LOGIN“อื้ม จีบอยู่” พี่ครามตอบเพื่อนเขาทั้งๆ ที่ยังไม่ละสายตาไปจากฉันเลย
ฉ่าาาาาาา
หน้าฉันร้อนแล้วร้อนอีก
“มะ มึงตบหน้ากูที” ฉันละสายตาจากพี่ครามไปมองเพื่อนเขาที่นั่งอ้าปากค้างอยู่
พี่ขุนยกมือขึ้นตบหน้าเพื่อนเขาตามคำขอ
เพี๊ยะ
“เจ็บไอ้สัส” ซึ่งแรงนั้นก็ไม่น้อยจนพี่เขาถึงกับหน้าหัน พอตั้งสติได้เขาก็หันไปเอาเรื่องพี่ขุนทันที
ฉันถึงหลุดขำกับท่าทางของเพื่อนเขา
ที่ทำท่าเหมือนเจอสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยังไงอย่างงั้น
“มองพวกมันทำไม” ฉันละสายตาจากสงครามย่อมๆ ของเพื่อนพี่ครามแล้วหันมามองคนที่พูดขึ้น
เอ่ออออออ
ทำไมเขาต้องจ้องฉันเขม็งเหมือนกับฉันไปทำอะไรผิดมาอย่างงั้นแหละ
“แหะๆ พี่จะเอาเบอร์ใช่มั้ยคะ” ฉันพยายามยิ้มให้เขา แต่รอยยิ้มที่ออกมามันก็ดูเกร็งๆ
อย่าหน้าดุนักสิ ฉันก็กลัวเป็นนะ
ฉันเอื้อมมือไปหยิบเอาโทรศัพท์ที่เขายื่นมาให้แต่แรก แล้วกดเบอร์ตัวเองให้เขาไป จากนั้นก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้เขา
“เห้ย ว่าแต่มึงจะไม่แนะนำให้พวกกูรู้จักหน่อยเหรอว่ะ ว่าน้องตุ๊กตาสุดบ๊องแบ๊วนี่เป็นใคร” แล้วเพื่อนพี่ครามคนหนึ่งก็พูดขึ้น
“ไม่จำเป็น” พี่ครามตอบกลับเสียงนิ่ง
“อ้าว ไอ้คราม ไอ้ห่า” พี่เขาอ้าปากค้างแล้วก็ทำหน้างอนๆ ซึ่งขัดกับบุคลิกและตัวพี่เขามาก
“มึงก็ไปยุ่งกับของหวงมัน” พี่ขุนพูดขึ้น
“ยิ่งหวงกูก็ยิ่งจะยุ่ง สวัสดีค้าบน้องตุ๊กตา” เพื่อนเขาตอบแล้วหันมายิ้มและทักทายฉัน
“เอ่อ สวัสดีค่ะ หนูชะ” ฉันยกมือขึ้นสวัสดีพี่ๆ เขาพร้อมกับจะแนะนำตัวตามแบบฉบับเด็กปีหนึ่ง
“ไม่ต้องไปสนใจพวกมัน ป่ะ จะไปส่ง” แต่ยังไม่ทันจะได้พูดชื่อ พี่ครามก็พูดขัดขึ้นก่อน
“ไอ้คราม” เพื่อนเขาหันไปมองพี่ครามอย่างขัดใจ แต่พี่ครามไม่ได้สนใจเพื่อนเขาสักนิด เรียกว่าไม่เอาเพื่อนสักบาท เขาทำหน้านิ่งๆ ไม่ได้เดือดร้อนกับสายตาเพื่อนเขาแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะพร้อมกับลุกขึ้น
“มะ ไม่เป็นไรค่ะ พายไปเอง” ฉันรีบปฏิเสธทันที นี่เขาเห็นฉันเป็นเด็กหรือยังไง ถึงต้องได้ตามส่ง หรือว่าเขาจะรู้ว่าฉันเป็นคนเด๋อๆ ที่จีพีเอสตาย
ใช่ค่ะ ฉันเป็นคนไม่จำทาง และหลงทางบ่อย ข้าวหอมชอบเรียกฉันว่ายัยจีพีเอสตาย
“อย่าดื้อ เดินนำไป” พี่ครามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเขาก็ก้มหน้าลงมามองฉันแล้วพูดเสียงดุ
“อะ เอ่อ สวัสดีค่ะพี่ๆ” ฉันที่ไม่รู้จะพูดอะไรก็ได้แต่ทำหน้าเอ๋อแล้วหันไปสวัสดีเพื่อนๆ เขาแล้วยิ้มแหยๆ ให้
ระหว่างทางฉันได้แต่ก้มหน้างุดมองพื้นเพราะรู้สึกว่าคนในโรงอาหารจะหันมาให้ความสนใจกับคนข้างๆ ฉันกันเยอะเป็นพิเศษ และมันก็เผื่อแผ่มาที่ฉันด้วย
เสียงซุบซิบๆ ดังขึ้นตามทางที่เราเดินผ่านมา
ฉันมองหาโต๊ะที่เพื่อนตัวเองนั่งแล้วเดินไปหาทันที ฉันจำจากร้านข้าวที่เพื่อนซื้อ เพราะมันอยู่แถวเดียวกันน่ะ ที่จริงจำทางไม่ได้หรอก พอเดินมาใกล้โต๊ะเพื่อนของฉันทั้งสามก็หันมามองแล้วทำตาโต
ยัยพวกนี้เป็นอะไรกัน???
“ถึงแล้วค่ะ” ฉันเดินไปหยิบกระเป๋าที่วางอยู่ข้างๆ เซรีนขึ้นมาถือหันไปบอกพี่เขาที่เดินตามมา
พี่ครามยืนมองหน้าฉันนิ่งๆ ไม่พูดอะไร กลายเป็นว่าตอนนี้เรายืนจ้องหน้าอยู่ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองมา
“ตั้งใจเรียน ตอนเย็นจะโทรหา” แล้วพี่ครามก็พูดขึ้นหลังจากที่ยืนเงียบอยู่นาน แต่ว่าคำพูดของเขานั้นไม่เท่าการกระทำ เพราะมือของเขาตอนนี้กำลังลูบหัวฉันเบาๆ อย่างอ่อนโยน
เอ่ออออ
ท่ามกลางสายตาของคนที่มองมาทั้งโรงอาหาร
ย้ำว่า ทั้งโรงอาหาร
ร้านกาแฟหน้ามอตอนนี้ฉันและเซรีนก็เดินมาถึงร้านกาแฟตรงหน้ามอที่ดังมาก เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของมอ K เลยก็ว่าได้ ส่วนปลาทองกับข้าวหอมแยกไปเข้าห้องน้ำ ฉันกับเซรีนจึงมาสั่งและจองโต๊ะรอพอเดินเข้ามาในร้านแล้วฉันก็รับรู้ถึงสายตาที่มองมาของคนในร้าน และแน่นอนว่ามันไม่ค่อยจะเป็นมิตรซักเท่าไหร่ฉันหันไปมองเซรีนอย่างงอแงฉันไม่ชอบเลยที่ตัวเองเป็นจุดสนใจแบบนี้“หึหึ อย่างอแงสิแม่คนดัง” เซรีนหัวเราะในลำคอแล้วเอ่ยแซวฉัน“เซรีนนนนน” ฉันเรียกเพื่อนเสียงอ่อนเพราะแม้แต่เพื่อนยังแซวฉันเลย“เอาน่า เดี๋ยวก็ชิน”“งื้อออออ แต่พายไม่ชิน” ใช่ ฉันไม่ชิน และไม่น่าจะชินในเร็วๆ นี้ด้วย" หึ งั้นเดี๋ยวเราไปสั่ง พายไปจองโต๊ะนะ” เซรีนบอกฉันก็พยักหน้ารับรัวๆ จากนั้นก็รีบเดินไปหาโต๊ะนั่ง โดยที่ทำเป็นไม่สนสายตาของคนในร้านที่มองมาพอได้โต๊ะแล้วฉันก็นั่งก้มหน้างุดพรึบฉันนั่งก้มหน้ารอเพื่อนๆ ที่โต๊ะแล้วก็ต้องเงยหน้าขึ้นเพราะจู่ๆ ก็มีคนมาหยุดยืนที่โต๊ะพอเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็เห็นผู้ชายสองคนในชุดนักศึกษากำลังยืนมองฉันอยู่“มีอะไรรึป่าวคะ” ฉันมองหน้าผู้ชายสองคนตรงหน้าแล้วทำหน้างง“เด็กปีหนึ่งหรอ” เขาถามขึ้น“ค่ะ สวัสดีค่
ห้องเรียน B7คณะบริหารธุรกิจครืด ครืดแรงสั่นของโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะละสายตาจากจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ตรงหน้าแล้วหันมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูKharm ได้เพิ่มคุณเป็นเพื่อนฉันไม่ได้ตกใจเท่าไหร่ที่เขาจะแอดเฟรนด์มา เพราะรู้อยู่แล้วว่าที่เขาขอเบอร์นั้นเขาต้องแอดไลน์มาแน่ๆแต่ที่ฉันกังวลในตอนนี้คือชีวิตที่สงบสุขของฉันกำลังจะหมดไปเพราะการเรียนภาคบ่ายนี้ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาแบบแปลกๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สาเหตุนั้นน่าจะมาจากคนพึ่งแอดไลน์ฉันมาตะกี้นี้ แต่เขาไม่ได้ทักอะไรมานะ คงจะรู้ว่าฉันเรียนอยู่จึกๆแรงสะกิดตรงไหล่ซ้ายทำให้ฉันละสายตาจากโทรศัพท์หันไปมอง“พาย ดูนี่” ข้าวหอมยื่นโทรศัพท์มาให้ฉันฉันรับมาแล้วมองหน้าเพื่อนอย่างงงๆ จากนั้นก็ก้มดู พอเห็นแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆจบสิ้นจริงๆ แล้วชีวิตสงบสุขของฉันเพจใต้เตียงมอ KK University~ต๊ายยยยยยยย วันนี้เพื่อนของแอดส่งรูปที่กำลังเป็น Talk Of The Town ในตอนนี้มาให้แอดดู เฮดว๊ากวิศวะควงเด็กปีหนึ่งบริหารกินข้าวกลางวิศวะ ซึ่งก็ไม่ต้องสืบค่ะ เฮดว๊ากนั่นก็คือ พี่คราม ปี 3 วิศวะการบิน หนุ่มหน้านิ่งสมบัติวิศวะ
สวัสดีครับ ผมคราม ที่รู้จักกันในนามเฮดว๊ากวิศวะ เรียนปี 3 มีเพื่อนสนิท 3 คน ที่พูดถึงตอนต้นนั่นแหละ ผมเรียนวิศวะการบิน เพราะที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวการบิน ผมเป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ แต่จะนิ่งแค่ไหนต้องรอดู เอาเป็นว่ารู้จักพอคร่าวๆ ก่อนนะ ค่อยทำความรู้จักนิสัยกันไปก็แล้วกัน“ที่จริงมันไม่ได้เจอน้องเขาวันนี้วันแรกหรอก น้องคนนี้มันจองตั้งแต่น้องเขามาเรียนปรับพื้นฐานแล้ว” ไอ้ขุนพูดขึ้น ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นไปมองมันนิ่งๆ“เห้ย ยังไงวะ นี่พวกมึงไปเจอน้องเขาที่ไหน” ไอ้พายัพถามขึ้นอย่างตื่นๆ“หึ ก็วันนั้นที่คณะบริหารไง ที่เราไปประชุมรับน้องอ่ะ” ไอ้ขุนหันมามองผมแล้วกระตุกยิ้มมุมปากแล้วพูดขึ้นใช่แล้วผมเคยเจอพะพายมาก่อน1 เดือนก่อนหน้านี้“งื้ออออ ก็เราไม่รู้จักทางนี่นา” เสียงหวานที่ดังขึ้นงุ้งงิ้งๆ ตรงทางเดินขึ้นบันไดทำให้ผมหันไปมองนิ่งๆแล้วก็เจอกับร่างบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาพอดีตัว ผมรู้ทันทีว่าเด็กคนนี้คงเป็นเด็กปีหนึ่งของคณะบริหารแน่ๆ เพราะตอนนี้ผมอยู่ที่คณะบริหาร มาประชุมเรื่องรับน้องรวม ส่วนที่รู้ว่าเธอคือเด็กปีหนึ่งเพราะตอนนี้มหาลัยยังไม่เปิด แต่มีบางคณะที่เปิดรับน้องก่อน และเปิดเรียนปรับพื้นฐานก่
นั่นไง มันมานู่นละ ถามมันเองแล้วกัน” เมื่อผมเดินมาถึงโต๊ะประจำที่นั่งกับเพื่อนก็เห็นเพื่อนนั่งคุยกันอยู่ จากนั้นพอไอ้ขุนมันหันมาเห็นผมมันก็พูดขึ้นทันที ทำให้เพื่อนๆ หันมามองผมเป็นตาเดียวผมเดินไปนั่งที่เดิมแล้วนั่งลงนิ่งๆ ผมไม่ได้สนใจสายตาของพวกมันเลยซักนิด“เอ่อ ครามไปไหนมาเหรอ” ลินิน เพื่อนผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มถามขึ้น“ถามทำไม” ผมถามเธอกลับนิ่งๆ เพราะปกติผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว แล้วกับลินิน เธอเป็นเพื่อนกับไอ้วินเพื่อนของผม เลยทำให้เธอได้มาอยู่กลุ่มพวกผม แต่ผมไม่ได้สนิทอะไร“ก็พวกนี้บอกว่าครามไปส่งผู้หญิงมา จริงเหรอ” เธอถามขึ้นแล้วมองหน้าผมอย่างเกรงๆ เพราะรู้จักนิสัยผมดีอยู่แล้วผมไม่ตอบอะไรแต่พยักหน้าตอบรับไปนิ่งๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะขึ้นมากดบันทึกเบอร์ของคนที่ผมพึ่งไปส่งมาเมื่อกี้ไว้❤️ครับ รูปหัวใจนี่แหละที่ผมบันทึกไว้“นั่นไง บอกแล้วไม่เชื่อลินิน” ไอ้พายัพพูดขึ้น“อย่าว่าแต่ลินินจะไม่เชื่อ ถ้ากูไม่เห็นกับตากูก็คงไม่เชื่อเหมือนกันแหละ” เสียงไอ้วินเนอร์พูดขึ้นบ้าง“เออ ก็จริง ปกติมันไม่สนใจผู้หญิง”“แล้วนั่นทำอะไรวะ มาถึงก็จับโทรศัพท์ เพื่อนไม่สนใจ” ไอ้ข
“อื้อออ” ฉันก้มหน้างุดเพื่อหลบหนีสายตาของคนที่มองมา และไม่อยากให้เขาเห็นหน้าของฉันที่ตอนนี้มันคงแดงมากแน่ๆผู้ชายคนนี้อันตรายต่อใจฉันเหลือเกิน“พายไปนะคะ” ฉันบอกทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่แล้วก็รีบเดินออกมาทันที“อ้าว พายรอด้วย” ได้ยินเสียงของปลาทองดังตาม พร้อมกับร่างของเพื่อนที่วิ่งมาหยุดข้างฉันซึ่งฉันนั้นได้แต่เดินก้มหน้ามองทางแล้วก็รีบเดินกลับคณะทันที“กรี๊ดดดดดดด” พอเดินพ้นออกมาจากโรงอาหารมาถึงสวนหย่อมข้างๆ โรงอาหารก็ได้ยินเสียงกรี๊ดที่ดังขึ้นข้างๆพรึบ“ปลาทองเป็นอะไร” ฉันถามขึ้นแต่เพื่อนฉันก็ยังไม่หยุดกรี๊ด แม้จะไม่ดังมาก แต่ฉันก็กลัวคนอื่นจะแตกตื่นฉันรีบเอามือไปปิดปากปลาทองทันที และหันไปมองเพื่อนสองคนที่เดินตามมาอย่างตื่นๆ“อื้ออออ พะพาย แกไปรู้จักมักจี่กับพี่ครามได้ยังไง” ปลาทองยกมือขึ้นมาจับมือฉันออกจากปากแล้วถามฉันขึ้นอย่างตื่นเต้น“เอ่ออ คือว่า” ฉันอ้ำๆ อึ้งๆ เพราะไม่รู้จะบอกเพื่อนไปยังไงตั้งแต่แรกเริ่ม“เขาจีบแกเหรอ” ข้าวหอมถามขึ้น“ไม่รู้” ฉันส่ายหน้าดิก เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าที่เขาพูดกับเพื่อนเขานั้นเขาจริงใจแค่ไหน“โอ้ยยย ไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาจีบแกชัวร์” ปลาทองว่าขึ้นแล้ว
“อื้ม จีบอยู่” พี่ครามตอบเพื่อนเขาทั้งๆ ที่ยังไม่ละสายตาไปจากฉันเลยฉ่าาาาาาาหน้าฉันร้อนแล้วร้อนอีก“มะ มึงตบหน้ากูที” ฉันละสายตาจากพี่ครามไปมองเพื่อนเขาที่นั่งอ้าปากค้างอยู่พี่ขุนยกมือขึ้นตบหน้าเพื่อนเขาตามคำขอเพี๊ยะ“เจ็บไอ้สัส” ซึ่งแรงนั้นก็ไม่น้อยจนพี่เขาถึงกับหน้าหัน พอตั้งสติได้เขาก็หันไปเอาเรื่องพี่ขุนทันทีฉันถึงหลุดขำกับท่าทางของเพื่อนเขาที่ทำท่าเหมือนเจอสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยังไงอย่างงั้น“มองพวกมันทำไม” ฉันละสายตาจากสงครามย่อมๆ ของเพื่อนพี่ครามแล้วหันมามองคนที่พูดขึ้นเอ่ออออออทำไมเขาต้องจ้องฉันเขม็งเหมือนกับฉันไปทำอะไรผิดมาอย่างงั้นแหละ“แหะๆ พี่จะเอาเบอร์ใช่มั้ยคะ” ฉันพยายามยิ้มให้เขา แต่รอยยิ้มที่ออกมามันก็ดูเกร็งๆอย่าหน้าดุนักสิ ฉันก็กลัวเป็นนะฉันเอื้อมมือไปหยิบเอาโทรศัพท์ที่เขายื่นมาให้แต่แรก แล้วกดเบอร์ตัวเองให้เขาไป จากนั้นก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้เขา“เห้ย ว่าแต่มึงจะไม่แนะนำให้พวกกูรู้จักหน่อยเหรอว่ะ ว่าน้องตุ๊กตาสุดบ๊องแบ๊วนี่เป็นใคร” แล้วเพื่อนพี่ครามคนหนึ่งก็พูดขึ้น“ไม่จำเป็น” พี่ครามตอบกลับเสียงนิ่ง“อ้าว ไอ้คราม ไอ้ห่า” พี่เขาอ้าปากค้างแล้วก็ทำหน้างอนๆ ซึ่งขั







