LOGIN“วีก็โทร.ไม่ค่อยติดค่ะ คงติดเพื่อนใหม่” มนัสวีพูดเป็นนัยๆ “เพื่อนใหม่ ใครหรือครับ”
“อีกหน่อยลิสาคงพามาให้รู้จักเองค่ะ”
“มีปัญหากันหรือครับ” อชิรวิชญ์คิดว่ามนัสวีคงแอบน้อยใจอลิสาที่มีเพื่อนใหม่แทนตน ตามประสาคนเคยสนิทกัน
“วีชินแล้วค่ะ มาดื่มกันดีกว่า”
“ครับ” เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ โดยไม่มีโอกาสเห็นแววตาที่พึงพอใจของมนัสวีที่แอบมองมา
“พี่อชิจะกลับกรุงเทพฯ วันไหนคะ”
“อืม...พรุ่งนี้พี่ว่าจะกลับแล้ว”
“น่าเสียดายจัง” มนัสวีเอ่ยเสียงแผ่ว แต่เชื่อว่าค่ำนี้ผ่านไป เธอต้องรั้งเขาอยู่ด้วยทั้งอาทิตย์แน่ จนเขาปฏิเสธไม่ได้เชียว
“พี่มีงานที่กรุงเทพฯ ต้องรีบกลับไปเคลียร์ ไว้มีโอกาสพี่จะพาไปเลี้ยงข้าว”
“จริงๆ นะคะ ห้ามผิดสัญญา”
“ครับ นี่จะสี่ทุ่มแล้วพี่คงต้องขอตัวกลับก่อน” เขาเอ่ยพร้อมมองหาปุณณดา ไม่รู้คุยโทรศัพท์วางแผนจับเขากับมารดาเสร็จหรือยัง
“จะกลับแล้วหรือคะ” มนัสวีกล่าวอย่างกังวล
“ครับ” อชิรวิชญ์รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เริ่มทรงตัวไม่อยู่
“พี่อชิเป็นอะไรคะ” มนัสวีถลาร่างเข้าไปประคอง จนอีกฝ่ายถอยออกมาราวกับโดนของร้อน
“พี่ไม่เป็นไร พี่ขอตัว” ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ พร้อมมองหน้าหญิงสาวที่เขารักและเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง
“พี่อชิไม่สบาย ไปพักที่ห้องพักของวีก่อนนะคะ”
“ไม่เป็นไรพี่ขับรถกลับได้” เขาพยายามฝืนเดินออกไปจากงาน
“คุณอชิอยู่นี่เอง ฉันตามหาทั่วงาน” ปุณณดาเกือบจะเดินออกจากงานเลี้ยง หากไม่เจอชายหนุ่มเดินออกมาเสียก่อน
“พี่อชิกำลังไม่สบาย เดี๋ยวฉันดูแลเอง” มนัสวีรีบตามมาแล้วแทรกกายขวางทั้งคู่
“คุณไม่สบายเหรอ”
“อืม...พาฉันกลับบ้าน” อชิรวิชญ์หันมาคว้าแขนของปุณณดา ราวหาที่พึ่ง
“ค่ะ ขอตัวนะคะ” ปุณณดารีบเข้ามาประคองร่างพาชายหนุ่มมาที่ลานจอดรถด้วยความเป็นห่วง ไม่รู้ชายหนุ่มเป็นอะไร เมื่อตอนหัวค่ำยังดีๆ
“ขับรถเป็นไหม” เขาเค้นเสียงถาม ขณะใบหน้ามีเหงื่อผุดขึ้นจนคนมองตกใจ
“ค่ะฉันพอขับได้”
“อืม...งั้นช่วยขับหน่อย ฉันขับเองคงไม่ไหว” เขาล้วงกุญแจรถส่งให้หญิงสาว
“คุณจะแวะไปที่โรงพยาบาลก่อนไหมคะ” เมื่อขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ปุณณดาจึงหันมาถามชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ กลับไปที่บ้านเลย ฉันไม่เป็นอะไรมาก แค่ใช้น้ำเย็นดับก็น่าจะหาย”
“แน่ใจนะคะ”
“แน่ใจ อย่าถามมากได้ไหม” เขากัดฟันพูด เท่านั้น หญิงสาวจึงรีบขับรถไปยังบ้านพัก โชคดีที่อยู่ไม่ไกลจากงานเลี้ยงเปิดตัวโครงการสักเท่าไหร่
“ไหวไหมคะ” ปุณณดารีบเดินมาเปิดประตูรถเพื่อพาชายหนุ่มลงจากรถ แต่เขากลับปฏิเสธแล้วพยายามทรงตัวเดินเข้าไปในบ้าน “ให้ฉันช่วยพาไปส่งที่ห้องก็ยังดี” เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร ทำไมอาการถึงดูแย่แบบนี้ ขณะกวาดสายตามองไปยังเรือนพักของแม่บ้านซึ่งไฟก็ปิดมืดสนิท ป่านนี้คงเข้านอนกันหมดแล้ว
“ไม่ต้อง” เขาพยายามก้าวเท้าเพื่อเดินขึ้นบันได หวังขึ้นไปยังห้องน้ำให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยดับความร้อนที่กำลังจะระเบิดออกมา ปุณณดาตามขึ้นไปเงียบๆ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง ก่อนอีกฝ่ายจะหายเข้าไปในห้องน้ำ เธอพะวงว่าควรทำอย่างไรดี แต่แล้วก็ตัดสินใจหันหลังเดินไปยังห้องพักของตน
“ทำไมทรมานแบบนี้วะ” เสียงสบถดังออกมาจากในห้องน้ำ ทำให้ปุณณดาที่กำลังเดินออกจากห้องนอนชายหนุ่มถึงกับชะงัก แล้วรีบสาวเท้าเข้าไปดู ตกใจที่ชายหนุ่มนอนทุรนทุรายอยู่ใต้ฝักบัว
“คุณอชิ คุณกำลังไม่สบายอยู่นะคะ” เธอรีบปิดฝักบัวแล้วหาผ้าเช็ดตัวมาคลุมร่างให้อีกฝ่าย
“บอกให้กลับห้องไป”
“ก็คุณป่วยอยู่ เกิดตายขึ้นมา พ่อคุณก็จะมาโทษฉันที่ไม่ดูแลคุณ” เธอนำบิดาเขามากล่าวอ้าง ทั้งที่ใจเป็นห่วงอีกฝ่ายไม่น้อย
“เธอกับแม่จะได้หุบสมบัติฉันไง”
“ฉันไม่ได้...” เธอรีบปฏิเสธ แต่ชายหนุ่มเอ่ยสวนขึ้นมาเสียก่อน
“อย่าคิดว่าฉันโง่ อยากได้ฉันเป็นผัวมากไม่ใช่เหรอ” เมื่อขีดความอดกลั้นสิ้นสุด แถมหญิงสาวก็ยอมพลีกายให้เขาทุกเวลาอยู่แล้ว
“ฉันไม่ได้ต้องการแบบนั้น” เธอส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนถอยร่างเพื่อออกจากห้องน้ำ แต่กลับถูกอีกฝ่ายคว้าแขน
“แต่สิ่งที่ฉันได้ยินไม่ใช่แบบนี้”
“ปล่อย! ฉันจะกลับห้อง”
“เข้ามายั่วกันขนาดนี้ จะกลับไปง่ายๆ งั้นเหรอ” นาทีนี้เขาไม่คิดจะปล่อยปุณณดาไปเด็ดขาด อยากได้ตัวเขานักใช่ไหม ได้ เขาจัดให้
“ฉันไม่ได้ยั่ว ฉันแค่เป็นห่วงคุณ แต่ความหวังดีของฉันคุณกลับไม่เห็น”
“อย่าพูดให้ดูดีเลย มันเสียเวลา” อชิรวิชญ์ดันร่างหญิงสาวติดกับกำแพงห้องน้ำ ก่อนจะก้มลงบดขยี้เรียวปากนุ่มอย่างรุนแรง
“ฮื้อ...” หญิงสาวพยายามดิ้นรน แต่ไม่สามารถหลุดจากการจาบจ้วงของชายหนุ่มได้ เพราะฝ่ามือใหญ่โอบประคองใบหน้าของเธอไว้ จนแทบหายใจหายคอไม่ทันพยายามทุบแผ่นหลังกว้างสุดแรง
“หวานเหมือนกันนะ”
“ปล่อยฉัน” หญิงสาวพูดด้วยเสียงปนหอบ
“เธอต้องการตัวฉันมากไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องวางแผนให้มันยุ่งยาก อยากได้ฉันเป็นผัวก็บอกตรงๆ”
“วางแผนอะไร อย่ามากล่าวหากันนะ”
“ฉันไม่ได้โง่ ถึงไม่รู้เท่าทันเธอสองแม่ลูก แม่เธอจับพ่อฉันทำผัวไม่พอหรือไง ถึงได้วางแผนจับฉันอีกคน”
“เอ่อ...” ปุณณดาถึงกับนิ่งอึ้งไปไม่ถูก เพราะรู้อยู่เต็มอกในสิ่งที่แม่เธอทำไว้
“ทะเลหรือคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา“อืม...ที่ภูเก็ต”“ไปค่ะ ดาอยากเจอป้านวล” ปุณณดาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม นานแล้วสิที่เธอไม่ได้เจอแม่บ้านวัยกลางคนที่มีแต่ความรักความเมตตาให้ตน ก่อนจะขมวดคิ้ว“ทำไมครับ ขมวดคิ้วทำไม”“ป้านวลยังไม่รู้ว่าแม่ดาเคย...”“ป้านวลรู้แล้วครับ ป้าแกบอกว่าเป็นคนละคน ไม่เกี่ยวกัน”“ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”“ก่อนกลับครับ แกยังเตือนพี่ไม่ให้ไปลงอะไรที่ดา เพราะดาไม่เกี่ยว” ตอนนั้นเขาไม่ยอมฟังใครเลย ไม่ว่าจะเป็นคนสนิทที่คอยเตือนอยู่เสมอ แต่เขายังนิ่งเฉย จนผลสุดท้ายต้องแพ้ภัยตัวเอง “แต่พี่ก็ยังทำ ขอโทษนะครับ”“ไหนเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันแล้วไงคะ เราจะพูดแต่เรื่องดีๆ ในอนาคต”“ครับ นอนเถอะพรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าไปภูเก็ตกัน”“ชวนแม่กับคุณพ่อไปด้วยดีไหมคะ” เธออยากเห็นท่านทั้งสองไปพักผ่อน“แล้วเขาจะเรียกฮันนีมูนได้ยังไงครับ พี่อยากไปเริ่มต้นใหม่ที่นั่น&rdquo
“ก็ใครจะหน้าด้านเหมือนพี่อชิล่ะคะ” หญิงสาวทำปากยื่นใส่ จนอชิรวิชญ์มันเขี้ยวกระชากร่างบางขึ้นนั่งบนตักแกร่ง ทำเอาหญิงสาวตาโตด้วยความตกใจ กำลังจะต่อว่าต่อขานอีกฝ่าย แต่ถูกริมฝีปากอุ่นปิดเสียงพูดเสียก่อนแล้วจัดการสอดปลายลิ้นร้อนเข้าโพรงปากนุ่มเพื่อเกี่ยวตวัดดูดดื่มความหอมหวาน เพียงไม่กี่อึดใจปลายลิ้นเล็กก็เริ่มตวัดตอบโต้อย่างไม่ประสา แต่กลับสร้างความพึงพอใจจนเขาต้องครางเสียงในลำคอ จากนั้นไม่นานก็ถอนจูบออกมาพลางมองหญิงสาวอย่างแสนรัก“พี่รักดาเหลือเกินยอดรัก” เขาพึมพำบอกก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาว ขณะฝ่ามือใหญ่ไล้ไปทั่วเรือนร่างอันเย้ายวนกระทั่งถึงจุดสำคัญกลางใจหญิง“พี่อชิ...อืม” เธอครางออกมายามปลายนิ้วแกร่งสอดเข้าไปในช่องแคบ รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก“แล้วดาจะมีความสุข” เขาบอกขณะแนบใบหน้ากับอกอิ่ม ตวัดลิ้นโลมเลียไปมาจนเจ้าของอกอิ่มต้องแอ่นโค้งขึ้นราวคันศรเพื่อให้เขาได้สัมผัสได้ถนัดขึ้น ความเร่าร้อนในกายสาวยิ่งทวีคูณพร้อมขยับร่างตามปลายนิ้วแกร่ง ก่อนเขาจะถอดปลายนิ้วออกมากลางคัน“อืม...พี่อชิ ดาไม่ไห
“ไม่เป็นไรหรอก”“มีความสุขมากๆ นะอชิ ฉันดีใจที่เห็นแกมีความสุข ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับคุณดา มันไม่เคยมีแฟนตั้งแต่ที่รู้จักกันมา อาจจะหวานไม่ค่อยเป็น ยังไงก็เอ็นดูมันด้วยนะครับ” ภูผาฝากฝังเพื่อนรักกับเจ้าสาว“ไม่หวานหรือคะ” หญิงสาวอดขำไม่ได้ ตอนนี้เขาหวานจนเลี่ยน มุมนี้อาจจะไม่มีใครเคยเห็น“นี่แกเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ” ภูผาอดแปลกใจไม่ได้ แต่ดีใจที่เพื่อนรักพยายามปรับตัวไปพร้อมกับคนรัก“ก็เพื่อคนที่เรารัก แกก็เหมือนกัน อันไหนผ่อนผันได้ก็ลองทำดูนะ” เขาแอบรู้มาว่า ภูผามีปัญหากับภรรยาบ่อยครั้ง เพื่อนๆ ในกลุ่มแอบเล่าให้ฟังเพราะเป็นห่วง เห็นเขาสนิทกับภูผามากที่สุด“อืม...” ภูผาขานรับไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ เพราะชีวิตของตนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ“เดี๋ยวฉันเข้าไปในงานก่อน”“ไปเถอะ เพื่อนๆ รอแกอยู่ด้านในตรงหน้าเวที”“อืม...ไว้คุยกันเพื่อน” อชิรวิชญ์ตบบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนภูผาจะเดินหายเข้าไปในงาน“ดูหน้าคุณภูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะคะ ท
“เดี๋ยวรอแม่กลับมาจากต่างจังหวัดก่อนนะคะ” หลังจากมารดาตัดสินใจบวชเพื่อล้างบาปให้ฉัตรแก้ว มารดาก็เริ่มเดินสายทำบุญ ไม่ค่อยอยู่ติดบ้านเท่าไหร่“ไม่ต้องห่วง พี่ให้คุณทิพย์จัดการหาฤกษ์มาให้แล้ว”“แม่รู้แล้วเหรอคะ”“ใช่ พี่โทร.ไปคุยกับแม่ของดาแล้ว และได้กำหนดมาแล้วด้วย” เรื่องนี้เขาปิดเป็นความลับ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด“กลัวดาไม่แต่งด้วยหรือไงคะ มัดมือชกแบบนี้”“ก็ใช่น่ะสิครับ พี่อยากแต่งงานกับดา อยากใช้ชีวิตแบบสามีภรรยา อยากตื่นขึ้นมาเจอหน้าดาเป็นคนแรก”“ขอบคุณนะคะที่ยังยืนยันคำเดิมกับดา”“ไม่ว่าจะกี่ปี พี่ยังยืนยันคำเดิม ดาคือผู้หญิงที่พี่รักมากที่สุด และอยากใช้ชีวิตร่วมกับดา”“ขอบคุณนะคะพี่อชิ” หญิงสาวยกฝ่ามืออุ่นมาแนบกับใบหน้า“อีกสองเดือนเราจะได้แต่งงานกันแล้วนะครับ”“สองเดือนเหรอคะ” ดวงตากลมโตขยายกว้างด้วยความตกใจ ทำไมถึงไวนัก แล้วเธอจะเตรียมตัวทันหรือเปล่า“ใช่ครับ อีกตั้งส
“ดาก็รู้หากพี่มองนานกว่านี้ พี่อาจจะอดใจไม่ไหว ดานั่นแหละที่จะต้องเสียเปรียบ ที่สำคัญดาเพิ่งพบเรื่องเหตุการณ์ร้ายๆ มา พี่กลัวดาจะหวาดกลัวจนไม่ยอมให้พี่มาแตะต้องตัวดาอีก”“สำหรับพี่อชิดาไม่กลัวหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยดา หากพี่อชิไม่ตัดสินใจเข้าไป ดาอาจจะไม่มีหน้ามาพบพี่อชิอีกแล้ว”“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับดา พี่รับได้ทุกอย่าง อย่าตีค่าตัวเองแบบนั้น พี่รักเพราะดาเป็นดา”“พี่อชิ...เมื่อก่อนนอกจากพ่อ ดาไม่คิดว่าจะมีใครรักดาได้อีกแล้ว ขอบคุณนะคะที่เห็นค่าผู้หญิงคนนี้”“เพราะดามีค่าที่สุดในชีวิตพี่ พี่อาจจะเคยใจร้ายกับดา แต่ในอนาคตภายภาคหน้าพี่จะไม่มีวันทำให้ดาเสียใจ แต่งงานกับพี่นะครับคนดี” เขาส่งสายตาวิงวอน กลัวเหลือเกิน กลัวเธอจะปฏิเสธ“ค่ะ ดาจะแต่งงานกับพี่อชิ”เมื่อคิดทบทวน ที่ผ่านมาอชิรวิชญ์ก็ได้พิสูจน์ถึงความรักและหวังดีที่มอบให้ ยังเผื่อแผ่ไปถึงมารดา ที่เขาเคยเคียดแค้นชิงชัง แต่ ณ เวลานี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว“ขอบคุณครับ ขอบคุณ” เขาพูดด้วยเสียงสั่นๆ รู้สึ
ชาติชายกระตุกยิ้มเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ขณะปุณณดาพยายามโทรศัพท์ไปหาอชิรวิชญ์ แต่ปลายสายไม่ทันได้รับ ชาติชายตัดสายทิ้งเสียก่อน“ผมรักคุณดาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ” ผู้จัดการหนุ่มพูดพร่ำ พร้อมสาวเท้าเดินตามหญิงสาวไปช้าๆด้านอชิรวิชญ์แปลกใจที่จู่ๆ สายถูกตัดทิ้ง พร้อมมองไปยังหน้าบริษัท พบว่ายามกำลังล็อกประตูอยู่ เขาจึงรีบเดินลงจากรถ“ลุงจะปิดประตูแล้วหรือครับ”“อ้าวคุณนั่นเอง” ยามประจำหน้าบริษัท จำได้ว่าเคยเห็นมาส่งปุณณดาบ่อยๆ“ผมมารับดาครับลุง”“เห็นคุณทัช บอกว่าคุณดากลับกับผู้จัดการครับ”“กลับกับผู้จัดการ เป็นไปไม่ได้ ดาเพิ่งโทรศัพท์มาหาผมว่ากำลังลงมา ลุงเปิดประตูให้หน่อยสิครับ”อชิรวิชญ์รู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี“ไม่ได้หรอกครับคุณ”“หากดาติดอยู่ในนั้นจะทำยังไงครับ”“เอ่อ...หากทำอะไรพลการ ผมอาจจะโดนไล่ออก” ชายสูงวัยมีท่าทางลังเล แต่ด้วยความเป็นผู้น้อยก็ไม่กล้าจะเปิดเข้าไป“ผม







