LOGINนิรดามองคนที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ชัดเจนที่สุดคงเป็นความเกลียดชัง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ปรมะก็ยังใช้สายตาแบบเดิมมองเธอ ดูถูกเหยียดหยามและยั้ยหยันปนอยู่ในนั้น จังหวะที่สบตากัน นิรดาก็รู้ว่าปรมะก็รู้สึกต่างจากเธอ เขาก็เกลียดเธอไม่น้อยเช่นกัน
“เชิญนั่งค่ะ!” คำพูดห้วนจัดที่หลุดออกมาจากกลีบปากสีชมพูสด ทำให้มุมปากหยักกระตุก ไม่มีคำพูดหรือคำทักทายใด ๆ หลุดออกมาจากปากของเขา มีเพียงร่างสูงใหญ่ที่เดินเข้าไป จนคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานเผลอกำหมัดแน่น เพื่อสกัดกั้นความโมโหที่เกิดจากท่าทางยั่วยุที่เขาแสดงออกมา
“เชิญนั่งค่ะ” ย้ำคำพูดเดิมพร้อมกับมองไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว เพราะรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังจะเล่นสงครามประสาท
“ห้องทำงานสวยนี่ สมกับว่าที่สะใภ้อัครธาดา” พูดจิกกัดพร้อมกับพิงสะโพกลงกับโต๊ะทำงาน พักขาในท่าทางสบาย ๆ แล้วก้มหน้าลงมาหา นิรดาที่เตรียมตัวตั้งรับอยู่แล้วเบี่ยงหน้าหนี แต่ก็ช้าไปกว่ามือแกร่งที่คว้าลงมาที่คาง จับแล้วบีบอย่างแรง
“คุณปอ!” ตวาดแหวเมื่อเขากดน้ำหนักมือลงมาจนเธอเจ็บร้าวไปทั้งใบหน้า
“สบายดีไหม ไม่เจอกันตั้งนาน หน้ายังด้านเหมือนเดิมเลยนะ”
“ปล่อยนะ ฉันเจ็บ!” สะบัดหน้าหนีพร้อมกับปัดมือเขาออก นั่นยิ่งทำให้ปรมะลงน้ำหนักมือมากขึ้นไปอีก
“ผู้หญิงหน้าหนาอย่างคุณ เจ็บเป็นด้วยเหรอ!” คำรามรอดไรฟัน จับยึดคางเล็กเอาไว้ พร้อมกับจ้องเขม็งลงไปในดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา
“พูดบ้าอะไรของคุณ ปล่อยฉันบอกให้ปล่อย!” ไม่พูดเปล่านิรดายังพยายามเอื้อมมือไปกดแป้นโทรศัพท์เพื่อเรียกให้คนเข้ามาช่วย
เคล้ง!
โทรศัพท์ตั้งโต๊ะร่วงลงพื้น เมื่อปรมะปัดมันออกไปให้พ้นทาง
“ทำบ้าอะไรของคุณ! ปล่อยนะคุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน! ปล่อย!”
“รสชาติว่าที่เมียแต่ง หอมหวานมากไหม อุตส่าห์ดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อแย่งเขามา แล้วเป็นยังไง ถ้าไอ้คีมันจะเอา มันเอาไปนานแล้ว”
“แล้วกวิสราดีกว่าฉันตรงไหน ถ้าเธอรักพี่คีจริง ๆ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น ฉันรักพี่คีมันก็เรื่องของฉัน คุณมาเกี่ยวอะไรด้วย เอาเวลาไปดูแลคนดีของคุณดีกว่า อย่ามายุ่งกับฉัน!”
“อยากได้ไอ้คีจนตัวสั่น วางแผนทำร้ายเกมสารพัด ทำให้ครอบครัวเขาแตกแยก มีความสุขมากใช่ไหมที่เห็นเด็กตาดำ ๆ ต้องกำพร้าพ่อ สะใจมากใช่ไหมที่เห็นเกมต้องเจ็บปวด”
“พ่อ! อย่าบอกนะว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของพี่คี” พูดออกมาด้วยความตกใจ เธอเพิ่งดูคลิปก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามา
ข้อสงสัยของเธอกระจ่างแล้ว เด็กคนนั้นเป็นลูกของคีตภัทรจริง ๆ เหรอ“จุ๊ จุ๊ ไม่เนียนเลยนิด” พูดพร้อมกับละมือออกจากใบหน้าของหญิงสาว นิรดาลนลานลุกขึ้นจากเก้าอี้ อยากหนีไปให้พ้นจากเขา ปรมะเป็นผู้ชายอันตราย เข้าใกล้เขาทีไรมีเหตุให้ต้องเจ็บตัวทุกครั้ง เมื่อเห็นคนตัวเล็กลุกหนี แขนแกร่งก็คว้าเข้าที่เอวบาง แล้วรวบเธอมาจนชิดกับแผงอกของเขา
“ปล่อยนะคุณปอ!” นิรดาดิ้นหนีใช้สองแขนค้ำหน้าอกของเขาเอาไว้ ยิ่งเขากระชับวงแขนให้แน่นขึ้นมากเท่าไร อกอวบก็บดเบียดไปกับกล้ามเนื้อของเขามากขึ้นเท่านั้น
“ไอ้คีไม่เคยสนใจใยดี เมื่อวานควงดารา วันนี้ควงนางแบบ แล้วคุณยังจะทนอยู่กับมันทำไม”
“มันเรื่องของฉัน! พูดธุระของคุณมาดีกว่า ฉันมีงานต้องทำ!”
“ธุระของผมเหรอ...” พูดเสียงยานคาง พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเชิงครุ่นคิด เพื่อกวนโมโหคนในอ้อมแขน ปรมะก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมต้องมาที่นี่ ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจจะไปเอาเรื่องคีตภัทรที่บังอาจมาทำร้ายกวิสรากับวันใหม่
“ถ้าไม่มีธุระอะไร เชิญคุณกลับไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน”
“ธุระของผมก็คือ คุณต้องถอนหมั้นกับไอ้คีให้เร็วที่สุด”
“ทำไมฉันต้องทำอย่างนั้น ในเมื่อฉันกับพี่คีกำลังจะแต่งงานกัน”
“คุณยังคิดว่าจะได้แต่งงานกับมันอีกเหรอ ดารานางแบบ ไหนจะเมียและลูกมันอีก คนฉลาด ๆ อย่างคุณน่าจะคิดได้นะ”
“ฉันรักพี่คี!”
“แต่ไอ้คีมันไม่ได้รักคุณ”
“นั่นมันเรื่องของฉันกับพี่คี ธุระของคุณมีเท่านี้ใช่ไหม ปล่อย!” ดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนแกร่ง ที่เริ่มรัดเอวเธอแน่นขึ้น จนหน้าอกของเธอบดเบียดไปกับหน้าอกของเขาจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน
“คุณปอ คุณจะกวนประสาทฉันไปถึงไหน ปล่อยฉันจะทำงาน!” ค้อนให้เขาวงโต เมื่อรู้ว่าถูกแกล้ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏบนใบหน้าชายหนุ่ม ยิ่งทำให้นิรดาโมโหหนัก เท้าบางภายใต้รองเท้าส้นสูงยกขึ้น แล้วกระทืบลงมาอย่างแรง เป้าหมายคือเท้าของเขา แต่เหมือนปรมะจะรู้ทันไปหมด เพราะทันทีที่เธอกระทืบเท้าลงมา เขาก็ชักเท้าหนีไปอีกทาง
“ร้ายนักนะ...” คำรามชิดใบหูเมื่อก้มลงมาหา นิรดาซุกหน้าลงกับแผงอกกว้าง ซ่อนหน้าให้พ้นจากใบหน้าและจมูกของเขา เป้าหมายของปรมะจึงกลายเป็นใบหูบอบบางแทน
นิรดากลั้นหายใจ เมื่อถูกไอร้อนจากจมูกโด่งเป็นสัน ที่ฝังค้างอยู่บนใบหูเป่ารด แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อความเปียกชื้นจากอวัยวะอ่อนนุ่มปาดเลียลงมาที่ใบหูอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเพิ่มน้ำหนักมากขึ้น เมื่อชายหนุ่มรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งเธอ ผิวเนื้อสีชมพูอ่อนกลายเป็นสีแดง ขนอ่อนบริเวณนั้นเรียงตัว เมื่อลิ้นร้อนสัมผัสลงมาซ้ำ ๆ
“คุณปอ ... อย่าแกล้งสิคะ” อ้อนวอนเสียงสั่นเมื่อปรมะยังปาดเลียใบหูข้างนั้นซ้ำ ๆ นิรดาเองก็บอกตัวเองไม่ถูกเช่นกัน ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้คืออะไร อยากจะผลักไสร่างสูงออกไปให้พ้นตัว แต่ไม่รู้ว่าเรียวแรงหายไปไหนหมด ทำได้แค่เพียงซบหน้าอยู่กับแผงอกของเขา เพราะมันคือจุดที่ปลอดภัยที่สุด ที่น่าโมโหที่สุดก็คือ เธอไม่รู้สึกรังเกียจสัมผัสของเขาเลยสักนิด
ปรมะยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ตาคู่คมมองคนที่ซุกหน้าอยู่กับอกของเขา ด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็บอกไม่ถูกว่าคืออะไร บางครั้งนิรดาก็ทำตัวแข็งกร้าวจนน่าหมั่นไส้ บางครั้งก็ทำตัวน่ารักจนเขาอดใจไม่ไหว ต้องเผลอรังแกเธออยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกลีบปากสีชมพูอิ่มเต็ม ที่เถียงเขาฉอด ๆ อยากรู้เหลือเกินว่ารสชาติของมันจะหวานหอมเพียงใด
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง หมอในห้องผ่าตัดออกมาแจ้งให้ทุกคนทราบว่า กวิสราปลอดภัยแล้ว คีตภัทรดีใจจนเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ปรมะขอตัวพาวันใหม่กลับบ้านหลังจากที่ทราบว่ากวิสราปลอดภัย นิรดากลับมากับเขา เพราะรถของเธออยู่ที่บ้านกวิสรา ระหว่างที่นั่งรถกลับมาด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันมากขึ้น นิรดาเล่าเรื่องราวในชีวิตของเธอให้เขาฟังหลายเรื่อง ปรมะก็เช่นกัน ชายหนุ่มมีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ ไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นมาตอนไหน รู้ตัวอีกทีนิรดาก็ก้าวเข้ามาในหัวใจของเขาแล้ว “มองอะไรคะ” ถามเมื่อปรมะยังไม่ละสายตาออกจากใบหน้าของเธอ “ใครบอกว่าผมมองคุณ ผมมองแฟนผมต่างหาก” ปรมะแถไปอีกทาง “ไหนคะแฟนคุณ ตรงนี้ก็มีฉันคนเดียว” ถามทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแฟนที่ปรมะพูดถึงคือใคร “กลับไปส่องกระจกนะครับ แล้วจะเห็นหน้าแฟนผม” ไม่พูดเปล่าปรมะยังจ้องมาในดวงตาของเธอ “กลับก่อนนะคะ” นิรดาขอตัวกลับ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อเห็นสายตาและการมองของเขา “ขับรถดี ๆ นะ อย่าลืมส่องกระจกนะ ถ้าจะให้ดีส่องแล้วช่วยโทรมาบอกผมด้วยว่าแฟนผมสวยมากไหม” “ไม่คุยกับ
“ถามแม่มึงดูก็แล้วกัน ว่าที่ผ่านมาแม่มึงทำอะไรไว้กับเกมบ้าง” “หยุดนะไอ้ปอ! ไอ้ชั่ว! แกจะทำอะไร” เพียงออด่ากราดเมื่อปรมะพูดประโยคนี้ออกมา “กลับบ้านกันเถอะลูก คืนลูกให้พ่อเขาได้แล้ว” “ไม่ครับแม่ ผมจะอยู่เฝ้าจนกว่าจะแน่ใจว่าเกมปลอดภัย” “นิด...พาพี่คีกลับบ้านเดี๋ยวนี้” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เพียงออจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากนิรดา “นิดว่าคุณแม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ ให้พี่คีอยู่เฝ้าคุณเกมเถอะค่ะ เขาสองคนรักกัน” “พูดอะไรแบบนั้นลูก ที่พี่คีเขาอยู่ที่นี่ก็เพราะความรับผิดชอบ กวิสราถูกยิงบนรถพี่คีเลยต้องดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย” “รีบ ๆ ไปเอาลูกแกมาสิ ยืนบื้ออยู่ได้” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เพียงออจึงหันมาเล่นงานปรมะต่อ “ให้พ่อกับลูกเขาอยู่ด้วยกันเถอะครับคุณป้า เราทำผิดกันมามากแล้ว ทำใจเถอะครับเราหนีความจริงไม่พ้นหรอก” คำพูดของปรมะทำให้หัวใจของคีตภัทรเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมานอกอก “มึงว่าอะไรนะ!” ถามปรมะเพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่ปรมพูดเป็นเรื่องจริง หรือปรมะพูดเพื่อต้องการเอาชนะแม่เขา
คีตภัทรนั่งรออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดด้วยหัวใจที่อ่อนล้า น้ำตาไหลลงมาเป็นสายเมื่อคิดถึงคนที่อยู่ในนั้น ภาพสุดท้ายที่เห็นฝังอยู่ในหัวใจชาตินี้ทั้งชาติคงลบออกไม่ได้ กวิสราถลาเข้ามากอดเขาใช้ตัวของเธอบังเขาเอาไว้ คำว่ารักที่เขาบอกกับเธอออกมาจากความรู้สึกในหัวใจของเขา ถึงกวิสราจะไม่ได้ยิน แต่เขาก็จะพูดมันออกมา และจะบอกกับเธอซ้ำ ๆ จนกว่าเธอจะตื่นขึ้นมาฟัง “ผมรักคุณนะเกม อย่าทิ้งผมไปนะ” พร่ำบอกคำว่ารัก หวังว่าสายลมที่พัดผ่านจะพัดความรักของเขาไปถึงหัวใจของเธอ “คีเป็นยังไงบ้างลูก ไม่เป็นไรใช่ไหม ใจแม่หายหมดเลย” เสียงที่ดังมาจากข้างหลัง ทำให้น้ำตาของคีตภัทรพากันไหลออกมา ร่างสูงหันมาทางแม่ ก่อนจะโผเข้าอกเมื่อแม่กางแขนออก แม่รักและเป็นห่วงเขามาก “ไม่เป็นไรนะลูก แม่อยู่นี่แล้ว” เพียงออปลอบพร้อมกับกอดลูกแนบอก “เกมครับแม่ เกมโดนยิง เกมใช้ตัวบังผมไว้ ผมเลยรอดมาได้ แม่ช่วยเกมด้วยนะครับ” คำพูดของลูกทำให้หัวใจของแม่กระตุก คนขับรถรายงานว่าเลขาถูกยิง ทำไมถึงกลายเป็นกวิสราไปได้ กวิสรามาเกี่ยวข้องอะไรกับลูกชายของนางอีก “กวิสรา...” “คร
ปรมะขับรถด้วยความระมัดระวัง นิรดานั่งคู่มากับเขา วันใหม่นอนหลับอยู่บนตักของเธอ แขนเรียวกอดวันใหม่เอาไว้ “เรื่องก็เป็นอย่างที่ผมเล่าให้คุณฟังนั่นแหละ คุณอย่าเข้าใจผิด เกมพึ่งย้ายไปทำงานกับคี สองคนนั้นไม่ได้ทำอะไรลับหลังคุณหรอกผมเป็นพยานได้” ปรมะอธิบายให้นิรดาฟังเพราะกลัวเธอจะเข้าใจผิด โดยไม่สังเกตเลยสักนิดว่านิรดามีสีหน้าเป็นอย่างไร “ฉันทราบค่ะว่าเขาสองคนไม่ได้ทำอะไรลับหลังฉัน แต่ที่ฉันไม่ทราบก็คือทำไมคุณถึงให้กวิสราออกไปทำงานคะ ทั้ง ๆ ที่คุณก็สามารถดูแลเธอกับลูกได้อย่างสบาย” นิรดาถามและเป็นคำถามที่ทำให้คนฟังต้องถอนหายใจออกมา “นี่คุณไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่นิด” ปรมะถามพร้อมกับปรายตามามองหน้าเธอ “ฉันไม่รู้ค่ะ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกคุณเลยจริง ๆ ฉันรู้แค่ว่าฉันรักพี่คี” นิรดาบอกกับเขา ก่อนจะต้องหลบตาเมื่อถูกปรมะจ้องหน้าอย่างจัง “แค่นั้น คุณรักไอ้คีมาก มากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อได้มันไป โดยไม่สนเลยว่าคนอื่นจะเจ็บปวดและเสียใจแค่ไหน” “ถ้าคนที่คุณหมายถึงคือกวิสรา ฉันก็ไม่เห็นว่าเธอจะเจ็บปวดตรงไหนนี่คะ อีกอย่างคุณช่วย
นิรดานั่งกินขนมกับวันใหม่อยู่บนพื้นห้องนั่งเล่น ในขณะที่ปรมะนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาตัวยาว หลายครั้งที่ตาสองคู่สบกันโดยบังเอิญ เมื่อต่างคนต่างลอบมองหน้ากัน “อร่อยไหมคะ” หญิงสาวถามเด็กน้อย เมื่อวันใหม่ตักขนมที่เธอตัดเป็นชิ้น ๆ เข้าปาก “อร่อยค่ะ” วันใหม่ตอบพร้อมกับยิ้มหวานโชว์ฟันกระต่ายน่ารักให้เธอ ขนมนี้นิรดากดสั่งจากแอปออนไลน์ เธอคิดว่าวันใหม่น่าจะชอบ เพราะรสชาติอร่อย “ถ้าวันใหม่ชอบวันหลังพี่นิดจะซื้อมาฝากนะคะ” พูดแล้วก็อยากกัดลิ้นตัวเอง เธอไม่ได้อยากมาที่นี่เลยสักนิด แล้วจะซื้อขนมมาให้วันใหม่ได้ยังไง คำพูดของหญิงสาวทำให้คนที่นอนไถมือถือบนโซฟายิ้มออกมา ในที่สุดแผนเขาก็สำเร็จไปอีกขั้น นิรดาน่าจะตกหลุมรักวันใหม่เข้าแล้ว ร่างสูงขยับลุกขึ้นในท่านั่ง “ไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับเลยนะคะ” นิรดาบอกกับชายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าทุกอย่างลงตัวแล้ว เหลือก็แค่พาคนตัวเล็กอาบน้ำเข้านอน นั่นก็เป็นหน้าที่ของเขา “จะรีบไปไหนล่ะ ผมยังไม่ได้กินขนมเลย อร่อยมากเลยเหรอคะวันใหม่ ขอลุงชิมบ้างได้ไหมคะ” ปรมะถามคนตัวเล็ก แต่สายตายังมองหน้าหญิงสาวอยู่อย่างนั้น
กวิสรานั่งคู่มากับคีตภัทรเพราะต้องคุยเรื่องงานกับเขา ภายในห้องผู้โดยสารเงียบสนิท เมื่อทั้งสองหมดเรื่องคุยกัน หญิงสาวขยับไปนั่งติดประตูรถ ถึงจะไม่ได้อยู่กันตามลำพังแต่เธอก็อึดอัดไม่น้อย คีตภัทรเปิดมือถือดูงานไปด้วย ในขณะที่เธอกลับง่วงนอนขึ้นมาเสียอย่างนั้น คงเป็นเพราะสิ่งที่เขาทำกับเธอและมีเรื่องให้คิดหลายอย่างจึงทำให้นอนไม่หลับ ไลน์หาปรมะตอนที่รถจอดพัก หญิงสาวสบายใจเมื่อรู้ว่าวันใหม่ไม่งอแง คุยกับปรมะอีกสองสามประโยค ก่อนจะขึ้นรถเมื่อได้เวลาเดินทาง ตาคู่คมมองคนที่นั่งโงนเงนไปมา แล้วขยับเข้ามาใกล้ ๆ เธออีกนิด มือหนาเอื้อมไปรองเมื่อศีรษะเล็กที่ทำท่าจะกระแทกลงกับกระจกรถ มือแกร่งประคองใบหน้าหญิงสาวเอาไว้ แล้วใช้บ่ารองเมื่อเธอซบใบหน้าลงมา “ขอโทษค่ะ” กวิสราขอโทษเมื่อรู้สึกตัว ร่างบางขยับออกห่างอีกนิด เมื่อเห็นว่าอยู่ใกล้เขามากเกินไป ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเพราะชนเข้ากับประตู หญิงสาวมองหน้าคนที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้นั่น แสดงว่าเขาเป็นคนขยับมานั่งติดกับเธอ “ง่วงก็นอนเถอะ งานหนักรอคุณอยู่” คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวย่นคิ้วเข้าหากัน ถ้าบอกว่าเขาเป็นห่วงเธอ จะคิดเข้
ใบหน้าหล่อเหลาไล้เรื่อยลงไปตามซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายสาวทำให้ปรมะคุมตัวเองไม่อยู่ ลำคอแห้งผาดแก่นกายที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงยีนส์ผ้าเนื้อดีฮึกเหิม เมื่อเจ้าของร่างหนายังคงรุกรานคนในอ้อมแขนไม่หยุด นิรดาห่อตัวหนี กำปั้นน้อย ๆ ทุบลงบนอกกว้าง เพื่อเตือนสติให้เขารู้สึกตัว “อืม
กวิสราเหลือบมองคนที่นั่งหลับอยู่ที่เบาะด้านหลังด้วยความเป็นห่วง กวางนั่งกอดน้องมาตลอดทาง เด็กสาวเป็นห่วงวันใหม่ไม่น้อยไปกว่าเธอ สี่ปีที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่คิดว่าจะต้องพบเจอกับเขา แต่เหมือนความพยายามของเธอจะสูญเปล่า เพราะเธอเพิ่งวางสายจากคุณยอดยิ่ง อยู่ ๆ ก็มีคำสั่งด่วนให้เธอย้ายงานใหม่
คำขอร้องและคำห้ามปรามของวิวัฒน์และกวิสรา ไม่ได้มีผลกับคีตภัทรเลยสักนิด เมื่อชายหนุ่มยังคงเอาแต่ใจ ความโกรธกับความโมโหที่ปะทุขึ้น บวกกับความรู้สึกที่ถูกทำร้ายและทรยศหักหลัง จึงทำให้เขาอยากเอาชนะหมับมือแกร่งคว้าลงบนแขน ของคนที่แอบอยู่หลังแม่ แล้วออกแรงกระชากจนคณิสาลอยติดมือ การกระทำที่อุกอาจของเขาท
[โครงการบ้านจัดสรรชานเมือง] “คุณคีไม่น่าลำบากมาด้วยตัวเองเลยครับ ทางเรากำลังจะสรุปแบบโครงการส่งไปให้อยู่แล้วครับ” วิวัฒน์วิศวกรคุมงานบอกด้วยท่าทางนอบน้อม เมื่อประธานบริษัทมาดูโครงการก่อสร้างด้วยตัวเอง คีตภัทรไม่ตอบโต้ใด ๆ ตาคู่คมมองแบบที่ทีมงานกางให้ดู พร้อมกับฟังคำอธิบายไปด้วย หลังจากเ







