LOGINร้านกาแฟหน้ามอตอนนี้ฉันและเซรีนก็เดินมาถึงร้านกาแฟตรงหน้ามอที่ดังมาก เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของมอ K เลยก็ว่าได้ ส่วนปลาทองกับข้าวหอมแยกไปเข้าห้องน้ำ ฉันกับเซรีนจึงมาสั่งและจองโต๊ะรอพอเดินเข้ามาในร้านแล้วฉันก็รับรู้ถึงสายตาที่มองมาของคนในร้าน และแน่นอนว่ามันไม่ค่อยจะเป็นมิตรซักเท่าไหร่ฉันหันไปมองเซรีนอย่างงอแงฉันไม่ชอบเลยที่ตัวเองเป็นจุดสนใจแบบนี้“หึหึ อย่างอแงสิแม่คนดัง” เซรีนหัวเราะในลำคอแล้วเอ่ยแซวฉัน“เซรีนนนนน” ฉันเรียกเพื่อนเสียงอ่อนเพราะแม้แต่เพื่อนยังแซวฉันเลย“เอาน่า เดี๋ยวก็ชิน”“งื้อออออ แต่พายไม่ชิน” ใช่ ฉันไม่ชิน และไม่น่าจะชินในเร็วๆ นี้ด้วย" หึ งั้นเดี๋ยวเราไปสั่ง พายไปจองโต๊ะนะ” เซรีนบอกฉันก็พยักหน้ารับรัวๆ จากนั้นก็รีบเดินไปหาโต๊ะนั่ง โดยที่ทำเป็นไม่สนสายตาของคนในร้านที่มองมาพอได้โต๊ะแล้วฉันก็นั่งก้มหน้างุดพรึบฉันนั่งก้มหน้ารอเพื่อนๆ ที่โต๊ะแล้วก็ต้องเงยหน้าขึ้นเพราะจู่ๆ ก็มีคนมาหยุดยืนที่โต๊ะพอเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็เห็นผู้ชายสองคนในชุดนักศึกษากำลังยืนมองฉันอยู่“มีอะไรรึป่าวคะ” ฉันมองหน้าผู้ชายสองคนตรงหน้าแล้วทำหน้างง“เด็กปีหนึ่งหรอ” เขาถามขึ้น“ค่ะ สวัสดีค่
ห้องเรียน B7คณะบริหารธุรกิจครืด ครืดแรงสั่นของโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะละสายตาจากจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ตรงหน้าแล้วหันมาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูKharm ได้เพิ่มคุณเป็นเพื่อนฉันไม่ได้ตกใจเท่าไหร่ที่เขาจะแอดเฟรนด์มา เพราะรู้อยู่แล้วว่าที่เขาขอเบอร์นั้นเขาต้องแอดไลน์มาแน่ๆแต่ที่ฉันกังวลในตอนนี้คือชีวิตที่สงบสุขของฉันกำลังจะหมดไปเพราะการเรียนภาคบ่ายนี้ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาแบบแปลกๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สาเหตุนั้นน่าจะมาจากคนพึ่งแอดไลน์ฉันมาตะกี้นี้ แต่เขาไม่ได้ทักอะไรมานะ คงจะรู้ว่าฉันเรียนอยู่จึกๆแรงสะกิดตรงไหล่ซ้ายทำให้ฉันละสายตาจากโทรศัพท์หันไปมอง“พาย ดูนี่” ข้าวหอมยื่นโทรศัพท์มาให้ฉันฉันรับมาแล้วมองหน้าเพื่อนอย่างงงๆ จากนั้นก็ก้มดู พอเห็นแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยๆจบสิ้นจริงๆ แล้วชีวิตสงบสุขของฉันเพจใต้เตียงมอ KK University~ต๊ายยยยยยยย วันนี้เพื่อนของแอดส่งรูปที่กำลังเป็น Talk Of The Town ในตอนนี้มาให้แอดดู เฮดว๊ากวิศวะควงเด็กปีหนึ่งบริหารกินข้าวกลางวิศวะ ซึ่งก็ไม่ต้องสืบค่ะ เฮดว๊ากนั่นก็คือ พี่คราม ปี 3 วิศวะการบิน หนุ่มหน้านิ่งสมบัติวิศวะ
สวัสดีครับ ผมคราม ที่รู้จักกันในนามเฮดว๊ากวิศวะ เรียนปี 3 มีเพื่อนสนิท 3 คน ที่พูดถึงตอนต้นนั่นแหละ ผมเรียนวิศวะการบิน เพราะที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวการบิน ผมเป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ แต่จะนิ่งแค่ไหนต้องรอดู เอาเป็นว่ารู้จักพอคร่าวๆ ก่อนนะ ค่อยทำความรู้จักนิสัยกันไปก็แล้วกัน“ที่จริงมันไม่ได้เจอน้องเขาวันนี้วันแรกหรอก น้องคนนี้มันจองตั้งแต่น้องเขามาเรียนปรับพื้นฐานแล้ว” ไอ้ขุนพูดขึ้น ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นไปมองมันนิ่งๆ“เห้ย ยังไงวะ นี่พวกมึงไปเจอน้องเขาที่ไหน” ไอ้พายัพถามขึ้นอย่างตื่นๆ“หึ ก็วันนั้นที่คณะบริหารไง ที่เราไปประชุมรับน้องอ่ะ” ไอ้ขุนหันมามองผมแล้วกระตุกยิ้มมุมปากแล้วพูดขึ้นใช่แล้วผมเคยเจอพะพายมาก่อน1 เดือนก่อนหน้านี้“งื้ออออ ก็เราไม่รู้จักทางนี่นา” เสียงหวานที่ดังขึ้นงุ้งงิ้งๆ ตรงทางเดินขึ้นบันไดทำให้ผมหันไปมองนิ่งๆแล้วก็เจอกับร่างบางที่อยู่ในชุดนักศึกษาพอดีตัว ผมรู้ทันทีว่าเด็กคนนี้คงเป็นเด็กปีหนึ่งของคณะบริหารแน่ๆ เพราะตอนนี้ผมอยู่ที่คณะบริหาร มาประชุมเรื่องรับน้องรวม ส่วนที่รู้ว่าเธอคือเด็กปีหนึ่งเพราะตอนนี้มหาลัยยังไม่เปิด แต่มีบางคณะที่เปิดรับน้องก่อน และเปิดเรียนปรับพื้นฐานก่
นั่นไง มันมานู่นละ ถามมันเองแล้วกัน” เมื่อผมเดินมาถึงโต๊ะประจำที่นั่งกับเพื่อนก็เห็นเพื่อนนั่งคุยกันอยู่ จากนั้นพอไอ้ขุนมันหันมาเห็นผมมันก็พูดขึ้นทันที ทำให้เพื่อนๆ หันมามองผมเป็นตาเดียวผมเดินไปนั่งที่เดิมแล้วนั่งลงนิ่งๆ ผมไม่ได้สนใจสายตาของพวกมันเลยซักนิด“เอ่อ ครามไปไหนมาเหรอ” ลินิน เพื่อนผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มถามขึ้น“ถามทำไม” ผมถามเธอกลับนิ่งๆ เพราะปกติผมไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว แล้วกับลินิน เธอเป็นเพื่อนกับไอ้วินเพื่อนของผม เลยทำให้เธอได้มาอยู่กลุ่มพวกผม แต่ผมไม่ได้สนิทอะไร“ก็พวกนี้บอกว่าครามไปส่งผู้หญิงมา จริงเหรอ” เธอถามขึ้นแล้วมองหน้าผมอย่างเกรงๆ เพราะรู้จักนิสัยผมดีอยู่แล้วผมไม่ตอบอะไรแต่พยักหน้าตอบรับไปนิ่งๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะขึ้นมากดบันทึกเบอร์ของคนที่ผมพึ่งไปส่งมาเมื่อกี้ไว้❤️ครับ รูปหัวใจนี่แหละที่ผมบันทึกไว้“นั่นไง บอกแล้วไม่เชื่อลินิน” ไอ้พายัพพูดขึ้น“อย่าว่าแต่ลินินจะไม่เชื่อ ถ้ากูไม่เห็นกับตากูก็คงไม่เชื่อเหมือนกันแหละ” เสียงไอ้วินเนอร์พูดขึ้นบ้าง“เออ ก็จริง ปกติมันไม่สนใจผู้หญิง”“แล้วนั่นทำอะไรวะ มาถึงก็จับโทรศัพท์ เพื่อนไม่สนใจ” ไอ้ข
“อื้อออ” ฉันก้มหน้างุดเพื่อหลบหนีสายตาของคนที่มองมา และไม่อยากให้เขาเห็นหน้าของฉันที่ตอนนี้มันคงแดงมากแน่ๆผู้ชายคนนี้อันตรายต่อใจฉันเหลือเกิน“พายไปนะคะ” ฉันบอกทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่แล้วก็รีบเดินออกมาทันที“อ้าว พายรอด้วย” ได้ยินเสียงของปลาทองดังตาม พร้อมกับร่างของเพื่อนที่วิ่งมาหยุดข้างฉันซึ่งฉันนั้นได้แต่เดินก้มหน้ามองทางแล้วก็รีบเดินกลับคณะทันที“กรี๊ดดดดดดด” พอเดินพ้นออกมาจากโรงอาหารมาถึงสวนหย่อมข้างๆ โรงอาหารก็ได้ยินเสียงกรี๊ดที่ดังขึ้นข้างๆพรึบ“ปลาทองเป็นอะไร” ฉันถามขึ้นแต่เพื่อนฉันก็ยังไม่หยุดกรี๊ด แม้จะไม่ดังมาก แต่ฉันก็กลัวคนอื่นจะแตกตื่นฉันรีบเอามือไปปิดปากปลาทองทันที และหันไปมองเพื่อนสองคนที่เดินตามมาอย่างตื่นๆ“อื้ออออ พะพาย แกไปรู้จักมักจี่กับพี่ครามได้ยังไง” ปลาทองยกมือขึ้นมาจับมือฉันออกจากปากแล้วถามฉันขึ้นอย่างตื่นเต้น“เอ่ออ คือว่า” ฉันอ้ำๆ อึ้งๆ เพราะไม่รู้จะบอกเพื่อนไปยังไงตั้งแต่แรกเริ่ม“เขาจีบแกเหรอ” ข้าวหอมถามขึ้น“ไม่รู้” ฉันส่ายหน้าดิก เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าที่เขาพูดกับเพื่อนเขานั้นเขาจริงใจแค่ไหน“โอ้ยยย ไม่ต้องเสียเวลาคิด เขาจีบแกชัวร์” ปลาทองว่าขึ้นแล้ว
“อื้ม จีบอยู่” พี่ครามตอบเพื่อนเขาทั้งๆ ที่ยังไม่ละสายตาไปจากฉันเลยฉ่าาาาาาาหน้าฉันร้อนแล้วร้อนอีก“มะ มึงตบหน้ากูที” ฉันละสายตาจากพี่ครามไปมองเพื่อนเขาที่นั่งอ้าปากค้างอยู่พี่ขุนยกมือขึ้นตบหน้าเพื่อนเขาตามคำขอเพี๊ยะ“เจ็บไอ้สัส” ซึ่งแรงนั้นก็ไม่น้อยจนพี่เขาถึงกับหน้าหัน พอตั้งสติได้เขาก็หันไปเอาเรื่องพี่ขุนทันทีฉันถึงหลุดขำกับท่าทางของเพื่อนเขาที่ทำท่าเหมือนเจอสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยังไงอย่างงั้น“มองพวกมันทำไม” ฉันละสายตาจากสงครามย่อมๆ ของเพื่อนพี่ครามแล้วหันมามองคนที่พูดขึ้นเอ่ออออออทำไมเขาต้องจ้องฉันเขม็งเหมือนกับฉันไปทำอะไรผิดมาอย่างงั้นแหละ“แหะๆ พี่จะเอาเบอร์ใช่มั้ยคะ” ฉันพยายามยิ้มให้เขา แต่รอยยิ้มที่ออกมามันก็ดูเกร็งๆอย่าหน้าดุนักสิ ฉันก็กลัวเป็นนะฉันเอื้อมมือไปหยิบเอาโทรศัพท์ที่เขายื่นมาให้แต่แรก แล้วกดเบอร์ตัวเองให้เขาไป จากนั้นก็ยื่นโทรศัพท์คืนให้เขา“เห้ย ว่าแต่มึงจะไม่แนะนำให้พวกกูรู้จักหน่อยเหรอว่ะ ว่าน้องตุ๊กตาสุดบ๊องแบ๊วนี่เป็นใคร” แล้วเพื่อนพี่ครามคนหนึ่งก็พูดขึ้น“ไม่จำเป็น” พี่ครามตอบกลับเสียงนิ่ง“อ้าว ไอ้คราม ไอ้ห่า” พี่เขาอ้าปากค้างแล้วก็ทำหน้างอนๆ ซึ่งขั







