต้องร่วมด้วยเจ้าค่ะ" เฉียวซื่อยื่นเข็มให้ชิงหราน "ท่านคือคนที่สอนพวกเราทุกอย่าง สมควรได้พรมากที่สุด"ชิงหรานรับเข็มมาถือ "ข้าไม่เชื่อว่าพรจากดาวจะทำให้ฝีมือดีขึ้น""เช่นนั้นเหตุใดยังถืออยู่""เพราะสนุกดี" นางยอมรับตรง ๆ จนคนรอบข้างหัวเราะอาฝูซึ่งเวลานี้ช่วยดูแลบัญชีร้านผ้าเดินผ่านมาพร้อมโคมกระดาษ เขาโตขึ้นมากจนชิงหรานแทบจำเด็กชายผอมบางเมื่อสามปีก่อนไม่ได้"ฮูหยินน้อย" เขาค้อมกาย "ข้าทำโคมสำหรับคืนนี้เสร็จหมดแล้วครับ""ฝีมือเจ้าดีขึ้นมากนะ" ชิงหรานรับโคมม

  • ริษยา   ตอนพิเศษ 1 เรือนหอที่แท้จริง

    ตอนพิเศษ 1 เรือนหอที่แท้จริงปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบเอ็ด ค่ำคืนหลังวันที่หนังสือหย่าถูกฉีกเป็นเสี่ยง ดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นเหนือจวนจิ้งอันโหว แสงนวลส่องผ่านกิ่งไห่ถังซึ่งเพิ่งผลิดอก กลิ่นหอมอ่อนลอยปนกับไอฝนที่เพิ่งหยุดตก เรือนหานอวี้เงียบสงบผิดปกติ ราวกับแม้แต่สายลมยังแผ่วเบาลงเพื่อไม่รบกวนค่ำคืนนี้ชิงหรานเดินกลับจากห้องน้ำอุ่นแล้วชะงักอยู่หน้าประตูห้องนอนภายในเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ผ้าม่านสีแดงเข้มถูกแขวนใหม่ทับผ้าม่านสีเรียบซึ่งใช้มาตลอดปี เทียนมังกรหงส์คู่หนึ่งจุดอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เปลวไฟทอแสงกระทบดอกไม้สดซึ่งจัดวางเต็มห้อง ผ้าคลุมเตียงปักลายดอกไห่ถังคู่ เข้าชุดกับลวดลายซึ่งนางเคยปักเองในงานสกุลหลัวเมื่อหลายปีก่อนบนโต๊ะเล็กข้างเตียงมีสุรามงคลสองถ้วยวางเรียงคู่"เหลียนจือ" ชิงหรานเรียกด้วยเสียงเบาสาวใช้โผล่หน้ามาจากมุมห้อง ยิ้มจนตาหยี "คุณหนู ชอบหรือไม่เจ้าคะ""นี่...""วันแต่งจริงของท่านไม่มีสิ่งเหล่านี้เลยสักอย่าง" เหลียนจือกล่าว น้ำเสียงเจือความสะเทือนใจ "ตอนนั้นบ่าวได้แต่มองอยู่ข้างนอกโดยทำอะไรไม่ได้ เวลานี้ท่านแต่งงานด้วยหัวใจตนเองแล้ว บ่าวจึงคิดว่าอย่า

  • ริษยา   บทที่ 50 แสงที่ไม่ต้องยืมจากผู้ใด

    บทที่ 50 แสงที่ไม่ต้องยืมจากผู้ใดปลายฤดูใบไม้ผลิ รัชศกเทียนอันปีที่ยี่สิบสอง แสงอรุณทอดเหนือกำแพงนครหลวงสีทองอ่อน สายหมอกบนคลองตะวันออกค่อย ๆ จาง เรือสินค้าล่องผ่านเงาสะพานท่ามกลางเสียงระฆัง ดอกไห่ถังบานเต็มสองฝั่งถนน กลีบสีชมพูปลิวตามลมเข้าสู่ลานร้านผ้าชิงหรานซึ่งเปิดประตูกว้างตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างวันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีนับจากนางวางกี่หลังแรกในคลังร้างป้ายไม้หน้าประตูได้รับการขัดใหม่ แต่ไม่ได้เปลี่ยนเป็นทองคำตามคำแนะนำของพ่อค้า ชิงหรานยังคงเก็บเนื้อไม้สีเข้มกับอักษรสีครามไว้ดังเดิม ใต้ป้ายมีหญิงหลายคนยืนรับค่าแรงประจำเดือน เฉียวซื่ออ่านรายชื่อทีละคนด้วยตนเอง ลายมือไม่งามนักแต่ชัดเจนร้านผ้าขยายจากกี่สิบสองหลังเป็นสามสิบหลัง คนงานกว่าหกสิบคน บางคนพักในเรือนหลัง บางคนรับงานกลับไปทำที่บ้าน สตรีซึ่งเคยลงชื่อไม่ได้ เวลานี้ตรวจจำนวนไหมและคำนวณค่าแรงเอง บุตรสาวคนโตของเฉียวซื่อเรียนอักษรจนช่วยคัดรายการสินค้า ส่วนบุตรสาวคนเล็กกำลังฝึกวาดลายดอกไม้ชิงหรานเดินตรวจผ้าซึ่งจะส่งไปเมืองเหอจง ผืนหนึ่งมีด้ายหลวมตรงชาย นางไม่ได้ตำหนิทันที เพียงเรียกคนปักมาดูว่าหากปล่อยไว้ เมื่อซักสามครั้งรอยจะกว

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status