Se connecterบริษัท อภิพัฒน์วัฒนากุล กรุ๊ป
“คุณทรงพล ทำไมไม่บอกผมล่ะ ว่าผู้หญิงที่อยู่กับผมในโรงแรมคืนนั้นกับคุณณิชา...คือคนเดียวกัน?”
คีรติเอ่ยเสียงเรียบแต่แววตาคมกริบ
“ผมกำลังจะบอกแล้วครับ แต่เกิดเรื่องกับคุณครีมเสียก่อน...”
“ช่างเถอะ” เขาตัดบททันที
“ยังไงณิชาก็คือคู่หมั้นผม จะรู้ช้าหรือรู้ไว...ก็ไม่ต่างกัน”
“ครับ คุณคีย์..ตั้งแต่คุณคีย์เจอคุณณิชานี่ดูมีชีวิตชีวาขึ้นนะครับ”
“แหมแซวผมนะคุณทรงพล”
คีรติเอ่ยด้วยรอบยิ้มบาง ๆ
“ฝากเรียกคุณณิชาเอากาแฟมาให้ผมหน่อยสิ”
“รับทราบครับ”
ห้องชงกาแฟ
“นี่! ใช้เครื่องไม่เป็นก็ถามสิ ทำเละเทะหมดแล้ว ดูสิ!”
เสียงของ ข้าวฟ่าง จากฝ่ายการตลาดดังขึ้น พร้อมสีหน้าไม่พอใจ
ณิชาหันมามองเล็กน้อย ก่อนเอ่ยอย่างสุภาพ
“ขอโทษค่ะ พอดียังไม่คุ้นกับเครื่องแบบนี้ค่ะ ”
“ขาก็มีไม่เดินไปถามคนอื่นล่ะ? หรือเรียนจบจากไหนเนี่ยถึงไม่รู้จักใช้เครื่องชงกาแฟ!”
น้ำเสียงข้าวฟ่างเต็มไปด้วยการเหยียด
ณิชาสูดหายใจยาว พยายามรักษาความใจเย็น
“คุณพูดดี ๆ ก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องพูดแรงขนาดนั้น”
“พูดดีแล้วจะฉลาดขึ้นมาไหม! อย่าคิดว่าเป็นเด็กใหม่หน้าสวยแล้วจะทำอะไรก็ได้นะ”
“คุณค่ะฉันเป็นเด็กใหม่ อะไรที่ฉันไม่รู้คุณก็ช่วยสอนได้ค่ะ ไม่เห็นต้องต่อว่ากันรุนแรงเหมือนพวกอันธพานไม่มีการศึกษาเลยนะคะ”
“นี่แกว่าฉันอันธพานหรือ นังเด็กเมื่อวานซือ”
“ว่าแล้วจะทำไมถ้าแก่แล้วไม่มีความคิดก็ต้องโดนว่าสะบ้าง”
ยังไม่ทันที่ณิชาจะพูดต่อ แก้วกาแฟร้อน ๆ ก็ถูกข้าวฟ่างสาดใส่แขนเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย!”
เธอร้องด้วยความตกใจ ก่อนจะหยิบแก้วน้ำเย็นราดที่แขนทันที
“มันจะมากไปแล้วนะ คิดว่าทำกับคนอื่นได้ฝ่ายเดียวรึไง ...นี่แหนะ”
ณิชาหยิบแก้วการแฟร้อนในมือสาดเข้ากลางลำตัวของข้าวฟ่างเช่นกัน
“กรี๊ดดด...อีบ้านี้แกกล้าสาดใส่ฉันหรอ”
ข้าวฟ่างเอ่ยด้วยความโกรธ
“แล้วทำไมฉันต้องไม่กล้าในเมื่อเธอทำกับฉันก่อน”
ณิชาเอ่ยขึ้นอย่างสะใสที่เห็นข้าวฟ่างดิ้นพล่าน
เสียงปังดังขึ้นเมื่อประตูห้องถูกเปิดออก
น้ำหวาน พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์รีบเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้นค่ะ ทำไมเสียงดังขนาดนี้!”
“อย่ายุ่งเลยยายน้ำหวาน! นี่มันเรื่องของฉันกับนังนี่!”
ข้าวฟ่างชี้หน้า ณิชาอย่างไม่เกรงใจ
“แต่ว่าคุณณิชาเป็น...คนของท่านประธานนะคะ พี่ข้าวฟ่าง”
คำพูดนั้นทำเอาห้องชงกาแฟเงียบกริบ
“คนของท่านประธานแล้วไงยะ!” ข้าวฟ่างเชิดหน้า
“ฉันนี่แหละที่ท่านประธานโปรด เรียกใช้แทบทุกวัน!
เด็กใหม่อย่างมัน ท่านประธานไม่มีวันสนใจหรอก!”
ณิชาหัวเราะเบา ๆ
“อ๋อ... ที่แท้ก็หวงก้างสินะคะ น่าสงสารจังเลยค่ะ ต้องคอยเฝ้าของที่ไม่ใช่ของตัวเอง”
“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ! ประธานคือของฉัน แกอย่ามาเสนอตัวให้มาก!”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่บรรยากาศจะร้อนแรงไปกว่านี้
“คุณณิชาครับ ท่านประธานขอกาแฟหนึ่งแก้วครับ”
พนักงานหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ
ณิชาปัดกาแฟที่เปื้อนเสื้อ สูดหายใจลึกก่อนตอบเสียงเรียบ
“บอกท่านประธานไปเลยค่ะ ว่าวันนี้ไม่ต้องกินกาแฟแล้ว! ฉันจะไปหาหมอก่อน... แล้วจะกลับมาจัดการกับ นังผีบ้าคนนี้ ทีหลัง!”
ทันทีที่ณิชาเปิดประตูออกจากห้องชงกาแฟด้วยท่าทีรีบร้อน
ร่างบางก็ชนเข้ากับแผงอกแข็งแรงของใครบางคนเข้าเต็มแรง
“โอ๊ย! เดินไม่ดูทางหรือคะ!”
เธอเงยหน้าขึ้นด้วยความหงุดหงิด แต่พอเห็นเจ้าของร่างนั้น
หัวใจกลับสะดุด — ดวงตาคมเข้มของคีรติกำลังจ้องเธออยู่ตรงหน้า
“ผมว่าแล้วเชียว... ถึงว่าทำไมคุณหายไปนาน ต้องมีเรื่องแน่ ๆ”
น้ำเสียงของเขาเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยจนเธอเผลอสะอึก
สายตาคมตวัดมองแขนของเธอ ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดแน่น
“แขนคุณ... ทำไมแดงขนาดนี้ เจ็บไหม?”
มือใหญ่จับลงตรงรอยแดงอย่างแผ่วเบา
ณิชาสูดหายใจ แผลแสบ แต่หัวใจกลับเต้นแรงกว่า
“เจ็บสิคะ... ร้อนแสบไปหมด ยัยข้าวฟ่างพนักงานของคุณนั่นแหละ สาดกาแฟใส่ฉัน!”
เสียงเธอสั่น ทั้งเจ็บ ทั้งโกรธ
คีรติไม่พูดอะไรต่อ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเธอต้องถอย
มือแกร่งคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ก่อนจะออกคำสั่งเสียงต่ำ
“ไปโรงพยาบาลก่อน ค่อยพูดกันทีหลัง”
“เดี๋ยว ฉะ.. ฉัน”
ยังไม่ทันพูดจบ ร่างของเธอก็ลอยขึ้นกลางอากาศ
คีรติอุ้มเธอแนบอกแน่นโดยไม่ลังเล
“คุณคีย์! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!”
เธอร้องเสียงหลง มือขยุ้มเสื้อสูทเขาแน่นด้วยความตกใจ
“เงียบซะ คุณเจ็บอยู่” เสียงทุ้มเข้มพูดชิดข้างหู
แววตาเขาอ่อนโยนจนเธอใจสั่นอย่างห้ามไม่อยู่
“ทรงพล! ให้คนเอารถออก ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!”
เสียงสั่งการของเขาดังชัดจนทั้งแผนกเงียบสนิท
ทุกสายตาหันมองภาพตรงหน้า ประธานหนุ่มในชุดสูทหรูอุ้มผู้หญิงคนหนึ่งแนบอกอย่างทะนุถนอม
และหญิงคนนั้น... คือ “ณิชา”
เสียงซุบซิบดังระงม
“นั่นคุณณิชาเหรอ?”
“ใช่สิ! ประธานถึงกับอุ้มเลยนะ!”
“ข้าวฟ่างล่ะ? หน้าซีดเลย...”
ข้าวฟ่างยืนนิ่งเหมือนถูกแช่แข็ง
สีหน้าเสียจนแทบกลืนไม่ลง มือที่เคยมั่นใจว่าครอบครองหัวใจของประธานได้
กลับสั่นเทา เมื่อเห็นเขาเดินอุ้มหญิงอื่นออกไปต่อหน้าทุกคน
ไม่มีใครเหลียวมองเธออีก มีเพียงภาพชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทเข้ม
ที่อุ้มหญิงสาวไว้แนบอกอย่างกลัวว่า หากปล่อยมือแม้เพียงนิดเดียว
เธอจะหลุดหายไปจากอ้อมแขนของเขา
เช้าวันรุ่งขึ้นแสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลอดผ่านกระจกหน้ารถ ขณะที่คีรติพาณิชาขับรถออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ชานเมืองที่เขาเก็บเงียบไว้ในใจมานาน ถนนทอดยาวเงียบสงบ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม เสียงลมพัดผ่านใบไม้ดังแผ่วเบา ราวกับต้อนรับผู้มาเยือนเมื่อรถแล่นเข้าสู่พื้นที่กว่าสิบไร่ ภาพตรงหน้าก็เปิดกว้างขึ้นอย่างนุ่มนวล ทะเลสาบขนาดใหญ่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ผิวน้ำสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นระลอกระยับ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองคีรติจอดรถ หันไปมองหญิงสาวข้างกาย สายตาของเขานุ่มลึก ไม่ต่างจากทุกครั้งที่มองเธอ“ณิชาครับ…ชอบที่นี่ไหม”ณิชาผลักประตูรถลงไปยืนสูดอากาศยามเช้า สายลมอ่อนพัดมากระทบใบหน้า เธอหันมามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตา แววตาเป็นประกายโดยไม่ต้องพยายามซ่อน“ชอบค่ะ ที่นี่สวยมาก” เสียงเธอเต็มไปด้วยความประทับใจ “มันเงียบ…แล้วก็สบายใจมากเลยค่ะ”คีรติยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากความภูมิใจในทรัพย์สิน แต่เป็นความอิ่มเอมจากการได้เห็นคนที่รักมีความสุข สำหรับเขา ภาพณิชายืนอยู่ตรงนี้ ไม่ต่างจากการได้เห็นอนาคตของตัวเองชัดเจนขึ้นทุกวัน“พี่ตั้งใจไว้แล้ว
ค่ำคืนเงียบสงบ ห้องนอนถูกจัดเตรียมไว้อย่างตั้งใจเตียงสีขาวสะอาดถูกโปรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสด กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยอบอวลไปทั่วห้อง แสงไฟสีอุ่นสะท้อนกับผ้าม่านบางเบา สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่ชวนให้หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัวณิชานั่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา ร่างบางแนบชิดกับอกกว้างที่อบอุ่น แขนแข็งแรงโอบรั้งเธอไว้ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยมือ เธอจะหายไปจากชีวิตอีกครั้ง“ณิชารู้ไหม…”เขาพูดเสียงแผ่ว แฝงความจริงจัง“ถ้าวันนี้ณิชาแต่งงานกับคนอื่นจริง ๆ พี่คงไปต่างประเทศ และไม่กลับมาที่นี่อีก”เธอเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาไหววูบ“ขนาดนั้นเลยหรือคะ”“ใช่” เขาตอบโดยไม่ลังเล“เพราะณิชาใจร้ายกับพี่มาก พี่คิดว่าจะเสียณิชาไปจริง ๆ แล้ว”ณิชายิ้มบาง ๆ มือเล็กแตะที่อกเขาเบา ๆ“ใครจะกล้าทิ้งพี่ค่ะ พี่ทำทุกอย่างเพื่อณิชามากขนาดนี้”เขาก้มหน้าลงใกล้ จนลมหายใจประสานกัน“ต่อให้พี่ต้องแลกด้วยชีวิต พี่ก็ยอม ขอแค่ณิชาปลอดภัย แค่นั้นพี่ก็พอใจแล้ว”“แต่พี่ก็ไม่เคยถามณิชา ว่าสิ่งที่พี่ทำ นั่นคือสิ่งที่ณิชาต้องการหรือเปล่า”เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่น“ถ้าวันหนึ่งพี่พลาด และต้องจากไปตลอดกาล ณิชาก็อยู่ไม่ได้เหมือนกั
งานแต่งถูกจัดขึ้นที่โรงแรมของเตชทัต โถงจัดเลี้ยงถูกเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความหรูหรา ดอกไม้สีขาวและฟ้าถูกจัดเรียงอย่างประณีต แซมด้วยสีทองที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เพิ่มความสง่างามและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน กลิ่นดอกไม้หอมอ่อน ๆ คลอไปกับเสียงดนตรีบรรเลงเบา ๆ ทำให้บรรยากาศทั้งงานสมบูรณ์แบบราวกับภาพฝันบริเวณหน้าเวทีมีป้ายชื่อคู่บ่าวสาวขนาดใหญ่ ตัวอักษรสีทองเรียบหรูเขียนไว้ว่า“N & K”สำหรับแขกในงาน มันคือชื่อย่อที่ดูเหมาะสมและงดงามแต่สำหรับใครบางคน ตัวอักษรเพียงสองตัวนั้นกลับแทงลึกลงกลางหัวใจยิ่งกว่าคำพูดใด ๆเจ้าสาวปรากฏตัวในชุดสีครีมเรียบหรู ตัวชุดตัดเย็บอย่างประณีต แนบรับกับรูปร่างอย่างงดงาม ผ้าซาตินเนื้อนุ่มสะท้อนแสงไฟเป็นประกายอ่อน ๆ ชายกระโปรงยาวพลิ้วตามทุกย่างก้าว เธอถือช่อดอกไม้โทนขาวฟ้าในมือ เสียงชื่นชมดังขึ้นรอบงานโดยไม่อาจกลั้นไว้ได้นายดำรง อรสา ภารดี ประสิทธิ์ ครีม รวมถึงของขวัญ เตชทัต พอร์ช คุณฉี และคุณทรงพล ทุกคนต่างมาร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมหน้า รอยยิ้มและคำอวยพรอบอวลไปทั่วทั้งโถงโรงแรมคีรติยืนมองเธออยู่ไม่ไกล สายตาของเขาไม่อาจละไปจากร่างบางในชุดเจ้าสาวได้เลย ความตะ
สามวันผ่านไปคีรติปรากฏตัวขึ้นที่โรงแรมของเตชทัตในสภาพยังไม่หายดีนัก สีหน้าตึงเครียด ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายคืน“ไอ้เต…ณิชาอยู่ไหน”เสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีที่เห็นเพื่อนเตชทัตชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถอนหายใจยาว“อยู่ด้านใน กำลังเตรียมงานแต่งอยู่”คำว่า งานแต่งเหมือนค้อนหนักกระแทกเข้ากลางอกคีรติ“มึงยังไม่หายดีมึงมาทำไมว่ะไอ้คีย์” เตชทัตถามเสียงเข้ม“สภาพมึงยังไม่ควรออกจากโรงพยาบาลด้วยซ้ำ”คีรติกำมือแน่น“กูต้องคุยกับณิชาให้รู้เรื่อง กูไม่เชื่อว่าณิชาจะไม่รักกูแล้วจริง ๆ กูไม่เชื่อว่าณิชาจะลืมกูได้”“ไอ้คีย์ทำใจเถอะว่ะ.... ในเมื่อเธอเลือกแล้ว”“ไม่...”เขาสวนกลับทันที ดวงตาแข็งกร้าว“เรายังไม่ได้คุยกันให้รู้เรื่อง กูยังไม่ได้อธิบายอะไรเลย”เตชทัตมองหน้าเพื่อนนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดช้า ๆ“คีย์…มึงแน่ใจนะว่าการโผล่มาตอนนี้ จะไม่ทำใ
ห้องพักฟื้นผู้ป่วย VIPกลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ คลุ้งอยู่ในอากาศเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเปลือกตาคีรติขยับช้า ๆ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างยากลำบากภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าคนในครอบครัวที่ล้อมรอบเตียงแต่ไม่ใช่คนที่เขารอคอยที่สุด“แม่ครับ…”เสียงเขาแหบพร่า“ณิชาล่ะครับแม่”อรสานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง“ณิชาไม่ได้มาหรอกลูก”เธอถอนหายใจเบา ๆ“เธอบอกว่าไม่ได้เป็นแฟน ไม่ได้เป็นอะไรกับลูกแล้ว เลยไม่มีความจำเป็นต้องมา”คำพูดนั้นเหมือนของมีคมกรีดลงกลางอกคีรติเขาหันไปมองเตชทัตทันที“แล้วทำไม…ทุกคนไม่บอกเธอครับว่าผมไม่ได้เลิกจริง ๆ”น้ำเสียงสั่นอย่างห้ามไม่อยู่“ไอ้เต มึงไม่ได้ช่วยพูดให้กูเหรอ”เตชทัตขบกรามแน่น ก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา“กูพูดแล้ว…แต่เธอไม่เชื่อ”เขาพูดเสียงต่ำ“กูว่ามึงพักให้หายก่อน แล้วค่อยไปอธิบายกับเธอด้วยตัวเอง มันจะดีกว่า”คีรติหลับตาลง น้ำตาซึมออกมาอย่างห้ามไม่ได้“ณิชา…ทำไมใจร้ายกับพี่จัง”เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ“ก๊อก…ก๊อก”ภารดีเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน“เป็นยังไงบ้างคีรติลูก ดีขึ้นไหม”“ดีขึ้นครับคุณแม่”เขาตอบ แม้หัวใจจะไม่ได้ดีขึ
คีรติถูกนำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน เตชทัตรีบโทรแจ้งครอบครัวของเขา ทุกคนต่างมาถึงพร้อมกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ขวัญที่อยู่คอนโดของณิชาก็ทราบข่างจากเตชทัต เธอไม่รีรอที่จะแจ้งให้ ณิชาทราบ“ณิชา…พี่คีย์ถูกยิง ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล พี่เตให้พวกเราไปเดี๋ยวนี้เลยนะ อาการพี่คีย์ไม่ค่อยดีนัก”ทันทีที่ขวัญพูดจบ ณิชาใบหน้าซีดเผือด หัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่มแม้ในใจจะพร่ำบอกว่าตัวเองเกลียดเขา เกลียดที่เขาทิ้งเธอไปโดยไม่หันกลับมาแต่ทำไม…แค่ได้ยินว่าเขาเจ็บ ใจเธอกลับเจ็บยิ่งกว่า “แล้วขวัญจะให้ณิชาไปในฐานะอะไรล่ะ” เธอถามเสียงสั่น“ในเมื่อเขาก็มีแฟนแล้ว”ขวัญเม้มริมฝีปาก ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหนักใจ“ณิชา…เรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่อย่างที่ณิชาคิด”คำพูดนั้นทำให้ณิชาชะงัก“หมายความว่ายังไง ขวัญบอกณิชามาเถอะ” ณิชาจับแขนเพื่อนเขย่าเบา ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนและอยากรู้จนแทบกลั้นไม่อยู่ขวัญถอนหายใจยาว“มันถึงเวลาแล้วที่ณิชาต้องรู้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา…มันคือเรื่องโกหก”ณิชาจ้องหน้าเพื่อนด้วยความงุนงง รอคอยคำอธิบายด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นไหว“ตั้งแต่วันที่พี่
คีรติพุ่งเข้ามาในห้องแทบจะทันทีที่ประตูยังไม่ทันปิดสนิท รอยยิ้มของเขากว้างจนณิชาต้องหลบสายตาเพราะหัวใจมันเต้นแรงจนควบคุมไม่อยู่“ทำไมพี่ดูรีบจังค่ะ”เธอแกล้งยกคิ้วถาม ทั้งที่น้ำเสียงสั่นจนเขาฟังออกหมดคีรติเอื้อมมือปิดประตูเบา ๆ แล้วก้าวเข้ามาหาเธอทีละก้าว สายตาคมกริบของเขาเหมือนนักล่าที่ตามเหยื่อข
บ้านตระกูลวัฒนวานิชเจริญ (บ้านณิชา)“มา ๆ พ่อคีย์ วันนี้มาทานข้าวบ้านพ่อตาสักที เป็นไงบ้าง น้องทำตัวดีไหมลูก”ประสิทธิ์ ผู้เป็นพ่อของณิชาเอ่ยขึ้น“น้องน่ารักมากครับคุณพ่อ เชื่อฟังผมทุกอย่างเลยครับ”“จริงรึเปล่า ณิชา?”เสียงผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้น“ก็คุณแม่เชื่อฟังคุณพ่อบ้างไหมละคะ ณิชาเป็นแบบนั้นเป๊ะเลย
บ้านของขวัญญาดา เพื่อนสาวคนสนิทของณิชา“ฮัลโหลค่ะ พี่กอล์ฟ ขวัญคิดถึงจัง วันนี้เราไปทานมื้อเที่ยงกันนะคะ”ของขวัญสาวสวย นัยน์ตาคมเอ่ยชักชวนแฟนหนุ่มของเธอด้วยรอยยิ้ม“ของขวัญ…พี่ต้องขอโทษจริงๆ นะครับ วันนี้พี่ติดงาน ไปทานข้าวด้วยไม่ได้”กอล์ฟ รีบปฏิเสธทันที เสียงเอ่ยของเขาเต็มไปด้วยความเกรงใจ“อุ๊ย…
“มีอะไรหรือเปล่าณิชา?”เสียงทุ้มอุ่นของคีรติทำให้หญิงสาวชะงัก เธอหันกลับมาสบตาเขาด้วยแววตาเขินอาย“คือ... รบกวนพี่คีย์ช่วยปลดตะขอชั้นในให้หน่อยค่ะ ณิชาเอื้อมไม่ถึง”คีรติหัวเราะเบา ๆ ยิ้มมุมปากอย่างเอ็นดู ก่อนจะโน้มตัวลงสบตาเธอที่ยืนทำหน้าซีดปนแดงระเรื่อ“เขินเหรอครับ”“เปล่าค่ะ”เธอตอบเสียงแผ่ว แต่







