LOGINนิรดามองร่างสูงใหญ่ที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงกว้าง ด้วยสายตาที่มากไปด้วยความหมาย ก้าวเข้ามาจนชิดเตียงนอน วางหลังมือลงบนหน้าผากกว้าง แล้วดึงกลับอย่างรวดเร็ว เมื่อสัมผัสกับไอร้อนที่แผ่ออกมาจากคนที่นอนหมดสติ
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ พี่คีทะเลาะกับผู้หญิงคนนั้นเหรอคะ”
“ป้าก็ไม่รู้ค่ะ อยู่ ๆ พี่คีก็กลับมา พี่คีเป็นไข้น่ะลูก หมอฉีดยาให้แล้ว อีกสักพักคงรู้สึกตัว หมอสั่งให้เช็ดตัวบ่อย ๆ ป้าเลยให้ส้มมาเฝ้า จะได้เช็ดตัวและปลุกให้กินยา” พูดเสียงเศร้าพร้อมกับสังเกตอาการของหญิงสาวไปด้วย นิรดานิ่งจนนางเดาใจไม่ถูก แต่ก็คิดเข้าข้างตัวเอง เพราะทันทีที่รู้ว่าคีตภัทรกลับมา นิรดาก็รีบมาทันที ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย เพียงออสัมผัสได้ว่ามีความห่วงใยปนอยู่ในนั้น สิ่งที่คีตภัทรทำไว้เลวร้ายเหลือเกิน ได้แต่หวังว่านิรดาจะยังรัก และให้อภัย
“คุณป้าไปพักผ่อนเถอะค่ะ นิดจะเฝ้าพี่คีเอง” สิ้นเสียงอาสา เพียงออก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นิรดารับกะละมังน้ำที่เด็กรับใช้ยกมาไปถือเอาไว้ แล้วลงมือเช็ดตัวให้คีตภัทร
“รบกวนหนูนิดด้วยนะคะ ไปนอนได้แล้วส้ม เดี๋ยวคุณนิดจัดการทางนี้เอง ฝากพี่คีด้วยนะลูก” บอกเด็กรับใช้ที่ทำท่าเหมือนจะยืนหลับ ยิ้มให้นิรดาพร้อมกับเอ่ยขอบใจ ก่อนจะเดินกระหยิ่มยิ้มย่องออกไปจากห้อง เพราะอยากให้หนุ่มสาวอยู่กันตามลำพัง
มือบางบิดน้ำออกจากผ้าขนหนู แล้วเช็ดลงบนใบหน้าคนหลับอย่างเบามือ พร้อมกับเอ่ยคำตัดพ้อออกมาด้วยความน้อยใจ
“นิดเกลียดตัวเองที่สุด เกลียดที่ทำใจให้โกรธให้เกลียดพี่คีไม่ได้สักที พี่คีรู้ไหมคะว่านิดเสียใจมากแค่ไหน ที่พี่ทิ้งนิดไปหาคนอื่น นิดพยายามเกลียดพี่แล้ว แต่นิดทำไม่ได้...ฮึก” น้ำตาเจ้ากรรมพากันไหลออกมา เมื่อนึกถึงสิ่งที่คีตภัทรทำไว้ สับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ดีใจที่รู้ว่าคีตภัทรกลับมา แต่ก็เจ็บปวดเมื่อต้องมาเจอหน้าเขา เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคีตภัทรไม่เคยรักเธอเลยสักนิด
“นิดอยากทำร้ายพี่คี ให้สมกับความร้ายกาจที่พี่คีทำไว้กับนิด นิดอยากให้พี่คีเจ็บเหมือนอย่างที่นิดเจ็บ”
ตาพร่ามัวเพราะหยาดน้ำตา แต่ถึงกระนั้นก็ยังบรรจงเช็ดตัวให้คีตภัทรอย่างเบามือ วันที่ผู้ใหญ่ตกลงให้มีงานหมั้น คีตภัทรกลับประกาศให้ทุกคนรู้ว่า เขามีคนรักอยู่แล้ว และทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดี“เกม...ผมรักคุณ” คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสีซีด ทำให้มือที่ซับเหงื่อบนหน้าผากกว้างสั่นขึ้น กลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ หัวใจของคีตภัทรมีแค่กวิสราคนเดียวเท่านั้น
ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรักเขามากขนาดนี้ เคยเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามา แต่ก็ไปต่อไม่ได้เพราะเธอไม่พร้อมที่จะรักใคร
“เมื่อไรพี่คีจะเห็นใจนิด” ถามพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงนอน กุมมือของเขาเอาไว้ ก่อนจะยกขึ้นจรดริมฝีปาก แล้วซบหน้าลงบนที่นอน วางมือใหญ่ลงบนแก้มเนียน หลับตาลงอยากให้คีตภัทรหลับให้นานที่สุด เพราะเป็นเวลาเดียวที่เธอจะได้อยู่ใกล้เขา
ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้คีตภัทรยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นแค่ฝันร้าย กวิสราไม่ได้ทิ้งเขาไปไหน หญิงสาวหลับสนิทอยู่บนเตียงนอน ร่างสูงเดินเข้าไปหา ก้มจูบหน้าผากมน ก่อนจะเดินอ้อมไปอีกฝั่ง ตลบผ้านวมขึ้น แล้วก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเนื้อตัวของคนรักเต็มไปด้วยเลือด ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
‘คี...ช่วยเกมด้วย เกม...เจ็บ’
กวิสรา ครางออกมาด้วยความเจ็บปวด มือที่เต็มไปด้วยเลือดยื่นมาหาชายหนุ่ม ตาบวมช้ำมองเขาด้วยความเจ็บปวด
“เกม! เกิดอะไรขึ้น เกม!” คีตภัทรตะโกนออกมาสุดเสียง เอื้อมมือไปจับมือคนรัก แต่ถูกใครบางคนกระชากจนหงายหลัง
“เกม! เกม!” ร้องออกมาสุดเสียงเมื่อร่างของกวิสราค่อย ๆ ห่างออกไปทีละนิดแล้วหายไปต่อหน้าต่อตา
“เกม!”
“พี่คี พี่คีคะ” นิรดาจับมือที่ไขว้คว้าไปในอาการมากอดเอาไว้ พร้อมกับเรียกชื่อชายหนุ่ม เพื่อให้คีตภัทรรู้สึกตัว
“พี่คี พี่คีคะ!”
“เกม เกมจริง ๆ ด้วย เกมกลับมาหาผมแล้ว เกม” ตาคมเข้มปรือขึ้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจดวงโตเต้นคร่อมจังหวะ กอดหญิงสาวเอาไว้เมื่อคิดว่ากวิสรากลับมาแล้ว
“เกม...ผมรักคุณ อย่าทิ้งผมไปนะ” นิรดาทำอะไรไม่ถูกเมื่อถูกรวบเข้ามาในอ้อมแขน ถ้าเป็นเวลาปกติเธอคงดีใจมาก ตอนนี้คีตภัทรขาดสติเพราะพิษไข้ เลยเข้าใจว่าเธอคือกวิสรา
“เกมผมรักคุณ” ไม่มีการขัดขืน มีเพียงร่างบางที่นั่งนิ่งให้เขากอดอยู่อย่างนั้น กลิ่นน้ำหอมที่ลอยมาเข้าจมูกทำให้คีตภัทรรู้ว่าคนในอ้อมแขนไม่ใช่กวิสรา
“นิด!” ผละออกจากหญิงสาวเหมือนถูกของร้อน นิรดายิ้มให้ชายหนุ่ม ก่อนจะขยับลงมายืนข้างเตียง
“รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ พี่คีมีไข้สูง นอนพักนะคะ”
“พี่ไม่เป็นอะไร ขอบใจนิดมากนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ พี่คีนอนเถอะ นิดจะกลับแล้ว”
“กี่โมงแล้วครับ”
“ตีสี่ค่ะ” ตอบชายหนุ่มเมื่อพลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู
“นอนที่นี่นะครับ เช้าค่อยกลับ”
“พี่คีเป็นห่วงนิดเหรอคะ”
“เป็นห่วงสิ นิดเป็นน้องสาวพี่นะครับ”
“ค่ะ...นิดเข้าใจแล้ว” น้องสาวคือคำจำกัดความที่คีตภัทรมีให้เธอ เขาชัดเจนขนาดนี้ เธอยังจะหวังอะไรอีก
“นิดขอตัวนะคะ”
“นิด...” เสียงแหบพร่าเอ่ยเรียกหญิงสาว เมื่อเธอเดินห่างออกไป
“ไว้คุยกันพรุ่งนี้นะคะ พี่คีนอนพักเถอะค่ะ” พูดจบก็เดินออกไปจากห้องนอนของคีตภัทร บางครั้งเธอก็อยากเป็นนางร้ายในละครหลังข่าว ที่ได้ทำอะไรตามใจตัวเอง โดยไม่ต้องนึกถึงเหตุผลและความถูกต้อง
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง หมอในห้องผ่าตัดออกมาแจ้งให้ทุกคนทราบว่า กวิสราปลอดภัยแล้ว คีตภัทรดีใจจนเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ปรมะขอตัวพาวันใหม่กลับบ้านหลังจากที่ทราบว่ากวิสราปลอดภัย นิรดากลับมากับเขา เพราะรถของเธออยู่ที่บ้านกวิสรา ระหว่างที่นั่งรถกลับมาด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันมากขึ้น นิรดาเล่าเรื่องราวในชีวิตของเธอให้เขาฟังหลายเรื่อง ปรมะก็เช่นกัน ชายหนุ่มมีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ ไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นมาตอนไหน รู้ตัวอีกทีนิรดาก็ก้าวเข้ามาในหัวใจของเขาแล้ว “มองอะไรคะ” ถามเมื่อปรมะยังไม่ละสายตาออกจากใบหน้าของเธอ “ใครบอกว่าผมมองคุณ ผมมองแฟนผมต่างหาก” ปรมะแถไปอีกทาง “ไหนคะแฟนคุณ ตรงนี้ก็มีฉันคนเดียว” ถามทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแฟนที่ปรมะพูดถึงคือใคร “กลับไปส่องกระจกนะครับ แล้วจะเห็นหน้าแฟนผม” ไม่พูดเปล่าปรมะยังจ้องมาในดวงตาของเธอ “กลับก่อนนะคะ” นิรดาขอตัวกลับ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อเห็นสายตาและการมองของเขา “ขับรถดี ๆ นะ อย่าลืมส่องกระจกนะ ถ้าจะให้ดีส่องแล้วช่วยโทรมาบอกผมด้วยว่าแฟนผมสวยมากไหม” “ไม่คุยกับ
“ถามแม่มึงดูก็แล้วกัน ว่าที่ผ่านมาแม่มึงทำอะไรไว้กับเกมบ้าง” “หยุดนะไอ้ปอ! ไอ้ชั่ว! แกจะทำอะไร” เพียงออด่ากราดเมื่อปรมะพูดประโยคนี้ออกมา “กลับบ้านกันเถอะลูก คืนลูกให้พ่อเขาได้แล้ว” “ไม่ครับแม่ ผมจะอยู่เฝ้าจนกว่าจะแน่ใจว่าเกมปลอดภัย” “นิด...พาพี่คีกลับบ้านเดี๋ยวนี้” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เพียงออจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากนิรดา “นิดว่าคุณแม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ ให้พี่คีอยู่เฝ้าคุณเกมเถอะค่ะ เขาสองคนรักกัน” “พูดอะไรแบบนั้นลูก ที่พี่คีเขาอยู่ที่นี่ก็เพราะความรับผิดชอบ กวิสราถูกยิงบนรถพี่คีเลยต้องดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย” “รีบ ๆ ไปเอาลูกแกมาสิ ยืนบื้ออยู่ได้” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เพียงออจึงหันมาเล่นงานปรมะต่อ “ให้พ่อกับลูกเขาอยู่ด้วยกันเถอะครับคุณป้า เราทำผิดกันมามากแล้ว ทำใจเถอะครับเราหนีความจริงไม่พ้นหรอก” คำพูดของปรมะทำให้หัวใจของคีตภัทรเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมานอกอก “มึงว่าอะไรนะ!” ถามปรมะเพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่ปรมพูดเป็นเรื่องจริง หรือปรมะพูดเพื่อต้องการเอาชนะแม่เขา
คีตภัทรนั่งรออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดด้วยหัวใจที่อ่อนล้า น้ำตาไหลลงมาเป็นสายเมื่อคิดถึงคนที่อยู่ในนั้น ภาพสุดท้ายที่เห็นฝังอยู่ในหัวใจชาตินี้ทั้งชาติคงลบออกไม่ได้ กวิสราถลาเข้ามากอดเขาใช้ตัวของเธอบังเขาเอาไว้ คำว่ารักที่เขาบอกกับเธอออกมาจากความรู้สึกในหัวใจของเขา ถึงกวิสราจะไม่ได้ยิน แต่เขาก็จะพูดมันออกมา และจะบอกกับเธอซ้ำ ๆ จนกว่าเธอจะตื่นขึ้นมาฟัง “ผมรักคุณนะเกม อย่าทิ้งผมไปนะ” พร่ำบอกคำว่ารัก หวังว่าสายลมที่พัดผ่านจะพัดความรักของเขาไปถึงหัวใจของเธอ “คีเป็นยังไงบ้างลูก ไม่เป็นไรใช่ไหม ใจแม่หายหมดเลย” เสียงที่ดังมาจากข้างหลัง ทำให้น้ำตาของคีตภัทรพากันไหลออกมา ร่างสูงหันมาทางแม่ ก่อนจะโผเข้าอกเมื่อแม่กางแขนออก แม่รักและเป็นห่วงเขามาก “ไม่เป็นไรนะลูก แม่อยู่นี่แล้ว” เพียงออปลอบพร้อมกับกอดลูกแนบอก “เกมครับแม่ เกมโดนยิง เกมใช้ตัวบังผมไว้ ผมเลยรอดมาได้ แม่ช่วยเกมด้วยนะครับ” คำพูดของลูกทำให้หัวใจของแม่กระตุก คนขับรถรายงานว่าเลขาถูกยิง ทำไมถึงกลายเป็นกวิสราไปได้ กวิสรามาเกี่ยวข้องอะไรกับลูกชายของนางอีก “กวิสรา...” “คร
ปรมะขับรถด้วยความระมัดระวัง นิรดานั่งคู่มากับเขา วันใหม่นอนหลับอยู่บนตักของเธอ แขนเรียวกอดวันใหม่เอาไว้ “เรื่องก็เป็นอย่างที่ผมเล่าให้คุณฟังนั่นแหละ คุณอย่าเข้าใจผิด เกมพึ่งย้ายไปทำงานกับคี สองคนนั้นไม่ได้ทำอะไรลับหลังคุณหรอกผมเป็นพยานได้” ปรมะอธิบายให้นิรดาฟังเพราะกลัวเธอจะเข้าใจผิด โดยไม่สังเกตเลยสักนิดว่านิรดามีสีหน้าเป็นอย่างไร “ฉันทราบค่ะว่าเขาสองคนไม่ได้ทำอะไรลับหลังฉัน แต่ที่ฉันไม่ทราบก็คือทำไมคุณถึงให้กวิสราออกไปทำงานคะ ทั้ง ๆ ที่คุณก็สามารถดูแลเธอกับลูกได้อย่างสบาย” นิรดาถามและเป็นคำถามที่ทำให้คนฟังต้องถอนหายใจออกมา “นี่คุณไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่นิด” ปรมะถามพร้อมกับปรายตามามองหน้าเธอ “ฉันไม่รู้ค่ะ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกคุณเลยจริง ๆ ฉันรู้แค่ว่าฉันรักพี่คี” นิรดาบอกกับเขา ก่อนจะต้องหลบตาเมื่อถูกปรมะจ้องหน้าอย่างจัง “แค่นั้น คุณรักไอ้คีมาก มากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อได้มันไป โดยไม่สนเลยว่าคนอื่นจะเจ็บปวดและเสียใจแค่ไหน” “ถ้าคนที่คุณหมายถึงคือกวิสรา ฉันก็ไม่เห็นว่าเธอจะเจ็บปวดตรงไหนนี่คะ อีกอย่างคุณช่วย
นิรดานั่งกินขนมกับวันใหม่อยู่บนพื้นห้องนั่งเล่น ในขณะที่ปรมะนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาตัวยาว หลายครั้งที่ตาสองคู่สบกันโดยบังเอิญ เมื่อต่างคนต่างลอบมองหน้ากัน “อร่อยไหมคะ” หญิงสาวถามเด็กน้อย เมื่อวันใหม่ตักขนมที่เธอตัดเป็นชิ้น ๆ เข้าปาก “อร่อยค่ะ” วันใหม่ตอบพร้อมกับยิ้มหวานโชว์ฟันกระต่ายน่ารักให้เธอ ขนมนี้นิรดากดสั่งจากแอปออนไลน์ เธอคิดว่าวันใหม่น่าจะชอบ เพราะรสชาติอร่อย “ถ้าวันใหม่ชอบวันหลังพี่นิดจะซื้อมาฝากนะคะ” พูดแล้วก็อยากกัดลิ้นตัวเอง เธอไม่ได้อยากมาที่นี่เลยสักนิด แล้วจะซื้อขนมมาให้วันใหม่ได้ยังไง คำพูดของหญิงสาวทำให้คนที่นอนไถมือถือบนโซฟายิ้มออกมา ในที่สุดแผนเขาก็สำเร็จไปอีกขั้น นิรดาน่าจะตกหลุมรักวันใหม่เข้าแล้ว ร่างสูงขยับลุกขึ้นในท่านั่ง “ไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับเลยนะคะ” นิรดาบอกกับชายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าทุกอย่างลงตัวแล้ว เหลือก็แค่พาคนตัวเล็กอาบน้ำเข้านอน นั่นก็เป็นหน้าที่ของเขา “จะรีบไปไหนล่ะ ผมยังไม่ได้กินขนมเลย อร่อยมากเลยเหรอคะวันใหม่ ขอลุงชิมบ้างได้ไหมคะ” ปรมะถามคนตัวเล็ก แต่สายตายังมองหน้าหญิงสาวอยู่อย่างนั้น
กวิสรานั่งคู่มากับคีตภัทรเพราะต้องคุยเรื่องงานกับเขา ภายในห้องผู้โดยสารเงียบสนิท เมื่อทั้งสองหมดเรื่องคุยกัน หญิงสาวขยับไปนั่งติดประตูรถ ถึงจะไม่ได้อยู่กันตามลำพังแต่เธอก็อึดอัดไม่น้อย คีตภัทรเปิดมือถือดูงานไปด้วย ในขณะที่เธอกลับง่วงนอนขึ้นมาเสียอย่างนั้น คงเป็นเพราะสิ่งที่เขาทำกับเธอและมีเรื่องให้คิดหลายอย่างจึงทำให้นอนไม่หลับ ไลน์หาปรมะตอนที่รถจอดพัก หญิงสาวสบายใจเมื่อรู้ว่าวันใหม่ไม่งอแง คุยกับปรมะอีกสองสามประโยค ก่อนจะขึ้นรถเมื่อได้เวลาเดินทาง ตาคู่คมมองคนที่นั่งโงนเงนไปมา แล้วขยับเข้ามาใกล้ ๆ เธออีกนิด มือหนาเอื้อมไปรองเมื่อศีรษะเล็กที่ทำท่าจะกระแทกลงกับกระจกรถ มือแกร่งประคองใบหน้าหญิงสาวเอาไว้ แล้วใช้บ่ารองเมื่อเธอซบใบหน้าลงมา “ขอโทษค่ะ” กวิสราขอโทษเมื่อรู้สึกตัว ร่างบางขยับออกห่างอีกนิด เมื่อเห็นว่าอยู่ใกล้เขามากเกินไป ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเพราะชนเข้ากับประตู หญิงสาวมองหน้าคนที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้นั่น แสดงว่าเขาเป็นคนขยับมานั่งติดกับเธอ “ง่วงก็นอนเถอะ งานหนักรอคุณอยู่” คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวย่นคิ้วเข้าหากัน ถ้าบอกว่าเขาเป็นห่วงเธอ จะคิดเข้
ใบหน้าหล่อเหลาไล้เรื่อยลงไปตามซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายสาวทำให้ปรมะคุมตัวเองไม่อยู่ ลำคอแห้งผาดแก่นกายที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงยีนส์ผ้าเนื้อดีฮึกเหิม เมื่อเจ้าของร่างหนายังคงรุกรานคนในอ้อมแขนไม่หยุด นิรดาห่อตัวหนี กำปั้นน้อย ๆ ทุบลงบนอกกว้าง เพื่อเตือนสติให้เขารู้สึกตัว “อืม
นิรดามองคนที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ชัดเจนที่สุดคงเป็นความเกลียดชัง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ปรมะก็ยังใช้สายตาแบบเดิมมองเธอ ดูถูกเหยียดหยามและยั้ยหยันปนอยู่ในนั้น จังหวะที่สบตากัน นิรดาก็รู้ว่าปรมะก็รู้สึกต่างจากเธอ เขาก็เกลียดเธอไม่น้อยเช่นกัน “เชิญนั่งค่ะ!” คำพูด
กวิสราเหลือบมองคนที่นั่งหลับอยู่ที่เบาะด้านหลังด้วยความเป็นห่วง กวางนั่งกอดน้องมาตลอดทาง เด็กสาวเป็นห่วงวันใหม่ไม่น้อยไปกว่าเธอ สี่ปีที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่คิดว่าจะต้องพบเจอกับเขา แต่เหมือนความพยายามของเธอจะสูญเปล่า เพราะเธอเพิ่งวางสายจากคุณยอดยิ่ง อยู่ ๆ ก็มีคำสั่งด่วนให้เธอย้ายงานใหม่
คำขอร้องและคำห้ามปรามของวิวัฒน์และกวิสรา ไม่ได้มีผลกับคีตภัทรเลยสักนิด เมื่อชายหนุ่มยังคงเอาแต่ใจ ความโกรธกับความโมโหที่ปะทุขึ้น บวกกับความรู้สึกที่ถูกทำร้ายและทรยศหักหลัง จึงทำให้เขาอยากเอาชนะหมับมือแกร่งคว้าลงบนแขน ของคนที่แอบอยู่หลังแม่ แล้วออกแรงกระชากจนคณิสาลอยติดมือ การกระทำที่อุกอาจของเขาท







