LOGINด้วยคำเชิญชวนของกุ้ยหยง หวังซุนจึงตอบตกลงในทันทีว่าตนเองนั้นจะย้ายกลับไปที่เมืองหลวงเพื่อที่จะขยายธุระกิจการค้าเพิ่มเพราะถึงอย่างไรเขาก็ต้องกลับไปทวงในสิ่งที่ๆเคยเป็นของเขาคืนเพราะท่านพ่อของเขาก่อสร้างมันขึ้นมาด้วยความยากลำบาก
“ซูเหวินลูกพ่ออีกหน่อยพวกเราจะย้ายกลับกันไปที่เมืองหลวงกัน” หวังซุนบอกกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนเขารู้เป็นอย่างดีว่าตัวของนางนั้นเริ่มที่จะรักและผูกพันกับสถานที่แห่งนี้แล้วเพราะมีเพื่อนเล่นที่อายุใกล้เคียงกับนางอยู่เต็มไปหมด
“ท่านพ่อข้าไม่อยากไปเลยข้าคิดถึงท่านปู่ไป๋อันแล้วก็เพื่อนๆของข้าที่อยู่ที่นี่ข้ารู้สึกมีความสุขมาก” น้ำเสียงของสาวน้อยเต็มไปด้วยความสั่นเครือเพราะดูเหมือนว่าตัวของนางนั้นจะยังไม่อยากที่จะจากไปจากสถานที่แห่งนี้จริงๆหวังซุนทำได้แต่เพียงยิ้มอย่างอ่อนโยน
“พวกเราไปอยู่เมืองหลวงกันเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้นหากพ่อจัดการธุระเสร็จสิ้นแล้วถ้าหากลูกไม่เปลี่ยนใจพ่อจะพากลับมาอยู่ที่นี่ตลอดไปเลยดีไหม” ชายหนุ่มทำได้แต่เพียงลูบหัวของนางเขาไม่ไว้ใจให้นางอยู่ที่นี่หากตัวของเขานั้นไม่อยู่
“หวังซุนเจ้าจะไปแล้วจริงๆอย่างงั้นเหรอ” ซิ่วอิงตัวของนางนั้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเศร้าหมองเพราะดูเหมือนว่าตัวของนางนั้นจะรู้สึกผูกพันกับสองพ่อลูกคู่นี้มากจนเกินไปแล้วจริงๆมันเหมือนว่าเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของนาง
“เจ้าไปกับข้าด้วยนะซิ่วอิงข้าเองก็ขาดไม่ได้ถ้าไม่มีเจ้ารวมไปถึงซูเหวินตัวน้อยด้วยนางติดเจ้าเป็นอย่างมาก” หวังซุนขาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่านางจะยินดีติดตามเขาไปด้วย
“ข้า ข้า...” ซิ่วอิงนางกล่าวออกมาด้วยความเขินอายนางไม่รู้ว่าตัวเองควรที่จะพูดออกไปอย่างไรดี ทั้งที่ก่อนหน้านี้สีหน้าและแววตาของนางนั้นยังมีความเศร้าหมองอยู่เลย
“ถ้าหากมีท่านพี่ซิ่วอิงอยู่ด้วยท่านพ่อไปไหนข้าก็ยินดีที่จะไปทั้งนั้น ท่านพี่ซิ่วอิงท่านไม่รักข้าอย่างงั้นเหรอท่านต้องไปอยู่กับข้าด้วยนะ” ซูเหวินตัวน้อยนางตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างมากที่จะได้พี่สาวซิ่วอิงไปอยู่ด้วยที่ตัวของนางไม่อยากจะไปไหนก็เป็นเพราะซิ่วอิงนั่นเองนางทั้งรักและผูกพันอย่างบอกไม่ถูก
“ก็ได้แต่เจ้าจะต้องเป็นคนขออนุญาตท่านปู่ให้ข้าก่อนนะ” นางกล่าวออกมาพร้อมทั้งหันหน้าไปทางอื่นนางเขินอายจนไม่รู้ว่าจะเขินยังไงแล้ว
“ตกลงข้าจะไปคุยกับปู่ของเจ้าให้เอง” หวังซุนตอบปากรับคำในทันทีเพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นผู้หญิงเขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรับผิดชอบ
ณ บ้านของผู้นำหมู่บ้าน
“นายน้อยท่านมีอะไรที่จะพูดคุยกับข้าอย่างงั้นเหรอ” ชายชราผู้เป็นผู้นำหมู่บ้านเห็นการมาของหวังซุนเขารีบกล่าวทักทายในทันทีในช่วงระยะหลังตัวของเขาไม่ค่อยมาที่นี่มากนักมีเพียงแต่ซูเหวินตัวน้อยเท่านั้นที่มา
“ท่านลุงไป๋อัน ข้าตั้งใจที่จะกลับไปที่เมืองหลวงสักพักข้าอยากที่จะพาซิ่วอิงกลับไปกับข้าด้วย” หวังซุนพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาชายชราตรงหน้ามีสีหน้าที่เงียบเฉย
“นายน้อยถึงอย่างไรหลานสาวของข้านางก็เป็นเพียงผู้หญิงนะการที่จะให้นางติดตามท่านเดินทางไกลเกรงว่าจะไม่เหมาะ” หญิงสาวคนนี้นั้นเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของชายชราก็ไม่แปลกที่ตัวของเขาจะห่วงในชื่อเสียงของนางถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะรู้อยู่แก่ใจดีว่าคนทั้งสองนั้นต่างก็มีใจให้กัน
“ท่านจะว่าอย่างไรหากข้าจะหมั้นหมายกับนางเอาไว้ก่อนหากข้าจัดการกับปัญหาเสร็จสิ้นแล้วข้าจะจัดพิธีแต่งงานกับนางอย่างสมเกียรติ” ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความมุ่งมั่น
“ดี.....ดี...ให้มันได้อย่างงี้ซิ ฮ่า ฮ่า งั้นเย็นวันนี้พวกเราทำพิธีหมั้นหมายกันเลย” ผู้นำหมู่บ้านกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเขาดีใจอย่างปิดไม่มิดเขายินดีเหลือเกินในที่สุดหลานสาวที่เหมือนกับแม่เสือสาวของเขานางก็ขายออกแล้ว
“นี่ท่านไม่คิดจะขัดขวางหน่อยรึ” หวังซุนอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมาเพราะปกติชายชราคนนี้มักจะใจดีกับเขาตลอดพอพูดคุยเรื่องหลานสาวทีไรกลายเป็นคนจริงจังที่ไหนได้เขาเสียรู้ตาเฒ่านี่แล้ว แต่ถ้าเขามีความซื่อตรงกับนางอย่างแท้จริงการที่เขาจะหมั้นหมายกับนางนับว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว
“นายน้อยพูดตามตรงตัวข้าเองก็แก่มากแล้วสิ่งที่ข้าคิดและเป็นห่วงมาตลอดก็คือหลานสาวคนนี้ข้าคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะรักและดูแลนางเป็นอย่างดี” ตั้งแต่ที่ตัวของหวังซุนย้ายมาอยู่ที่นี่ภายในหมู่บ้านแห่งนี้นั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายรวมไปถึงชีวิตของผู้คนภายในหมู่บ้านเขารู้สึกตื่นเต้นยินดีเหลือเกินที่คนที่เพียบพร้อมเช่นนี้จะมาปกป้องดูแลหลานสาวของเขาการที่คนทั้งสองนั้นรักกันเขาก็คงทำได้แต่ตื่นเต้นยินดีแล้วสิ่งที่พูดมาทั้งหมดเขาก็เพียงต้องการความชัดเจนเท่านั้น
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วนี่มันก็เป็นช่วงเวลาหัวค่ำแล้วมีแขกคนสำคัญของหมู่บ้านมากมายต่างพามันรวมตัวกันที่ภายในบ้านของผู้นำหมู่บ้าน
“หวังซุนนี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน” ซิ่วอิง นางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ขึ้นสีนางเขินอายจนไม่รู้จะเขินอายอย่างไรดี
“หลานดื้อของปู่ หากเจ้าคิดจะติดตามเขาไปด้วยเจ้าก็หมั้นหมายกับเขาเอาไว้ซะทำให้มันถูกต้องจะได้ไม่เป็นขี้ปากชาวบ้านเขาทีหลัง” น้ำเสียงของผู้นำหมู่บ้านเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจเล็กน้อยแต่สีหน้าและแววตาของเขานั้นรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก
“ท่านปู่บ้า ท่านบ้าที่สุดนี่คือแผนของท่านใช่ไหม” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เสียงแข็ง แต่สีหน้าของนางนั้นมีความสุขเป็นอย่างมากทางด้านตัวของชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ยอมบอกนางเลยเห็นว่าจะกินเลี้ยงกันที่บ้านของนางที่ไหนได้พวกเขาแอบจัดพิธีหมั้นหมายเอาไว้
“ซิ่วอิงเจ้าเป็นผู้หญิงที่ดีในตอนนี้เจ้าช่วยหมั้นหมายกับข้าไว้ก่อนได้ไหมเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วข้าจะจัดพิธีแต่งงานให้เจ้าอย่างสมเกียรติ” ชายหนุ่มกุมไปที่มือของนางพร้อมทั้งเขาค่อยๆบอกความในใจของเขาทั้งหมด
“หวือ..นี่ข้ากำลังที่จะมีท่านแม่ใหม่อย่างงั้นเหรอ” ซูเหวินนางกล่าวออกมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง
“ได้ตกลง” ทางด้านตัวของซิ่วอิงเองนางก็ตอบรับคำของชายหนุ่มด้วยความยินดีในช่วงเวลานี้เป็นวันที่ตัวของนางนั้นมีความสุขมากจริงๆนางมีชายที่นางรักสองคนแล้วคนแรกคือท่านปู่ของนางเขายอมลำบากมาทั้งชีวิตเพื่อที่จะให้ตัวของนางนั้นมีชีวิตที่สุขสบายคนที่สองคือหวังซุนเขาคือชายหนุ่มที่รักและเข้าใจนางมากที่สุดและจะขาดไปไม่ได้เลยก็คือซูเหวินตัวน้อยนางช่างเป็นเด็กที่น่ารักและฉลาดจนตัวของนางนั้นอยากที่จะจ้องมองการเจริญเติบโตของนางพิธีการหมั้นหมายนั้นถูกจัดขึ้นมาอย่างเรียบง่ายพวกเขาเชิญชวนแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ที่พวกนางเคารพนับถือเท่านั้นข่าวการหมั้นหมายของซิ่วอิงทำให้หนุ่มๆทั้งหมู่บ้านต่างพากันน้ำตาตกกันเป็นแถว
“ซูเหวินลูกพ่อเจ้าชอบอยู่ที่นี่จริงๆใช่ไหม” หวังซุนกล่าวถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนสำหรับตัวเขาแล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็ดีทั้งนั้นขอเพียงแค่ว่าคนที่รักของเขานั้นมีความสุข“ท่านพ่อข้าชอบที่นี่มาก ข้าไม่อยากที่จะกลับไปอยู่เมืองหลวงอีกแล้วข้าคิดถึงเพื่อนคิดถึงท่านปู่ที่นี่มีคนที่ข้ารักอยู่เต็มไปหมด” ถึงแม้ว่าตัวของนางนั้นจะเป็นเพียงแค่เด็กแต่ก็พอที่จะรับรู้ได้ว่าความรักความคิดถึงนั้นมันเป็นเช่นไร“ดี ดีพ่อจะตามใจเจ้า” หวังซุนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนยามที่พูดคุยกับบุตรสาวที่น่ารักของเขาชายหนุ่มเป็นท่านพ่อที่ใจดีเป็นอย่างมากเพราะตัวของนางนั้นแทบที่จะเป็นโลกทั้งใบของหวังซุน“แล้วเจ้าจะไม่เป็นอะไรเหรอ กิจการค้าหลายอย่างของเจ้าก็อยู่ในเมืองหลวงไม่น้อยเลยแล้วไหนจะนางอีก”. ซิ่วอิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเล็กน้อยเพราะตัวของหวังซุนนั้นเกิดและโตภายในเมืองหลวงและสมบัติดั้งเดิมของเขาที่เคยถูกแย่งชิงไปบัดนี้ก็ได้คืนมาหมดแล้วแต่เขากับเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้“ทำไมข้าจะอยู่ไม่ได้ล่ะ ก็เพราะหัวใจของข้าอยู่ที่นี่ขอเพียงแค่มีเจ้าและลูกชีวิตขอ
ชีวิตของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นแทบที่จะเรียกได้ว่าตกอับอย่างถึงขีดสุด จากชายหนุ่มรูปงามที่มีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตบัดนี้ตัวของเขานั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรผู้หญิงที่เขาแย่งชิงมาด้วยความยากลำบากบัดนี้ตัวของนางกับทิ้งเขาไปอีก หวังซุนไม่ได้เปิดเผยตัวเองว่าตัวเขาแท้ที่จริงแล้วอยู่เหตุการณ์เบื้องหลังทั้งหมดหลังจากที่หลีอี้เฟิงได้สิ้นเนื้อประดาตัวเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันอีกต่อไปเพราะชีวิตของมันคงจบสิ้นลงแล้วชีวิตของมันเองหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของมันแล้วครืน....ครืน.....รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆในขณะนั้นผู้ที่อยู่บนรถม้าก็ได้ให้ความสนใจต่อชายเร่ร่อนผู้หนึ่งถึงแม้ว่าท่าทางของเขานั้นจะสกปรกมอมแมมแต่ผิวพรรณหน้าตาของเขานั้นมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากชายเร่ร่อนที่นอนอยู่ข้างถนนผู้นี้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลีอี้เฟิง“ชายหนุ่มผู้นี้เป็นใครกัน” น้ำเสียงของชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยความสนใจ“เรียนท่านแม่ทัพ คนผู้นี้น่าจะเป็นนายน้อยหลีอี้เฟิงขอรับข้าได้ข่าวมาว่าเขาเล่นการพนันจนหมดตัวแล้วสภาพก็เป็นอย่างที่เห็นรอวันตายไปวันๆใช้ชีวิตอย่างคนไร้ค่า” ผู้ติดตามรีบกล่าวรายงานต่อผู้เป็นนาย“
ในตอนนี้นั้นหลีอี้เฟิงได้กลายเป็นผีพนันไปเต็มตัวแล้ววันทั้งวันเขาอาศัยอยู่แต่ภายในบ่อนจนไม่สนใจโลกภายนอกธุรกิจการค้าของเขานั้นเจ๊งพังยับเยินไม่มีชิ้นดีเหล่าผู้ติดตามเขาที่ติดตามมานานปีตั้งแต่ยุคสมัยของผู้เป็นพ่อล้วนแล้วแต่จางหายไปหมดสิ้นจากชายหนุ่มที่เป็นสุภาพบุรุษประจำเมืองหลวงที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันแย่งชิงสารรูปของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้ขี้เมาดีๆไม่หลงเหลือความหล่อเหลาสง่าราศีอีกต่อไป อารมณ์ด้านมืดของแต่ล่ะคนนั้นช่างเป็นสิ่งที่น่ากลัวหากเราหลงละเลิงสนุกไปกับมันจนขาดการยั้งคิดมันสามารถเป็นอาวุธทำลายล้างชีวิตของตัวเราเองทุกสิ่งที่เคยสร้างมาล้วนแล้วแต่สูญสลายหายไปจนหมดสิ้นไม่ว่าจะเป็นคนที่เรารักหรือทรัพย์สิน“ไอ้บ้าเอ้ย..เกือบจะชนะแล้วเชียวทำไมวันนี้โชคชะตาไม่เข้าข้างข้าเอาซะเลย” หลีอี้เฟิงส่งเสียงร้องตะโกนอย่างคนหัวเสียตัวของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้โง่คนหนึ่งเท่านั้นที่ถูกคนอื่นจูงจมูกโดยง่าย“น่าเสียดายจริงๆเลยนะขอรับเหลืออีกเพียงแค่นิดเดียวตัวท่านก็จะชนะเดิมพันแล้ว” ผู้ดูแลบ่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเสียดายแทนหลีอี้เฟิงราวว่าตัวของเขานั้นทุกข์ร้อนแทนมัน
สถานการณ์ทางการเงินของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นนับได้ว่ามีความย่ำแย่อย่างถึงขีดสุดเพราะตัวของเขานั้นถึงขนาดค่อยๆทยอยขายสิ่งของที่มีค่าไปทีละนิดทีละนิดจนภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรทุกสิ่งทุกอย่างภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นมันแทบที่จะว่างเปล่าไปหมด ไม่เพียงแค่นั้นซูเมิ่งหญิงสาวคนรักของเขาก็ทอดทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดีเมื่อตัวของมันนั้นหมดประโยชน์มีหรือที่ตัวของนางนั้นจะทนอยู่กินเกลือไปด้วยสตรีนางนี้ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยอสรพิษแต่ตัวของนางนั้นเป็นคนฉลาดนางมีทรัพย์สินเงินทองที่มากพอที่จะสามารถหล่อเลี้ยงนางไปทั้งชีวิตแต่ข้อเสียที่ร้ายแรงของนางนั้นเป็นเพราะตัวของนางนั้นไม่เคยรักใครจริงนอกจากตัวของนางเองหลังจากที่นางทอดทิ้งหลีอี้เฟิงไม่ต่างอะไรไปจากหมาข้างถนนนางก็ซื้อบ้านพักหลังใหม่ที่อยู่ใกล้ๆกับหอการค้าของหวังซุนสตรีนางนี้ตัวของนางคาดหวังที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตคู่อยู่กับเขาอีกครั้งถึงแม้ว่าตัวของชายหนุ่มจะมีคนรักใหม่แล้วก็ตามแต่ว่าตัวของนางนั้นก็ไม่สนใจแถมนางยังมาสมัครเป็นคนงานในหอการค้าแห่งนี้อีกด้วยที่ตัวของเขาจำใจต้องรับนางเข้ามาเพราะชายหนุ่มเห็นแก่บุตรสาว“ท่านช่างเป็นคนที่
หวังซุนลงทุนเงินเป็นจำนวนมากมายมหาศาลเพื่อที่จะเปิดบ่อนการพนันแห่งนี้ก็เพื่อนำไว้ใช้จัดการกับหลีอี้เฟิงโดยเฉพาะมันเคยล่อลวงเขาแบบไหนเขาก็จะล่อลวงมันเช่นนั้นมันเคยทำให้เขาต้องหมดตัวเขาเองก็จะทำให้มันไม่เหลืออะไรในชีวิตนี่ถึงจะเรียกว่าวิธีการทำลายล้างที่แท้จริงการแก้แค้นอีกฝ่ายก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กำลังเสมอไป ภายในบ่อนการพนันแห่งนี้นั้นแทบที่จะมีบริการทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวขายบริการที่ถูกรวบรวมมาจากทั่วทั้งสารทิศเพื่อสร้างความดึงดูดต่อลูกค้าผิวพรรณหน้าตาของพวกนางนั้นล้วนแล้วแต่มีความสวยสดงดงามโดดเด่นสามารถกระตุ้นอารมณ์ด้านมืดของบรรดาชายหนุ่มได้อย่างไม่อยากเย็นนักรวมไปถึงตัวของหลีอี้เฟิงเพียงแค่ตัวของมันก้าวเท้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ที่บริเวณขาที่สามของมันนั้นยังถึงกับเกิดการแข็งตัวมาแต่ไกล“ที่นี่มันคือที่ไหนกันมันคือดินแดนสวรรค์หรืออย่างไร” หลีอี้เฟิงตัวของมันอดไม่ได้ที่จะกล่าวคำนี้ออกมาไม่มีเพียงแค่เด็กของทางบ่อนออกมาต้อนรับมันเท่านั้นแต่ยังมีสาวงามออกมาต้อนรับมันอีกด้วยความงดงามของสตรีนางนี้นั้นแทบที่จะไม่น้อยหน้าซูเมิ่งภรรยาที่น่ารักของเขาเลย“นายท่าน ท่านคงพึ่งจะเคยมาสถา
ในสายตาของเพ่ยถิงแล้วหลีอี้เฟิงมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กอมมือคนหนึ่งมันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหากไม่มีเฟยเมียวคุมหัวอีกต่อไปมันผู้นี้จะต้องคลานมาหาตนแน่ และก็เป็นดังที่มันคาดไว้ช่วงสายของวันมันก็เดินทางเพื่อที่จะมาขอพบตน“นายท่านเพ่ยถิงท่านสบายดีรึไม่” น้ำเสียงของหลีอี้เฟิงเต็มไปด้วยความนอบน้อมหลายส่วนยามที่อยู่ต่อหน้าชายร่างอ้วนผู้นี้ช่างแตกต่างกับหวังซุนที่ตัวเขานั้นใช้น้ำเสียงสบายๆถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะอาศัยพึ่งพาบารมีของมันแต่เขาก็ไม่ได้เลียแข้งเลียขาขนาดนั้นเพราะต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์“นายน้อยหลีพึ่งจะเห็นหัวข้าก็ตอนนี้อย่างงั้นเหรอ หากยังคงมีเจ้าเฟยเมียวคุมหัวอยู่เกรงว่าตัวท่านจะไม่มาเจอข้าในวันนี้” เพ่ยถิงกล่าววาจาที่เหินห่างเขาไม่จ้องมองใบหน้าของมันด้วยซ้ำสุนัขที่กำลังจะตกอับไม่จำเป็นที่จะต้องให้ราคา ทางด้านตัวของหลีอี้เฟิงเองในยามนี้นั้นหัวใจของมันถึงกับสะท้านหวั่นไหวมันคิดไม่ถึงประโยคแรกที่คุยกันก็เป็นเช่นนี้ไปแล้ว“ข้ามีของขวัญที่อยากจะมอบให้ท่าน” หลีอี้เฟิงไม่พูดมากเขาหยิบสิ่งของมีค่าจำนอนหนึ่งออกมาทางด้านตัวของชายร่างอ้วนแอบเหลือบมองสักเล็กน้อยแล้วค่อยพยักหน้าอย่างพึงพอใ







