Masuk“คุณ!”
เสียงทั้งสองซ้อนทับกันกลางห้องอาหาร
รอยยิ้มของอรสาและภารดีแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนต่างฝ่ายต่างหันมามองหน้ากันด้วยแววตาฉงน
“อ้าว...รู้จักกันอยู่แล้วเหรอลูก?”ภารดีถามด้วยน้ำเสียงแฝงความยินดี
ณิชารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ยกยิ้มบาง
“เอ่อ...บังเอิญเคยเจอกันค่ะ”
“อย่างนี้ก็ดีเลย จะได้ไม่ต้องเริ่มทำความรู้จักใหม่ให้เสียเวลา”
อรสากล่าวอย่างมีความหวัง มือประคองถ้วยชาเบา ๆ พลางมองเด็กทั้งสองด้วยแววตาอ่อนโยน
คีรติทรุดตัวนั่งลงข้างๆ กับณิชา ท่าทีสงบนิ่งแต่ดวงตากลับไม่ยอมละไปจากใบหน้าของเธอ
หญิงสาวพยายามหลบสายตานั้น แต่ยิ่งหนี...เขากลับยิ่งมองบรรยากาศบนโต๊ะเริ่มเปลี่ยนจากความอบอุ่น เป็นแรงกดดันที่มองไม่เห็น
“หนูณิชาชอบอาหารญี่ปุ่นไหมลูก ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องปลาดิบเลยนะ”
ดำรงเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่เริ่มหนาแน่น
“ชอบค่ะคุณลุง”
ณิชาตอบอย่างเรียบสุภาพ แต่ปลายนิ้วยังคงสั่นเล็กน้อยใต้โต๊ะ
คีรติปรายตามองอย่างพิจารณา รอยยิ้มบางแฝงอยู่บนริมฝีปาก รอยยิ้มที่มีทั้งเย็นชาและความหมายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
“โลกกลมมากเลยนะครับผมพึ่งเจอเธอไม่นาน ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคู่หมายที่ผู้ใหญ่จัดหาไว้ให้...”
เขาพูดเบา ๆ แต่ชัดเจนพอให้ทุกคนได้ยิน
ณิชาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาประสานกับเขาอีกครั้ง
“ตาคีย์นี่ พูดจาตรงไปหน่อยนะลูก หนูณิชาเขินหมดแล้วเนี่ย”
“ขอโทษทีครับ”
คีรติตอบเสียงเรียบ แต่สายตายังคงมองอยู่ที่ณิชา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายบางอย่าง ทั้งความท้าทาย เย้ยหยัน และแววบางเจ้าเล่ห์ที่ทำให้ใจณิชาเต้นแรง
“เอาล่ะ ไม่อ้อมค้อมแล้วนะ ประสิทธิ์”
ดำรงเอ่ยขึ้น พลางวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะอย่างมั่นคง
“ฉันอยากสู่ขอหนูณิชาให้ตาคีย์ของฉัน ไม่รู้ว่าแกจะยกลูกสาวให้ลูกชายฉันไหม อย่างน้อยครอบครัวเราก็จะได้ร่วมธุรกิจกันอย่างเป็นทางการ”
คำพูดนั้นดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศหรูหราในห้องอาหาร แต่ในหัวใจของณิชากลับปั่นป่วนราวกับมีพายุ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นทันทีที่ได้ยินคำว่า “สู่ขอ”
เขา...คือคนที่ครอบครัวจัดหาให้?
แล้วฉัน...ฉันดันเข้าใจผิดว่าเขาเป็นผู้ชายที่ฉัน ‘ซื้อบริการ’
แถมยัง...มอบครั้งแรกของฉันให้เขาไปแล้วด้วย
แค่คิด ภาพในคืนนั้นก็แล่นกลับมาจนเธอแทบจะวางส้อมไม่อยู่ มือบางกำแน่นใต้โต๊ะ
“แล้วตาคีย์เต็มใจแต่งกับน้องหรือเปล่าลูก?”
ประสิทธิ์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่ในน้ำเสียงแฝงแรงกดดันบางอย่าง
คีรติเลื่อนสายตาไปมองหญิงสาวตรงหน้า เธอหน้าแดงจัดจนเห็นได้ชัด เขายิ้มมุมปากเบา ๆ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของณิชากระตุกวูบ
“ผมไม่มีปัญหาครับคุณลุง...”
เขาพูดเสียงทุ้มชัด ก่อนเว้นวรรคเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อ
“ว่าแต่น้อง...ณิชา ยินดีแต่งกับผมหรือเปล่าครับ?”
เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้ทุกคนบนโต๊ะเงียบลงชั่วขณะ
ณิชาก้มหน้าทันที ไม่กล้าสบตาเขา ตอนนี้หัวใจเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุอก ความอาย ความโกรธ ความสับสน ทั้งหมดตีรวนจนเธอไม่อาจแยกได้ว่าอะไรคือความรู้สึกจริง
“ณิชาลูกว่าอย่างไร?”
ภารดีถามเสียงเบาแต่กดดัน
“เอ่อ...เราศึกษาดูใจกันไปก่อน...ได้ไหมคะ?”
เธอตอบอย่างประหม่า
คีรติหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ไม่มีปัญหาครับ งั้นเราหมั้นกันไว้ก่อนได้ถ้าน้องยังไม่อยากแต่ง”
“ห...หมั้น?” ณิชาทวนคำอย่างตกใจ
“ครับ หมั้น” เขาตอบเรียบ
“ช้าเร็วเราก็เป็นทองแผ่นเดียวกันอยู่ดี ใช่ไหมครับ...คุณพ่อ”
อรสาและประสิทธิ์มองหน้ากันอย่างแปลกใจ — ไหนเมื่อเช้ายังดูไม่เต็มใจ แต่ตอนนี้กลับพูดขอหมั้นเสียเอง
คีรติเอนหลังพิงพนัก เกลี่ยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ดูเหมือนขบขันแต่แฝงความนัย
“น้องณิชาว่าอย่างไรครับ... หรืออยากให้ผมเล่าให้ทุกคนฟังว่าเรา ‘รู้จักกันมาก่อน’ ยังไงดี?”
ณิชาสะดุ้ง ใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาในทันที
อีตาบ้านี่...กำลังขู่ฉันแน่ ๆ
เธอหันหน้าหลบ พยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ทั้งอาย ทั้งโกรธ
“ก็...แล้วแต่คุณพ่อคุณแม่เลยค่ะ ณิชาไม่ติดอะไร”
เธอตอบเสียงเบาแทบไม่เป็นคำ
“จริงเหรอณิชาลูก?”
ภารดีถาม พลางจับแขนลูกสาวเขย่าเบา ๆ ด้วยความตื่นเต้น
“ภารดี ฉันดีใจจริง ๆ เราจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วนะ”
อรสากล่าวยิ้มกว้าง
“ฉันก็เหมือนกัน ดีใจที่ลูก ๆ ของเราไม่ปฏิเสธอะไร”
ภารดีเอ่ยเสียงอ่อนอย่างโล่งใจ
แต่ในขณะที่ทุกคนยิ้มแย้มกันอยู่บนโต๊ะ ณิชากลับก้มหน้ามองโทรศัพท์ เพื่อซ่อนแววตาที่เริ่มพร่า น้ำเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่ดังคลอรอบข้าง ทว่าในใจเธอกลับว่างเปล่า
ส่วนคีรติ...เพียงยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเบา ๆ รอยยิ้มที่มุมปากเขาไม่จางหาย — รอยยิ้มที่แฝงด้วยความพึงพอใจและอำนาจของ “ผู้ชนะ” ที่รู้ดีว่าเธอกำลังตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างสมบูรณ์
“เอาอย่างนี้สิ เพื่อให้ทั้งสองได้ใช้เวลาศึกษาดูใจกัน...”
ดำรงเอ่ยขึ้น พลางมองหน้าทุกคนบนโต๊ะ
“ให้หนูณิชาไปเป็นเลขาของตาคีย์ที่บริษัทเลยดีไหม จะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น”
คำพูดนั้นเหมือนเสียงระฆังที่ดังขึ้นในใจของทุกคน โดยเฉพาะณิชา เธอชะงัก ดวงตาเบิกเล็กน้อย ก่อนรีบเก็บอาการ
ประสิทธิ์หันไปมองลูกสาว แล้วพยักหน้าเห็นด้วย
“พ่อว่าดีนะลูก... ตั้งแต่เรียนจบมาหนูก็ยังไม่ได้ลองทำงานจริงจังเลย โอกาสนี้ดีมากเลยนะณิชา”
“พ่อค่ะ...”
เธอเอ่ยเสียงเบา พยายามกลืนความอึดอัดลงคอ
แต่ยังไม่ทันพูดต่อ คีรติก็เอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย เอ่ยเสียงเรียบ “ถ้าน้องณิชาทำไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืนนะครับคุณลุง ยัไงถ้าแต่งกับผมไป...อยู่เฉย ๆ ก็ได้เมียคนเดียวผมเลี้ยงได้อยู่แล้ว”
ประโยคนั้นเรียบง่ายแต่แรงพอจะจุดไฟในอกเธอ ณิชากำมือแน่นใต้โต๊ะ ดวงตาวาวขึ้นทันที เธอเงยหน้าขึ้นอย่างทระนง
“ใครว่าหนูทำไม่ได้คะ?” เธอยิ้มเยือกเย็น “แค่ไปทำงานเองสบายมาก หนูไปทำงานกับ...คุณคีย์ก็ได้ค่ะ”
อรสาเอ่ยขัดขึ้นเสียงนุ่มแต่แฝงอำนาจ
“เรียกพี่สิลูก เรียกเขาว่าพี่คีย์”
“ค่ะ...คุณป้า”
ณิชาฝืนยิ้ม
คีรติเอนหลังพิงพนัก มือหมุนแก้วไวน์ช้า ๆ ก่อนหันมามองเธอด้วยแววตาแพรวพราว
“งั้น...ขอไลน์หน่อยสิครับ จะได้ติดต่อกันไว้ มีอะไรจะได้คุยกันสะดวก...”
เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนยกยิ้มมุมปาก
“คุณ...คู่หมั้น”
เสียงหัวใจของณิชาเต้นแรงจนแทบได้ยิน เธอสูดหายใจลึก พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้หน้าแดง ก่อนตอบเรียบเสียงเย็น
“ค่ะ คุณ...พี่คีย์”
เธอยื่นโทรศัพท์ให้เขาช้า ๆ ปลายนิ้วสัมผัสกันเพียงเสี้ยววินาที แต่กลับส่งแรงสะเทือนแปลกประหลาดไปทั่วร่าง ทั้งโกรธ ทั้งหวั่น ทั้งสับสน
ขณะที่คีรติรับโทรศัพท์ไป เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้พอให้เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูเธอ แผ่วแต่ชัดทุกถ้อยคำ
“ระวังตัวไว้หน่อยนะครับคุณคู่หมั้น... เพราะที่บริษัท ผมไม่ใช่คนใจดีเท่าตอนนี้”
รอยยิ้มบางของเขาเจ้าเล่ห์ฉายชัดในแววตาคู่นั้น...
โอ้ยย คุณพี่คีย์!!! 😳 เมื่อเช้ายังทำท่าไม่อยากแต่งอยู่เลยนะ พอเจอหน้าน้องเท่านั้นแหละ... ขอมาหมั้นเองเฉย พ่อแม่ก็งงดิ๊ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายฉันนนน555 ทำไงได้อะ รี้ดดดด~ ก็ยัยน้องมันถูกใจเกินต้านนี่เนอะ 😍💘
เช้าวันรุ่งขึ้นแสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลอดผ่านกระจกหน้ารถ ขณะที่คีรติพาณิชาขับรถออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ชานเมืองที่เขาเก็บเงียบไว้ในใจมานาน ถนนทอดยาวเงียบสงบ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม เสียงลมพัดผ่านใบไม้ดังแผ่วเบา ราวกับต้อนรับผู้มาเยือนเมื่อรถแล่นเข้าสู่พื้นที่กว่าสิบไร่ ภาพตรงหน้าก็เปิดกว้างขึ้นอย่างนุ่มนวล ทะเลสาบขนาดใหญ่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ผิวน้ำสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นระลอกระยับ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองคีรติจอดรถ หันไปมองหญิงสาวข้างกาย สายตาของเขานุ่มลึก ไม่ต่างจากทุกครั้งที่มองเธอ“ณิชาครับ…ชอบที่นี่ไหม”ณิชาผลักประตูรถลงไปยืนสูดอากาศยามเช้า สายลมอ่อนพัดมากระทบใบหน้า เธอหันมามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตา แววตาเป็นประกายโดยไม่ต้องพยายามซ่อน“ชอบค่ะ ที่นี่สวยมาก” เสียงเธอเต็มไปด้วยความประทับใจ “มันเงียบ…แล้วก็สบายใจมากเลยค่ะ”คีรติยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากความภูมิใจในทรัพย์สิน แต่เป็นความอิ่มเอมจากการได้เห็นคนที่รักมีความสุข สำหรับเขา ภาพณิชายืนอยู่ตรงนี้ ไม่ต่างจากการได้เห็นอนาคตของตัวเองชัดเจนขึ้นทุกวัน“พี่ตั้งใจไว้แล้ว
ค่ำคืนเงียบสงบ ห้องนอนถูกจัดเตรียมไว้อย่างตั้งใจเตียงสีขาวสะอาดถูกโปรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสด กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยอบอวลไปทั่วห้อง แสงไฟสีอุ่นสะท้อนกับผ้าม่านบางเบา สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่ชวนให้หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัวณิชานั่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา ร่างบางแนบชิดกับอกกว้างที่อบอุ่น แขนแข็งแรงโอบรั้งเธอไว้ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยมือ เธอจะหายไปจากชีวิตอีกครั้ง“ณิชารู้ไหม…”เขาพูดเสียงแผ่ว แฝงความจริงจัง“ถ้าวันนี้ณิชาแต่งงานกับคนอื่นจริง ๆ พี่คงไปต่างประเทศ และไม่กลับมาที่นี่อีก”เธอเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาไหววูบ“ขนาดนั้นเลยหรือคะ”“ใช่” เขาตอบโดยไม่ลังเล“เพราะณิชาใจร้ายกับพี่มาก พี่คิดว่าจะเสียณิชาไปจริง ๆ แล้ว”ณิชายิ้มบาง ๆ มือเล็กแตะที่อกเขาเบา ๆ“ใครจะกล้าทิ้งพี่ค่ะ พี่ทำทุกอย่างเพื่อณิชามากขนาดนี้”เขาก้มหน้าลงใกล้ จนลมหายใจประสานกัน“ต่อให้พี่ต้องแลกด้วยชีวิต พี่ก็ยอม ขอแค่ณิชาปลอดภัย แค่นั้นพี่ก็พอใจแล้ว”“แต่พี่ก็ไม่เคยถามณิชา ว่าสิ่งที่พี่ทำ นั่นคือสิ่งที่ณิชาต้องการหรือเปล่า”เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่น“ถ้าวันหนึ่งพี่พลาด และต้องจากไปตลอดกาล ณิชาก็อยู่ไม่ได้เหมือนกั
งานแต่งถูกจัดขึ้นที่โรงแรมของเตชทัต โถงจัดเลี้ยงถูกเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความหรูหรา ดอกไม้สีขาวและฟ้าถูกจัดเรียงอย่างประณีต แซมด้วยสีทองที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เพิ่มความสง่างามและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน กลิ่นดอกไม้หอมอ่อน ๆ คลอไปกับเสียงดนตรีบรรเลงเบา ๆ ทำให้บรรยากาศทั้งงานสมบูรณ์แบบราวกับภาพฝันบริเวณหน้าเวทีมีป้ายชื่อคู่บ่าวสาวขนาดใหญ่ ตัวอักษรสีทองเรียบหรูเขียนไว้ว่า“N & K”สำหรับแขกในงาน มันคือชื่อย่อที่ดูเหมาะสมและงดงามแต่สำหรับใครบางคน ตัวอักษรเพียงสองตัวนั้นกลับแทงลึกลงกลางหัวใจยิ่งกว่าคำพูดใด ๆเจ้าสาวปรากฏตัวในชุดสีครีมเรียบหรู ตัวชุดตัดเย็บอย่างประณีต แนบรับกับรูปร่างอย่างงดงาม ผ้าซาตินเนื้อนุ่มสะท้อนแสงไฟเป็นประกายอ่อน ๆ ชายกระโปรงยาวพลิ้วตามทุกย่างก้าว เธอถือช่อดอกไม้โทนขาวฟ้าในมือ เสียงชื่นชมดังขึ้นรอบงานโดยไม่อาจกลั้นไว้ได้นายดำรง อรสา ภารดี ประสิทธิ์ ครีม รวมถึงของขวัญ เตชทัต พอร์ช คุณฉี และคุณทรงพล ทุกคนต่างมาร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมหน้า รอยยิ้มและคำอวยพรอบอวลไปทั่วทั้งโถงโรงแรมคีรติยืนมองเธออยู่ไม่ไกล สายตาของเขาไม่อาจละไปจากร่างบางในชุดเจ้าสาวได้เลย ความตะ
สามวันผ่านไปคีรติปรากฏตัวขึ้นที่โรงแรมของเตชทัตในสภาพยังไม่หายดีนัก สีหน้าตึงเครียด ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายคืน“ไอ้เต…ณิชาอยู่ไหน”เสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีที่เห็นเพื่อนเตชทัตชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถอนหายใจยาว“อยู่ด้านใน กำลังเตรียมงานแต่งอยู่”คำว่า งานแต่งเหมือนค้อนหนักกระแทกเข้ากลางอกคีรติ“มึงยังไม่หายดีมึงมาทำไมว่ะไอ้คีย์” เตชทัตถามเสียงเข้ม“สภาพมึงยังไม่ควรออกจากโรงพยาบาลด้วยซ้ำ”คีรติกำมือแน่น“กูต้องคุยกับณิชาให้รู้เรื่อง กูไม่เชื่อว่าณิชาจะไม่รักกูแล้วจริง ๆ กูไม่เชื่อว่าณิชาจะลืมกูได้”“ไอ้คีย์ทำใจเถอะว่ะ.... ในเมื่อเธอเลือกแล้ว”“ไม่...”เขาสวนกลับทันที ดวงตาแข็งกร้าว“เรายังไม่ได้คุยกันให้รู้เรื่อง กูยังไม่ได้อธิบายอะไรเลย”เตชทัตมองหน้าเพื่อนนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดช้า ๆ“คีย์…มึงแน่ใจนะว่าการโผล่มาตอนนี้ จะไม่ทำใ
ห้องพักฟื้นผู้ป่วย VIPกลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ คลุ้งอยู่ในอากาศเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเปลือกตาคีรติขยับช้า ๆ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างยากลำบากภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าคนในครอบครัวที่ล้อมรอบเตียงแต่ไม่ใช่คนที่เขารอคอยที่สุด“แม่ครับ…”เสียงเขาแหบพร่า“ณิชาล่ะครับแม่”อรสานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง“ณิชาไม่ได้มาหรอกลูก”เธอถอนหายใจเบา ๆ“เธอบอกว่าไม่ได้เป็นแฟน ไม่ได้เป็นอะไรกับลูกแล้ว เลยไม่มีความจำเป็นต้องมา”คำพูดนั้นเหมือนของมีคมกรีดลงกลางอกคีรติเขาหันไปมองเตชทัตทันที“แล้วทำไม…ทุกคนไม่บอกเธอครับว่าผมไม่ได้เลิกจริง ๆ”น้ำเสียงสั่นอย่างห้ามไม่อยู่“ไอ้เต มึงไม่ได้ช่วยพูดให้กูเหรอ”เตชทัตขบกรามแน่น ก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา“กูพูดแล้ว…แต่เธอไม่เชื่อ”เขาพูดเสียงต่ำ“กูว่ามึงพักให้หายก่อน แล้วค่อยไปอธิบายกับเธอด้วยตัวเอง มันจะดีกว่า”คีรติหลับตาลง น้ำตาซึมออกมาอย่างห้ามไม่ได้“ณิชา…ทำไมใจร้ายกับพี่จัง”เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ“ก๊อก…ก๊อก”ภารดีเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน“เป็นยังไงบ้างคีรติลูก ดีขึ้นไหม”“ดีขึ้นครับคุณแม่”เขาตอบ แม้หัวใจจะไม่ได้ดีขึ
คีรติถูกนำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน เตชทัตรีบโทรแจ้งครอบครัวของเขา ทุกคนต่างมาถึงพร้อมกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ขวัญที่อยู่คอนโดของณิชาก็ทราบข่างจากเตชทัต เธอไม่รีรอที่จะแจ้งให้ ณิชาทราบ“ณิชา…พี่คีย์ถูกยิง ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล พี่เตให้พวกเราไปเดี๋ยวนี้เลยนะ อาการพี่คีย์ไม่ค่อยดีนัก”ทันทีที่ขวัญพูดจบ ณิชาใบหน้าซีดเผือด หัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่มแม้ในใจจะพร่ำบอกว่าตัวเองเกลียดเขา เกลียดที่เขาทิ้งเธอไปโดยไม่หันกลับมาแต่ทำไม…แค่ได้ยินว่าเขาเจ็บ ใจเธอกลับเจ็บยิ่งกว่า “แล้วขวัญจะให้ณิชาไปในฐานะอะไรล่ะ” เธอถามเสียงสั่น“ในเมื่อเขาก็มีแฟนแล้ว”ขวัญเม้มริมฝีปาก ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหนักใจ“ณิชา…เรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่อย่างที่ณิชาคิด”คำพูดนั้นทำให้ณิชาชะงัก“หมายความว่ายังไง ขวัญบอกณิชามาเถอะ” ณิชาจับแขนเพื่อนเขย่าเบา ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนและอยากรู้จนแทบกลั้นไม่อยู่ขวัญถอนหายใจยาว“มันถึงเวลาแล้วที่ณิชาต้องรู้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา…มันคือเรื่องโกหก”ณิชาจ้องหน้าเพื่อนด้วยความงุนงง รอคอยคำอธิบายด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นไหว“ตั้งแต่วันที่พี่


![เจ้าเวหา [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




