로그인โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง
กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องตรวจ
ณิชานั่งอยู่บนเตียงคนไข้ ผิวรอบ ๆ แขนยังแดงจากรอยน้ำร้อนลวก โชคยังดีที่เป็นบริเวณไม่มากนักคีรติยืนอยู่ข้างเตียง แขนเสื้อเชิ้ตพับขึ้นถึงศอก ดวงตาคมที่มักนิ่งสงบกลับเต็มไปด้วยความกังวล
“เป็นอย่างไรบ้างครับคุณหมอ”
คีรติถามขึ้น
“เป็นแค่แผลลวกระดับหนึ่ง โชคดีที่ไม่โดนเต็ม ๆ ไม่ต้องเป็นห่วงครับทายาทุกวันเดียวก็หายครับ เดี๋ยวหมอปิดผ้าก๊อซหลวมไว้ให้นะครับ ”
หมอเอ่ยเบา ๆ
“ขอบคุณมาก ๆ ครับคุณหมอ...”
“ยินดีครับเดี๋ยวหมอขอตัวก่อน”
งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งณิชากลับบ้านนะ”
น้ำเสียงเขาแผ่วเบา แต่ในแววตานั้นกลับสะท้อนความรู้สึกผิดลึก ๆ“ณิชาไม่กลับบ้านณิชาจะกลับคอนโด”
“มือณิชาใช้งานไม่สะดวกเดี๋ยวไปพักบ้านพี่ดีกว่านะ พี่จะได้ช่วยดูแลคุณ”
“แต่ณิชากับพี่เรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน ไปอยู่กับพี่คงไม่ดีมังค่ะ”
“ณิชาแน่ใจหรือว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน หรือจะให้พี่ย้ำเหตุการณ์ในคืนนั้น”
“หยุดพูดเลยนะคนบ้า”
เขายิ้มที่ริมฝีปากเบา ๆ
“พี่จะจัดการคนที่ทำณิชาเอง กล้าดียังไงมาทำให้คู่หมั้นพี่เจ็บแบบนี้…ไล่มันออกเลยดีกว่า ณิชาจะได้ไม่ต้องเห็นหน้ามันให้เสียอารมณ์อีก”
น้ำเสียงเขายังคงโกรธเคืองคนที่ทำให้เธอบาดเจ็บณิชาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
“พี่คีย์... พี่ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้หรอกค่ะ ณิชาไม่ได้สำคัญขนาดนั้น”คำพูดนั้นทำให้เขาชะงัก ดวงตาคมเข้มไหววูบ
ก่อนที่เขาจะยกมือแตะข้างแก้มเธออย่างแผ่วเบา“อย่าพูดแบบนั้นอีก”
เสียงทุ้มต่ำกระซิบ
“ณิชาสำคัญสำหรับพี่เสมอ”หัวใจของณิชาสะดุดเต้นแรงจนแทบกลืนลมหายใจไม่ลง
แววตาเขาในระยะใกล้... เต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนเธอต้องเบือนหน้าหนี"พอแล้วไม่ต้องพูดแล้วค่ะ "
ณิชายิ้มหวาน
“งั้นไปอยู่บ้านพี่ พี่จะได้ดูแลคุณด้วยตัวเอง... พี่ต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น”
“ไม่เป็นไรค่ะ ณิชาอยู่คอนโดของตัวเองได้”
“ไม่ได้ ไปอยู่บ้านพี่เถอะ พี่มีบ้านส่วนตัว อีกอย่าง... เรากำลังจะแต่งงานกัน มันไม่น่าเกลียดหรอก”
ณิชาขมวดคิ้ว มองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“พี่นี่เอาแต่ใจจริง ๆ”
“ตรงไหนกัน พี่ไม่ได้คิดจะทำอะไรคุณเลยนะ”
เขาพูดเรียบ ๆ แต่สายตากลับอ่อนโยนจนเธอใจเต้นแรง
หญิงสาวถอนหายใจ
“แต่ณิชาไม่มีเสื้อผ้า ต้องแวะไปเอาที่คอนโดก่อน”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่เอง”
“แต่ว่า—”
“คุณลุงบอกพี่แล้ว ว่าท่านจำกัดวงเงินของณิชา”
ณิชาชะงักไปทันที ก่อนที่เขาจะหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา แล้วยื่นบัตรเคดิตสีดำให้เธอ
“นี่... บัตรของพี่ วงเงินไม่จำกัด”
เธอเบิกตากว้าง มองบัตรในมือเขาอย่างไม่เชื่อสายตา
“ให้ณิชาทำไมคะ?”
“ก็ณิชาคือคู่หมั้นพี่ไง”
ใบหน้าเธอร้อนวาบขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ก็แค่คู่หมั้นที่ครอบครัวบังคับ พี่ไม่รังเกียจครอบครัวณิชาหรือไง”
“ทำไมพี่ต้องรังเกียจ... ในเมื่อคุณลุงกับคุณพ่อพี่เป็นเพื่อนกันเมื่อ ครอบครัวเพื่อนพ่อเจอปัญหาพี่ในฐานะลูกชายเพื่อนก็ต้องช่วยกันสิ”
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถามเสียงแผ่ว
“แล้ว... พี่คิดยังไงกับณิชาเหรอคะ?”
เขาอ้ำอึ้ง “ก็...” เสียงนั้นขาดหายไปในลำคอ
ณิชาหลุบตา ยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน
“พี่คีย์คงหลงรักณิชาแล้วล่ะ บอกมาเถอะ~”
คีรติหัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วเอื้อมมือมาเขี่ยปลายจมูกเธออย่างแผ่วเบา
“หลงตัวเองเกินไปแล้วนะ”
เธอหัวเราะเบา ๆ พลางเม้มริมฝีปาก
เมื่อทั้งสองมาที่รถ เขาก็สั่งคนขับรถทันที
“อาทิตย์ แวะห้างสรรพสินค้าแถวนี้ก่อนนะ ค่อยไปส่งฉันที่บ้านส่วนตัว”
“ครับ คุณคีย์”
— ห้างสรรพสินค้า —
ณิชาเดินดูเสื้อผ้าสบาย ๆ ตามสไตล์ของเธอ ขณะที่คีรติเดินตามอยู่ห่าง ๆ อย่างไม่เร่งรัด
ทุกครั้งที่เธอหยิบของ เขาจะเป็นฝ่ายรับต่อ แล้วรูดบัตรให้โดยไม่พูดอะไร
เขาตามใจทุกอย่าง เหมือนแค่เห็นเธอยิ้มก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา
“ช้อปเหนื่อยหรือยัง หิวไหม?”
เสียงทุ้มของเขาเอ่ยขึ้นขณะเธอกำลังมองเครื่องประดับตรงหน้า
“ยังไม่หิวค่ะ ค่อยซื้อกลับไปทานที่บ้านดีไหมคะ?”
“ณิชาว่ายังไง พี่ก็ได้หมดครับ”
คำตอบเรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจของณิชาเต้นแรงขึ้นอย่างไม่เข้าใจตัวเอง
เธอสบตาเขาเพียงแวบเดียว ก่อนรีบหลบสายตาอย่างเขินอาย
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้ม พลางพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง
“นี่ขนาดยังไม่แต่งงาน... ทำไมพี่คีย์ถึงน่ารักขนาดนี้นะ”
ทันใดนั้น เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง
“เฮ้ย! ไอ้คีย์ มาเดินห้างได้ไงวะมึง!”
คีรติหันไปตามเสียง เห็นชายหนุ่มในชุดลำลองเดินเข้ามา เตชทัต เพื่อนสนิทของเขาเอง
ณิชารีบหันไปยิ้มทัก
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ น้อง...”
เขาชะงักไปนิด มองใบหน้าเธออย่างประหลาดใจ
“ณิชาค่ะ”
เธอตอบเสียงเรียบแต่สุภาพ
เตชทัตเลิกคิ้ว
“อย่าบอกนะว่า...?”
คีรติเอ่ยเรียบ ๆ แต่หนักแน่น
“ใช่ เรากำลังจะหมั้นและแต่งงานกัน”
ณิชาก้มหน้าลงทันที สายตาเลิกลักด้วยความเขิน
คีรติเอื้อมมือมาโอบเอวเธอเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ ท่าทางมั่นคงของเขาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
“เอ่อ... ดีใจกับเพื่อนด้วยนะโว้ย ที่จะได้แต่งงานกับคนที่ชอบ”
"ตอนแรกบอกไม่ชอบสาวไฮโซใช้เงินเก่ง ตอนนี้ไหงเดินตามรูดบัตรให้ 555"
เตชิตพึมพำเบา ๆ คนเดียว แล้วหัวเราะเบา ๆ ก่อนยกมือขึ้นล่ำลา
“งั้นกูไปก่อน ไว้เจอกันนะครับน้องณิชา ว่าง ๆ นัดดื่มด้วยกันนะ”
“ขอบคุณค่ะ พี่เต”
เธอยิ้มบาง ๆ ตอบกลับ
เมื่อเพื่อนเดินจากไป คีรติก็หันมามองเธอ ดวงตาแฝงรอยยิ้มบาง
“เขินเหรอ เพื่อนสนิทพี่เอง... ค่อย ๆ เรียนรู้กันไปนะ”
ณิชาพยักหน้าช้า ๆ
“ค่ะ...”
น้ำเสียงแผ่วเบา แต่หัวใจเธอกลับเต้นแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
อ่านบนี้แล้วเป็นอย่างไรบ้างค่ะรี้ด เห็นแววคนคลั่งรักบ้างยังเอ่ยย
เช้าวันรุ่งขึ้นแสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลอดผ่านกระจกหน้ารถ ขณะที่คีรติพาณิชาขับรถออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ชานเมืองที่เขาเก็บเงียบไว้ในใจมานาน ถนนทอดยาวเงียบสงบ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม เสียงลมพัดผ่านใบไม้ดังแผ่วเบา ราวกับต้อนรับผู้มาเยือนเมื่อรถแล่นเข้าสู่พื้นที่กว่าสิบไร่ ภาพตรงหน้าก็เปิดกว้างขึ้นอย่างนุ่มนวล ทะเลสาบขนาดใหญ่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ผิวน้ำสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นระลอกระยับ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองคีรติจอดรถ หันไปมองหญิงสาวข้างกาย สายตาของเขานุ่มลึก ไม่ต่างจากทุกครั้งที่มองเธอ“ณิชาครับ…ชอบที่นี่ไหม”ณิชาผลักประตูรถลงไปยืนสูดอากาศยามเช้า สายลมอ่อนพัดมากระทบใบหน้า เธอหันมามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตา แววตาเป็นประกายโดยไม่ต้องพยายามซ่อน“ชอบค่ะ ที่นี่สวยมาก” เสียงเธอเต็มไปด้วยความประทับใจ “มันเงียบ…แล้วก็สบายใจมากเลยค่ะ”คีรติยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากความภูมิใจในทรัพย์สิน แต่เป็นความอิ่มเอมจากการได้เห็นคนที่รักมีความสุข สำหรับเขา ภาพณิชายืนอยู่ตรงนี้ ไม่ต่างจากการได้เห็นอนาคตของตัวเองชัดเจนขึ้นทุกวัน“พี่ตั้งใจไว้แล้ว
ค่ำคืนเงียบสงบ ห้องนอนถูกจัดเตรียมไว้อย่างตั้งใจเตียงสีขาวสะอาดถูกโปรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสด กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยอบอวลไปทั่วห้อง แสงไฟสีอุ่นสะท้อนกับผ้าม่านบางเบา สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่ชวนให้หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัวณิชานั่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา ร่างบางแนบชิดกับอกกว้างที่อบอุ่น แขนแข็งแรงโอบรั้งเธอไว้ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยมือ เธอจะหายไปจากชีวิตอีกครั้ง“ณิชารู้ไหม…”เขาพูดเสียงแผ่ว แฝงความจริงจัง“ถ้าวันนี้ณิชาแต่งงานกับคนอื่นจริง ๆ พี่คงไปต่างประเทศ และไม่กลับมาที่นี่อีก”เธอเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาไหววูบ“ขนาดนั้นเลยหรือคะ”“ใช่” เขาตอบโดยไม่ลังเล“เพราะณิชาใจร้ายกับพี่มาก พี่คิดว่าจะเสียณิชาไปจริง ๆ แล้ว”ณิชายิ้มบาง ๆ มือเล็กแตะที่อกเขาเบา ๆ“ใครจะกล้าทิ้งพี่ค่ะ พี่ทำทุกอย่างเพื่อณิชามากขนาดนี้”เขาก้มหน้าลงใกล้ จนลมหายใจประสานกัน“ต่อให้พี่ต้องแลกด้วยชีวิต พี่ก็ยอม ขอแค่ณิชาปลอดภัย แค่นั้นพี่ก็พอใจแล้ว”“แต่พี่ก็ไม่เคยถามณิชา ว่าสิ่งที่พี่ทำ นั่นคือสิ่งที่ณิชาต้องการหรือเปล่า”เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่น“ถ้าวันหนึ่งพี่พลาด และต้องจากไปตลอดกาล ณิชาก็อยู่ไม่ได้เหมือนกั
งานแต่งถูกจัดขึ้นที่โรงแรมของเตชทัต โถงจัดเลี้ยงถูกเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความหรูหรา ดอกไม้สีขาวและฟ้าถูกจัดเรียงอย่างประณีต แซมด้วยสีทองที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เพิ่มความสง่างามและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน กลิ่นดอกไม้หอมอ่อน ๆ คลอไปกับเสียงดนตรีบรรเลงเบา ๆ ทำให้บรรยากาศทั้งงานสมบูรณ์แบบราวกับภาพฝันบริเวณหน้าเวทีมีป้ายชื่อคู่บ่าวสาวขนาดใหญ่ ตัวอักษรสีทองเรียบหรูเขียนไว้ว่า“N & K”สำหรับแขกในงาน มันคือชื่อย่อที่ดูเหมาะสมและงดงามแต่สำหรับใครบางคน ตัวอักษรเพียงสองตัวนั้นกลับแทงลึกลงกลางหัวใจยิ่งกว่าคำพูดใด ๆเจ้าสาวปรากฏตัวในชุดสีครีมเรียบหรู ตัวชุดตัดเย็บอย่างประณีต แนบรับกับรูปร่างอย่างงดงาม ผ้าซาตินเนื้อนุ่มสะท้อนแสงไฟเป็นประกายอ่อน ๆ ชายกระโปรงยาวพลิ้วตามทุกย่างก้าว เธอถือช่อดอกไม้โทนขาวฟ้าในมือ เสียงชื่นชมดังขึ้นรอบงานโดยไม่อาจกลั้นไว้ได้นายดำรง อรสา ภารดี ประสิทธิ์ ครีม รวมถึงของขวัญ เตชทัต พอร์ช คุณฉี และคุณทรงพล ทุกคนต่างมาร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมหน้า รอยยิ้มและคำอวยพรอบอวลไปทั่วทั้งโถงโรงแรมคีรติยืนมองเธออยู่ไม่ไกล สายตาของเขาไม่อาจละไปจากร่างบางในชุดเจ้าสาวได้เลย ความตะ
สามวันผ่านไปคีรติปรากฏตัวขึ้นที่โรงแรมของเตชทัตในสภาพยังไม่หายดีนัก สีหน้าตึงเครียด ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายคืน“ไอ้เต…ณิชาอยู่ไหน”เสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีที่เห็นเพื่อนเตชทัตชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถอนหายใจยาว“อยู่ด้านใน กำลังเตรียมงานแต่งอยู่”คำว่า งานแต่งเหมือนค้อนหนักกระแทกเข้ากลางอกคีรติ“มึงยังไม่หายดีมึงมาทำไมว่ะไอ้คีย์” เตชทัตถามเสียงเข้ม“สภาพมึงยังไม่ควรออกจากโรงพยาบาลด้วยซ้ำ”คีรติกำมือแน่น“กูต้องคุยกับณิชาให้รู้เรื่อง กูไม่เชื่อว่าณิชาจะไม่รักกูแล้วจริง ๆ กูไม่เชื่อว่าณิชาจะลืมกูได้”“ไอ้คีย์ทำใจเถอะว่ะ.... ในเมื่อเธอเลือกแล้ว”“ไม่...”เขาสวนกลับทันที ดวงตาแข็งกร้าว“เรายังไม่ได้คุยกันให้รู้เรื่อง กูยังไม่ได้อธิบายอะไรเลย”เตชทัตมองหน้าเพื่อนนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดช้า ๆ“คีย์…มึงแน่ใจนะว่าการโผล่มาตอนนี้ จะไม่ทำใ
ห้องพักฟื้นผู้ป่วย VIPกลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ คลุ้งอยู่ในอากาศเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเปลือกตาคีรติขยับช้า ๆ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างยากลำบากภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าคนในครอบครัวที่ล้อมรอบเตียงแต่ไม่ใช่คนที่เขารอคอยที่สุด“แม่ครับ…”เสียงเขาแหบพร่า“ณิชาล่ะครับแม่”อรสานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง“ณิชาไม่ได้มาหรอกลูก”เธอถอนหายใจเบา ๆ“เธอบอกว่าไม่ได้เป็นแฟน ไม่ได้เป็นอะไรกับลูกแล้ว เลยไม่มีความจำเป็นต้องมา”คำพูดนั้นเหมือนของมีคมกรีดลงกลางอกคีรติเขาหันไปมองเตชทัตทันที“แล้วทำไม…ทุกคนไม่บอกเธอครับว่าผมไม่ได้เลิกจริง ๆ”น้ำเสียงสั่นอย่างห้ามไม่อยู่“ไอ้เต มึงไม่ได้ช่วยพูดให้กูเหรอ”เตชทัตขบกรามแน่น ก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา“กูพูดแล้ว…แต่เธอไม่เชื่อ”เขาพูดเสียงต่ำ“กูว่ามึงพักให้หายก่อน แล้วค่อยไปอธิบายกับเธอด้วยตัวเอง มันจะดีกว่า”คีรติหลับตาลง น้ำตาซึมออกมาอย่างห้ามไม่ได้“ณิชา…ทำไมใจร้ายกับพี่จัง”เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ“ก๊อก…ก๊อก”ภารดีเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน“เป็นยังไงบ้างคีรติลูก ดีขึ้นไหม”“ดีขึ้นครับคุณแม่”เขาตอบ แม้หัวใจจะไม่ได้ดีขึ
คีรติถูกนำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน เตชทัตรีบโทรแจ้งครอบครัวของเขา ทุกคนต่างมาถึงพร้อมกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ขวัญที่อยู่คอนโดของณิชาก็ทราบข่างจากเตชทัต เธอไม่รีรอที่จะแจ้งให้ ณิชาทราบ“ณิชา…พี่คีย์ถูกยิง ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล พี่เตให้พวกเราไปเดี๋ยวนี้เลยนะ อาการพี่คีย์ไม่ค่อยดีนัก”ทันทีที่ขวัญพูดจบ ณิชาใบหน้าซีดเผือด หัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่มแม้ในใจจะพร่ำบอกว่าตัวเองเกลียดเขา เกลียดที่เขาทิ้งเธอไปโดยไม่หันกลับมาแต่ทำไม…แค่ได้ยินว่าเขาเจ็บ ใจเธอกลับเจ็บยิ่งกว่า “แล้วขวัญจะให้ณิชาไปในฐานะอะไรล่ะ” เธอถามเสียงสั่น“ในเมื่อเขาก็มีแฟนแล้ว”ขวัญเม้มริมฝีปาก ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหนักใจ“ณิชา…เรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่อย่างที่ณิชาคิด”คำพูดนั้นทำให้ณิชาชะงัก“หมายความว่ายังไง ขวัญบอกณิชามาเถอะ” ณิชาจับแขนเพื่อนเขย่าเบา ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนและอยากรู้จนแทบกลั้นไม่อยู่ขวัญถอนหายใจยาว“มันถึงเวลาแล้วที่ณิชาต้องรู้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา…มันคือเรื่องโกหก”ณิชาจ้องหน้าเพื่อนด้วยความงุนงง รอคอยคำอธิบายด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นไหว“ตั้งแต่วันที่พี่
บ้านณิชา..เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตหรูดังแผ่วก่อนดับลงตรงหน้าบ้านของณิชา คีรติเปิดประตูลงจากรถในชุดสูทเรียบหรู สายตาคมกริบกวาดมองตัวบ้านด้วยท่าทีสงบ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจเฉพาะตัวภารดีที่กำลังจัดแจกันดอกไม้ตรงห้องรับแขกหันมาเห็นเข้าพอดี“อ้าว...ตาคีย์ มารับน้องเองเลยหรือลูก?”เสียงเธอแฝงรอยยิ้มปล
“คุณ!”เสียงทั้งสองซ้อนทับกันกลางห้องอาหารรอยยิ้มของอรสาและภารดีแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนต่างฝ่ายต่างหันมามองหน้ากันด้วยแววตาฉงน “อ้าว...รู้จักกันอยู่แล้วเหรอลูก?”ภารดีถามด้วยน้ำเสียงแฝงความยินดีณิชารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ยกยิ้มบาง“เอ่อ...บังเอิญเคยเจอกันค่ะ”“อย่างนี้ก็ดีเลย จะได้ไม่ต้องเริ่มทำ
บ้านตระกูลอภิพัฒน์วัฒนากุล (บ้านคีรติ)เสียงเครื่องยนต์ดับลงหน้าบ้านหรูเมื่อ คีรติ พาน้องสาว ครีม กลับมาถึงบ้านทันทีที่ อรสา แม่ของทั้งคู่ได้ยินเรื่องรถชน ใบหน้าของเธอก็ซีดลงทันที“ครีม! ไม่เป็นไรใช่ไหมลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”หญิงสาวรีบเดินเข้ามาดูบุตรสาวด้วยความร้อนใจ“ไม่เจ็บเลยค่ะแม่ แต่พี่ที่
บ้านตระกูลวัฒนวานิชเจริญ (บ้านณิชา)เสียงส้นรองเท้าดังแผ่วเบาไปตามพื้นหินอ่อน เมื่อ ณิชา เดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีอิดโรย ดวงตาคู่สวยดูพร่ามัวราวกับคนไม่ได้หลับทั้งคืน“ณิชา เป็นยังไงบ้างลูก…ทำไมมีเลือด!”เสียงของ ภารดี แม่ของเธอเอ่ยขึ้นทันทีด้วยความตกใจ“รถชนนิดหน่อยค่ะคุณแม่ หนูให้เลขาของคุณพ่อจัด







