Masukเมื่อสกุลสือได้ยินข้อกล่าวหาร่วมมือกับครอบครัวสกุลเยว่ค้ามนุษย์ โดยมีชิงเถียนเป็นเหยื่อก็ถึงกับพูดไม่ออก
“ค้ามนุษย์อะไรกัน เถียนเอ๋อ เธอเป็นหลานสาวฉันนะ ฉันย่อมมีสิทธิ์ตัดสินใจหาคู่ครองครอบครัวดีๆมาดูแลเธอสิ” ตงฉินโต้แย้ง
“ใช่..เราเป็นญาติผู้ใหญ่ของเธอ ย่อมมีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องแต่งงานของเธอแทนพ่อแม่ที่ตายไปแล้ว” ผิงอันสร้างความเห็นชอบให้ตัวเอง
“ยังกล้าหน้าด้านพูดแบบนี้ออกมาได้อีก”
“สิ่งที่พวกคุณทำกับฉันและน้องๆมันไม่ใช่สิ่งที่คนเป็นญาติเป็นครอบครัวเขาทำกันเลยสักนิด”
“แล้วสือจื่อโม่อ่ะนะเป็นคนดีที่คุณว่า ถ้างั้นเชิญส่งเจียลี่ลูกสาวตัวเองไปให้เขาเถอะ ฉันขอผ่านไม่รับความหวังดีนี้ไว้แล้วกัน” ชิงเถียนโต้แย้ง
“นี่เถียน..” ผิงอันกำลังจะโต้ตอบกลับไป แต่ลู่จิวกับหัวหน้าหมู่บ้านมาถึงพอดี โดยมีเจียลี่ที่วิ่งหอบแฮกตามมาในภายหลัง
“ลุงหลิน ในที่สุดลุงก็มาแล้ว” ชิงหลันเอ่ยเมื่อเห็นหลินชิงหลุน หัวหน้าหมู่บ้านเดินฝ่ากลุ่มคนเข้ามาพร้อมกับพี่ชายฝาแฝดของเธอ
“ฉันได้ยินเรื่องจากอาจิวแล้ว ตงฉิน ผิงอัน พวกคุณนี่แย่มากจริงๆคิดขายหลานสาวตัวเองได้ยังไงกัน”
หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยเสียงดุ พร้อมมองไปทางสองผัวเมียสกุลเยว่ ซึ่งตอนนี้มีเจียลี่ไปรวมตัวอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า โดยมีเสียงสนับสนุนเห็นด้วยจากเหล่าบรรดาเพื่อนบ้านที่ยืนอยู่ในที่นั้น
“เอ่อ ไม่ใช่แบบนั้นนะหัวหน้าหมู่บ้านหลิน เราแค่หวังดีกับเถียนเอ๋อเท่านั้นเอง” ตงฉินกล่าวเสียงอ่อย ยืนยันทำเพราะความหวังดีต่อชิงเถียนอย่างหน้าด้านๆ
“ตงฉิน เราก็แก่จนหัวหงอกกันแล้ว คิดอะไรทำอะไรย่อมรู้ดีแก่ใจนะ” หัวหน้าหมู่บ้านสวนกลับไปจนครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกต้องพากันหลบสายตาดุเข้มรู้ทันนั้น
“นายท่านสือก็เหมือนกัน เป็นผู้ใหญ่แล้วควรจะรู้ผิดถูก อย่าทำอะไรตามใจลูกชายเกินไปนัก ควบคุมอำนาจตัวเองเอาไว้หน่อยจะดีกว่า”
หัวหน้าหมู่บ้านหันไปกล่าวกับนายท่านสือและจื่อโม่ที่อย่างไรก็ต้องมีความเกรงใจให้กับเขาซึ่งมีบรรพบุรุษ ครอบครัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งทหารรับใช้ชาติทำงานต่อเนื่องกันมาหลายรุ่น
มีผู้คนให้ความเคารพนับถือและมีฐานอำนาจใหญ่ในหมู่บ้าน อีกทั้งยังรู้จักเจ้าหน้าที่ทางการมากมายด้วย
“โธ่หัวหน้าหมู่บ้านหลิน ที่พวกเราคิดแต่งชิงเถียนเข้าสกุลสือ ก็เพราะเยว่ตงฉินกับผิงอันเป็นคนบอกเองว่าเต็มใจยกหลานสาวให้นั่นแหละ”
“ใครจะไปรู้ล่ะว่าชิงเถียนไม่ได้เห็นด้วยแบบนี้” นายท่านสือตอบกลับไป
“นั่นสิหัวหน้าหมู่บ้านหลิน เยว่เจียลี่เองก็บอกผมว่าเถียนเอ๋อน้องสาวเธออยากแต่งงานกับคนรวยๆฐานะดีจะได้อยู่สุขสบายไปทั้งชาติ”
“ผมก็เลยรีบให้พ่อเตรียมสินสอดมาสู่ขอเถียนเอ๋อยังไงล่ะ” จื่อโม่เอ่ยขึ้นอีกคน
“ที่แท้ พวกคุณก็ร่วมมือกันทั้งบ้านเพื่อขายฉันให้กับสกุลสือสินะ เลวจริงๆ” ชิงเถียนเอ่ยประจานญาติตัวร้ายอีกครั้ง
ทำให้สกุลเยว่สามคนพ่อแม่ลูกทำอะไรไม่ถูกพูดไม่ออกเมื่อโดนสกุลสือเปิดเผยความจริงออกมา และถูกชิงเถียนด่าประจานแบบนั้น
“ลุงหลินคะ ในฐานะที่พวกเราเคารพนับถือลุงเหมือนญาติผู้ใหญ่ สหายของครอบครัว รวมทั้งเป็นหัวหน้าหมู่บ้านหยวนจื่อ หนูขอให้ลุงหลินช่วยมอบความเป็นธรรมให้กับเราสามพี่น้องด้วยเถอะค่ะ”
ชิงเถียนหันไปกล่าวกับหัวหน้าหมู่บ้านหลินซึ่งเป็นสหายทหารเก่ารู้จักกับพ่อแม่ของเธอมานานนับสิบปีแล้ว
“แน่นอนเถียนเอ๋อ ลุงเองก็นับหนูกับน้องๆเป็นลูกหลานคนหนึ่ง แต่ก่อนลุงนึกไม่ถึงเลยว่าครอบครัวตงฉินจะร้ายกาจเพียงนี้ หนูจะให้ลุงจัดการยังไงว่ามาเถอะ” หัวหน้าหมู่บ้านหลินกล่าวอย่างเมตตา
ก่อนหน้านี้เขายังคิดว่าครอบครัวพี่ชายสหายเขาจะดูแลเอาใจใส่สามพี่น้องด้วยใจจริง แต่ที่ไหนได้กลับเสแสร้งหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้น
“ขอบคุณค่ะลุงหลิน” ชิงเถียนกล่าวกับหัวหน้าหมู่บ้านอย่างซาบซึ้งใจ
หลังกลับเข้ามายังห้องหอชิงเถียนและมู่เฉินยังคงได้ยินเสียงแขกเหรื่อพูดคุยหัวเราะสนุกสนานกันอยู่ด้านล่าง พวกเขาจึงผลัดกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัวเมื่อสองคนอาบน้ำเสร็จ บรรดาแขกเหรื่อก็ถูกคุณนายหานที่รู้ใจลูกชายกับลูกสะใภ้ดีเชิญกลับกันไปหมดแล้วบรรยากาศสงบเงียบลงเยอะ สองบ่าวสาวจึงจับจูงมือกันออกไปยังระเบียงกว้างที่สร้างต่อกับห้องนอนหลักมู่เฉินยืนโอบกอดชิงเถียนซึ่งเอนตัวพิงหน้าอกกว้างของสามี ทอดสายตาไปยังผืนน้ำในทะเลสาบหยางเฉิงอันงดงามเบื้องหน้า“คืนนี้มองเห็นดวงดาวได้เพียงไม่กี่ดวง แต่กลับมีพระจันทร์ดวงกลมโตส่องแสงสว่างสวยงามมากเลยนะคะ”“ใช่ พระจันทร์ดวงใหญ่สะท้อนกับผืนน้ำในทะเลสาบสวยไม่แพ้หมู่ดาวเลยสักนิด” มู่เฉินกล่าวพร้อมยื่นหน้าเข้าไปวางซุกซบลงบนไหล่บางของภรรยาสาว“เถียนเถียน เข้านอนกันเถอะ” มู่เฉินเอ่ยชิงเถียนรับรู้ได้ทันทีว่าเจ้าบ่าวของเธอต้องการอะไร เธอจึงหันตัวกลับมาหาเขา โอบกอดตอบรับมู่เฉินกลับไป พร้อมแหงนเงยหน้าจ้องสบตาคนตัวโตด้วยแววตาซุกซน“ทำไมคะ คุณง่วงแล้วงั้นเหรอ&
หลังประกาศตัวคบหากันไม่นาน จากคนรักชิงเถียนก็กลายเป็นคู่หมั้นของมู่เฉินภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ด้วยเหตุผลที่ว่า ‘พวกเธอสองคนรู้จักกันมานานกว่าสามปีแล้ว ไม่จำเป็นต้องรีรออะไรอีก’ ซึ่งเป็นคำพูดจากปากคุณนายหานนั่นเอง ส่วนชิงเถียนนั้นเธอเป็นคนชัดเจนและไม่ชอบเสียเวลาอยู่แล้ว เมื่อรู้แน่ชัดว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับมู่เฉินก็พร้อมเดินร่วมทางกับเขาไปโดยไม่ลังเล ทางมู่เฉินตอนนี้ก็ได้บทเรียนจากคำพูดของชิงเถียนหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าเขาถึง 7 ปี แต่กลับตัดสินใจทำอะไรได้เด็ดขาดรวดเร็วกว่าเขาเยอะครั้งนี้เขาจึงตกลงเรื่องงานหมั้นอย่างรวดเร็ว ทั้งยังคิดขอชิงเถียนแต่งงานหลังเธอเรียนจบ ซึ่งมีเวลาไม่กี่เดือนนี้แล้วหลังชิงเถียนขึ้นมหาลัยชั้นปีสี่ ร้านชุนเฉินที่หมายถึงรุ่งอรุณในฤดูใบไม้ผลิ ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ของเธอก็เปิดให้บริการมาได้ราวครึ่งปีแล้วชิงเถ
“ให้ฉันรออยู่นานเลยนะคะ กว่าพี่มู่เฉินจะพูดประโยคเหล่านี้ออกมาได้” ชิงเถียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยสบายๆ พร้อมกับรอยยิ้มแฝงอาการล้อเลียนคนตัวโตเบื้องหน้ามู่เฉินฉุกคิดอยู่ครู่หนึ่ง“เธอหมายความว่า เธอรู้มานานแล้วงั้นเหรอว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ” มู่เฉินถามออกไป“ค่ะ ฉันรู้นานแล้ว และนึกสงสัยอยู่ตลอดว่าทำไมผู้ชายตัวโตอีกทั้งยังเป็นนายทหารกล้าอย่างพี่มู่เฉินถึงไม่ยอมพูดมันออกมาเสียที”ชิงเถียนจงใจพูดจาเย้าแหย่เขา ชอบดูเวลามู่เฉินเขินอายทำตัวไม่ถูกแบบนี้“เป็นเพราะก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าเธอยังเด็ก ทั้งยังมีเรื่องการงานให้ทำมากมายจึงไม่อยากรบกวนใจเธอน่ะสิ”“ฮึ ไม่มีอะไรมารบกวนจิตใจฉันในการใช้ชีวิตและทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้หรอกค่ะ”‘นั่นสินะ เด็กสาวที่เก่งกล้าสามารถ เฉลียวฉลาดไม่ธรรมดาอย่างชิงเถียนไม่มีทางอ่อนไหวขนาดนั้นแน่’ มู่เฉินเพิ่งจะสำนึกได้ เขาไม่น่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่าเลยจริงๆ“แล้วทำไมพี่มู่เฉินถึงตัดสินใจพูดมันออกมาในตอนนี้ล่ะคะ” ชิงเถียน
มู่เฉินตามเข้ามาช่วยชิงเถียนทำอาหารโดยวันนี้เธอตั้งใจว่าจะทำหม้อไฟรวมวัตถุดิบชั้นดีจากทะเลสาบหยางเฉินให้ทุกคนทาน โดยมีหอยกาบ กุ้งสด ปลาหลีฮื้อ ปลาแมนดาริน รวมทั้งปูขนที่จับได้จากทะเลสาบหยางเฉิง ตามด้วยสายบัว รากบัว และยวี่โถว(เผือก)ที่ขุดได้ตามริมฝั่งน้ำ มีผักสดจากสวนของเธออย่างปวยเล้ง ผักบุ้ง ผักกาดขาว แคร์รอต หัวไชเท้า ฟักทอง ข้าวโพดอ่อน เห็ดหอมสด เห็ดหูหนู เห็ดนางรม และเห็ดเข็มทองที่เพาะขึ้นมาเอง จานหลักเป็นหม้อไฟ ตามด้วยหอยขมจากทะเลสาบผัดน้ำมันพริกฮวาเจียว พริกแห้ง ต้นหอม กระเทียมขิงรสชาติจัดจ้าน รายการที่สามเป็นกุ้งผัดใบชาหอมๆเนื้อกุ้งเด้งๆ จานที่สี่เป็นขาหมูตุ๋นใส่เต้าหู้แห้งของดีเมืองซูโจว กับหน่อไผ่อ่อนใต้ดินที่ชิงเถียนนำไผ่พันธุ์ดีมาปลูกเอาไว้ในสวน&nbs
คุณนายหานที่เห็นมู่เฉินบุตรชายตัวเองมีสีหน้าวิตกกังวลยามจ้องมองไปทางชิงเถียนซึ่งกำลังพูดคุยอยู่กับชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีแล้วก็อดพอใจไม่ได้“เป็นไง เริ่มรู้สึกกังวลใจบ้างหรือยังล่ะ”“แกเนี่ยนะ ปล่อยให้แม่คิดกังวลใจคนเดียวอยู่ได้ตั้งนาน ดีเลยคราวนี้ถึงตาตัวเองบ้างแล้ว” คุณนายหานเอ่ยอย่างหมั่นไส้ในตัวบุตรชาย “โธ่แม่ครับ เป็นเพราะผมเห็นว่าเถียนเอ๋อยังเด็ก ที่สำคัญเธอมีสิ่งที่ตั้งใจทำมากมาย ตอนนี้ก็ยุ่งอยู่กับเรื่องเปิดร้านอาหารด้วยจึงไม่อยากรบกวนใจเธอยังไงละครับ” “เออ แล้วไงล่ะ ตอนนี้ก็ยังคิดแบบนั้นอยู่อีกงั้นสิ” “ถ้าอย่างนั้นแกก็ปล่อยให้พ่อหนุ่มนั่นคว้าเถียนเอ๋อไปก็แล้วกัน” “แม่บ้านลู่ไปช่วยฉันทำอาหารสักอย่างสองอย่า
ชิงเถียนนั่งพูดคุยกับจางเหว่ยโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีสายตาหลายคู่จับจ้องมองอยู่ “อาจิวชายหนุ่มคนนั้นเป็นใครน่ะ” แม่บ้านลู่ที่ไปดักรอสองแฝดเลิกเรียนมาแล้วเอ่ยถามขึ้น ซึ่งตอนนี้พวกเขาทั้งสี่ นำโดยคุณนายหาน แม่บ้านลู่ ชิงหลันและอาจิวกำลังมองไปทางชิงเถียนกับจางเหว่ยที่นั่งจิบชาทานของว่างสนทนากันอย่างเพลิดเพลินทีเดียว “นั่นพี่จางเหว่ยเป็นหลานชายคุณอาเหว่ยอัน เจ้าของร้านหนังสือโม่เป่ยยังไงล่ะครับ”ลู่จิวตอบกลับไป “ที่แท้อย่างงี้นี้เอง หลานชายเจ้าของร้านหนังสือที่ว่าจ้างเถียนเอ๋อแปลเอกสารให้สินะ” คุณนายหานพูดพร้อมพยักหน้ารับรู้ “ใช่ค่ะ พี่จางเหว่ยเรียนจบมหาลัยที







