เข้าสู่ระบบ[โครงการบ้านจัดสรรชานเมือง]
“คุณคีไม่น่าลำบากมาด้วยตัวเองเลยครับ ทางเรากำลังจะสรุปแบบโครงการส่งไปให้อยู่แล้วครับ” วิวัฒน์วิศวกรคุมงานบอกด้วยท่าทางนอบน้อม เมื่อประธานบริษัทมาดูโครงการก่อสร้างด้วยตัวเอง คีตภัทรไม่ตอบโต้ใด ๆ ตาคู่คมมองแบบที่ทีมงานกางให้ดู พร้อมกับฟังคำอธิบายไปด้วย หลังจากเข้ามาบริหารงานในบริษัทได้ไม่นาน คีตภัทรก็เปิดบริษัทใหม่หลายแห่ง แยกจากอัครธาดาที่ใหญ่โต และมีสาขาเพิ่มขึ้นมากมาย
“เปิดได้เร็วที่สุดเมื่อไร”
“ยอดจองได้เกินครึ่งแล้วครับ คาดว่ากลางปีนี้น่าจะลงมือได้เลยครับ”
“ทำโฆษณา เพิ่มส่วนลด และเพิ่มของแถมไปอีกห้ารายการ ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าเชื่อมั่นและมาจองกับเรา โครงการนี้ผมจะไม่เอาชื่ออัครธาดามาเป็นจุดขาย ยอดจองต้องมาจากความพอใจของลูกค้าเท่านั้น”
“ครับ ผมจะทำตามที่คุณคีแนะนำ แล้วจะรีบสรุปแบบส่งให้เร็วที่สุด เชิญที่สำนักงานดีกว่าครับ ตรงนี้แดดมันร้อน”
“ไปที่ห้องพักดีกว่าค่ะ วันนี้แดดร้อนมากจริง ๆ” สุชาดาที่ตามคีตภัทรมาจากบริษัทออดอ้อน เมื่อทนกับแดดตอนเที่ยงวันไม่ไหว หญิงสาวก่นด่าตัวเองในใจ ตามมาให้ลำบาก คีตภัทรไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเธอเลยสักนิด ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ นั่งตากแอร์รอที่บริษัทดีกว่า
“คุณสุไปก่อนเถอะครับ ผมจะเดินไปดูทางนั้นอีกสักหน่อย” คีตภัทรบอกพร้อมกับชี้มือไปยังบริเวณที่เป็นเขตชุมชน ถึงแม้จะมีรั้วสูงกั้นเอาไว้ แต่ก็รู้สึกขัดตา ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะมีสลัมอยู่ติดกับโครงการพันล้านของเขา
“งั้นสุไปรอในออฟฟิศนะคะ” พูดจบก็เดินตามคนงานออกไป สุชาดาเป็นนางแบบที่เข้ามาติดพันทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว
“ที่ตรงนั้นมันดูขัดตา คุณจัดการให้ผมได้ไหม” ตอนที่มาซื้อที่ตรงนี้ เขาคิดว่าชุมชนไม่เป็นอุปสรรค กั้นรั้วให้สูงก็มองไม่เห็นแล้ว แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ชุมชนกลับบดบังทัศนียภาพ ทำให้โครงการของเขาดูด้อยค่าลงไป
“ที่ตรงนั้นเป็นชุมชนเก่าแก่ ผมเกรงว่า...” คำพูดที่เหลือของวิวัฒน์ค้างไว้แค่ริมฝีปาก เมื่อคีตภัทรชัดขึ้น
“เสนอเงินให้สักก้อน ถ้าพูดไม่รู้เรื่องก็จัดการขั้นเด็ดขาด ผมไม่อยากเห็นมันอีก” คีตภัทรยื่นคำขาด มาคราวหน้าเขาต้องไม่เห็นชุมชนแออัดข้างรั้วนั่น ต้องเสียเงินอีกเท่าไร เขาก็พร้อมจ่าย
“ครับท่าน” วิวัฒน์รับปากทั้ง ๆ ที่รู้สึกไม่สบายใจ เพราะไม่อยากมีปัญหากับคนในชุมชน แต่เมื่อเจ้านายสั่งมาก็ต้องทำตามคำสั่ง
“วันใหม่รอพี่ด้วย อย่าวิ่งสิคะเดี๋ยวล้ม” เสียงร้องห้ามที่ดังมาพร้อมกับร่างเล็กกลมป้อม ในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่อง ที่กำลังวิ่งมาทางเค้า ทำให้คีตภัทรหยุดเท้าที่กำลังก้าวเดิน ตาคู่คมจับจ้องอยู่ที่ร่างเล็กที่ยิ่งผ่านหน้าไป ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังคนที่วิ่งตามมาด้วยความไม่พอใจ เขตก่อสร้างที่มีทั้งคนงานและเครื่องจักรกำลังทำงาน ทำไมถึงมีเด็กเข้ามาวิ่งเล่นได้ ดูเหมือนเด็กน้อยจะคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี เพราะเธอวิ่งผ่านหน้าเขาไปยังตู้คอนเทนเนอร์ ที่ดัดแปลงเป็นออฟฟิศสำหรับพนักงาน
“เด็กที่ไหน! ทำไมถึงมาวิ่งเล่นในนี้ ไม่รู้เหรอว่ามันตราย!” วิวัฒน์หน้าถอดสีเมื่อได้ยินคำถามของเจ้านาย
“หนูวันใหม่ลูกสาวคุณเกม ผู้ช่วยคุณยอดยิ่งเจ้าของบริษัทบิ้วอิน ที่ออกแบบภายในให้โครงการของเราครับ”
“เกม...เกมไหน” ชื่อที่ได้ยินทำให้คีตภัทรต้องถามต่อ
“คุณเกม กวิสรา ผู้ช่วยคุณยอดยิ่งเจ้าของบริษัท ที่เราจ้างมาออกแบบภายในครับ” อธิบายให้เจ้านายฟังอีกครั้ง เมื่อเห็นแววตาของคีตภัทร วิวัฒน์ก็อดเสียวสันหลังไม่ได้
“ผมจะบอกคุณเกมว่าไม่ให้พาลูกมาที่นี่อีก ขอโทษครับเป็นความผิดของผมเอง” วิวัฒน์ออกรับแทนเพราะไม่อยากให้มีปัญหา
“กำลังอยากรู้พอดีว่าออกแบบภายในไปถึงไหนแล้ว พาผมไปดูหน่อยเผื่อมีจุดที่ต้องแก้ไข” ชื่อเล่นกับชื่อจริงที่ตรงกัน ทำให้คีตภัทรไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ เกือบสี่ปีแล้วที่เขาไม่ได้เจอกับเธอ ถ้าใช่จริง ๆ เด็กคนนั้นคงเป็นลูกสาวของเธอกับปรมะ มุมปากหยักยกยิ้ม บางครั้งโลกก็กลมเหมือนกับตั้งใจ
“คูมแม่ วันใหม่มาแล้วค่ะ” ทันทีที่ประตูเปิดออก เด็กน้อยก็วิ่งเข้าไปหาคนเป็นแม่ กวิสราที่กำลังดูแบบจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ต้องล่ะมือจากงานที่ทำ ร่างอวบย่อตัวลงกับพื้น กางแขนออกรับ ก่อนจะเซไปข้างหลังเล็กน้อย เมื่อร่างเล็กกลมป้อมโถมเข้าใส่
“คิดถึงจังเลย วันนี้วันใหม่เป็นเด็กดีหรือเปล่า” สวมกอดพร้อมกับพรมจูบไปตามศีรษะและกระหม่อมบาง ก่อนจะตั้งคำถาม
“วันใหม่เป็นเด็กดีค่ะ วันใหม่ไม่ดื้อ” เด็กน้อยตอบด้วยความไร้เดียงสา
“จริงหรือเปล่า เดี๋ยวแม่จะถามพี่กวางถ้าพี่กวางบอกว่าหนูดื้อ วันใหม่ต้องถูกทำโทษนะคะ”
“จริงค่ะ วันใหม่ไม่ดื้อ” เด็กน้อยยังยืนยันคำเดิม กวิสรามองหน้าพี่เลี้ยงของลูกสาว พร้อมกับยิ้มออกมา เอ็นดูให้กับความไร้เดียงสาของลูกน้อย วันใหม่เป็นเด็กน่ารัก ไม่ดื้อไม่อ้อนและไม่งอแงเหมือนเด็กวัยเดียวกัน ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเธอสอนให้ลูกมีเหตุผล และเข้มแข็งมาตั้งแต่เด็ก กวิสราต้องทำงาน ถึงแม้จะไม่ค่อยมีเวลาแต่กวิสราก็ไม่เคยทิ้งลูกเลยสักครั้ง ให้ความรักความอุบอุ่นเท่าที่แม่คนหนึ่งจะให้ลูกได้ คณิสาจึงเป็นเด็กน่ารัก สดใส ร่าเริงสมวัย
ปัง
เสียงเปิดประตูเข้ามาอย่างแรง ทำให้คนที่อยู่ในห้องต้องหันไปมอง
“ไม่ยักรู้ว่าที่นี่เปิดเนอสเซอรี่เลี้ยงเด็กด้วย เอาเวลางานมาเลี้ยงลูก สงสารเจ้าของบริษัท ที่เสียเงินจ้างคนไม่คุ้มกับงาน” คำพูดกระแนะกระแหนที่ได้ยิน ทำให้กวิสราตัวชา แล้วก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร
“คี!” อุทานออกมาด้วยความตกใจ พร้อมกับดึงวันใหม่มาซ่อนไว้ข้างหลัง
“คือ...แบบนี้ครับคุณคี” วิวัฒน์กำลังจะอธิบายถึงลักษณะงานที่กวิสราทำ แต่ก็ถูกขัดขึ้นเสียก่อน
“ที่งานช้าเพราะแบบนี้นี่เอง ไอ้ปอไปไหนเสียล่ะ ถึงต้องหอบลูกมาเลี้ยงที่นี่”
“คูมแม่...วันใหม่กลัว” คณิสากอดขาแม่ พร้อมกับบอกความรู้สึกออกมา ตกใจกับน้ำเสียงและท่าทางของคนแปลกหน้าที่บุกรุกเข้ามา
“ชื่อวันใหม่เหรอ ออกมานี่สิ ขอดูหน้าชัด ๆ หน่อย” พูดจบคีตภัทรก็เอื้อมมือไปหาเด็กน้อย ที่ซุกตัวอยู่ข้างหลังแม่ กวิสราตกใจกับการกระทำที่คุกคามของคีตภัทรไม่น้อย ตั้งสติแล้วกอดลูกเอาไว้แนบอก
“ไม่ต้องกลัวนะคะ แม่อยู่นี่แล้ว” ปลอบลูกน้อย พร้อมกับหันไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม คีตภัทรแสยะยิ้มออกมาอย่างน่าเกลียด โกรธกรุ่นและสะอิดสะเอียนกับความรักที่หญิงสาวแสดงออกกับลูก จนลืมไปว่าตอนนี้เขากับเธอไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว
“หึ! หน้าเหมือนไอ้ปอยังถอด คงตั้งใจทำมากสินะ!”
“คี!”
“หรือไม่จริง โบราณว่าไว้ถ้าลูกหน้าเหมือนพ่อ แสดงว่าแม่รักพ่อมาก คุณคงรักมันมากสินะ ถึงได้ทรยศผม!”
“หยุดนะ! รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา” กวิสราตวาดลั่นเมื่อคีตภัทรเริ่มพูดจาไม่เข้าหู เขาลืมไปหรือเปล่าว่าอยู่ในฐานะอะไร คนที่นี่ก็ไม่รู้เรื่องราวระหว่างเค้ากับเธอ คีตภัทรกำลังทำให้ตัวเองเสียชื่อเสียง
“ผมว่าใจเย็น ๆ กันก่อนนะครับ” วิวัฒน์เข้ามาไกล่เกลี่ย เมื่อเห็นว่าเรื่องราวกำลังจะบานปลายไปใหญ่โต ถึงแม้จะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ แต่การกระทำของเจ้านายก็บอกให้รู้ว่าสองคนนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกัน
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง หมอในห้องผ่าตัดออกมาแจ้งให้ทุกคนทราบว่า กวิสราปลอดภัยแล้ว คีตภัทรดีใจจนเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ปรมะขอตัวพาวันใหม่กลับบ้านหลังจากที่ทราบว่ากวิสราปลอดภัย นิรดากลับมากับเขา เพราะรถของเธออยู่ที่บ้านกวิสรา ระหว่างที่นั่งรถกลับมาด้วยกัน ทั้งสองพูดคุยกันมากขึ้น นิรดาเล่าเรื่องราวในชีวิตของเธอให้เขาฟังหลายเรื่อง ปรมะก็เช่นกัน ชายหนุ่มมีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ ไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นมาตอนไหน รู้ตัวอีกทีนิรดาก็ก้าวเข้ามาในหัวใจของเขาแล้ว “มองอะไรคะ” ถามเมื่อปรมะยังไม่ละสายตาออกจากใบหน้าของเธอ “ใครบอกว่าผมมองคุณ ผมมองแฟนผมต่างหาก” ปรมะแถไปอีกทาง “ไหนคะแฟนคุณ ตรงนี้ก็มีฉันคนเดียว” ถามทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแฟนที่ปรมะพูดถึงคือใคร “กลับไปส่องกระจกนะครับ แล้วจะเห็นหน้าแฟนผม” ไม่พูดเปล่าปรมะยังจ้องมาในดวงตาของเธอ “กลับก่อนนะคะ” นิรดาขอตัวกลับ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อเห็นสายตาและการมองของเขา “ขับรถดี ๆ นะ อย่าลืมส่องกระจกนะ ถ้าจะให้ดีส่องแล้วช่วยโทรมาบอกผมด้วยว่าแฟนผมสวยมากไหม” “ไม่คุยกับ
“ถามแม่มึงดูก็แล้วกัน ว่าที่ผ่านมาแม่มึงทำอะไรไว้กับเกมบ้าง” “หยุดนะไอ้ปอ! ไอ้ชั่ว! แกจะทำอะไร” เพียงออด่ากราดเมื่อปรมะพูดประโยคนี้ออกมา “กลับบ้านกันเถอะลูก คืนลูกให้พ่อเขาได้แล้ว” “ไม่ครับแม่ ผมจะอยู่เฝ้าจนกว่าจะแน่ใจว่าเกมปลอดภัย” “นิด...พาพี่คีกลับบ้านเดี๋ยวนี้” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เพียงออจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากนิรดา “นิดว่าคุณแม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ ให้พี่คีอยู่เฝ้าคุณเกมเถอะค่ะ เขาสองคนรักกัน” “พูดอะไรแบบนั้นลูก ที่พี่คีเขาอยู่ที่นี่ก็เพราะความรับผิดชอบ กวิสราถูกยิงบนรถพี่คีเลยต้องดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย” “รีบ ๆ ไปเอาลูกแกมาสิ ยืนบื้ออยู่ได้” เมื่อทำอะไรไม่ได้ เพียงออจึงหันมาเล่นงานปรมะต่อ “ให้พ่อกับลูกเขาอยู่ด้วยกันเถอะครับคุณป้า เราทำผิดกันมามากแล้ว ทำใจเถอะครับเราหนีความจริงไม่พ้นหรอก” คำพูดของปรมะทำให้หัวใจของคีตภัทรเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมานอกอก “มึงว่าอะไรนะ!” ถามปรมะเพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่ปรมพูดเป็นเรื่องจริง หรือปรมะพูดเพื่อต้องการเอาชนะแม่เขา
คีตภัทรนั่งรออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดด้วยหัวใจที่อ่อนล้า น้ำตาไหลลงมาเป็นสายเมื่อคิดถึงคนที่อยู่ในนั้น ภาพสุดท้ายที่เห็นฝังอยู่ในหัวใจชาตินี้ทั้งชาติคงลบออกไม่ได้ กวิสราถลาเข้ามากอดเขาใช้ตัวของเธอบังเขาเอาไว้ คำว่ารักที่เขาบอกกับเธอออกมาจากความรู้สึกในหัวใจของเขา ถึงกวิสราจะไม่ได้ยิน แต่เขาก็จะพูดมันออกมา และจะบอกกับเธอซ้ำ ๆ จนกว่าเธอจะตื่นขึ้นมาฟัง “ผมรักคุณนะเกม อย่าทิ้งผมไปนะ” พร่ำบอกคำว่ารัก หวังว่าสายลมที่พัดผ่านจะพัดความรักของเขาไปถึงหัวใจของเธอ “คีเป็นยังไงบ้างลูก ไม่เป็นไรใช่ไหม ใจแม่หายหมดเลย” เสียงที่ดังมาจากข้างหลัง ทำให้น้ำตาของคีตภัทรพากันไหลออกมา ร่างสูงหันมาทางแม่ ก่อนจะโผเข้าอกเมื่อแม่กางแขนออก แม่รักและเป็นห่วงเขามาก “ไม่เป็นไรนะลูก แม่อยู่นี่แล้ว” เพียงออปลอบพร้อมกับกอดลูกแนบอก “เกมครับแม่ เกมโดนยิง เกมใช้ตัวบังผมไว้ ผมเลยรอดมาได้ แม่ช่วยเกมด้วยนะครับ” คำพูดของลูกทำให้หัวใจของแม่กระตุก คนขับรถรายงานว่าเลขาถูกยิง ทำไมถึงกลายเป็นกวิสราไปได้ กวิสรามาเกี่ยวข้องอะไรกับลูกชายของนางอีก “กวิสรา...” “คร
ปรมะขับรถด้วยความระมัดระวัง นิรดานั่งคู่มากับเขา วันใหม่นอนหลับอยู่บนตักของเธอ แขนเรียวกอดวันใหม่เอาไว้ “เรื่องก็เป็นอย่างที่ผมเล่าให้คุณฟังนั่นแหละ คุณอย่าเข้าใจผิด เกมพึ่งย้ายไปทำงานกับคี สองคนนั้นไม่ได้ทำอะไรลับหลังคุณหรอกผมเป็นพยานได้” ปรมะอธิบายให้นิรดาฟังเพราะกลัวเธอจะเข้าใจผิด โดยไม่สังเกตเลยสักนิดว่านิรดามีสีหน้าเป็นอย่างไร “ฉันทราบค่ะว่าเขาสองคนไม่ได้ทำอะไรลับหลังฉัน แต่ที่ฉันไม่ทราบก็คือทำไมคุณถึงให้กวิสราออกไปทำงานคะ ทั้ง ๆ ที่คุณก็สามารถดูแลเธอกับลูกได้อย่างสบาย” นิรดาถามและเป็นคำถามที่ทำให้คนฟังต้องถอนหายใจออกมา “นี่คุณไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่นิด” ปรมะถามพร้อมกับปรายตามามองหน้าเธอ “ฉันไม่รู้ค่ะ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกคุณเลยจริง ๆ ฉันรู้แค่ว่าฉันรักพี่คี” นิรดาบอกกับเขา ก่อนจะต้องหลบตาเมื่อถูกปรมะจ้องหน้าอย่างจัง “แค่นั้น คุณรักไอ้คีมาก มากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อได้มันไป โดยไม่สนเลยว่าคนอื่นจะเจ็บปวดและเสียใจแค่ไหน” “ถ้าคนที่คุณหมายถึงคือกวิสรา ฉันก็ไม่เห็นว่าเธอจะเจ็บปวดตรงไหนนี่คะ อีกอย่างคุณช่วย
นิรดานั่งกินขนมกับวันใหม่อยู่บนพื้นห้องนั่งเล่น ในขณะที่ปรมะนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาตัวยาว หลายครั้งที่ตาสองคู่สบกันโดยบังเอิญ เมื่อต่างคนต่างลอบมองหน้ากัน “อร่อยไหมคะ” หญิงสาวถามเด็กน้อย เมื่อวันใหม่ตักขนมที่เธอตัดเป็นชิ้น ๆ เข้าปาก “อร่อยค่ะ” วันใหม่ตอบพร้อมกับยิ้มหวานโชว์ฟันกระต่ายน่ารักให้เธอ ขนมนี้นิรดากดสั่งจากแอปออนไลน์ เธอคิดว่าวันใหม่น่าจะชอบ เพราะรสชาติอร่อย “ถ้าวันใหม่ชอบวันหลังพี่นิดจะซื้อมาฝากนะคะ” พูดแล้วก็อยากกัดลิ้นตัวเอง เธอไม่ได้อยากมาที่นี่เลยสักนิด แล้วจะซื้อขนมมาให้วันใหม่ได้ยังไง คำพูดของหญิงสาวทำให้คนที่นอนไถมือถือบนโซฟายิ้มออกมา ในที่สุดแผนเขาก็สำเร็จไปอีกขั้น นิรดาน่าจะตกหลุมรักวันใหม่เข้าแล้ว ร่างสูงขยับลุกขึ้นในท่านั่ง “ไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับเลยนะคะ” นิรดาบอกกับชายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าทุกอย่างลงตัวแล้ว เหลือก็แค่พาคนตัวเล็กอาบน้ำเข้านอน นั่นก็เป็นหน้าที่ของเขา “จะรีบไปไหนล่ะ ผมยังไม่ได้กินขนมเลย อร่อยมากเลยเหรอคะวันใหม่ ขอลุงชิมบ้างได้ไหมคะ” ปรมะถามคนตัวเล็ก แต่สายตายังมองหน้าหญิงสาวอยู่อย่างนั้น
กวิสรานั่งคู่มากับคีตภัทรเพราะต้องคุยเรื่องงานกับเขา ภายในห้องผู้โดยสารเงียบสนิท เมื่อทั้งสองหมดเรื่องคุยกัน หญิงสาวขยับไปนั่งติดประตูรถ ถึงจะไม่ได้อยู่กันตามลำพังแต่เธอก็อึดอัดไม่น้อย คีตภัทรเปิดมือถือดูงานไปด้วย ในขณะที่เธอกลับง่วงนอนขึ้นมาเสียอย่างนั้น คงเป็นเพราะสิ่งที่เขาทำกับเธอและมีเรื่องให้คิดหลายอย่างจึงทำให้นอนไม่หลับ ไลน์หาปรมะตอนที่รถจอดพัก หญิงสาวสบายใจเมื่อรู้ว่าวันใหม่ไม่งอแง คุยกับปรมะอีกสองสามประโยค ก่อนจะขึ้นรถเมื่อได้เวลาเดินทาง ตาคู่คมมองคนที่นั่งโงนเงนไปมา แล้วขยับเข้ามาใกล้ ๆ เธออีกนิด มือหนาเอื้อมไปรองเมื่อศีรษะเล็กที่ทำท่าจะกระแทกลงกับกระจกรถ มือแกร่งประคองใบหน้าหญิงสาวเอาไว้ แล้วใช้บ่ารองเมื่อเธอซบใบหน้าลงมา “ขอโทษค่ะ” กวิสราขอโทษเมื่อรู้สึกตัว ร่างบางขยับออกห่างอีกนิด เมื่อเห็นว่าอยู่ใกล้เขามากเกินไป ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเพราะชนเข้ากับประตู หญิงสาวมองหน้าคนที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้นั่น แสดงว่าเขาเป็นคนขยับมานั่งติดกับเธอ “ง่วงก็นอนเถอะ งานหนักรอคุณอยู่” คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวย่นคิ้วเข้าหากัน ถ้าบอกว่าเขาเป็นห่วงเธอ จะคิดเข้
ใบหน้าหล่อเหลาไล้เรื่อยลงไปตามซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายสาวทำให้ปรมะคุมตัวเองไม่อยู่ ลำคอแห้งผาดแก่นกายที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงยีนส์ผ้าเนื้อดีฮึกเหิม เมื่อเจ้าของร่างหนายังคงรุกรานคนในอ้อมแขนไม่หยุด นิรดาห่อตัวหนี กำปั้นน้อย ๆ ทุบลงบนอกกว้าง เพื่อเตือนสติให้เขารู้สึกตัว “อืม
นิรดามองคนที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ชัดเจนที่สุดคงเป็นความเกลียดชัง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ปรมะก็ยังใช้สายตาแบบเดิมมองเธอ ดูถูกเหยียดหยามและยั้ยหยันปนอยู่ในนั้น จังหวะที่สบตากัน นิรดาก็รู้ว่าปรมะก็รู้สึกต่างจากเธอ เขาก็เกลียดเธอไม่น้อยเช่นกัน “เชิญนั่งค่ะ!” คำพูด
กวิสราเหลือบมองคนที่นั่งหลับอยู่ที่เบาะด้านหลังด้วยความเป็นห่วง กวางนั่งกอดน้องมาตลอดทาง เด็กสาวเป็นห่วงวันใหม่ไม่น้อยไปกว่าเธอ สี่ปีที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่คิดว่าจะต้องพบเจอกับเขา แต่เหมือนความพยายามของเธอจะสูญเปล่า เพราะเธอเพิ่งวางสายจากคุณยอดยิ่ง อยู่ ๆ ก็มีคำสั่งด่วนให้เธอย้ายงานใหม่
คำขอร้องและคำห้ามปรามของวิวัฒน์และกวิสรา ไม่ได้มีผลกับคีตภัทรเลยสักนิด เมื่อชายหนุ่มยังคงเอาแต่ใจ ความโกรธกับความโมโหที่ปะทุขึ้น บวกกับความรู้สึกที่ถูกทำร้ายและทรยศหักหลัง จึงทำให้เขาอยากเอาชนะหมับมือแกร่งคว้าลงบนแขน ของคนที่แอบอยู่หลังแม่ แล้วออกแรงกระชากจนคณิสาลอยติดมือ การกระทำที่อุกอาจของเขาท







