LOGINพริกแกงปิดประตูห้องตรวจ หันกลับมามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน เธอชะงักไปนิดเมื่อเห็นว่าหมอสูติฯ เป็นผู้ชายตัวใหญ่ไหล่กว้าง แถมยังใส่แมสก์ปิดหน้าปิดตาและสวมแว่นตากรอบใส แต่ด้วยความที่คลินิกนี้มีชื่อเสียง และอาการปวดร้าวที่ช่วงล่างมันประท้วงอย่างหนัก เธอเลยพยายามปัดความกังวลทิ้งไป
'หมอสูติฯ เขาเห็นของพวกนี้มาจนเบื่อแล้วแหละน่า ไม่เห็นต้องอายเลยพริกแกง' เธอปลอบใจตัวเอง
"ส... สวัสดีค่ะคุณหมอ" พริกแกงยกมือไหว้ ส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้
ตุลย์นิ่งอึ้งไปสามวินาที ก่อนที่ความร้ายกาจจะแล่นปราดเข้ามาในหัว นัยน์ตาคมดุที่เคยหงุดหงิดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายวิบวับอย่างคนเจอเรื่องสนุก ชายหนุ่มประสานมือไว้บนโต๊ะ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
"เชิญนั่งครับ" ตุลย์ผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
พริกแกงพยักหน้ารับ ค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้ แต่แค่สะโพกแตะโดนเบาะ อาการปวดร้าวก็แล่นแปลบขึ้นมาจนเธอต้องนิ่วหน้า เผลอร้อง "อูย..." ออกมาเบาๆ ก่อนจะขยับจัดท่านั่งให้ฝั่งซ้ายรับน้ำหนักแทนเพื่อลดความเจ็บปวด
ตุลย์มองท่าทางทุลักทุเลนั้นแล้วลอบยิ้มกริ่มอยู่ใต้หน้ากากอนามัย
'เดินขาถ่างเป็นนกเพนกวินขนาดนี้ คงจะรู้ซึ้งถึงฝีมือพี่แล้วสินะ'
พริกแกงก้มหน้ามองมือตัวเองที่บีบเข้าหากันแน่นบนตัก แก้มใสเริ่มซับสีเลือดฝาดด้วยความกระดากอาย
"คือ... ฉัน... เอ่อ... ฉันเจ็บค่ะหมอ"
ตุลย์กลั้นขำจนไหล่สั่นนิดๆ เขาแกล้งดัดเสียงเข้มให้ดูน่าเชื่อถือ
"เจ็บตรงไหนครับ"
พริกแกงเม้มปาก กวาดสายตาล่อกแล่กไปรอบห้อง "เจ็บ... ข้างล่างค่ะ เจ็บมาก เดินแทบไม่ไหวเลย"
"อืม..." ตุลย์ลากเสียงยาวในลำคอ พยักหน้าช้าๆ แววตาจ้องมองคนตัวเล็กไม่กะพริบ "ถ้าเจ็บข้างล่าง หมอก็คงต้องขอตรวจดูหน่อยนะครับ เชิญด้านหลังม่านเลยครับ"
พริกแกงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หันไปมองม่านสีเขียวที่ปิดกั้นโซนตรวจไว้ หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความประหม่า เธอเดินกระเผลกลากขาเข้าไปหลังม่านสีเขียว จัดการถอดกางเกงวอร์มและกางเกงชั้นในออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปีนขึ้นไปนอนบนเตียงขาหยั่งด้วยความคุ้นชินจากการอ่านรีวิวในอินเทอร์เน็ตมาหมาดๆ
ตุลย์ลุกจากเก้าอี้ เดินตามเข้ามาหลังม่านอย่างเนียนๆ แต่ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับภาพตรงหน้า...
เชี่ย!
วิศวกรหนุ่มช็อกตาตั้ง! สติที่เคยมีหลุดลอยหายไปในพริบตา เขายืนตัวแข็งทื่อ มองพริกแกงที่นอนอ้าขาอยู่บนเตียงขาหยั่งหน้าตาเฉย!
ตุลย์รีบหันขวับมองไปทางอื่น ใบหน้าหล่อเหลาเห่อร้อนจนแทบจะระเบิด เขาไม่ได้กะจะล่วงเกินหรือแอบดูอะไรเธอเลยสักนิด แค่กะจะเดินตามเข้ามาขู่ให้กลัวเล่นๆ ใครจะไปคิดว่ายัยตัวแสบจะใจกล้าหน้าด้านถอดกางเกงขึ้นขาหยั่งรอแบบนี้!
ชายหนุ่มพยายามคีปคูลสุดชีวิต เขาลากเก้าอี้ล้อเลื่อนมานั่งทิ้งระยะห่างให้ไกลจากปลายเตียงพอสมควร คว้าแฟ้มประวัติเปล่าๆ ขึ้นมาถือเป็นเกราะกำบัง สายตาจ้องเขม็งไปที่กระดาษ ไม่ยอมมองต่ำลงไปเด็ดขาด
"เอ่อ... แผลช้ำนิดหน่อยนะครับ..." ตุลย์แกล้งดัดเสียงเข้มพูดลอยๆ ออกไป มือหนากำขอบแฟ้มประวัติแน่นจนข้อกะเก็ง "หมอขอซักประวัติก่อนละกันนะครับ"
"ค... ค่ะ" พริกแกงตอบเสียงสั่น หลับตาปี๋ไม่กล้ามองหน้าหมอ
"มีแฟนหรือยังครับ?" ตุลย์ยิงคำถามแรก
"พ... เพิ่งเลิกค่ะ"
"แล้วไปทำอะไรมาครับ ถึงได้เจ็บขนาดนี้" ชายหนุ่มถามจี้ แอบซ่อนรอยยิ้มไว้ใต้แมสก์
"หนู... ฉันเมาค่ะ" พริกแกงตอบอ้อมแอ้ม ใบหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู "เมามากจนจำอะไรไม่ได้เลย"
"มีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ครับ" ตุลย์กลั้นหายใจรอฟังคำตอบ
พริกแกงกัดริมฝีปากแน่น ตอบเสียงแผ่วเบาจนแทบกระซิบ
"ครั้งแรก... เมื่อคืนค่ะ"
รอยยิ้มกริ่มจุดประกายขึ้นบนริมฝีปากหยักลึกภายใต้หน้ากากอนามัยทันที หัวใจของวิศวะหนุ่มพองโตอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกหงุดหงิดที่โดนทิ้งเงินสองพันฟาดหัวมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความภูมิใจที่ได้เป็นคนแรกของเธอ
"แล้ว..."
ตุลย์กำลังจะอ้าปากถามต่อเพื่อปั่นประสาทคนตัวเล็กให้เขินตาย ทว่า...
ครืดดดด!
เสียงประตูห้องตรวจถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง!
"ไอ้ตุลย์! แกไปทำบ้าอะไรอยู่หลังม่านฮะ!"
เสียงตวาดลั่นของหมออรดังก้องห้องตรวจ ตามด้วยฝีเท้าหนักๆ ที่เดินจ้ำพรวดเข้ามา ตุลย์สะดุ้งสุดตัว รีบเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ราวกับติดสปริง
ส่วนพริกแกงที่นอนอยู่บนเตียงขาหยั่งก็เบิกตากว้าง หันขวับไปมองผู้หญิงวัยกลางคนในชุดกาวน์ที่เพิ่งเดินทะลุม่านเข้ามาด้วยความช็อกขั้นสุด!
แต่ก่อนที่พริกแกงจะได้ประเคนหมัดใส่หน้าอดีตคนรัก ตุลย์ก็ขยับตัวก้าวขึ้นมาบังร่างเล็กไว้มิดชิด ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองธันวาที่ตัวเตี้ยกว่าหลายเซนติเมตร รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนธันวาต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว"ได้ยินชัดแล้วใช่ไหมครับ ว่าเธอมีแฟนใหม่แล้ว" ตุลย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันเย็นเยียบจนจับขั้วหัวใจ "ไสหัวกลับไปซะ ก่อนที่ผมจะโยนคุณลงไปกองที่พื้นชั้นล่าง... ด้วยตัวเอง"ธันวากลืนน้ำลายดังเอื๊อก สบตากับผู้ชายตรงหน้าที่ดูพร้อมจะหักคอเขาได้ทุกเมื่อ อดีตแฟนหนุ่มสบถคำหยาบออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปอย่างหัวเสียปัง!วาโยรีบวิ่งไปล็อกประตูห้องทันที ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง 502 จนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานพริกแกงพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด ปล่อยมือที่เกาะแขนตุลย์ออก ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง"ขอบคุณนะพี่... ขอโทษด้วยที่ดึงพี่มาเกี่ยว" เธอพึมพำเบาๆ กะจะหันไปไล่ให้เขากลับห้องแต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก ตุลย์ก็ขยับตัวตามมาเท้าแขนคร่อมพนักโซฟากักขังเธอเอาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาที่ชื้นไปด้วยหยดน้ำโน้มลงมาใกล้จนจมูกแทบจะชนกัน นัยน์ตาคมพราวระยับจับจ้องไปที่ริมฝีปา
"ผ้าเช็ดตัว... กลิ่นหอมดีนะครับ" น้ำเสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบา นัยน์ตาพราวระยับ "หอมเหมือนกลิ่นตัวเจ้าของห้องเลย"พริกแกงสะดุ้งโหยง รีบกระชากผ้าเช็ดตัวคืนมาทันที "พูดบ้าอะไรของพี่เนี่ย! ซ่อมเสร็จแล้วก็กลับห้องไปเลยไป!"ตุลย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ กำลังจะอ้าปากแหย่ต่อ แต่ว่า......ก๊อกๆๆ!เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ วาโยที่ยืนอยู่ใกล้ประตูที่สุดเป็นคนเดินไปเปิดออก ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นคนแปลกหน้ายืนอยู่หน้าห้อง"มาหาใครคะ" วาโยถามเสียงแข็ง"พริกแกงอยู่ไหมครับ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย"เสียงคุ้นหูที่ดังลอดเข้ามาทำเอาพริกแกงตัวแข็งทื่อ ธันวา! ไอ้แฟนเก่าหน้าตัวเมียตามมาถึงนี่ได้ยังไง!"ไม่มีอะไรจะคุย ออกไปเลยนะ!" พริกแกงตะโกนสวนออกไป เดินดุ่มๆ ไปที่ประตูธันวาไม่ฟัง อาศัยจังหวะที่วาโยเผลอ ดันประตูแทรกตัวเข้ามาในห้อง หน้าตาเขาดูอิดโรยและหงุดหงิดจัด"พริกแกง คุยกับพี่ให้รู้เรื่องก่อน พี่ไปหาที่ตึกคณะเพื่อนก็บอกว่าเรากลับมาแล้ว บล็อกเบอร์พี่ทำไม!" ธันวาโวยวาย พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือพริกแกงไว้แน่น "เรื่องเมื่อคืนก่อนนั้นพี่อธิบายได้นะเว้ย ผู้หญิงคนนั้นมันแค่เด็กไซด์ไลน์ พี่ไม่ได้คิดอะไรกับมันเลย คนท
"อ... เออ บังเอิญเนอะ พวกเราขอตัวไปทำงานก่อนนะคะพี่!"พริกแกงส่งยิ้มแห้งๆ แล้วปิดประตูดังปัง! กดล็อกกลอนเสร็จสรรพก็ถอนหายใจยาว"มึงจะรีบปิดประตูทำไมฮะอีพริก! กูยังส่องกล้ามพี่เขาไม่หนำใจเลย!" เจย์โวยวาย"พอเลยมึง งานยังไม่เสร็จ หิวแล้วด้วย ไปตั้งหม้อชาบูกันดีกว่า!" พริกแกงเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ เดินหนีไปรื้อถุงของกิน ปล่อยให้เพื่อนสองคนยืนมโนถึงกล้ามประธานรุ่นต่อไปไม่นานนักกลิ่นน้ำซุปหอมฉุยก็ลอยตลบอบอวลไปทั่วห้อง สามสาวล้อมวงกินชาบูกันอย่างเอาเป็นเอาตาย สลับกับบ่นเรื่องโมเดลอาจารย์สุดโหด กว่าจะจัดการวัตถุดิบทั้งหมดเกลี้ยงหม้อก็ปาเข้าไปเกือบเย็น"กูอิ่มจนจะอ้วกแล้ว มึงไปล้างจานเลยอีพริก" เจย์นอนแผ่หลาบนโซฟาพริกแกงบ่นอุบอิบแต่ก็ยอมยกหม้อชาบูและจานชามกองโตไปที่ซิงก์ล้างจานโซนครัว เธอเปิดน้ำ บีบน้ำยาล้างจาน ฮัมเพลงเบาๆปัง! ฟู่!เสียงระเบิดกึกก้องดังมาจากใต้อ่างล้างจาน ตามด้วยมวลน้ำมหาศาลที่พุ่งกระฉูดทะลักออกมาเหมือนน้ำพุแตก ท่อน้ำทิ้งใต้ซิงก์หลุดกระเด็น น้ำยาล้างจานผสมคราบชาบูสาดกระจายไปทั่วกำแพงและพื้นห้อง!"กรี๊ดดดด! ชิบหายแล้ว!"พริกแกงหวีดร้องลั่น กระโดดหลบสายน้ำที่พุ่งใส่ตัวจนเปียกมะล
กลิ่นกาวลาเท็กซ์ผสมกับฝุ่นกระดาษชานอ้อยลอยคลุ้งอยู่ทั่วห้องพักหมายเลข 502 สภาพห้องตอนนี้นิยามสั้นๆ ได้คำเดียวว่า ‘เละเทะ’ โมเดลบ้านจำลองขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องรายล้อมไปด้วยเศษไม้บัลซ่า มีดคัตเตอร์ และแก้วกาแฟที่เย็นชืดพริกแกงนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า มือหนึ่งถือคัตเตอร์ อีกมือจับไม้บรรทัดเหล็ก หญิงสาวปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่วนวาโยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ฟุบหน้าลงกับกองเศษกระดาษไปเรียบร้อยแล้วปัง!ประตูห้องถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนสะเทือนไปถึงผนัง เจย์พุ่งพรวดเข้ามาในห้องพร้อมกับถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อสองใบใหญ่ ใบหน้าของเพื่อนเก้งเต็มไปด้วยเหงื่อแต่ดวงตากลับทอประกายวิบวับ"พวกมึง! วางคัตเตอร์เดี๋ยวนี้! หยุดทุกกิจกรรม!" เจย์หอบแฮ่ก วางถุงขนมลงบนโต๊ะกระจกแล้วพุ่งมากระชากแขนพริกแกงให้ลุกขึ้น"อะไรของมึงเนี่ยอีเจย์ ไฟไหม้คอนโดหรือไง" พริกแกงโวยวาย พยายามขืนตัวไว้"ไฟไม่ได้ไหม้ยะ แต่ความเร่าร้อนกำลังจะเผาตึกนี้แล้ว!" เจย์กรี๊ดเบาๆ ตบมือแปะๆ กวักมือเรียกวาโยที่เพิ่งงัวเงียเงยหน้าขึ้นมา "ห้อง 501 ข้างๆ เราอ่ะ มีคนย้ายเข้ามาใหม่เว้ย! กูเพ
ตุลย์จินตนาการภาพตามแล้วก็เผลอกลืนน้ำลายลงคอ ความหวงแหนแล่นพล่านขึ้นมาในอก แม้คนที่กำลังตรวจจะเป็นแม่ของเขาก็เถอะ แต่คิดว่ามีคนอื่นกำลังจ้องมองพื้นที่หวงห้ามที่เขาเพิ่งประทับตราจองไปเมื่อคืน มันก็อดหงุดหงิดไม่ได้"อูย... เจ็บนิดนึงนะคะ"เสียงพริกแกงครางเครือออกมาเบาๆ ทำเอาคนแอบฟังถึงกับเผลอกำหมัดแน่น"ตายแล้ว..." หมออรพึมพำเสียงดัง "นี่ครั้งแรกของหนูจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย ทำไมแผลมันบอบช้ำขนาดนี้คะ"ตุลาธรสะดุ้งนิดๆ ยืดตัวตรงแนบหูเข้ากับกำแพงมากขึ้น"ค... ค่ะหมอ" เสียงพริกแกงตอบอ้อมแอ้ม"แฟนหนูนี่มันยังไงกันฮะ" น้ำเสียงของหมออรเริ่มเปลี่ยนโหมดเป็นคุณแม่สายฉอด "เป็นช่างก่อสร้างหรือไงถึงได้ตะบี้ตะบันทำรุนแรงขนาดนี้ ใช้งานไม่บันยะบันยังเลย ไม่รู้เลยเหรอว่าผู้หญิงครั้งแรกมันต้องทะนุถนอม ต้องเบามือ ผู้ชายสมัยนี้มันมักง่ายจริงๆ เห็นแก่ความสุขตัวเองจนลืมใส่ใจคู่นอน ใช้ไม่ได้เลย!"ตุลย์ที่ยืนฟังอยู่หน้าห้องถึงกับหน้าชา คิ้วหนากระตุกยิกๆ'โธ่แม่... ช่างก่อสร้างที่ไหนล่ะ ว่าที่วิศวกรเกียรตินิยมเลยนะนั่น แล้วที่มันช้ำขนาดนั้น ก็ลูกสะใภ้แม่เล่นดื้อตาใส กัดคอผม ทึ้งผมผมก่อน เครื่องมันก็เลยติดเบรกแตกสิ
ครืดดดด!เสียงห่วงเหล็กรูดกระทบราวผ้าม่านดังลั่นห้องตรวจ ตามด้วยร่างของหมออรในชุดกาวน์ที่พุ่งพรวดเข้ามาเหมือนพายุทอร์นาโดตุลาธรสะดุ้งเฮือก เด้งตัวลุกจากเก้าอี้ล้อเลื่อนราวกับติดสปริง แฟ้มประวัติคนไข้ในมือร่วงแหมะลงพื้น ส่วนพริกแกงที่นอนอ้าขาอยู่บนเตียงขาหยั่งถึงกับเบิกตากว้าง สติที่หลุดลอยไปกลับมาเข้าร่างแทบจะทันที หญิงสาวรีบหุบขาเข้าหากันฉับ หนีบเข่าแน่นจนแทบจะเป็นตะคริว"ไอ้ตัวแสบ! แกไปทำบ้าอะไรอยู่หลังม่านฮะ!"หมออรตวาดแหว ชี้หน้าลูกชายตัวดีที่ยืนทำหน้าเลิ่กลั่กอยู่ข้างเตียงตรวจ"ด... เดี๋ยวครับแม่ ผมอธิบายได้" ตุลย์ยกมือขึ้นสองข้างเป็นเชิงยอมแพ้ พยายามปั้นหน้าซื่อสัตย์ที่สุดในชีวิต "ผมก็แค่... เข้ามาช่วยซักประวัติคนไข้เบื้องต้น""ซักประวัติบ้าบออะไรของแก แกเรียนวิศวะ ไม่ใช่หมอสูติฯ!"หมออรฟาดฝ่ามือลงบนต้นแขนลูกชายเต็มแรงจนตุลย์ร้องโอ๊ย ก่อนจะหันไปดึงแค่แว่นตากรอบใสที่ชายหนุ่มสวมใส่อยู่ออก แล้วฟาดปั๊วะเข้าที่แขนอีกทีโทษฐานที่เอาแว่นแม่มาใส่เล่นพิเรนทร์ โดยที่บนใบหน้าหล่อเหลายังคงมีหน้ากากอนามัยสีฟ้าปิดบังเอาไว้"หมอต้องขอโทษด้วยนะคะคุณไข้ พอดีเมื่อกี้หมอแวะไปดูเคสฉุกเฉินห้องข้างๆ







