เข้าสู่ระบบกวิสราเหลือบมองคนที่นั่งหลับอยู่ที่เบาะด้านหลังด้วยความเป็นห่วง กวางนั่งกอดน้องมาตลอดทาง เด็กสาวเป็นห่วงวันใหม่ไม่น้อยไปกว่าเธอ สี่ปีที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่คิดว่าจะต้องพบเจอกับเขา แต่เหมือนความพยายามของเธอจะสูญเปล่า เพราะเธอเพิ่งวางสายจากคุณยอดยิ่ง อยู่ ๆ ก็มีคำสั่งด่วนให้เธอย้ายงานใหม่ ที่ทำให้กวิสราคิดหนักก็คือ เธอต้องย้ายไปเป็นเลขาของคีตภัทร เมื่อถามหาที่มาของคำสั่งก็ได้คำตอบว่า ที่คุณยอดยิ่งทำแบบนี้ก็เพื่อความอยู่รอดของบริษัท กวิสราจะไม่ทำงานนี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอ แต่ถ้าปฏิเสธก็เท่ากับว่าบริษัทของยอดยิ่งจะต้องพังลง งานที่ทำกับอัครธาดาทั้งหมดจะถูกยกเลิก คีตภัทรใช้เหตุผลนี้มาบีบบังคับ ให้เธอยอมจำนน บริษัทของยอดยิ่งตกอยู่ในสภาวะขาดทุนมาหลายปี เพิ่งจะฟื้นตัวตอนที่เข้ามาทำงานกับอัครธาดา บริษัทต้องแบกภาระมากมาย โดยเฉพาะพนักงานที่จะต้องตกงานถ้าเธอปฏิเสธงานนี้ ถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า เมื่อต้องตอบรับ เจอกันโดยบังเอิญเขายังทำเหมือนจะฆ่าเธอกับลูก ถ้าต้องทำงานด้วยกันจริง ๆ เธอจะมีชีวิตรอดอยู่ได้กี่วัน
“ตกลงค่ะคุณยอด เกมจะไปทำงานกับคุณคีตภัทร” รับคำอย่างมั่นคงถึงแม้จะตรงกันข้ามกับความรู้สึกก็ตาม ยอดยิ่งคือผู้มีพระคุณ ตอนที่เธอตกงานก็ได้เขาช่วยเอาไว้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เธอทำดีที่สุดแล้ว สิ่งเดียวที่เป็นห่วงก็คือลูก ถ้าคุณเพียงออรู้ว่าเธอกลับเข้ามาในชีวิตลูกชายของนาง คุณเพียงออคงไม่ปล่อยเธอกับลูกเอาไว้
“ขอบคุณมากนะครับคุณเกม ผมขอแค่ให้งานที่กำลังทำอยู่สำเร็จ หลังจากนั้นคุณเกมจะลาออกก็ได้ ช่วยผมสักครั้งนะครับ” คำขอร้องของยอดยิ่ง เป็นเครื่องยืนยันว่ายอดยิ่งไม่ได้เอาเปรียบเธอ เขาขอแค่ให้บริษัทตั้งหลักได้ แค่ช่วยให้ผ่านช่วงวิกฤตไปได้เท่านั้นเอง
รถเก๋งสีดำคันใหญ่ที่จอดอยู่ในบ้าน ทำให้กวิสราต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง หญิงสาวมองร่างสูงใหญ่ที่มองมาที่เธอ ก่อนจะหันไปพูดกับกวางไม่ให้เด็กสาวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ที่ที่ทำงานให้ปรมะฟัง
“กวางอย่าบอกเรื่องที่เกิดขึ้น ให้คุณปอรู้นะ”
“คือ...หนู” กวางตอบไม่เต็มเสียง เพราะตอนที่กวิสราคุยโทรศัพท์กับยอดยิ่ง เธอส่งไลน์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ปรมะฟังแล้ว
“มิน่าคุณปอถึงมาที่นี่ บอกอะไรคุณปอบ้าง”
“หนูบอกว่าคุณคนนั้นทำร้ายคุณเกมกับน้องวันใหม่ค่ะ”
“รู้ใช่ไหมว่าจะต้องเกิดเรื่อง คุณปอต้องไม่ยอมแน่ ๆ วันหลังห้ามทำแบบนี้อีกนะ”
“ขอโทษค่ะคุณเกม หนูเห็นว่าคุณเกมถูกทำร้าย เลยอยากให้คุณปอไปทำร้ายคุณคนนั้นคืนค่ะ”
“ช่างเถอะ อุ้มวันใหม่เข้าไปในบ้านระวังอย่าให้คุณปอเห็นแขนน้อง ฉันจะคุยกับคุณปอเอง” ดุกวางไปก็เท่านั้นเพราะเรื่องเกิดขึ้นมาแล้ว ปรมะคงไม่ยอมอยู่เฉย ๆ เขาต้องตามไปเอาเรื่องคีตภัทรแน่ ๆ มาหาวิธีพูดให้ปรมะใจเย็นจะดีกว่า จะได้ผ่อนหนักให้เป็นเบา ต่างคนต่างแรงมีแต่จะเสียกับเสีย
“เกิดอะไรขึ้นเกม วันใหม่เป็นอะไรมากไหม ไอ้คีทำแบบนี้ได้ยังไง ผมจะเอาเลือดหัวมันออก” ทันทีที่เห็นหน้าหญิงสาว ปรมะก็ยิงคำถามใส่ กวิสราส่งสัญญาณให้กวางอุ้มคณิสาเข้าบ้านเพราะไม่อยากให้ปรมะเห็นรอยเขียวช้ำบนตัวลูก
“ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องเข้าใจผิดกัน”
“กวางเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว ไอ้คีทำร้ายวันใหม่ คุณยังจะปกป้องมันอีกเหรอ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ คุณคีไม่ได้ทำอะไรรุนแรง ปอใจเย็น ๆ ก่อนนะ ทานอะไรมาหรือยัง อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันนะ เกมซื้อของสดมาหลายอย่าง ปออยากกินอะไรไหม” เอาเรื่องกับข้าวมาเบี่ยงเบนความสนใจ เพราะไม่อยากให้ปรมะติดใจเรื่องนี้ ปรมะรักคณิสามากคงไม่ยอมถ้ารู้ว่าหลานถูกรังแก
“ไม่เป็นไร ผมแค่แวะมาดูเฉย ๆ คุณกับลูกไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ถ้าไม่สบายใจก็ลาออกเถอะ ไอ้คีคงไม่หยุดแค่นี้ ผมไม่อยากให้วันใหม่ต้องมาเจอกับเรื่องแย่ ๆ อีก วันใหม่กำลังจำผมกลัวแกจะฝังใจ คุณเองก็เหมือนกันระวังตัวด้วยนะ”
“ขอบคุณนะ เกมจะระวังตัว” รู้ว่าคีตภัทรมาอาละวาดที่ทำงาน ปรมะยังสั่งให้ลาออก ถ้าเขารู้ว่าเธอต้องไปทำงานกับคีตภัทรคงเป็นเรื่องแน่นอน เพราะปรมะไม่อยากให้เธอไปวุ่นวายกับคีตภัทรอีก เพราะรอบ ๆ ตัวเขามีแต่คนใจร้าย
ปรมะมองหน้าหญิงสาว ไม่พูดอะไรอีกเพราะไม่อยากทำใหกวิสราไม่สบายใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมา กวิสราไม่เคยลืมคีตภัทรเลยสักครั้ง ลูกทำให้เธอรักเขามากขึ้น ที่ทำมาทั้งหมดคงสูญเปล่า เพราะหัวใจของเธอไม่เคยเล่นไปตามเกมเลยสักครั้ง
“ขับรถดี ๆ นะ น่าจะอยู่เจอวันใหม่ก่อน”
“แน่ใจนะว่าอยากให้ผมอยู่เจอหลาน ไม่กลัวว่าหลานฟ้องอะไรผมเหรอ” คำพูดของปรมะทำให้กวิสราต้องหลุบตามองต่ำ เพราะไม่กล้าสบตากับเขา
“ผมล้อเล่นน่ะ ไว้วันหลังจะแวะมากินข้าวด้วย วันนี้มีธุระต้องไปทำต่อ ดูแลตัวเองนะ ฝากหอมแก้มวันใหม่ด้วย” มือแกร่งตบลงบนบ่าบาง ก่อนจะเดินผ่านหน้าเธอไปยังรถที่จอดไว้หน้าบ้าน เรื่องราวระหว่างคีตภัทรกับกวิสราจะเป็นอย่างไรก็ตาม เขาก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างและดูแลเธอกับลูกตลอดไป
คลิปวิดีโอที่ถูกส่งเข้ามาทางไลน์ มีความยาวไม่ถึงสองนาที แต่ทำให้นิรดาเจ็บร้าวไปทั้งอก ภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปชัดเจน ราวกับว่าคนถ่ายจงใจถ่ายมาให้เธอโดยเฉพาะ คีตภัทรกับกวิสรามีปากเสียงกัน สิ่งที่ทั้งสองยื้อแย่งกันคือเด็กหญิงอายุราว ๆ สามถึงสี่ขวบ ระยะเวลาที่ทั้งสองเลิกกันเท่ากับอายุของเด็กในคลิป ถ้า
กวิสราไม่ได้มีคนอื่น เด็กคนนี้ก็คงเป็นลูกของเขา เรื่องราวของคนทั้งสองคงเป็นคลื่นใต้น้ำที่รอวันโหมกระหน่ำ เธอไม่รู้ว่าสาเหตุที่ทำให้ทั้งสองเลิกกันเพราะอะไร คุณเพียงออบอกแค่ว่า คีตภัทรจับได้ว่ากวิสราเป็นชู้กับปรมะ ทั้งสองจึงแยกทางกัน เมื่อพูดถึงปรมะหญิงสาวก็นึกขึ้นได้ว่า หลังจากหมั้นกับคีตภัทร เธอก็ไม่เคยเจอกับปรมะอีกเลย ทั้ง ๆ ที่อยู่วงการเดียวกัน ราวกับว่าเขาจงใจหลบหน้าเธอ“คุณนิดคะ มีแขกมาขอพบคุณค่ะ” โทรศัพท์จากเลขาส่วน ตัวปลุกหญิงสาวออกจากภวังค์ความคิด
“ใคร” ถามกลับไปตามสายเพราะแน่ใจว่าเวลานี้เธอไม่ได้นัดใครเอาไว้
“คุณปรมะค่ะ” คำตอบของเลขาทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุก คิดถึงเขาก็มาพอดี คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ การมาของปรมะน่าจะเกี่ยวข้องกับคลิปที่เธอเพิ่งดูจบ เขามาหาผิดคนเสียแล้ว เพราะคนที่เขาต้องไปหาคือคีตภัทร เพราะเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง หมอในห้องผ่าตัดออกมาแจ้งให้ทุกคนทราบว่า กวิสราปลอดภัยแล้ว คีตภัทรดีใจจนเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ปรมะขอตัวพาวันใหม่กลับบ้านหลังจากที่ทราบว่ากวิสราปลอดภัย นิรดากลับมากับเขา เพราะรถของเธออยู่ที่บ้านกวิสรา ระหว่างที่นั่งรถกลับมาด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันมากขึ้น นิรดาเล่าเรื่องราวในชีวิตของเธอให้เขาฟังหลายเรื่อง ปรมะก็เช่นกัน ชายหนุ่มมีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ ไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นมาตอนไหน รู้ตัวอีกทีนิรดาก็ก้าวเข้ามาในหัวใจของเขาแล้ว “มองอะไรคะ” ถามเมื่อปรมะยังไม่ละสายตาออกจากใบหน้าของเธอ “ใครบอกว่าผมมองคุณ ผมมองแฟนผมต่างหาก” ปรมะแถไปอีกทาง “ไหนคะแฟนคุณ ตรงนี้ก็มีฉันคนเดียว” ถามทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแฟนที่ปรมะพูดถึงคือใคร “กลับไปส่องกระจกนะครับ แล้วจะเห็นหน้าแฟนผม” ไม่พูดเปล่าปรมะยังจ้องมาในดวงตาของเธอ “กลับก่อนนะคะ” นิรดาขอตัวกลับ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อเห็นสายตาและการมองของเขา “ขับรถดี ๆ นะ อย่าลืมส่องกระจกนะ ถ้าจะให้ดีส่องแล้วช่วยโทรมาบอกผมด้วยว่าแฟนผมสวยมากไหม” “ไม่คุยกับ
“ถามแม่มึงดูก็แล้วกัน ว่าที่ผ่านมาแม่มึงทำอะไรไว้กับเกมบ้าง” “หยุดนะไอ้ปอ! ไอ้ชั่ว! แกจะทำอะไร” เพียงออด่ากราดเมื่อปรมะพูดประโยคนี้ออกมา “กลับบ้านกันเถอะลูก คืนลูกให้พ่อเขาได้แล้ว” “ไม่ครับแม่ ผมจะอยู่เฝ้าจนกว่าจะแน่ใจว่าเกมปลอดภัย” “นิด...พาพี่คีกลับบ้านเดี๋ยวนี้” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เพียงออจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากนิรดา “นิดว่าคุณแม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ ให้พี่คีอยู่เฝ้าคุณเกมเถอะค่ะ เขาสองคนรักกัน” “พูดอะไรแบบนั้นลูก ที่พี่คีเขาอยู่ที่นี่ก็เพราะความรับผิดชอบ กวิสราถูกยิงบนรถพี่คีเลยต้องดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย” “รีบ ๆ ไปเอาลูกแกมาสิ ยืนบื้ออยู่ได้” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เพียงออจึงหันมาเล่นงานปรมะต่อ “ให้พ่อกับลูกเขาอยู่ด้วยกันเถอะครับคุณป้า เราทำผิดกันมามากแล้ว ทำใจเถอะครับเราหนีความจริงไม่พ้นหรอก” คำพูดของปรมะทำให้หัวใจของคีตภัทรเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมานอกอก “มึงว่าอะไรนะ!” ถามปรมะเพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่ปรมพูดเป็นเรื่องจริง หรือปรมะพูดเพื่อต้องการเอาชนะแม่เขา
คีตภัทรนั่งรออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดด้วยหัวใจที่อ่อนล้า น้ำตาไหลลงมาเป็นสายเมื่อคิดถึงคนที่อยู่ในนั้น ภาพสุดท้ายที่เห็นฝังอยู่ในหัวใจชาตินี้ทั้งชาติคงลบออกไม่ได้ กวิสราถลาเข้ามากอดเขาใช้ตัวของเธอบังเขาเอาไว้ คำว่ารักที่เขาบอกกับเธอออกมาจากความรู้สึกในหัวใจของเขา ถึงกวิสราจะไม่ได้ยิน แต่เขาก็จะพูดมันออกมา และจะบอกกับเธอซ้ำ ๆ จนกว่าเธอจะตื่นขึ้นมาฟัง “ผมรักคุณนะเกม อย่าทิ้งผมไปนะ” พร่ำบอกคำว่ารัก หวังว่าสายลมที่พัดผ่านจะพัดความรักของเขาไปถึงหัวใจของเธอ “คีเป็นยังไงบ้างลูก ไม่เป็นไรใช่ไหม ใจแม่หายหมดเลย” เสียงที่ดังมาจากข้างหลัง ทำให้น้ำตาของคีตภัทรพากันไหลออกมา ร่างสูงหันมาทางแม่ ก่อนจะโผเข้าอกเมื่อแม่กางแขนออก แม่รักและเป็นห่วงเขามาก “ไม่เป็นไรนะลูก แม่อยู่นี่แล้ว” เพียงออปลอบพร้อมกับกอดลูกแนบอก “เกมครับแม่ เกมโดนยิง เกมใช้ตัวบังผมไว้ ผมเลยรอดมาได้ แม่ช่วยเกมด้วยนะครับ” คำพูดของลูกทำให้หัวใจของแม่กระตุก คนขับรถรายงานว่าเลขาถูกยิง ทำไมถึงกลายเป็นกวิสราไปได้ กวิสรามาเกี่ยวข้องอะไรกับลูกชายของนางอีก “กวิสรา...” “คร
ปรมะขับรถด้วยความระมัดระวัง นิรดานั่งคู่มากับเขา วันใหม่นอนหลับอยู่บนตักของเธอ แขนเรียวกอดวันใหม่เอาไว้ “เรื่องก็เป็นอย่างที่ผมเล่าให้คุณฟังนั่นแหละ คุณอย่าเข้าใจผิด เกมพึ่งย้ายไปทำงานกับคี สองคนนั้นไม่ได้ทำอะไรลับหลังคุณหรอกผมเป็นพยานได้” ปรมะอธิบายให้นิรดาฟังเพราะกลัวเธอจะเข้าใจผิด โดยไม่สังเกตเลยสักนิดว่านิรดามีสีหน้าเป็นอย่างไร “ฉันทราบค่ะว่าเขาสองคนไม่ได้ทำอะไรลับหลังฉัน แต่ที่ฉันไม่ทราบก็คือทำไมคุณถึงให้กวิสราออกไปทำงานคะ ทั้ง ๆ ที่คุณก็สามารถดูแลเธอกับลูกได้อย่างสบาย” นิรดาถามและเป็นคำถามที่ทำให้คนฟังต้องถอนหายใจออกมา “นี่คุณไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่นิด” ปรมะถามพร้อมกับปรายตามามองหน้าเธอ “ฉันไม่รู้ค่ะ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกคุณเลยจริง ๆ ฉันรู้แค่ว่าฉันรักพี่คี” นิรดาบอกกับเขา ก่อนจะต้องหลบตาเมื่อถูกปรมะจ้องหน้าอย่างจัง “แค่นั้น คุณรักไอ้คีมาก มากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อได้มันไป โดยไม่สนเลยว่าคนอื่นจะเจ็บปวดและเสียใจแค่ไหน” “ถ้าคนที่คุณหมายถึงคือกวิสรา ฉันก็ไม่เห็นว่าเธอจะเจ็บปวดตรงไหนนี่คะ อีกอย่างคุณช่วย
นิรดานั่งกินขนมกับวันใหม่อยู่บนพื้นห้องนั่งเล่น ในขณะที่ปรมะนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาตัวยาว หลายครั้งที่ตาสองคู่สบกันโดยบังเอิญ เมื่อต่างคนต่างลอบมองหน้ากัน “อร่อยไหมคะ” หญิงสาวถามเด็กน้อย เมื่อวันใหม่ตักขนมที่เธอตัดเป็นชิ้น ๆ เข้าปาก “อร่อยค่ะ” วันใหม่ตอบพร้อมกับยิ้มหวานโชว์ฟันกระต่ายน่ารักให้เธอ ขนมนี้นิรดากดสั่งจากแอปออนไลน์ เธอคิดว่าวันใหม่น่าจะชอบ เพราะรสชาติอร่อย “ถ้าวันใหม่ชอบวันหลังพี่นิดจะซื้อมาฝากนะคะ” พูดแล้วก็อยากกัดลิ้นตัวเอง เธอไม่ได้อยากมาที่นี่เลยสักนิด แล้วจะซื้อขนมมาให้วันใหม่ได้ยังไง คำพูดของหญิงสาวทำให้คนที่นอนไถมือถือบนโซฟายิ้มออกมา ในที่สุดแผนเขาก็สำเร็จไปอีกขั้น นิรดาน่าจะตกหลุมรักวันใหม่เข้าแล้ว ร่างสูงขยับลุกขึ้นในท่านั่ง “ไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับเลยนะคะ” นิรดาบอกกับชายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าทุกอย่างลงตัวแล้ว เหลือก็แค่พาคนตัวเล็กอาบน้ำเข้านอน นั่นก็เป็นหน้าที่ของเขา “จะรีบไปไหนล่ะ ผมยังไม่ได้กินขนมเลย อร่อยมากเลยเหรอคะวันใหม่ ขอลุงชิมบ้างได้ไหมคะ” ปรมะถามคนตัวเล็ก แต่สายตายังมองหน้าหญิงสาวอยู่อย่างนั้น
กวิสรานั่งคู่มากับคีตภัทรเพราะต้องคุยเรื่องงานกับเขา ภายในห้องผู้โดยสารเงียบสนิท เมื่อทั้งสองหมดเรื่องคุยกัน หญิงสาวขยับไปนั่งติดประตูรถ ถึงจะไม่ได้อยู่กันตามลำพังแต่เธอก็อึดอัดไม่น้อย คีตภัทรเปิดมือถือดูงานไปด้วย ในขณะที่เธอกลับง่วงนอนขึ้นมาเสียอย่างนั้น คงเป็นเพราะสิ่งที่เขาทำกับเธอและมีเรื่องให้คิดหลายอย่างจึงทำให้นอนไม่หลับ ไลน์หาปรมะตอนที่รถจอดพัก หญิงสาวสบายใจเมื่อรู้ว่าวันใหม่ไม่งอแง คุยกับปรมะอีกสองสามประโยค ก่อนจะขึ้นรถเมื่อได้เวลาเดินทาง ตาคู่คมมองคนที่นั่งโงนเงนไปมา แล้วขยับเข้ามาใกล้ ๆ เธออีกนิด มือหนาเอื้อมไปรองเมื่อศีรษะเล็กที่ทำท่าจะกระแทกลงกับกระจกรถ มือแกร่งประคองใบหน้าหญิงสาวเอาไว้ แล้วใช้บ่ารองเมื่อเธอซบใบหน้าลงมา “ขอโทษค่ะ” กวิสราขอโทษเมื่อรู้สึกตัว ร่างบางขยับออกห่างอีกนิด เมื่อเห็นว่าอยู่ใกล้เขามากเกินไป ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเพราะชนเข้ากับประตู หญิงสาวมองหน้าคนที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้นั่น แสดงว่าเขาเป็นคนขยับมานั่งติดกับเธอ “ง่วงก็นอนเถอะ งานหนักรอคุณอยู่” คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวย่นคิ้วเข้าหากัน ถ้าบอกว่าเขาเป็นห่วงเธอ จะคิดเข้
ใบหน้าหล่อเหลาไล้เรื่อยลงไปตามซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายสาวทำให้ปรมะคุมตัวเองไม่อยู่ ลำคอแห้งผาดแก่นกายที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงยีนส์ผ้าเนื้อดีฮึกเหิม เมื่อเจ้าของร่างหนายังคงรุกรานคนในอ้อมแขนไม่หยุด นิรดาห่อตัวหนี กำปั้นน้อย ๆ ทุบลงบนอกกว้าง เพื่อเตือนสติให้เขารู้สึกตัว “อืม
นิรดามองคนที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ชัดเจนที่สุดคงเป็นความเกลียดชัง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ปรมะก็ยังใช้สายตาแบบเดิมมองเธอ ดูถูกเหยียดหยามและยั้ยหยันปนอยู่ในนั้น จังหวะที่สบตากัน นิรดาก็รู้ว่าปรมะก็รู้สึกต่างจากเธอ เขาก็เกลียดเธอไม่น้อยเช่นกัน “เชิญนั่งค่ะ!” คำพูด
คำขอร้องและคำห้ามปรามของวิวัฒน์และกวิสรา ไม่ได้มีผลกับคีตภัทรเลยสักนิด เมื่อชายหนุ่มยังคงเอาแต่ใจ ความโกรธกับความโมโหที่ปะทุขึ้น บวกกับความรู้สึกที่ถูกทำร้ายและทรยศหักหลัง จึงทำให้เขาอยากเอาชนะหมับมือแกร่งคว้าลงบนแขน ของคนที่แอบอยู่หลังแม่ แล้วออกแรงกระชากจนคณิสาลอยติดมือ การกระทำที่อุกอาจของเขาท
[โครงการบ้านจัดสรรชานเมือง] “คุณคีไม่น่าลำบากมาด้วยตัวเองเลยครับ ทางเรากำลังจะสรุปแบบโครงการส่งไปให้อยู่แล้วครับ” วิวัฒน์วิศวกรคุมงานบอกด้วยท่าทางนอบน้อม เมื่อประธานบริษัทมาดูโครงการก่อสร้างด้วยตัวเอง คีตภัทรไม่ตอบโต้ใด ๆ ตาคู่คมมองแบบที่ทีมงานกางให้ดู พร้อมกับฟังคำอธิบายไปด้วย หลังจากเ







