Mag-log in“อื้อออ” ฉันก้มหน้างุดเพื่อหลบหนีสายตาของคนที่มองมา และไม่อยากให้เขาเห็นหน้าของฉันที่ตอนนี้มันคงแดงมากแน่ๆ
ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อใจฉันเหลือเกิน
“พายไปนะคะ” ฉันบอกทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่แล้วก็รีบเดินออกมาทันที
“อ้าว พายรอด้วย” ได้ยินเสียงของปลาทองดังตาม พร้อมกับร่างของเพื่อนที่วิ่งมาหยุดข้างฉัน
ซึ่งฉันนั้นได้แต่เดินก้มหน้ามองทางแล้วก็รีบเดินกลับคณะทันที
“กรี๊ดดดดดดด” พอเดินพ้นออกมาจากโรงอาหารมาถึงสวนหย่อมข้างๆ โรงอาหารก็ได้ยินเสียงกรี๊ดที่ดังขึ้นข้างๆ
พรึบ
“ปลาทองเป็นอะไร” ฉันถามขึ้นแต่เพื่อนฉันก็ยังไม่หยุดกรี๊ด แม้จะไม่ดังมาก แต่ฉันก็กลัวคนอื่นจะแตกตื่น
ฉันรีบเอามือไปปิดปากปลาทองทันที และหันไปมองเพื่อนสองคนที่เดินตามมาอย่างตื่นๆ
“อื้ออออ พะพาย แกไปรู้จักมักจี่กับพี่ครามได้ยังไง” ปลาทองยกมือขึ้นมาจับมือฉันออกจากปากแล้วถามฉันขึ้นอย่างตื่นเต้น
“เอ่ออ คือว่า” ฉันอ้ำๆ อึ้งๆ เพราะไม่รู้จะบอกเพื่อนไปยังไงตั้งแต่แรกเริ่ม
“เขาจีบแกเหรอ” ข้าวหอมถามขึ้น
“ไม่รู้” ฉันส่ายหน้าดิก เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าที่เขาพูดกับเพื่อนเขานั้นเขาจริงใจแค่ไหน
“โอ้ยยย ไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาจีบแกชัวร์” ปลาทองว่าขึ้นแล้วหันมาทำหน้าจริงจังใส่ฉันเหมือนจะบอกว่า แกต้องเชื่อฉัน
“อย่างงั้นเหรอ” ฉันครางรับในลำคอ แม้ว่าจะพยายามบอกตัวเองว่าเขาคงพูดเล่น แต่ใจฉันก็คิดไปไกลเหมือนกัน
“ว่าแต่พวกแกรู้จักเขาด้วยเหรอ” ฉันถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะรู้จักเขา ดูท่าแล้วเขาก็น่าจะเป็นคนดังแน่ๆ เพื่อนฉันถึงรู้จัก แต่ก็นะ หน้าตาระดับนั้น สาวๆ ก็คงกรี๊ดกันไม่พัก
“เดี๋ยวนะ นี่แกไม่รู้จักพี่เค้า?” เซรีนถามฉันขึ้นแล้วทำหน้างงๆ
ฉันส่ายหน้าให้เพื่อนไป
“ไปอยู่วัดไหนมาถึงไม่รู้จัก ขนาดฉันยังรู้จักพี่เขาเลย” ข้าวหอมว่าขึ้นอย่างเอือมๆ
แต่ก็จริงว่าเขาคงดังมาก เพราะขนาดคนที่ไม่ค่อยสนใจใครอย่างข้าวหอมยังรู้จักเขานี่ก็ไม่ธรรมดานะ
“เห้อออ ฉันจะบอกให้เอาบุญนะแม่ชี นั่นน่ะ พี่คราม พี่ปีสาม เฮดว๊ากสุดโหดของวิศวะ ผู้ชายขึ้นชื่อว่าโหดและก็หน้านิ่งที่สุด เขาเรียน วิศวะการบิน” เซรีนถอนหายใจแล้วพูดขึ้น
“และที่สำคัญ ตามข่าวแล้วเห็นฮอตแบบนั้น เขาไม่เคยมีข่าวกับผู้หญิงคนไหนหรือสนใจผู้หญิงคนไหนเลย ขนาดเพื่อนในกลุ่มเขาที่ชื่อลินินเขายังไม่สนใจ ฉันว่าทุกคนก็พึ่งเห็นว่าเขามายุ่งกับแกคนแรกนี่แหละ” ปลาทองพูดขึ้นตามหลังเซรีน
ฉันเม้มปากแล้วทำท่าคิดหนัก เพราะตอนนี้สมองตีกันไปหมดแล้ว
เขาเป็นคนดัง หล่อขนาดนั้น จะมาสนใจฉันเหรอ
“โอ้ยยยย ใจจะวาย นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย ได้เห็นพี่ครามตัวเป็นๆ แถมตอนนี้เขายังมาจีบแม่ชีประจำกลุ่มอีกต่างหาก” ปลาทองพูดขึ้น
“สงสัยที่เขาไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นคงเพราะชอบแบบแม่ชีเราแน่ๆ” เซรีนก็สมทบขึ้นอย่างเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย
ทีอย่างนี้ล่ะสามัคคีกันจริงๆ เพื่อนฉัน
“น้อยๆ หน่อยเถอะ” ข้าวหอมหันไปมองเพื่อนที่ทำหน้าเพ้ออยู่ข้างๆ อย่างเอือมๆ
อย่างน้อยก็มีข้าวหอมล่ะนะที่อยู่ข้างฉัน
“แต่ว่าฉันฟินตอนที่พี่เขาลูบหัวแกอ่ะพะพาย” แต่ว่าฉันมองเพื่อนฉันผิดไปจริงๆ เมื่อข้าวหอมหันมามองฉันแล้วพูดขึ้นพร้อมทำหน้าเพ้อไม่ต่างจากสองคนนั้น
“นั่นสิแก ตั้งใจเรียนนะ” เซรีนก็ยกมือขึ้นลูบหัวข้าวหอมแล้วพูดขึ้นเสียงเข้มเหมือนจะพยายามเลียนแบบพี่คราม
ซึ่งเพื่อนทั้งสามไม่ได้ดูหน้าฉันเลยว่าตอนนี้เป็นยังไง ฉันว่าตอนนี้มันคงแดงมากแน่ๆ
ไม่ได้โกรธเพื่อนนะ
เขิน
“พี่เขาอ่อนโยนกับแกมาก” ปลาทองเอามือขึ้นมาประสานกันแล้วยกขึ้นไว้กลางอกแล้วทำหน้าเพ้อๆ
“ชัวร์เลย” ข้าวหอมพูดขึ้น
“ชัวร์อะไร” ฉันถามขึ้นงงๆ
แต่แล้วเพื่อนฉันก็หันไม่มองหน้ากันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม
จากนั้นก็หันมามองฉันแล้วพูดขึ้นพร้อมกัน
“ก็ชัวร์ว่าพี่เขาจีบแกไง”
“เตรียมตัวเป็นซ้อได้เลย” ข้าวหอม
“เตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ ว่าที่ซ้อวิศวะ” เซรีน
“ว่าที่เมียวิศวะ” ตบท้ายด้วยปลาทองที่พูดขึ้น
แต่คำพูดนั้นทำเอาฉันตาโต
“มะ เมียเมออะไรปลาทอง พายไม่คุยด้วยแล้ว” ฉันรีบสะบัดหน้าหนีเพื่อนแล้วเดินไปทางตึกเรียนตัวเองทันที
แต่ก็ไม่วายมีเสียงแซวตามมา
พวกเพื่อนบ้าาา
งื้อออออ
-----------
เม้นติชม กดไลค์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
รอกันก่อนได้มั้ยล่ะ“ถ้าพี่ไม่รอ” พี่ครามพูดขึ้นย้ำ“พี่ครามใจร้าย” ฉันมองหน้าพี่ครามอย่างตัดพ้อใจร้ายจัง แค่นี้ก็รอไม่ได้พรึบพี่ครามลุกขึ้นยืนแล้วกอดมาโอบเอวฉันแล้วยิ้มให้ฉันเล็กน้อย เขาดึงช่อดอกไม้ในมือฉันยื่นไปให้พี่นุช“ล้อเล่น”“พะ พี่ครามรอได้ใช่มั้ย” ฉันเงยขึ้นมองหน้าพี่ครามอย่างมีความหวัง“อื้ม ทั้งชีวิตก็รอได้” พี่ครามพยักหน้ารับ“งะ งั้นพายไปเรียนต่อที่อังกฤษก่อนค่อยกลับมาแต่งได้รึป่าว” ฉันเอ่ยต่อรองแล้วก็แกล้งเขาด้วย เพราะฉันเคยพูดกับเขาเรื่องนี้แล้วว่าอยากจะไปเรียนต่อโทที่อังกฤษ มหาลัยเดียวกันกับพิพลอยก่อน แต่พี่ครามก็ไม่ยอมท่าเดียวเลยแต่ที่พูดไปเนี่ยฉันก็ไม่ได้จริงจังหรอก อย่างฉันนี่นะจะไปอยู่ที่อื่นคนเดียวไม่มีทาง“อ่ะ ล้อเล่นน่าาาา” เมื่อเห็นพี่ครามหุบยิ้มแล้วทำหน้าตึงฉันยิ้มออกมาแล้วพูดล้อเขา“ไอ้แสบ แล้วยังไง จะแต่งไม่แต่ง” พี่ครามเค้นเสียงพูดกับฉันอย่างหมั่นไส้ ตามด้วยคำถามที่แสนจะห้วน“เห้ยๆ มึงขอน้องแต่งงานเว้ย ไม่ใช่จะดักฉุดลูกสาวเค้า” พี่ขุนเขาพูดขึ้นท้วงเมื่อเห็นพี่ครามถามฉันเสียงห้วนแบบนั้น“เออ มีอย่างที่ไหนขู่น้องให้แต่งด้วย” ตามด้วยพี่ฟีนิกซ์ที่พูดขึ้นอ
ฮัลโหลลลลลลสวัสดีวันรับปริญญาของพี่ครามจ้า หลังจากที่พี่ครามฝึกงานแล้วก็ทำเล่มจบส่งเสร็จแล้ว พี่ครามก็ถือว่าเรียนจบอย่างเป็นทางการ แล้ววันนี้ก็รับปริญญา คนมาแสดงความยินดีกับพี่ครามเยอะมาก รวมไปถึงครอบครัวของเขาและของฉันด้วย“ยินดีด้วยนะคราม” พ่อกับแม่ฉันเดินมาแล้วยื่นช่อดอกไม้ให้พี่ครามพร้อมพูดแสดงความยินดี“ขอบคุณนะครับคุณพ่อคุณแม่” พี่ครามยกมือขึ้นไหว้พ่อแม่ฉันแล้วรับดอกไม้มาถือไว้“จบแล้วทำงานเลยรึป่าวลูก คิดเอาไว้รึยัง” แม่ฉันยิ้มแล้วถามถึงอนาคตที่พี่ครามวางแผนไว้“ครับ คนแถวนี้เค้าอยากลงจากตำแหน่งเต็มทนแล้ว” พี่ครามตอบแล้วเหลือบมองไปที่คุณพ่อของเขานิ่งๆ“อะไร ฉันก็อยากพักบ้าง” พ่อพี่ครามพูดขึ้นอย่างลอยหน้าลอยตาจนฉันต้องหลุดขำ เพราะช่วงนี้พี่ครามทำงานหนักมาก ส่วนคุณพ่อนั้นแทบจะไม่ได้เข้าบริษัทเลย โดยที่ท่านให้เหตุผลว่าอยากจะพักมา 3 เดือนแล้ว“พ่อก็พักตลอดนั่นแหละค่ะ ตอนพี่ครามเรียนอยู่ก็ชอบขโมยแม่ไปเที่ยวแล้วทิ้งงานให้พี่ครามทำ” คะนิ้งมองพ่อตัวเองแล้วกรอกตามองบน“ตัวแสบ เผาพ่อหรอ” คุณพ่อหันไปหยิกแก้มน้องแล้วพูดเสียงเค้นเหมือนหมั่นไส้ลูกสาวตัวเอง“หึ เหนื่อยมั้ย” พี่ครามหัวเราะพ่อ
“พายเก่งมั้ย ทำตามที่ข้าวหอมสอนมาเป๊ะๆ เลย” ฉันถามย้ำเพราะอยากได้ยินคำชมจากพี่คราม“ข้าวหอมสอนว่ายังไง”“ก็สอนว่าให้สู้คน เค้าทำเรายังไงให้ทำเค้าคืน” ฉันบอกถึงคำสอนของข้าวหอมก่อนมา แล้วทำหน้าตาเหมือนนางร้ายในละครหลังข่าว“เป็นเด็กขี้แค้นตั้งแต่เมื่อไหร่”“พึ่งเป็นค่ะ พายไม่ชอบสายตาของพี่ๆ เขาเวลามองพาย” ฉันบอกเขาไปแล้วทำหน้ามุ่ยเมื่อนึกถึงตอนที่สองคนนั้นมองแล้วหัวเราะเยาะฉัน“หึ ทำแมวน้อยของพี่โกรธได้เนี่ยไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย” พี่ครามส่ายหน้าเบาๆ แล้วขำ“ใช่ค่ะ เหมือนแม่มดที่ข้าวหอมบอกไม่มีผิด” ฉันพยักหน้ารับรัวๆ แล้วนึกถึงคำพูดของข้าวหอม“หึ แม่มดเลยหรอ” พี่ครามหัวเราะในลำคอเล็กน้อย“ค่ะ แล้วข้าวหอมก็บอกด้วยนะคะว่าแม่มดชอบดักหน้าลิฟท์ แล้วก็จริงๆ ด้วยค่ะ ข้าวหอมนี่รู้ดีจริงๆ” ฉันบอกแล้วทำหน้าภูมิใจในตัวเองแล้วก็เพื่อนกลุ่มเรานี่ฉลาดกันจริงๆ“ฮ่าๆๆๆ” พี่ครามหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง“พี่ครามขำอะไร” ฉันถามแล้วทำหน้างง ทำไมต้องขำขนาดนั้นด้วย“หึหึ แมวน้อยซื่อบื้อ” แหนะ ยังมาว่าฉันอีกนะ“ขำอะไรคะ” ฉันถามย้ำ“ไม่มีอะไร แล้วนี่แต่งตัวอะไร” พี่ครามเลิกหัวเราะแล้วก็มองฉันนิ่ง“สวยมั้ยคะ” ฉัน
“แต่เป็นคู่หมั้น นี่พะพาย คู่หมั้นผมเอง” พี่ครามมองหน้าฉันแล้วกระตุกยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็เอื้อมมือมาโอบเอวฉันให้แนบชิดตัวเขาแล้วหันไปมองผู้หญิงสองคนนั้นฉันหันไปมองก็เห็นพวกเธออ้าปากค้างแล้วมองมาที่เราสองคนอย่างไม่เชื่อสายตา“คะ คู่หมั้น” พวกเธอหันไปมองหน้ากันตื่นๆ แล้วพูดขึ้นพร้อมกันเสียงสั่น“อ้าว คุณพะพาย เจอคุณครามแล้วหรอคะ” พี่ปลายฝนที่เดินผ่านมาเห็นพอดีก็เดินเข้ามาทักฉัน“ค่ะ พี่ปลายฝน” ฉันยิ้มให้พี่เขาไป“อ้าว พวกเธอมายืนอะไรตรงนี้” แล้วพี่ปลายฝนก็หันไปมองพี่สองคนนั้นที่ยืนทำหน้าเลิ่กลั่กอยู่“กะ แกรู้จักหรอ” พวกเธอหันไปมองพี่ปลายฝนแล้วถามเสียงสั่น“ก็คุณพะพายเป็นคู่หมั้นคุณคราม นั่นบัตรที่ฉันให้น้องเค้ามานี่ ทำไมมาอยู่กับแกอ่ะ” แล้วคำตอบของพี่ปลายฝนก็ทำเอาพวกเธอกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันมามองฉันอึ้งๆ“ชิ” ฉันเชิดหน้าขึ้นอย่างงอนๆ เชอะ ก่อนหน้านี้พวกเธอไล่ฉัน ฉันจำได้ขึ้นใจเลย“หึ เดี๋ยวผมขอคุยกับแมวน้อยตัวนี้ก่อนก็แล้วกันว่าเรื่องมันเป็นมายังไง แต่ก็รู้ดีอยู่แล้วใช่มั้ยว่าพวกคุณทำอะไรไว้” พี่ครามหันมามองหน้าฉันแล้วหัวเราะเล็กน้อย จากนั้นก็หันไปพูดกับพนักงานของเขาเสียงนิ่ง“อะ เอ่อ
“รอซักครู่นะคะคุณ...” เมื่อคนมาใหม่ตอบแล้วพี่คนสวยก็หันมาบอกฉัน“พะพายค่ะ” ฉันแนะนำตัวไป“ค่ะคุณพะพาย เดี๋ยวพี่ขอรับลูกค้าก่อนแล้วจะพาขึ้นไปหาคุณครามนะคะ” เธอเอ่ยบอกฉันอย่างลำบากใจ“งั้นไม่เป็นไรค่ะ พายไปเองก็ได้ พี่คนสวยทำงานเถอะค่ะ” ฉันมองไปที่คนมาใหม่ที่ยืนรออยู่แล้วก็หันไปบอกพี่คนสวย ฉันขึ้นไปเองได้ แค่บอกทางก็พอ เพราะคนจีพีเอสตายแบบฉันคงขึ้นไปเองไม่ได้แน่ๆ“พี่ชื่อปลายฝนนะคะ” พี่คนสวยบอกฉันเสียงหวาน“ค่ะพี่ปลายฝน พายไปเองได้”“เอางั้นหรอคะ งั้นเดินขึ้นลิฟท์ผู้บริหารที่อยู่อีกด้านได้เลยนะคะ บอก รปภ. หน้าลิฟท์ว่าเข้าพบคุณครามค่ะ” พี่ปลายฝนทำท่าลังเลเล็กน้อย จากนั้นเธอก็ยื่นบัตรอะไรบางอย่างให้ฉันแล้วเอ่ยบอก“ขอบคุณนะคะ พายไปแล้วน๊าาา” ฉันรับมาแล้วเอ่ยขอบคุณเธอไป จากนั้นก็หันไปเดินตามทางที่พี่ปลายฝนบอก“มาพบพี่ครามค่ะ” ฉันเดินไปพบพี่ รปภ. ที่ยืนอยู่หน้าลิฟท์แล้วยื่นบัตรให้พี่เขาดู“ครับ” พี่ รปภ. รับบัตรไปดูแล้วก็ยื่นบัตรคืนให้ฉัน จากนั้นก็หันไปกดเปิดลิฟท์ให้ฉัน“เดี๋ยว” แต่ขาฉันยังไม่ทันก้าวไปไหนเลยก็มีเสียงร้องห้ามที่ดังขึ้น“มาพบใคร ทำไมให้ใช้ลิฟท์ผู้บริหาร” ฉันหันไปมองคนมาใหม่ที่
“กะ กลับกันเถอะ” มือฉันกำสายเบลล์แน่นแล้วหันไปบอกเพื่อนอย่างกลัวๆก็จะอะไรซะอีกล่ะ ตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าบริษัทของพี่ครามเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เช้าที่เพื่อนทั้งสามคนของฉันไปหาแล้วจับฉันแต่งตัวใส่กระโปรงทรงเอที่สั้นที่สุดในชีวิตของฉัน แม้มันจะไม่ได้สั้นจนน่าเกลียดแต่ฉันไม่ชินเพราะไม่เคยใส่แบบนี้มาก่อน แล้วเสื้อก็ตัวเล็กกว่าปกติที่ฉันใส่ พอแต่งตัวให้ฉันเสร็จก็จับฉันแต่งหน้า แล้วก็เอาแต่ชมฉันว่าสวย น่ารัก จนฉันมั่นใจในตัวเองขึ้นมาในระดับหนึ่งแต่ตอนนี้ฉันเริ่มไม่มั่นใจแล้วสิ“ห๊ะ” ข้าวหอมที่นั่งข้างๆ หันมามองฉันงงๆ“ได้ไง มาถึงนี่แล้ว” ปลาทองที่นั่งอยู่เบาะหลังพูดขึ้น“พายไม่กล้า” ฉันพูดเสียงอ่อนแล้วก้มหน้าลง“แกไม่คิดถึงพี่ครามรึยังไง” เซรีนถามขึ้น“คิดถึงสิ” ฉันเงยหน้าขึ้นไปแล้วพยักหน้างึกๆ ให้เพื่อน“พี่ครามอยู่ที่นี่นะ ถ้าแกขึ้นไปหาเขา แกก็จะได้เจอ” ปลาทองพูดแล้วชี้ไปที่ตึกใหญ่ตรงหน้า“พายขึ้นไปก็ได้” ฉันมองตามแล้วชั่งใจคิด ความกลัวมันก็มีนะ แต่ความคิดถึงของฉันมันมีมากกว่าซะอีก“ต้องอย่างงี้สิเพื่อนฉัน” ปลาทองดีดนิ้วแล้วมองฉันอย่างภูมิใจ“ตามสเต๊ปแกต้องเจอนางร้ายหน้าลิฟท์”“แม่มดหรอ” ฉั
“อื้ม จีบอยู่” พี่ครามตอบเพื่อนเขาทั้งๆ ที่ยังไม่ละสายตาไปจากฉันเลยฉ่าาาาาาาหน้าฉันร้อนแล้วร้อนอีก“มะ มึงตบหน้ากูที” ฉันละสายตาจากพี่ครามไปมองเพื่อนเขาที่นั่งอ้าปากค้างอยู่พี่ขุนยกมือขึ้นตบหน้าเพื่อนเขาตามคำขอเพี๊ยะ“เจ็บไอ้สัส” ซึ่งแรงนั้นก็ไม่น้อยจนพี่เขาถึงกับหน้าหัน พอตั้งสติได้เขาก็หันไปเ
“พี่คะ” ฉันหันไปเห็นพี่แม่ค้าเลยเรียกพี่เขาไป“อ้าว ว่าไงคนสวย” พี่เขาหันมาเห็นฉันแล้วถาม“เอ่อ ปกติพี่ครามนั่งที่ไหนหรอคะ” ฉันถามไปเผื่อพี่เขาจะรู้“เอ๋ น้องครามหรอ รู้สึกว่าโต๊ะประจำจะอยู่โซนข้างๆ ลานเกียร์นะ” พี่เขาทำท่านึกแล้วชี้ไปอีกฟากของโรงอาหารไกลจัง“ขอบคุณค่า” ฉันหันไปก้มหัวให้พี่เขาแล้ว
“อื้ม จีบได้มั้ยล่ะ” พี่เขาพยักหน้ายอมรับนิ่งๆ แล้วสบตาฉันอย่างจริงจังฉ่าาาาาาาาจู่ๆ หน้าฉันก็ร้อนขึ้นมาทันทีเลยแฮะ“คิก พี่นี่โกหกหน้าตายจริงๆ ยังไงก็ขอบคุณนะคะสำหรับก๋วยเตี๋ยว” ฉันพยายามหาทางออกให้ตัวเองโดยการเฉไฉไปเรื่องอื่น วางปากกากับกระดาษลงแล้วหันหลังกลับไปปรุงก๋วยเตี๋ยว“ได้แล้วจ้าน้องครา
“เอ่อ ป่าวๆ ไม่มีไร ขอโทษที พี่ตกใจเสียงดังไปหน่อย”“ทะ ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วยคะ” ฉันถามงงๆ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาเห็นหน้าฉันตกใจ หรือหน้าฉันมีอะไรแปลกๆ หรือมีอะไรติดอยู่“ไอ้ขุน” ยังไม่ทันที่พี่เขาจะได้ตอบอะไรก็มีเสียงนิ่งๆ ดังขึ้นจากทางด้านหลังก่อน“เห้ย ไอ้คราม มาพอดีเลย” พี่ขุน อย่าถามว่ารู







