เข้าสู่ระบบหลังจากพูดคุยและตกลงกับมารดาเป็นที่เรียบร้อย คีตภัทรก็ตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อกลับมาบริหารธุรกิจ คุณเพียงออขอร้องให้คีตภัทรหมั้นกับนิรดา โดยให้เหตุผลว่าอัครธาดาต้องพึ่งพาคุณองศา ตอนที่คีตภัทรหันหลังให้ครอบครัว คุณองศาก็เข้ามาดูแลธุรกิจทั้งหมด ถึงแม้จะไว้ใจแต่ก็อดระแวงไม่ได้ โชคดีที่นิรดารักคีตภัทรนางจึงมีตัวประกัน องศาจึงไม่กล้าหักหลัง นิรดาไม่ใช่คนโง่ถ้าความรักกลายเป็นความแค้น อัครธาดาคงกลายเป็นเครื่องมือแก้แค้น
“จำไว้นะคี ไม่มีใครรักและหวังดีกับคีเท่าแม่อีกแล้ว ตัดใจจากผู้หญิงคนนั้นซะ แล้วมาเริ่มต้นใหม่ เรายืมจมูกคนอื่นหายใจ แม่กลัวว่า...” คำพูดที่เหลือของเพียงออค้างไว้แค่ริมฝีปาก เมื่อคีตภัทรขัดขึ้น
“ผมจะหมั้นกับนิด”
“คี...” เพียงอออุทานออกมาด้วยความตกใจ ที่ได้ยินคำนี้จากปากลูก คีตภัทรลุกขึ้นยืน เพราะไม่อยากตอบคำถาม ถ้าสิ่งนี้คือความสุขของมารดา เขาก็พร้อมจะทำให้ ชีวิตเขาไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ความสุขของเขาถูก
กวิสราทำลายไปจนหมดสิ้น หัวใจของเขาแค่เต้นไปตามหน้าที่ แต่มันไร้ความรู้สึกมานานแล้วนิรดาดีใจที่คีตภัทรยอมหมั้น ถึงแม้จะรู้ว่าคีตภัทรทำเพราะอะไร แต่เธอเชื่อว่าจะชนะใจเขาได้สักวัน คุณมณีนุชกับคุณองศาดีใจกับลูกสาว เพราะท่านทั้งสองก็รอวันนี้มานาน
งานหมั้นถูกจัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของสองตระกูล นิรดามีความสุขมาก ถึงแม้คีตภัทรจะไม่ยินดียินร้ายด้วยก็ตาม หลังจากสวมแหวนเขาก็เป็นของเธอ นอกจากคีตภัทรแล้วอัครธาดาก็เป็นของเธอด้วย หลายปีมานี้เธอและพ่อทุ่มเทแรงกายเพื่ออัครธาดา กว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอไม่ยอมเสียอัครธาดาให้ใครทั้งนั้น
“พี่คีไปพักผ่อนเถอะค่ะ นิดดูแลทางนี้เอง” งานหมั้นที่ชื่นมื่นกลายเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ของนักธุรกิจ เพราะแขกส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง ตาคู่คมมองนิ่งอยู่ที่คุณประสิทธิ์ พยายามมองหาใครอีกคนแต่ก็ไร้เงา กวิสราเป็นเลขาของคุณประสิทธิ์ ถ้าเธอมางานนี้ก็แปลก
“พี่ขอตัวนะครับ” เพราะเบื่อและเหนื่อยหน่าย หลบไปสักพักคงดีขึ้น นิรดาเป็นคนเก่ง ตั้งแต่เริ่มงานจนถึงตอนนี้ เธอไม่เคยบ่นเลยสักคำ
รูปถ่ายในมือถือถูกลบออกไปทีล่ะรูป เมื่อต่างคนต่างต้องการชีวิตใหม่ นิ้วเรียวสั่นทุกครั้งเมื่อต้องฝืนกดตรงคำว่าตกลง
“คุณพ่อกำลังจะมีความสุข เราสองคนอยู่ตรงนี้นะคะ ช่วยกันส่งกำลังใจให้คุณพ่อ แม่ขอโทษที่ทำแบบนี้ แม่สัญญาว่าจะเลี้ยงหนูให้ดีที่สุด เป็นกำลังใจให้แม่ด้วยนะคะ” มือบางลูบลงบนหน้าท้องแบนราบ ที่มีใครอีกคนอยู่ในนั้น ของขวัญครบรอบสามปีที่เธออยากมอบให้เขา กลายมาเป็นความลับที่ไม่อาจเปิดเผย ทุกอย่างพังลงเพราะความไม่หนักแน่นของเธอ กวิสราตัดสินใจปล่อยมือจากคีตภัทร เพื่อให้เขาไปมีชีวิตที่ดีกว่า คุณเพียงออป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ก่อนที่นางจะหมดลมหายใจ นางอยากเห็นอัครธาดาเป็นปึกแผ่น ลูกชายคนเดียวของนางต้องสืบทอดธุรกิจที่ครอบครัวสร้างขึ้น สิ่งที่แม่ทุกคนอยากเห็นก่อนตายก็คือ ความสุขของลูก กวิสราเลือกที่จะปล่อยมือ ขืนรั้งเอาไว้นอกจากคีตภัทรจะไม่มีอนาคตแล้ว เขายังกลายเป็นลูกอกตัญญูอีกด้วย
“มาอยู่นี่เอง เป็นอะไรหรือเปล่า” คำถามที่ดังมาจากด้านหลัง ทำให้กวิสรารีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ก่อนจะหันมายิ้มให้ เพราะไม่อยากให้ปานชีวีเป็นห่วง หลังจากวันนั้นกวิสราก็ย้ายมาอยู่กับปานชีวี ถึงแม้จะมี
ปรมะคอยช่วยเหลือ แต่เธอก็ไม่อยากรบกวนเขา ปรมะกับคีตภัทรต้องแตกหักกัน แค่นี้ก็รู้สึกผิดมากแล้ว“อากาศดี เกมเลยออกมาเดินเล่น ปานมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” แม้จะพยายามฝืนยิ้ม แต่ก็ตบตาปานชีวีไม่ได้
“ร้องไห้อีกแล้วนะ เกมรู้ไหมเวลาที่เกมร้องไห้ เจ้าตัวเล็กก็จะเศร้าไปด้วย หลานปานต้องเป็นโรคซึมเศร้าแน่ ๆ เลย ไม่ร้องนะเกม เกมต้องเข้มแข็งเพื่อลูก” ปานชีวีปลอบไปตามที่ตัวเองคิด เพราะเป็นคนหยาบกระด้าง จึงไม่รู้ว่าต้องปลอบแบบไหนเพื่อนถึงจะหายเศร้า
“ไม่ได้ร้องสักหน่อย”
“ร้องได้เสียใจได้ แต่เกมต้องคิดถึงลูกให้มาก ๆ เมื่อเลือกแล้วเกมต้องไปต่อ ถ้าเกมยังจมปลักอยู่แบบนี้ เกมกับลูกจะมีความสุขได้ยังไง ปานไม่รู้ว่าจะพูดยังไงให้เกมหายเศร้า แต่ปานรักและเป็นห่วงเกมกับลูกมากนะ”
“เกมรู้ เกมขอโทษ ต่อไปนี้เกมจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว เกมต้องเข้มแข็งเพื่อลูก”
“เกมจะบอกเรื่องลูกกับคีไหม”
“ไม่...ลูกคือห่วง ถ้าคีรู้ว่ามีลูกคีจะไม่มีความสุข ให้เราสองคนตายไปจากชีวิตของคีแบบนี้น่ะดีแล้ว”
“เกมคิดยังไงปานก็ว่าตามนั้น ปานจะช่วยเกมเลี้ยงหลาน จะทำให้หลานมีความสุขที่สุด สู้ ๆ นะ ปานเป็นกำลังใจให้” พูดพร้อมกับสวมกอดเพื่อนรัก กวิสราต้องการกำลังใจที่สุด เธอพร้อมจะอยู่เคียงข้างเพื่อนเสมอ
..................................................................................
สามปีต่อมา
การประชุมที่ยาวนาน ทำให้คีตภัทรหงุดหงิดไม่น้อย เลขาของเขาทำงานประสาอะไรถึงปล่อยให้มีช่องโหว่ จนทำให้คู่ค้านำมาเป็นข้อต่อรอง จนต้องเสียเวลาไปครึ่งวัน เพราะตกลงกันไม่ได้ คงต้องโละทิ้ง ต่อให้เก่งแค่ไหนถ้าสะเพร่าจนทำให้คู่ค้าเห็นจุดบกพร่องก็คงเอาไว้ไม่ได้
“ขอโทษค่ะท่านประธาน” กิ่งแก้วหน้าเสียเมื่อถูกเรียกไปต่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้น สาวใหญ่ได้แต่ขอโทษ เธอกำชับแล้วว่าต้องรอบคอบให้มาก แต่อุษามณีก็ทำพลาด จนทำให้เกิดเรื่อง เพิ่งผ่านปีนี้มาได้สามเดือน คีตภัทรเปลี่ยนเลขาไปห้าคนแล้ว
“ผมต้องการคนที่ตั้งใจทำงานจริง ๆ ไม่ใช่พวกเช้าชามเย็นชาม” เป็นที่รู้กันว่าท่านประธานเป็นคนทำงานเก่ง และผิดพลาดไม่ได้ เหตุผลนี้เองทำให้เปลี่ยนเลขาเป็นว่าเล่น
“ทราบแล้วค่ะ”
“ออกไปได้แล้ว ต่อไปคงไม่มีข้อผิดพลาดอีกนะ”
“ดิฉันจะกำชับอุษามณีค่ะ”
“เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมหมายความว่าต่อไปนี้ผมต้องไม่เห็นหน้าเธอคนนั้นอีก”
“ค่ะท่าน”
“ยกเลิกนัดคืนนี้ให้ผมด้วย”
“แต่ท่านคะ คุณนิดคงไม่ยะ...” คำพูดที่เหลือค้างไว้แค่ริมฝีปาก เมื่อคีตภัทรขัดขึ้น
“ผมจัดการเอง ออกไปได้แล้ว”
“ค่ะท่าน” กิ่งแก้วเดินคอตกออกไปจากห้อง เมื่อเจ้านายมีคำสั่งนี้ออกมา ให้เธอยกเลิกนัดกับคู่หมั้น นิรดาคงเสียใจ ถ้ารู้ว่าคีตภัทรยกเลิกนัด
สามปีแล้วที่เขาถูกองศาจูงจมูก นิรดากลายเป็นหุ่นเชิดของพ่อ ต่อไปนี้เขาจะยืนด้วยขาของตัวเอง ถึงแม้จะสงสารแต่ก็ต้องทำใจ
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง หมอในห้องผ่าตัดออกมาแจ้งให้ทุกคนทราบว่า กวิสราปลอดภัยแล้ว คีตภัทรดีใจจนเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ปรมะขอตัวพาวันใหม่กลับบ้านหลังจากที่ทราบว่ากวิสราปลอดภัย นิรดากลับมากับเขา เพราะรถของเธออยู่ที่บ้านกวิสรา ระหว่างที่นั่งรถกลับมาด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันมากขึ้น นิรดาเล่าเรื่องราวในชีวิตของเธอให้เขาฟังหลายเรื่อง ปรมะก็เช่นกัน ชายหนุ่มมีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ ไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นมาตอนไหน รู้ตัวอีกทีนิรดาก็ก้าวเข้ามาในหัวใจของเขาแล้ว “มองอะไรคะ” ถามเมื่อปรมะยังไม่ละสายตาออกจากใบหน้าของเธอ “ใครบอกว่าผมมองคุณ ผมมองแฟนผมต่างหาก” ปรมะแถไปอีกทาง “ไหนคะแฟนคุณ ตรงนี้ก็มีฉันคนเดียว” ถามทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแฟนที่ปรมะพูดถึงคือใคร “กลับไปส่องกระจกนะครับ แล้วจะเห็นหน้าแฟนผม” ไม่พูดเปล่าปรมะยังจ้องมาในดวงตาของเธอ “กลับก่อนนะคะ” นิรดาขอตัวกลับ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อเห็นสายตาและการมองของเขา “ขับรถดี ๆ นะ อย่าลืมส่องกระจกนะ ถ้าจะให้ดีส่องแล้วช่วยโทรมาบอกผมด้วยว่าแฟนผมสวยมากไหม” “ไม่คุยกับ
“ถามแม่มึงดูก็แล้วกัน ว่าที่ผ่านมาแม่มึงทำอะไรไว้กับเกมบ้าง” “หยุดนะไอ้ปอ! ไอ้ชั่ว! แกจะทำอะไร” เพียงออด่ากราดเมื่อปรมะพูดประโยคนี้ออกมา “กลับบ้านกันเถอะลูก คืนลูกให้พ่อเขาได้แล้ว” “ไม่ครับแม่ ผมจะอยู่เฝ้าจนกว่าจะแน่ใจว่าเกมปลอดภัย” “นิด...พาพี่คีกลับบ้านเดี๋ยวนี้” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เพียงออจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากนิรดา “นิดว่าคุณแม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ ให้พี่คีอยู่เฝ้าคุณเกมเถอะค่ะ เขาสองคนรักกัน” “พูดอะไรแบบนั้นลูก ที่พี่คีเขาอยู่ที่นี่ก็เพราะความรับผิดชอบ กวิสราถูกยิงบนรถพี่คีเลยต้องดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย” “รีบ ๆ ไปเอาลูกแกมาสิ ยืนบื้ออยู่ได้” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เพียงออจึงหันมาเล่นงานปรมะต่อ “ให้พ่อกับลูกเขาอยู่ด้วยกันเถอะครับคุณป้า เราทำผิดกันมามากแล้ว ทำใจเถอะครับเราหนีความจริงไม่พ้นหรอก” คำพูดของปรมะทำให้หัวใจของคีตภัทรเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมานอกอก “มึงว่าอะไรนะ!” ถามปรมะเพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่ปรมพูดเป็นเรื่องจริง หรือปรมะพูดเพื่อต้องการเอาชนะแม่เขา
คีตภัทรนั่งรออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดด้วยหัวใจที่อ่อนล้า น้ำตาไหลลงมาเป็นสายเมื่อคิดถึงคนที่อยู่ในนั้น ภาพสุดท้ายที่เห็นฝังอยู่ในหัวใจชาตินี้ทั้งชาติคงลบออกไม่ได้ กวิสราถลาเข้ามากอดเขาใช้ตัวของเธอบังเขาเอาไว้ คำว่ารักที่เขาบอกกับเธอออกมาจากความรู้สึกในหัวใจของเขา ถึงกวิสราจะไม่ได้ยิน แต่เขาก็จะพูดมันออกมา และจะบอกกับเธอซ้ำ ๆ จนกว่าเธอจะตื่นขึ้นมาฟัง “ผมรักคุณนะเกม อย่าทิ้งผมไปนะ” พร่ำบอกคำว่ารัก หวังว่าสายลมที่พัดผ่านจะพัดความรักของเขาไปถึงหัวใจของเธอ “คีเป็นยังไงบ้างลูก ไม่เป็นไรใช่ไหม ใจแม่หายหมดเลย” เสียงที่ดังมาจากข้างหลัง ทำให้น้ำตาของคีตภัทรพากันไหลออกมา ร่างสูงหันมาทางแม่ ก่อนจะโผเข้าอกเมื่อแม่กางแขนออก แม่รักและเป็นห่วงเขามาก “ไม่เป็นไรนะลูก แม่อยู่นี่แล้ว” เพียงออปลอบพร้อมกับกอดลูกแนบอก “เกมครับแม่ เกมโดนยิง เกมใช้ตัวบังผมไว้ ผมเลยรอดมาได้ แม่ช่วยเกมด้วยนะครับ” คำพูดของลูกทำให้หัวใจของแม่กระตุก คนขับรถรายงานว่าเลขาถูกยิง ทำไมถึงกลายเป็นกวิสราไปได้ กวิสรามาเกี่ยวข้องอะไรกับลูกชายของนางอีก “กวิสรา...” “คร
ปรมะขับรถด้วยความระมัดระวัง นิรดานั่งคู่มากับเขา วันใหม่นอนหลับอยู่บนตักของเธอ แขนเรียวกอดวันใหม่เอาไว้ “เรื่องก็เป็นอย่างที่ผมเล่าให้คุณฟังนั่นแหละ คุณอย่าเข้าใจผิด เกมพึ่งย้ายไปทำงานกับคี สองคนนั้นไม่ได้ทำอะไรลับหลังคุณหรอกผมเป็นพยานได้” ปรมะอธิบายให้นิรดาฟังเพราะกลัวเธอจะเข้าใจผิด โดยไม่สังเกตเลยสักนิดว่านิรดามีสีหน้าเป็นอย่างไร “ฉันทราบค่ะว่าเขาสองคนไม่ได้ทำอะไรลับหลังฉัน แต่ที่ฉันไม่ทราบก็คือทำไมคุณถึงให้กวิสราออกไปทำงานคะ ทั้ง ๆ ที่คุณก็สามารถดูแลเธอกับลูกได้อย่างสบาย” นิรดาถามและเป็นคำถามที่ทำให้คนฟังต้องถอนหายใจออกมา “นี่คุณไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่นิด” ปรมะถามพร้อมกับปรายตามามองหน้าเธอ “ฉันไม่รู้ค่ะ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกคุณเลยจริง ๆ ฉันรู้แค่ว่าฉันรักพี่คี” นิรดาบอกกับเขา ก่อนจะต้องหลบตาเมื่อถูกปรมะจ้องหน้าอย่างจัง “แค่นั้น คุณรักไอ้คีมาก มากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อได้มันไป โดยไม่สนเลยว่าคนอื่นจะเจ็บปวดและเสียใจแค่ไหน” “ถ้าคนที่คุณหมายถึงคือกวิสรา ฉันก็ไม่เห็นว่าเธอจะเจ็บปวดตรงไหนนี่คะ อีกอย่างคุณช่วย
นิรดานั่งกินขนมกับวันใหม่อยู่บนพื้นห้องนั่งเล่น ในขณะที่ปรมะนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาตัวยาว หลายครั้งที่ตาสองคู่สบกันโดยบังเอิญ เมื่อต่างคนต่างลอบมองหน้ากัน “อร่อยไหมคะ” หญิงสาวถามเด็กน้อย เมื่อวันใหม่ตักขนมที่เธอตัดเป็นชิ้น ๆ เข้าปาก “อร่อยค่ะ” วันใหม่ตอบพร้อมกับยิ้มหวานโชว์ฟันกระต่ายน่ารักให้เธอ ขนมนี้นิรดากดสั่งจากแอปออนไลน์ เธอคิดว่าวันใหม่น่าจะชอบ เพราะรสชาติอร่อย “ถ้าวันใหม่ชอบวันหลังพี่นิดจะซื้อมาฝากนะคะ” พูดแล้วก็อยากกัดลิ้นตัวเอง เธอไม่ได้อยากมาที่นี่เลยสักนิด แล้วจะซื้อขนมมาให้วันใหม่ได้ยังไง คำพูดของหญิงสาวทำให้คนที่นอนไถมือถือบนโซฟายิ้มออกมา ในที่สุดแผนเขาก็สำเร็จไปอีกขั้น นิรดาน่าจะตกหลุมรักวันใหม่เข้าแล้ว ร่างสูงขยับลุกขึ้นในท่านั่ง “ไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับเลยนะคะ” นิรดาบอกกับชายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าทุกอย่างลงตัวแล้ว เหลือก็แค่พาคนตัวเล็กอาบน้ำเข้านอน นั่นก็เป็นหน้าที่ของเขา “จะรีบไปไหนล่ะ ผมยังไม่ได้กินขนมเลย อร่อยมากเลยเหรอคะวันใหม่ ขอลุงชิมบ้างได้ไหมคะ” ปรมะถามคนตัวเล็ก แต่สายตายังมองหน้าหญิงสาวอยู่อย่างนั้น
กวิสรานั่งคู่มากับคีตภัทรเพราะต้องคุยเรื่องงานกับเขา ภายในห้องผู้โดยสารเงียบสนิท เมื่อทั้งสองหมดเรื่องคุยกัน หญิงสาวขยับไปนั่งติดประตูรถ ถึงจะไม่ได้อยู่กันตามลำพังแต่เธอก็อึดอัดไม่น้อย คีตภัทรเปิดมือถือดูงานไปด้วย ในขณะที่เธอกลับง่วงนอนขึ้นมาเสียอย่างนั้น คงเป็นเพราะสิ่งที่เขาทำกับเธอและมีเรื่องให้คิดหลายอย่างจึงทำให้นอนไม่หลับ ไลน์หาปรมะตอนที่รถจอดพัก หญิงสาวสบายใจเมื่อรู้ว่าวันใหม่ไม่งอแง คุยกับปรมะอีกสองสามประโยค ก่อนจะขึ้นรถเมื่อได้เวลาเดินทาง ตาคู่คมมองคนที่นั่งโงนเงนไปมา แล้วขยับเข้ามาใกล้ ๆ เธออีกนิด มือหนาเอื้อมไปรองเมื่อศีรษะเล็กที่ทำท่าจะกระแทกลงกับกระจกรถ มือแกร่งประคองใบหน้าหญิงสาวเอาไว้ แล้วใช้บ่ารองเมื่อเธอซบใบหน้าลงมา “ขอโทษค่ะ” กวิสราขอโทษเมื่อรู้สึกตัว ร่างบางขยับออกห่างอีกนิด เมื่อเห็นว่าอยู่ใกล้เขามากเกินไป ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเพราะชนเข้ากับประตู หญิงสาวมองหน้าคนที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้นั่น แสดงว่าเขาเป็นคนขยับมานั่งติดกับเธอ “ง่วงก็นอนเถอะ งานหนักรอคุณอยู่” คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวย่นคิ้วเข้าหากัน ถ้าบอกว่าเขาเป็นห่วงเธอ จะคิดเข้
[โครงการบ้านจัดสรรชานเมือง] “คุณคีไม่น่าลำบากมาด้วยตัวเองเลยครับ ทางเรากำลังจะสรุปแบบโครงการส่งไปให้อยู่แล้วครับ” วิวัฒน์วิศวกรคุมงานบอกด้วยท่าทางนอบน้อม เมื่อประธานบริษัทมาดูโครงการก่อสร้างด้วยตัวเอง คีตภัทรไม่ตอบโต้ใด ๆ ตาคู่คมมองแบบที่ทีมงานกางให้ดู พร้อมกับฟังคำอธิบายไปด้วย หลังจากเ
นิรดามองร่างสูงใหญ่ที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงกว้าง ด้วยสายตาที่มากไปด้วยความหมาย ก้าวเข้ามาจนชิดเตียงนอน วางหลังมือลงบนหน้าผากกว้าง แล้วดึงกลับอย่างรวดเร็ว เมื่อสัมผัสกับไอร้อนที่แผ่ออกมาจากคนที่นอนหมดสติ “ทำไมถึงเป็นแบบนี้ พี่คีทะเลาะกับผู้หญิงคนนั้นเหรอคะ” “ป้าก็ไม่รู้ค่ะ
สายฝนที่ซัดลงมาบนใบหน้า ไม่ได้มีผลกับคีตภัทรเลยสักนิด เมื่อชายหนุ่มยังคงวิ่งออกไปอย่างไร้จุดหมายจบสิ้นกันแล้วสินะเก้าปีที่มีแต่ความหลอกลวง ในที่สุดกวิสราก็ทำให้เขารู้ว่า รักแท้ไม่มีอยู่จริงเข่าสองข้างทรุดลงกับพื้น ก่อนจะทิ้งตัวหงายหลังลงไปในน้ำที่ขังอยู่บนท้องถนน กวิสราใจร้ายที่สุดทำแบบนี้ไม่ต่า
เย็นวันศุกร์ที่แสนสดใสของใครหลาย ๆ คนต้องพังทลายลงเพราะฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย คีตภัทร พลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเป็นรอบที่ร้อย กว่าสามชั่วโมงแล้วที่เขาติดอยู่บนท้องถนน ชนิดที่เรียกว่าขยับเขยื้อนไม่ได้เลยสักนิด การจราจรที่ติดอยู่แล้ว กลับติดหนักขึ้นไปอีกเมื่อฝนตกหนัก รถมอเตอร์ไซค์หลายคันต้องอา







