LOGINตลอดช่วงหลายวันมานี้ซูเมิ่งและหลีอี้เฟิงต่างพากันเล่นเป็นชู้รักกันอย่างสนุกสนานอย่างไม่อายฟ้าดินซูเมิ่งมีหน้าตางดงามดั่งนางฟ้าส่วนหลีอี้เฟิงมีใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตร แต่จิตใจของพวกเขาทั้งสองนั้นช่างหยาบช้าราวหลุดออกมาจากขุมนรก ส่วนทางด้านตัวของหวังซุนมัวแต่ลุ่มหลงไปกับการพนันข้อเสียที่ร้ายแรงอีกข้อหนึ่งของเขานั้นก็คือไว้ใจในตัวสตรีคนรักมากจนเกินไปทรัพย์สินเงินทองไม่ว่าจะเก็บซุกซ่อนอยู่หนใดตัวเขาล้วนแล้วแต่บอกนางจนหมดสิ้น
“บ้าที่สุดวันนี้ก็เช่นกันข้าเสียหมดตัวอีกแล้ว พวกเจ้าโกงข้า พวกเจ้าต้องโกงข้าแน่ๆ” หวังซุนกล่าวออกมาด้วยความเดือดดาลเขาเสียพนันไม่รู้จะเสียยังไงแล้วตั้งแต่นี้เป็นต้นไปชายผู้มีนามว่าหวังซุนนั้นจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการพนันอย่างเด็ดขาด
“เฮ้ย เฮ้ย นายน้อยหวัง ทำไมท่านพูดจาหยาบคายเช่นนั้นล่ะ บ่อนอิ่งเทียนเป็นบ่อนการพนันที่น่าเชื่อถือและยิ่งใหญ่ที่สุดภายในเมืองหลวงไหนเลยที่จะต้องมาโกงเศษเงินเล็กๆน้อยๆของท่าน” เด็กรับใช้ผู้ดูแลบ่อนทำหน้ากวนๆเล็กน้อยเพราะดูเหมือนว่าภารกิจของพวกเขานั้นจะเสร็จสิ้นแล้ว
“ชิ ฝากไว้ก่อนเถอะ ไว้ข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับพวกเจ้าในภายหลัง” หวังซุนทิ้งคำพูดทิ้งท้ายเอาไว้ หลังจากนั้นเขาก็เดินทางกลับไปที่ตระกูลของตนในทันทีเมื่อเดินทางมาถึงเขาก็พบเข้ากับบุตรสาวของตนที่กำลังยืนร้องไห้อยู่ที่ด้านหน้าจวน หวังซุนผู้ที่ไม่เอาไหนกำลังหัวเสียสุดๆจากการพนันเมื่อพบเจอบุตรสาวตัวน้อยที่กำลังร้องไห้อยู่เขาจึงรีบเปลี่ยนแปลงหน้าตาของตนกลายเป็นคุณพ่อที่แสนดีในทันที
“ซูเหวิน นางฟ้าตัวน้อยของพ่อทำไมถึงมาร้องไห้อยู่ตรงนี้” น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความสุภาพอ่อนโยนมีเพียงแต่สตรีตัวน้อยนางนี้เท่านั้นที่จะสามารถกุมหัวใจของเขาได้ เด็กหญิงตัวน้อยเมื่อพบเห็นการมาของผู้เป็นพ่อนางจึงรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดในทันที
“เด็กดีเจ้าเป็นอะไร” ชายหนุ่มลูบหัวนางอย่างอ่อนโยนนี่คงจะเป็นความดีเพียงอย่างเดียวในชีวิตเขา
แอร๊ด....หลังจากนั้นไม่นานประตูบานใหญ่ของจวนก็เปิดขึ้นหวังซุนจิตวิญาณของเขาแทบที่จะหลุดลอยออกจากร่างเมื่อเห็นเมียรักของตนเดินออกมาตัวของนางนั้นสวมเสื้อผ้าที่บางเบาและที่สำคัญมีชายผู้หนึ่งเดินออกมาด้วยเขาเป็นชายผู้ที่ตนรู้จักและสนิทสนมเป็นอย่างดี นั่นก็คือ หลีอี้เฟิง ลูกพี่ลูกน้องที่เขาเคารพนับถือ
“นี่มันหมายความว่ายังไงกัน ซูเมิ่ง” น้ำเสียงของชายหนุ่มสั่นสะท้านอย่างถึงที่สุดแม้แต่คนโง่ที่สุดในโลกก็ยังเข้าใจยามที่เห็นภาพตรงหน้า คนทั้งสองต่างครบชู้กันอย่างซึ้งหน้าและเปิดเผย
“ข้าล่ะสะอิดสะเอียนเต็มที ที่ต้องทนใช้ชีวิตเคียงคู่กับเจ้า หวังซุน เจ้ามันก็มีดีแต่เพียงหน้าตาและอาศัยสมบัติเก่าอยู่กินไปวันๆก็เท่านั้นตอนนี้ตัวเจ้านั้นหมดตัวแล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าซะ” ซูเมิ่งหญิงสาวที่ตัวเขาทุ่มเทหัวใจและรักนางมากที่สุดเขาไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยว่าจะได้เห็นสีหน้าและแววตาของนางเช่นนี้ตัวเขานั้นกำลังรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังหลับฝันไปนี่คือหญิงสาวที่งดงามที่สุดภายในเมืองหลวงแห่งนี้จริงๆเหรอ และที่สำคัญตัวของนางคือเมียที่รักยิ่งของเขานะ หญิงสาวที่แสนดีและงดงามของเขานั้นหายไปไหนแล้ว
หมับ อื้อ....อื้อ.... หลีอี้เฟิง จับนางประกบริมฝีปากอย่างดูดดื่มต่อหน้าหวังซุน โดยที่สตรีนางนี้นั้นไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนแววตาของนางในยามนี้นั้นราวถูกต้องมนตร์สะกดนางสวมกอดชู้รักของนางอย่างดูดดื่ม
“ชั่วช้าไร้ยางอายนัก พวกเจ้าสองตัวจงไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า” ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงและความรู้สึกที่โกรธแค้นเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะถูกคนที่รักทั้งสองมารวมหัวหลอกเขาเช่นนี้ ทางด้านตัวของหลีอี้เฟิง ฉีกยิ้มกว้างรอยยิ้มและแววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความหยาบช้าและชั่วร้ายอย่างถึงขีดสุด
“เจ้าล่ะซิที่จะต้องไสหัวออกไปจากที่จวนของข้าบัดนี้ พื้นที่ทุกตารางนิ้วของตระกูลหวังได้ตกเป็นของข้าแล้ว” หลีอี้เฟิงได้แสดงเอกสารสิทธิ์และตราตั้งว่าตัวของเขานั้นได้เป็นเจ้าของพื้นที่ตัวจริงเสียงจริง เขาได้ร่วมกับขุนนางชั้นเลวในการสับเปลี่ยนครั้งนี้
“ไม่จริงที่นี่เป็นสถานที่ของข้ามันคือสถานที่ของท่านพ่อที่สร้างมาด้วยความยากลำบาก แล้วมันจะตกเป็นของเจ้าไปได้อย่างไร” หวังซุนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่ยินยอม
“นายน้อยหวังท่านทำใจยอมรับเถอะว่าจวนของท่านตกเป็นของหลีอี้เฟิงแล้ว” ชายผู้มีน้ำเสียงที่แก่ชรานั้นตัวเขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชอบธรรม เขามีนามว่าเฟยเมียวเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ภายในเมืองหลวงแห่งนี้และยังเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือหลีอี้เฟิงในการครอบครองทรัพย์สินตระกูลหวังถือได้ว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของท่านพ่อที่ล่วงลับของหวังซุน
“แก...ไอ้แก่ เฟยเมียว ที่แท้พวกแกก็รวมหัวกัน” หวังซุนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความโกรธแค้นสุดขีดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้จะโทษใครไปไม่ได้เลยนอกจากตัวเขาเอง
“ก๊าก ฮ่า ฮ่า โธ่...โถว โถว น้องหวังเจ้าจงอย่าได้โทษใครเลยนะ จงโทษก็จงโทษที่ตัวเจ้าเองเถอะที่ตัวเจ้านั้นเกิดมาโง่เอง ใครใช้ให้ตัวเจ้าเป็นคนขี้เกียจ ใครใช้ให้ตัวเจ้านั้นเป็นคนไม่เอาไหน เอ....หากจะโทษเป็นเพราะความไม่เอาไหนของเจ้าก็คงจะไม่ถูกนะทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นแผนของข้าเอง” หลี้อี้เฟิงได้วางแผนการทำลายธุระกิจการค้าที่สำคัญของตระกูลหวังแผนการของเขานั้นจะสำเร็จไปไม่ได้เลยถ้าหากขาดผู้ช่วยที่สำคัญนั่นก็คือภรรยาสุดที่รักของหวังซุนเองตัวของนางนั้นยักยอกเงินจนขาดสภาพคล่องจึงทำให้กิจการค้าที่สำคัญค่อยๆล้มลงไปทีละนิด
พร๊วด.....หวังซุนถึงกับกระอักสำลักเลือดออกมาเขาคาดคิดไม่ถึงเลยว่าคนทั้งสองนั้นจะทำกับเขาได้เจ็บแสบถึงเพียงนี้เจ้าหลี้อี้เฟิงไม่เพียงแต่ทำลายธุรกิจการค้าของตระกูลหวังแต่มันยังแย่งชิงภรรยาผู้อันเป็นที่รักของเขาไปอีกด้วย
“ท่านพี่ ท่านได้โปรดอย่าโทษข้าเลยนะ ใครใช้ให้ท่านพี่เกิดมาหล่อแต่โง่ล่ะ คิก คิก” ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของนางนั้นจะนิ่มนวลอ่อนหวานแต่ทุกคำพูดที่กล่าวออกมาล้วนแล้วแต่มีความเจ็บแสบอย่างถึงขีดสุด
“ไป!! ไสหัวไปซะ ไปให้พ้นบ้านข้า” หลีอี้เฟิงพูดจาดุด่าราวกับว่าตนเองนั้นกำลังขับไล่สุนัข
ทางด้านตัวของ หวังซุนในยามนี้นั้นตัวของเขานั้นรู้สึกอื้ออึงที่ตัวเขานั้นถูกขับไล่ออกจากบ้านของตัวเอง ถึงแม้ว่าภายในใจของเขานั้นจะเต็มไปด้วยความเจ็บแค้นตัวเขาก็คงทำได้แต่หันหลังแล้วเดินออกจากไปจากที่บ้านหลังนี้อย่างช้าๆ
“เดียว เจ้าจะไปไหน เจ้าจงนำลูกที่น่ารักของเจ้าไปด้วย” น้ำเสียงของซูเมิ่งเต็มไปด้วยความเย็นชา กิริยาท่าทางของนางในยามนี้นั้นมองดูแล้วสูงส่งเป็นอย่างมากนางทำราวกับว่าคุยกับเด็กรับใช้ทั้งที่ชายผู้นี้นั้นคือสามีของนางถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะเป็นคนไม่เอาไหนแต่ก็ชุบเลี้ยงนางมานานปีจนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบายจนถึงทุกวันนี้
“ซูเมิ่ง นี่เจ้ายังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า ซูเหวิน นางคือบุตรสาวของเจ้านะ” หวังซุนกล่าวออกมาด้วยความเดือดดาลสตรีนางนี้จิตใจของนางช่างหยาบช้ายิ่งนักไม่เพียงแต่นางจะทอดทิ้งสามีของตัวเองแม้แต่บุตรสาวที่ถือกำเนิดมาจากนางนางก็ไม่เว้น
“นางเด็กโง่นี่ข้าไม่ต้องการ เจ้านำลูกของเจ้าไปด้วยเถอะ ลูกของข้า ข้าทำใหม่ได้” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเย็นชาหมานั้นมันยังรักลูกของมันแต่สำหรับสตรีนางนี้นั้นนางไม่ใช่
“ก๊ากกกก ฮ่า ฮ่า ช่างถูกใจข้านัก สมแล้วที่เป็นฮูหยินของข้า ไม่เป็นไรนะ เดียวข้าจะทำลูกให้เจ้าใหม่เอง” หลี้อีเฟิง กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความภูมิใจสูงสุดที่สตรีคนรักของเขาตัวของนางช่างมีความดุเดือดถึงเพียงนี้นี่มันยิ่งทำให้ตัวเขานั้นทั้งรักทั้งหลงนางยิ่งไปอีกสมแล้วที่ตัวของเขานั้นแย่งชิงนางมากได้
“นางสารเลว” หวังซุนไม่รู้ว่าตนเองจะสรรหาคำไหนมาด่านางดี ชายหนุ่มหญิงสาวคู่นี้นั้นล้วนแล้วแต่มีความชั่วที่ผิดมนุษย์สักวันสวรรค์จะต้องลงโทษพวกเขาทั้งสองแน่
“ซูเหวินมากับพ่อนะ พ่อจะดูแลเจ้าเอง” หวังซุนรีบสวมกอดบุตรสาวแล้วพาเดินทางออกจากสถานที่แห่งนี้ในทันทีสถานที่แห่งนี้นั้นมันไม่ใช่บ้านและสถานที่ที่เขารู้จักอีกต่อไป
“ซูเหวินลูกพ่อเจ้าชอบอยู่ที่นี่จริงๆใช่ไหม” หวังซุนกล่าวถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนสำหรับตัวเขาแล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็ดีทั้งนั้นขอเพียงแค่ว่าคนที่รักของเขานั้นมีความสุข“ท่านพ่อข้าชอบที่นี่มาก ข้าไม่อยากที่จะกลับไปอยู่เมืองหลวงอีกแล้วข้าคิดถึงเพื่อนคิดถึงท่านปู่ที่นี่มีคนที่ข้ารักอยู่เต็มไปหมด” ถึงแม้ว่าตัวของนางนั้นจะเป็นเพียงแค่เด็กแต่ก็พอที่จะรับรู้ได้ว่าความรักความคิดถึงนั้นมันเป็นเช่นไร“ดี ดีพ่อจะตามใจเจ้า” หวังซุนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนยามที่พูดคุยกับบุตรสาวที่น่ารักของเขาชายหนุ่มเป็นท่านพ่อที่ใจดีเป็นอย่างมากเพราะตัวของนางนั้นแทบที่จะเป็นโลกทั้งใบของหวังซุน“แล้วเจ้าจะไม่เป็นอะไรเหรอ กิจการค้าหลายอย่างของเจ้าก็อยู่ในเมืองหลวงไม่น้อยเลยแล้วไหนจะนางอีก”. ซิ่วอิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเล็กน้อยเพราะตัวของหวังซุนนั้นเกิดและโตภายในเมืองหลวงและสมบัติดั้งเดิมของเขาที่เคยถูกแย่งชิงไปบัดนี้ก็ได้คืนมาหมดแล้วแต่เขากับเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้“ทำไมข้าจะอยู่ไม่ได้ล่ะ ก็เพราะหัวใจของข้าอยู่ที่นี่ขอเพียงแค่มีเจ้าและลูกชีวิตขอ
ชีวิตของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นแทบที่จะเรียกได้ว่าตกอับอย่างถึงขีดสุด จากชายหนุ่มรูปงามที่มีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตบัดนี้ตัวของเขานั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรผู้หญิงที่เขาแย่งชิงมาด้วยความยากลำบากบัดนี้ตัวของนางกับทิ้งเขาไปอีก หวังซุนไม่ได้เปิดเผยตัวเองว่าตัวเขาแท้ที่จริงแล้วอยู่เหตุการณ์เบื้องหลังทั้งหมดหลังจากที่หลีอี้เฟิงได้สิ้นเนื้อประดาตัวเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันอีกต่อไปเพราะชีวิตของมันคงจบสิ้นลงแล้วชีวิตของมันเองหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของมันแล้วครืน....ครืน.....รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆในขณะนั้นผู้ที่อยู่บนรถม้าก็ได้ให้ความสนใจต่อชายเร่ร่อนผู้หนึ่งถึงแม้ว่าท่าทางของเขานั้นจะสกปรกมอมแมมแต่ผิวพรรณหน้าตาของเขานั้นมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากชายเร่ร่อนที่นอนอยู่ข้างถนนผู้นี้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลีอี้เฟิง“ชายหนุ่มผู้นี้เป็นใครกัน” น้ำเสียงของชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยความสนใจ“เรียนท่านแม่ทัพ คนผู้นี้น่าจะเป็นนายน้อยหลีอี้เฟิงขอรับข้าได้ข่าวมาว่าเขาเล่นการพนันจนหมดตัวแล้วสภาพก็เป็นอย่างที่เห็นรอวันตายไปวันๆใช้ชีวิตอย่างคนไร้ค่า” ผู้ติดตามรีบกล่าวรายงานต่อผู้เป็นนาย“
ในตอนนี้นั้นหลีอี้เฟิงได้กลายเป็นผีพนันไปเต็มตัวแล้ววันทั้งวันเขาอาศัยอยู่แต่ภายในบ่อนจนไม่สนใจโลกภายนอกธุรกิจการค้าของเขานั้นเจ๊งพังยับเยินไม่มีชิ้นดีเหล่าผู้ติดตามเขาที่ติดตามมานานปีตั้งแต่ยุคสมัยของผู้เป็นพ่อล้วนแล้วแต่จางหายไปหมดสิ้นจากชายหนุ่มที่เป็นสุภาพบุรุษประจำเมืองหลวงที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันแย่งชิงสารรูปของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้ขี้เมาดีๆไม่หลงเหลือความหล่อเหลาสง่าราศีอีกต่อไป อารมณ์ด้านมืดของแต่ล่ะคนนั้นช่างเป็นสิ่งที่น่ากลัวหากเราหลงละเลิงสนุกไปกับมันจนขาดการยั้งคิดมันสามารถเป็นอาวุธทำลายล้างชีวิตของตัวเราเองทุกสิ่งที่เคยสร้างมาล้วนแล้วแต่สูญสลายหายไปจนหมดสิ้นไม่ว่าจะเป็นคนที่เรารักหรือทรัพย์สิน“ไอ้บ้าเอ้ย..เกือบจะชนะแล้วเชียวทำไมวันนี้โชคชะตาไม่เข้าข้างข้าเอาซะเลย” หลีอี้เฟิงส่งเสียงร้องตะโกนอย่างคนหัวเสียตัวของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้โง่คนหนึ่งเท่านั้นที่ถูกคนอื่นจูงจมูกโดยง่าย“น่าเสียดายจริงๆเลยนะขอรับเหลืออีกเพียงแค่นิดเดียวตัวท่านก็จะชนะเดิมพันแล้ว” ผู้ดูแลบ่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเสียดายแทนหลีอี้เฟิงราวว่าตัวของเขานั้นทุกข์ร้อนแทนมัน
สถานการณ์ทางการเงินของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นนับได้ว่ามีความย่ำแย่อย่างถึงขีดสุดเพราะตัวของเขานั้นถึงขนาดค่อยๆทยอยขายสิ่งของที่มีค่าไปทีละนิดทีละนิดจนภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรทุกสิ่งทุกอย่างภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นมันแทบที่จะว่างเปล่าไปหมด ไม่เพียงแค่นั้นซูเมิ่งหญิงสาวคนรักของเขาก็ทอดทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดีเมื่อตัวของมันนั้นหมดประโยชน์มีหรือที่ตัวของนางนั้นจะทนอยู่กินเกลือไปด้วยสตรีนางนี้ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยอสรพิษแต่ตัวของนางนั้นเป็นคนฉลาดนางมีทรัพย์สินเงินทองที่มากพอที่จะสามารถหล่อเลี้ยงนางไปทั้งชีวิตแต่ข้อเสียที่ร้ายแรงของนางนั้นเป็นเพราะตัวของนางนั้นไม่เคยรักใครจริงนอกจากตัวของนางเองหลังจากที่นางทอดทิ้งหลีอี้เฟิงไม่ต่างอะไรไปจากหมาข้างถนนนางก็ซื้อบ้านพักหลังใหม่ที่อยู่ใกล้ๆกับหอการค้าของหวังซุนสตรีนางนี้ตัวของนางคาดหวังที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตคู่อยู่กับเขาอีกครั้งถึงแม้ว่าตัวของชายหนุ่มจะมีคนรักใหม่แล้วก็ตามแต่ว่าตัวของนางนั้นก็ไม่สนใจแถมนางยังมาสมัครเป็นคนงานในหอการค้าแห่งนี้อีกด้วยที่ตัวของเขาจำใจต้องรับนางเข้ามาเพราะชายหนุ่มเห็นแก่บุตรสาว“ท่านช่างเป็นคนที่
หวังซุนลงทุนเงินเป็นจำนวนมากมายมหาศาลเพื่อที่จะเปิดบ่อนการพนันแห่งนี้ก็เพื่อนำไว้ใช้จัดการกับหลีอี้เฟิงโดยเฉพาะมันเคยล่อลวงเขาแบบไหนเขาก็จะล่อลวงมันเช่นนั้นมันเคยทำให้เขาต้องหมดตัวเขาเองก็จะทำให้มันไม่เหลืออะไรในชีวิตนี่ถึงจะเรียกว่าวิธีการทำลายล้างที่แท้จริงการแก้แค้นอีกฝ่ายก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กำลังเสมอไป ภายในบ่อนการพนันแห่งนี้นั้นแทบที่จะมีบริการทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวขายบริการที่ถูกรวบรวมมาจากทั่วทั้งสารทิศเพื่อสร้างความดึงดูดต่อลูกค้าผิวพรรณหน้าตาของพวกนางนั้นล้วนแล้วแต่มีความสวยสดงดงามโดดเด่นสามารถกระตุ้นอารมณ์ด้านมืดของบรรดาชายหนุ่มได้อย่างไม่อยากเย็นนักรวมไปถึงตัวของหลีอี้เฟิงเพียงแค่ตัวของมันก้าวเท้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ที่บริเวณขาที่สามของมันนั้นยังถึงกับเกิดการแข็งตัวมาแต่ไกล“ที่นี่มันคือที่ไหนกันมันคือดินแดนสวรรค์หรืออย่างไร” หลีอี้เฟิงตัวของมันอดไม่ได้ที่จะกล่าวคำนี้ออกมาไม่มีเพียงแค่เด็กของทางบ่อนออกมาต้อนรับมันเท่านั้นแต่ยังมีสาวงามออกมาต้อนรับมันอีกด้วยความงดงามของสตรีนางนี้นั้นแทบที่จะไม่น้อยหน้าซูเมิ่งภรรยาที่น่ารักของเขาเลย“นายท่าน ท่านคงพึ่งจะเคยมาสถา
ในสายตาของเพ่ยถิงแล้วหลีอี้เฟิงมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กอมมือคนหนึ่งมันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหากไม่มีเฟยเมียวคุมหัวอีกต่อไปมันผู้นี้จะต้องคลานมาหาตนแน่ และก็เป็นดังที่มันคาดไว้ช่วงสายของวันมันก็เดินทางเพื่อที่จะมาขอพบตน“นายท่านเพ่ยถิงท่านสบายดีรึไม่” น้ำเสียงของหลีอี้เฟิงเต็มไปด้วยความนอบน้อมหลายส่วนยามที่อยู่ต่อหน้าชายร่างอ้วนผู้นี้ช่างแตกต่างกับหวังซุนที่ตัวเขานั้นใช้น้ำเสียงสบายๆถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะอาศัยพึ่งพาบารมีของมันแต่เขาก็ไม่ได้เลียแข้งเลียขาขนาดนั้นเพราะต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์“นายน้อยหลีพึ่งจะเห็นหัวข้าก็ตอนนี้อย่างงั้นเหรอ หากยังคงมีเจ้าเฟยเมียวคุมหัวอยู่เกรงว่าตัวท่านจะไม่มาเจอข้าในวันนี้” เพ่ยถิงกล่าววาจาที่เหินห่างเขาไม่จ้องมองใบหน้าของมันด้วยซ้ำสุนัขที่กำลังจะตกอับไม่จำเป็นที่จะต้องให้ราคา ทางด้านตัวของหลีอี้เฟิงเองในยามนี้นั้นหัวใจของมันถึงกับสะท้านหวั่นไหวมันคิดไม่ถึงประโยคแรกที่คุยกันก็เป็นเช่นนี้ไปแล้ว“ข้ามีของขวัญที่อยากจะมอบให้ท่าน” หลีอี้เฟิงไม่พูดมากเขาหยิบสิ่งของมีค่าจำนอนหนึ่งออกมาทางด้านตัวของชายร่างอ้วนแอบเหลือบมองสักเล็กน้อยแล้วค่อยพยักหน้าอย่างพึงพอใ







