Masuk“ไง ถึงกับพูดไม่ออกเลยใช่ไหม นี่ไม่ใช่เวลาที่เรามาคุยกันเรื่องนี้” เขาพูดจบก็ก้มลงบดขยี้เรียวปากบางอย่างหนักหน่วงเร่าร้อนอีกครั้ง ขณะปุณณดาพยายามดิ้นรนผลักไส เธอไม่ได้ต้องการแบบนั้น เพียงแต่เออออกับมารดาไปเท่านั้น
“ฮื้อ...ปล่อย”
“อย่าดิ้น” เขากัดฟันสั่งเสียงเครียด
“ปล่อยฉัน”
“เธอต้องการฉัน และฉันก็ต้องการที่จะปลดปล่อย” ใช่ร่างกายเขาจวนเจียนจะระเบิดออกมาแล้ว ยิ่งได้กลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่นของปุณณดา ก็ยิ่งทำให้เขาควบคุมร่างกายเอาไว้ไม่อยู่
“คุณเกลียดฉัน คุณทำกับฉันแบบนี้ทำไม” เขาเกลียดเธอกับแม่มาก ก็ไม่ควรมายุ่ง เพราะหากเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับเธอ พ่อเขาคงต้องบีบบังคับให้รับผิดชอบแน่
“ฉันไม่อยากแตะต้องตัวเธอนักหรอก” ชายหนุ่มเค้นคำพูดออกมา แต่ใบหน้าคมกลับซุกไซ้ที่ซอกคอขาว คำพูดและการกระทำช่างสวนทางกันสิ้นเชิง
“ก็ปล่อยสิ”
“ฉันปล่อยเธอไม่ได้ งั้นฉันอาจจะขาดใจตายได้”
“ตาย...” มือเรียวที่ยกทุบร่างแกร่งถึงกับชะงัก
“ใช่ ฉันโดนวางยา” อชิรวิชญ์กัดฟันพูด
“โดนวางยา” ดวงตากลมโตขยายกว้างงุนงงหนักกว่าเดิม
“อืม...ฉันโดนวางยา” เขาถูกวางยาจากคนที่ไว้ใจมากที่สุด และคนนั้นยังเป็นเพื่อนรักของอลิสาอีกต่างหาก หากเขาหลวมตัวมีอะไรด้วยคงมองหน้ากันไม่ติด
“ผู้หญิงคนนั้นเหรอ แล้วทำไมคุณถึง”
“ฉันไม่ต้องการใครนอกจากเธอปุณณดา”
“ทำไมต้องฉัน ผู้หญิงคนนั้นเขาต้องการคุณ” เธอไม่เข้าใจความหมายของคำพูดของอชิรวิชญ์นัก
“เธอกับแม่ก็คิดวางแผนวางยาฉันเหมือนกันไม่ใช่เหรอ”
“คุณได้ยิน” ปุณณดาตกใจไม่น้อย
“ฉันไม่ได้โง่ถึงจะไม่รู้ว่าเธอสองคนแม่ลูกกำลังคิดวางแผนอะไร”
“คุณรู้ ก็ไม่ควรยุ่งหรือแตะต้องตัวฉันสิ” เธอเองก็ไม่ได้ต้องการให้เกิดขึ้นด้วย และไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่มารดาคิดจะทำ
“แม่เธอจะได้สมหวังไง ที่ลูกสาวได้ฉันเป็นผัว” เขาเอ่ยพร้อมใช้ฝ่ามือใหญ่กดสะโพกกลมกลึงให้แนบกายแกร่ง “อืม...รู้สึกดีจัง” เขาคำรามออกมา
“ฉันไม่ได้ต้องการ...”
“คิดว่าฉันจะโง่เชื่องั้นเหรอ ไม่ต้องพูดมากให้เสียเวลา เรามาเริ่มต้นกันต่อเถอะ”
“ไม่นะ...คุณอชิ” ปุณณดาพยายามผลักไส
“อย่ามาเล่นตัวน่า ยังไงคุณค่าเธอก็ไม่มีเหลืออยู่แล้ว” เขาไม่สนใจท่าทางผลักไสของเธอ แต่กลับรวบข้อมือเรียวขึ้นเหนือศีรษะ ขณะใบหน้าคมซุกไซ้ขบเม้มตามซอกคอด้วยความเสน่หา
“อย่า...คุณอชิ”
“ฉันไม่ไหวแล้ว ถ้าไม่ได้เธอเดี๋ยวนี้ ฉันอาจจะตายได้” ชายหนุ่มเค้นเสียงด้วยความทรมาน แม้จะอยากฝังร่างลงไปแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อยากเป็นคนที่รักอยู่ฝ่ายเดียว พยายามใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่าปลุกเร้าอารมณ์ให้หญิงสาวคล้อยตาม
“คุณอชิ...อืม” คนไร้ประสบการณ์อย่างปุณณดาแม้ใจพยายามผลักไส แต่ร่างกายกลับทรยศตวัดแขนเรียวขึ้นโอบรัดลำคอแกร่ง เรียวขาเล็กที่เคยหยัดยืนได้เองก็แทบทรุด
“ฉันจะทำให้เธอมีความสุข อย่างที่ผู้ชายคนไหนก็ทำให้เธอไม่ได้”
“ฉันไม่...”
“อย่าพูดถึงผู้ชายคนอื่น คืนนี้จะมีแค่เรา” เขาก้มจุมพิตเรียวปากอิ่มอย่างนุ่มนวลและอ่อนหวาน ทำให้คนไร้ประสบการณ์เริ่มคล้อยตามได้ไม่ยาก และไม่รู้ตัวว่าเสื้อผ้าบนร่างกายหลุดลงพื้นไปตอนไหน “เธอสวยเหลือเกิน” เขากวาดสายตามองหญิงสาวอย่างชื่นชม ก่อนซุกไซ้ทรวงอกอิ่มสลับกับการบีบคลึงราวกับทารกน้อย
“คุณอชิ” สติของปุณณดาแทบไม่หลงเหลือ
“แล้วเธอจะมีความสุข” เขาใช้ปลายนิ้วแกร่งนำทางสอดเข้าไปยังช่องแคบที่อ่อนนุ่ม
“คุณอชิ...อืม” ปุณณดาไม่เข้าใจว่าร่างกายเกิดอะไร ทำไมถึงตอบสนองปลายนิ้วอีกฝ่ายอย่างน่าอาย
“เธอชอบมันใช่ไหม” เขาพึมพำขณะเร่งปลายนิ้วแกร่งส่งเธอไปจนถึงฝั่งฝัน
ปุณณดาทรุดตัวลงกับพื้นด้วยอาการเหนื่อยหอบ แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เท่านั้นก็แทบกรีดร้อง รีบพยุงร่างหนีเมื่อเห็นสภาพเปล่าเปลือยของอีกฝ่าย
“จะไปไหน ฉันอยากชิมน้ำหวานของเธอ” เขาดันขาเรียวแยกออก ถึงแม้เธอจะเคยผ่านมือชายมาก่อน แต่ด้วยอารมณ์พาไปทำให้เขาอยากลิ้มลองกลีบกุหลาบชมพูสีหวานสักครั้ง
“ฮื้อ...” หญิงสาวถึงกับดิ้นพล่าน ยามปลายลิ้นร้อนตวัดโลมเลียจุดกลางกายของตน เพียงไม่นานร่างกายกลับตอบสนองต่อปลายลิ้นร้อนด้วยความทรมานปนความเสียวซ่าน
“หวานเหลือเกิน” เขาพึมพำก่อนโอบอุ้มร่างบางไปยังเตียงนอน เพราะคืนนี้คงอีกยาวไกล
“ฉันไม่ไหวแล้ว”
“ฉันก็ไม่ไหวเหมือนกัน” เขากลับตีความหมายของเธอแบบผิดๆ
“มันไม่ใช่อย่างนั้น” เธอส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมผลักไส ทั้งที่แทบจะไม่มีเรี่ยวแรง ขณะอีกฝ่ายจับเรียวขาสวยขึ้นแล้วแยกออกก่อนจับขึ้นพาดบ่า
“ฉันไม่ไหวแล้ว ขอฉันเถอะ” ความอดทนเขามีขีดจำกัดและมันก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว จึงจัดการฝังร่างลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อสัมผัสเนื้อเยื่อบางๆ
“นี่เธอ...” เขาถึงกับพูดไม่ออก
“ฮื้อ...ปล่อย”
“ฉันปล่อยเธอไม่ได้” จบคำพูดเขาก็โน้มใบหน้าลงจุมพิตเรียวปากนุ่มด้วยความอ่อนหวาน จากนั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเร่าร้อนจนอีกฝ่ายเริ่มคล้อยตาม จูบตอบกลับมาอย่างไม่ประสา เขาใช้โอกาสนี้สอดแทรกความแข็งแกร่งเข้าไปอย่างช้าๆ
“ฮื้อ...” เธอครางเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวด ราวกับมีใครเอาแท่งเหล็กร้อนมาทิ่มตำร่าง จนแตกเป็นเสี่ยงๆ
“ฉันเจ็บ ปล่อย ฮื้อๆ” น้ำตาเริ่มไหลออกมา มันเจ็บปวดเกินคำบรรยาย
“ทะเลหรือคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา“อืม...ที่ภูเก็ต”“ไปค่ะ ดาอยากเจอป้านวล” ปุณณดาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม นานแล้วสิที่เธอไม่ได้เจอแม่บ้านวัยกลางคนที่มีแต่ความรักความเมตตาให้ตน ก่อนจะขมวดคิ้ว“ทำไมครับ ขมวดคิ้วทำไม”“ป้านวลยังไม่รู้ว่าแม่ดาเคย...”“ป้านวลรู้แล้วครับ ป้าแกบอกว่าเป็นคนละคน ไม่เกี่ยวกัน”“ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”“ก่อนกลับครับ แกยังเตือนพี่ไม่ให้ไปลงอะไรที่ดา เพราะดาไม่เกี่ยว” ตอนนั้นเขาไม่ยอมฟังใครเลย ไม่ว่าจะเป็นคนสนิทที่คอยเตือนอยู่เสมอ แต่เขายังนิ่งเฉย จนผลสุดท้ายต้องแพ้ภัยตัวเอง “แต่พี่ก็ยังทำ ขอโทษนะครับ”“ไหนเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันแล้วไงคะ เราจะพูดแต่เรื่องดีๆ ในอนาคต”“ครับ นอนเถอะพรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าไปภูเก็ตกัน”“ชวนแม่กับคุณพ่อไปด้วยดีไหมคะ” เธออยากเห็นท่านทั้งสองไปพักผ่อน“แล้วเขาจะเรียกฮันนีมูนได้ยังไงครับ พี่อยากไปเริ่มต้นใหม่ที่นั่น&rdquo
“ก็ใครจะหน้าด้านเหมือนพี่อชิล่ะคะ” หญิงสาวทำปากยื่นใส่ จนอชิรวิชญ์มันเขี้ยวกระชากร่างบางขึ้นนั่งบนตักแกร่ง ทำเอาหญิงสาวตาโตด้วยความตกใจ กำลังจะต่อว่าต่อขานอีกฝ่าย แต่ถูกริมฝีปากอุ่นปิดเสียงพูดเสียก่อนแล้วจัดการสอดปลายลิ้นร้อนเข้าโพรงปากนุ่มเพื่อเกี่ยวตวัดดูดดื่มความหอมหวาน เพียงไม่กี่อึดใจปลายลิ้นเล็กก็เริ่มตวัดตอบโต้อย่างไม่ประสา แต่กลับสร้างความพึงพอใจจนเขาต้องครางเสียงในลำคอ จากนั้นไม่นานก็ถอนจูบออกมาพลางมองหญิงสาวอย่างแสนรัก“พี่รักดาเหลือเกินยอดรัก” เขาพึมพำบอกก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาว ขณะฝ่ามือใหญ่ไล้ไปทั่วเรือนร่างอันเย้ายวนกระทั่งถึงจุดสำคัญกลางใจหญิง“พี่อชิ...อืม” เธอครางออกมายามปลายนิ้วแกร่งสอดเข้าไปในช่องแคบ รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก“แล้วดาจะมีความสุข” เขาบอกขณะแนบใบหน้ากับอกอิ่ม ตวัดลิ้นโลมเลียไปมาจนเจ้าของอกอิ่มต้องแอ่นโค้งขึ้นราวคันศรเพื่อให้เขาได้สัมผัสได้ถนัดขึ้น ความเร่าร้อนในกายสาวยิ่งทวีคูณพร้อมขยับร่างตามปลายนิ้วแกร่ง ก่อนเขาจะถอดปลายนิ้วออกมากลางคัน“อืม...พี่อชิ ดาไม่ไห
“ไม่เป็นไรหรอก”“มีความสุขมากๆ นะอชิ ฉันดีใจที่เห็นแกมีความสุข ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับคุณดา มันไม่เคยมีแฟนตั้งแต่ที่รู้จักกันมา อาจจะหวานไม่ค่อยเป็น ยังไงก็เอ็นดูมันด้วยนะครับ” ภูผาฝากฝังเพื่อนรักกับเจ้าสาว“ไม่หวานหรือคะ” หญิงสาวอดขำไม่ได้ ตอนนี้เขาหวานจนเลี่ยน มุมนี้อาจจะไม่มีใครเคยเห็น“นี่แกเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ” ภูผาอดแปลกใจไม่ได้ แต่ดีใจที่เพื่อนรักพยายามปรับตัวไปพร้อมกับคนรัก“ก็เพื่อคนที่เรารัก แกก็เหมือนกัน อันไหนผ่อนผันได้ก็ลองทำดูนะ” เขาแอบรู้มาว่า ภูผามีปัญหากับภรรยาบ่อยครั้ง เพื่อนๆ ในกลุ่มแอบเล่าให้ฟังเพราะเป็นห่วง เห็นเขาสนิทกับภูผามากที่สุด“อืม...” ภูผาขานรับไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ เพราะชีวิตของตนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ“เดี๋ยวฉันเข้าไปในงานก่อน”“ไปเถอะ เพื่อนๆ รอแกอยู่ด้านในตรงหน้าเวที”“อืม...ไว้คุยกันเพื่อน” อชิรวิชญ์ตบบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนภูผาจะเดินหายเข้าไปในงาน“ดูหน้าคุณภูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะคะ ท
“เดี๋ยวรอแม่กลับมาจากต่างจังหวัดก่อนนะคะ” หลังจากมารดาตัดสินใจบวชเพื่อล้างบาปให้ฉัตรแก้ว มารดาก็เริ่มเดินสายทำบุญ ไม่ค่อยอยู่ติดบ้านเท่าไหร่“ไม่ต้องห่วง พี่ให้คุณทิพย์จัดการหาฤกษ์มาให้แล้ว”“แม่รู้แล้วเหรอคะ”“ใช่ พี่โทร.ไปคุยกับแม่ของดาแล้ว และได้กำหนดมาแล้วด้วย” เรื่องนี้เขาปิดเป็นความลับ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด“กลัวดาไม่แต่งด้วยหรือไงคะ มัดมือชกแบบนี้”“ก็ใช่น่ะสิครับ พี่อยากแต่งงานกับดา อยากใช้ชีวิตแบบสามีภรรยา อยากตื่นขึ้นมาเจอหน้าดาเป็นคนแรก”“ขอบคุณนะคะที่ยังยืนยันคำเดิมกับดา”“ไม่ว่าจะกี่ปี พี่ยังยืนยันคำเดิม ดาคือผู้หญิงที่พี่รักมากที่สุด และอยากใช้ชีวิตร่วมกับดา”“ขอบคุณนะคะพี่อชิ” หญิงสาวยกฝ่ามืออุ่นมาแนบกับใบหน้า“อีกสองเดือนเราจะได้แต่งงานกันแล้วนะครับ”“สองเดือนเหรอคะ” ดวงตากลมโตขยายกว้างด้วยความตกใจ ทำไมถึงไวนัก แล้วเธอจะเตรียมตัวทันหรือเปล่า“ใช่ครับ อีกตั้งส
“ดาก็รู้หากพี่มองนานกว่านี้ พี่อาจจะอดใจไม่ไหว ดานั่นแหละที่จะต้องเสียเปรียบ ที่สำคัญดาเพิ่งพบเรื่องเหตุการณ์ร้ายๆ มา พี่กลัวดาจะหวาดกลัวจนไม่ยอมให้พี่มาแตะต้องตัวดาอีก”“สำหรับพี่อชิดาไม่กลัวหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยดา หากพี่อชิไม่ตัดสินใจเข้าไป ดาอาจจะไม่มีหน้ามาพบพี่อชิอีกแล้ว”“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับดา พี่รับได้ทุกอย่าง อย่าตีค่าตัวเองแบบนั้น พี่รักเพราะดาเป็นดา”“พี่อชิ...เมื่อก่อนนอกจากพ่อ ดาไม่คิดว่าจะมีใครรักดาได้อีกแล้ว ขอบคุณนะคะที่เห็นค่าผู้หญิงคนนี้”“เพราะดามีค่าที่สุดในชีวิตพี่ พี่อาจจะเคยใจร้ายกับดา แต่ในอนาคตภายภาคหน้าพี่จะไม่มีวันทำให้ดาเสียใจ แต่งงานกับพี่นะครับคนดี” เขาส่งสายตาวิงวอน กลัวเหลือเกิน กลัวเธอจะปฏิเสธ“ค่ะ ดาจะแต่งงานกับพี่อชิ”เมื่อคิดทบทวน ที่ผ่านมาอชิรวิชญ์ก็ได้พิสูจน์ถึงความรักและหวังดีที่มอบให้ ยังเผื่อแผ่ไปถึงมารดา ที่เขาเคยเคียดแค้นชิงชัง แต่ ณ เวลานี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว“ขอบคุณครับ ขอบคุณ” เขาพูดด้วยเสียงสั่นๆ รู้สึ
ชาติชายกระตุกยิ้มเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ขณะปุณณดาพยายามโทรศัพท์ไปหาอชิรวิชญ์ แต่ปลายสายไม่ทันได้รับ ชาติชายตัดสายทิ้งเสียก่อน“ผมรักคุณดาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ” ผู้จัดการหนุ่มพูดพร่ำ พร้อมสาวเท้าเดินตามหญิงสาวไปช้าๆด้านอชิรวิชญ์แปลกใจที่จู่ๆ สายถูกตัดทิ้ง พร้อมมองไปยังหน้าบริษัท พบว่ายามกำลังล็อกประตูอยู่ เขาจึงรีบเดินลงจากรถ“ลุงจะปิดประตูแล้วหรือครับ”“อ้าวคุณนั่นเอง” ยามประจำหน้าบริษัท จำได้ว่าเคยเห็นมาส่งปุณณดาบ่อยๆ“ผมมารับดาครับลุง”“เห็นคุณทัช บอกว่าคุณดากลับกับผู้จัดการครับ”“กลับกับผู้จัดการ เป็นไปไม่ได้ ดาเพิ่งโทรศัพท์มาหาผมว่ากำลังลงมา ลุงเปิดประตูให้หน่อยสิครับ”อชิรวิชญ์รู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี“ไม่ได้หรอกครับคุณ”“หากดาติดอยู่ในนั้นจะทำยังไงครับ”“เอ่อ...หากทำอะไรพลการ ผมอาจจะโดนไล่ออก” ชายสูงวัยมีท่าทางลังเล แต่ด้วยความเป็นผู้น้อยก็ไม่กล้าจะเปิดเข้าไป“ผม







