Masukโรงพยาบาลเอกชน เงียบสงบ
เสียงพยาบาลดังเรียก
“เชิญคุณณิชาวดีที่ห้องตรวจค่ะ”
ณิชาเดินเข้าไปพบแพทย์ทันที
“สวัสดีค่ะคุณหมอ”
“สวัสดีค่ะคุณณิชา ปวดท้องน้อยบริเวณไหนคะ”
“ปวดท้องน้อยตรงนี่ค่ะ หน่วง ๆ”
ณิชากุมท้องน้อย กดๆ ให้คุณหมอดู
“ไม่ทราบรอบเดือนมาวันที่เท่าไหร่ค่ะ?”
“เพิ่งมาสัปดาห์ที่แล้วค่ะ ประมาณวันที่ 4”
“เอ่อค่ะ… แล้วไม่ทราบว่ามีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ค่ะ”
ณิชากลืนน้ำลาย ก่อนตอบเสียงเบา
“เมื่อคืนค่ะ”
หมอพยักหน้าเบา ๆ
เดี๋ยวหมอขอตรวจหน่อยนะคะ”
ณิชาขึ้นนอนบนเตียงตรวจ หมอเริ่มตรวจอย่างละเอียด
“อ่อมีฉีกขาดบ้าง เป็นครั้งแรกหรือเปล่าค่ะ ”
“อืม..ค่ะคุณหมอ”
ณิชาตอบเสียงเบา สีหน้าเธอแดงก่ำ
หมอยิ้มอ่อนโยนแต่เอ่ยเสียงจริงจัง
“อืม..การใช้งานรุนแรงทำให้เกิดการอักเสบได้
ต่อจากนี้ขอให้งดกิจกรรม 7 วันนะคะ
หมอจะให้ยาไปทาน เดี๋ยวก็จะดีขึ้นค่ะ”
ณิชาพยักหน้าอย่างเขินอาย
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ… เอ่อ ขอ ‘ยาคุมฉุกเฉิน’ ด้วยได้ไหมคะ คือเมื่อคืน…”
หมอยิ้มเบา ๆ อย่างเข้าใจ
“ได้ค่ะ เดี๋ยวจัดยาให้เลย”
“หมอสั่งยาเรียบร้อยแล้วค่ะ...รอรับยาแล้วกลับบ้านได้ค่ะ”
“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ”
ณิชาเดินออกจากห้องตรวจด้วยหัวใจที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
ความรู้สึกสับสน เขินอาย และกังวลตีตลบอยู่ในอก เธอก้าวเท้าอย่างไม่มั่นคงนัก พลางสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติให้กลับมา
ในจังหวะเดียวกันนั้น คีรติที่มาส่งของให้น้าสาวซึ่งเป็นแพทย์สูติ เหลือบเห็นร่างของเธอเดินผ่านไป
สายตาคมเข้มพลันนิ่งงัน ภาพเมื่อคืนแวบขึ้นในหัวจนเขาต้องเบือนหน้าเล็กน้อย
“คุณน้าหญิงครับ ผู้หญิงคนเมื่อครู่ผู้หญิงที่ออกจากห้อง… เป็นอะไรหรือครับ?”
เสียงเขาแผ่วต่ำแต่แฝงความตื่นเต้นอย่างห้ามไม่อยู่
น้าสาวหัวเราะน้อย ๆ พลางมองหลานชายด้วยแววตารู้ทัน
“ทำไมคีย์ รู้จักเธอหรือไง?”
คีรติยิ้มบาง ไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ตอบ
“คนเมื่อครู่… เขามีอะไรกับแฟนครั้งแรก
เกิดการอักเสบเพราะแฟนทำรุนแรงเกินไป
ผู้ชายคงไม่รู้ว่าผู้หญิงต้องเจ็บแค่ไหน แถมยังไม่ได้ป้องกันด้วย เธอเลยขอยาฉุกเฉิน… นี่มาหาหมอยังมาคนเดียวเลย หน้าตาก็สวยไม่รู้ว่าแฟนทำไมไม่รับผิดชอบ เฮ้อ...สาวสมัยนี้”
คำพูดของน้าสาวทำให้มุมปากของคีรติยกขึ้นเล็กน้อย
เพราะเขารู้ดี ผู้ชายที่น้ากล่าวถึงนั้นคือเขาเอง
“นี่ครับ คุณแม่ฝากของมาให้ครับ”
“ฝากขอบคุณแม่ด้วยนะคีย์”
“ครับคุณน้า..ผมไปทำงานก่อนครับ”
เขาพูดจบแล้วรีบก้าวออกจากห้อง ใจหนึ่งอยากตามดูให้แน่ใจว่าเธอสบายดี
และทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นเธอเดินออกมาจากห้องน้ำที่ไม่ไกลจากห้องตรวจ
เธอเงยหน้าขึ้นแล้วชะงัก เมื่อเห็นเขายืนอยู่ตรงหน้า
“…คุณ”
สายตาคมที่มองมานั้น... เธอไม่มีวันลืมได้
“ครับ ผมเอง…”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“ยังจำผมได้ไหมครับ?”
ณิชาหายใจสะดุด ความทรงจำเมื่อคืนแล่นวาบขึ้นมาในหัว
“ฉันให้เงินไปแล้ว และเราจะไม่เจอกันอีก…”
เธอพูดเสียงเรียบ ทั้งที่ปลายนิ้วยังสั่นเล็กน้อย
หยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นอีกประโยค
“อย่าบอกนะ… ว่าคุณตามฉันมา?”
น้ำเสียงของเธอพยายามแข็ง แต่แววตากลับไหววูบ
คีรติสบตาเธอนิ่ง ในแววตานั้นไม่มีแววล้อเลียน มีเพียงความนิ่งสงบที่อ่านไม่ออก
“เปล่าครับ ผมไม่ได้ตาม...”
เขาตอบช้า ๆ
“แค่บังเอิญเจอจริง ๆ”
ความเงียบแผ่คลุมอยู่ระหว่างทั้งคู่ชั่วอึดใจ
เสียงฝีเท้าคนเดินผ่าน เสียงลิฟต์เปิดปิดดังแผ่ว แต่ไม่มีสิ่งใดกลบความตึงเครียดที่ลอยอยู่ในอากาศ
ณิชาเม้มปากแน่นก่อนเอ่ยเสียงเบา
“บังเอิญก็ดี... งั้นเราต่างคนต่างไป”
ณิชาหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินออกไป แต่แรงดึงแผ่วเบาที่ข้อมือกลับรั้งเธอไว้ให้หยุดชะงักกลางฝีเท้า
“เดี๋ยวก่อนครับ…”
เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้หัวใจเธอสั่นวูบ
เธอหันกลับมา สบตากับเขาโดยไม่ตั้งใจ ระยะห่างระหว่างกันใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย
“คุณเป็นอะไรมากไหม ..เจ็บมากหรือเปล่า”
น้ำเสียงเขาเรียบแต่แฝงความห่วงใยอย่างประหลาด
หัวใจของณิชาเต้นแรงจนแทบกลบเสียงรอบข้าง
“ฉัน… ไม่เป็นไรค่ะ”
เธอตอบเบา ๆ แต่เสียงกลับสั่นจนแทบไม่ได้ยิน
คีรติค่อย ๆ ผ่อนแรง มือที่จับแขนเธอเลื่อนลงช้า ๆ ก่อนปล่อยออก
“งั้นก็ดีครับ… ผมจะได้สบายใจ ผมไม่อยากรู้สึกผิดที่ทำให้คุณเจ็บ”
เธอกลืนน้ำลาย
“คุณไม่ต้องห่วงฉัน เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก งานแบบนี้เรียกใช้บริการครั้งเดียวก็จบ มีความเป็นมืออาชีพไม่สานสัมพันธ์ คุณน่าจะเข้าใจอาอาชีพที่คุณทำได้ดีกว่าฉันนะ
พูดจบเธอก็หันหลังเดินจากไปทันที
คีรติยืนมองตามร่างเธอที่ค่อย ๆ ลับสายตา ริมฝีปากเขาแตะยิ้มบาง ๆ โดยไม่รู้ตัว
“คุณคือของผม อย่าคิดว่าจะหนีผมพ้น”
เช้าวันรุ่งขึ้นแสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลอดผ่านกระจกหน้ารถ ขณะที่คีรติพาณิชาขับรถออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ชานเมืองที่เขาเก็บเงียบไว้ในใจมานาน ถนนทอดยาวเงียบสงบ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม เสียงลมพัดผ่านใบไม้ดังแผ่วเบา ราวกับต้อนรับผู้มาเยือนเมื่อรถแล่นเข้าสู่พื้นที่กว่าสิบไร่ ภาพตรงหน้าก็เปิดกว้างขึ้นอย่างนุ่มนวล ทะเลสาบขนาดใหญ่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ผิวน้ำสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นระลอกระยับ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองคีรติจอดรถ หันไปมองหญิงสาวข้างกาย สายตาของเขานุ่มลึก ไม่ต่างจากทุกครั้งที่มองเธอ“ณิชาครับ…ชอบที่นี่ไหม”ณิชาผลักประตูรถลงไปยืนสูดอากาศยามเช้า สายลมอ่อนพัดมากระทบใบหน้า เธอหันมามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตา แววตาเป็นประกายโดยไม่ต้องพยายามซ่อน“ชอบค่ะ ที่นี่สวยมาก” เสียงเธอเต็มไปด้วยความประทับใจ “มันเงียบ…แล้วก็สบายใจมากเลยค่ะ”คีรติยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากความภูมิใจในทรัพย์สิน แต่เป็นความอิ่มเอมจากการได้เห็นคนที่รักมีความสุข สำหรับเขา ภาพณิชายืนอยู่ตรงนี้ ไม่ต่างจากการได้เห็นอนาคตของตัวเองชัดเจนขึ้นทุกวัน“พี่ตั้งใจไว้แล้ว
ค่ำคืนเงียบสงบ ห้องนอนถูกจัดเตรียมไว้อย่างตั้งใจเตียงสีขาวสะอาดถูกโปรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีแดงสด กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยอบอวลไปทั่วห้อง แสงไฟสีอุ่นสะท้อนกับผ้าม่านบางเบา สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่ชวนให้หัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัวณิชานั่งอยู่ในอ้อมกอดของเขา ร่างบางแนบชิดกับอกกว้างที่อบอุ่น แขนแข็งแรงโอบรั้งเธอไว้ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยมือ เธอจะหายไปจากชีวิตอีกครั้ง“ณิชารู้ไหม…”เขาพูดเสียงแผ่ว แฝงความจริงจัง“ถ้าวันนี้ณิชาแต่งงานกับคนอื่นจริง ๆ พี่คงไปต่างประเทศ และไม่กลับมาที่นี่อีก”เธอเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาไหววูบ“ขนาดนั้นเลยหรือคะ”“ใช่” เขาตอบโดยไม่ลังเล“เพราะณิชาใจร้ายกับพี่มาก พี่คิดว่าจะเสียณิชาไปจริง ๆ แล้ว”ณิชายิ้มบาง ๆ มือเล็กแตะที่อกเขาเบา ๆ“ใครจะกล้าทิ้งพี่ค่ะ พี่ทำทุกอย่างเพื่อณิชามากขนาดนี้”เขาก้มหน้าลงใกล้ จนลมหายใจประสานกัน“ต่อให้พี่ต้องแลกด้วยชีวิต พี่ก็ยอม ขอแค่ณิชาปลอดภัย แค่นั้นพี่ก็พอใจแล้ว”“แต่พี่ก็ไม่เคยถามณิชา ว่าสิ่งที่พี่ทำ นั่นคือสิ่งที่ณิชาต้องการหรือเปล่า”เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่น“ถ้าวันหนึ่งพี่พลาด และต้องจากไปตลอดกาล ณิชาก็อยู่ไม่ได้เหมือนกั
งานแต่งถูกจัดขึ้นที่โรงแรมของเตชทัต โถงจัดเลี้ยงถูกเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความหรูหรา ดอกไม้สีขาวและฟ้าถูกจัดเรียงอย่างประณีต แซมด้วยสีทองที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เพิ่มความสง่างามและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน กลิ่นดอกไม้หอมอ่อน ๆ คลอไปกับเสียงดนตรีบรรเลงเบา ๆ ทำให้บรรยากาศทั้งงานสมบูรณ์แบบราวกับภาพฝันบริเวณหน้าเวทีมีป้ายชื่อคู่บ่าวสาวขนาดใหญ่ ตัวอักษรสีทองเรียบหรูเขียนไว้ว่า“N & K”สำหรับแขกในงาน มันคือชื่อย่อที่ดูเหมาะสมและงดงามแต่สำหรับใครบางคน ตัวอักษรเพียงสองตัวนั้นกลับแทงลึกลงกลางหัวใจยิ่งกว่าคำพูดใด ๆเจ้าสาวปรากฏตัวในชุดสีครีมเรียบหรู ตัวชุดตัดเย็บอย่างประณีต แนบรับกับรูปร่างอย่างงดงาม ผ้าซาตินเนื้อนุ่มสะท้อนแสงไฟเป็นประกายอ่อน ๆ ชายกระโปรงยาวพลิ้วตามทุกย่างก้าว เธอถือช่อดอกไม้โทนขาวฟ้าในมือ เสียงชื่นชมดังขึ้นรอบงานโดยไม่อาจกลั้นไว้ได้นายดำรง อรสา ภารดี ประสิทธิ์ ครีม รวมถึงของขวัญ เตชทัต พอร์ช คุณฉี และคุณทรงพล ทุกคนต่างมาร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมหน้า รอยยิ้มและคำอวยพรอบอวลไปทั่วทั้งโถงโรงแรมคีรติยืนมองเธออยู่ไม่ไกล สายตาของเขาไม่อาจละไปจากร่างบางในชุดเจ้าสาวได้เลย ความตะ
สามวันผ่านไปคีรติปรากฏตัวขึ้นที่โรงแรมของเตชทัตในสภาพยังไม่หายดีนัก สีหน้าตึงเครียด ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายคืน“ไอ้เต…ณิชาอยู่ไหน”เสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีที่เห็นเพื่อนเตชทัตชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถอนหายใจยาว“อยู่ด้านใน กำลังเตรียมงานแต่งอยู่”คำว่า งานแต่งเหมือนค้อนหนักกระแทกเข้ากลางอกคีรติ“มึงยังไม่หายดีมึงมาทำไมว่ะไอ้คีย์” เตชทัตถามเสียงเข้ม“สภาพมึงยังไม่ควรออกจากโรงพยาบาลด้วยซ้ำ”คีรติกำมือแน่น“กูต้องคุยกับณิชาให้รู้เรื่อง กูไม่เชื่อว่าณิชาจะไม่รักกูแล้วจริง ๆ กูไม่เชื่อว่าณิชาจะลืมกูได้”“ไอ้คีย์ทำใจเถอะว่ะ.... ในเมื่อเธอเลือกแล้ว”“ไม่...”เขาสวนกลับทันที ดวงตาแข็งกร้าว“เรายังไม่ได้คุยกันให้รู้เรื่อง กูยังไม่ได้อธิบายอะไรเลย”เตชทัตมองหน้าเพื่อนนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดช้า ๆ“คีย์…มึงแน่ใจนะว่าการโผล่มาตอนนี้ จะไม่ทำใ
ห้องพักฟื้นผู้ป่วย VIPกลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ คลุ้งอยู่ในอากาศเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเปลือกตาคีรติขยับช้า ๆ ก่อนจะลืมขึ้นอย่างยากลำบากภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าคนในครอบครัวที่ล้อมรอบเตียงแต่ไม่ใช่คนที่เขารอคอยที่สุด“แม่ครับ…”เสียงเขาแหบพร่า“ณิชาล่ะครับแม่”อรสานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง“ณิชาไม่ได้มาหรอกลูก”เธอถอนหายใจเบา ๆ“เธอบอกว่าไม่ได้เป็นแฟน ไม่ได้เป็นอะไรกับลูกแล้ว เลยไม่มีความจำเป็นต้องมา”คำพูดนั้นเหมือนของมีคมกรีดลงกลางอกคีรติเขาหันไปมองเตชทัตทันที“แล้วทำไม…ทุกคนไม่บอกเธอครับว่าผมไม่ได้เลิกจริง ๆ”น้ำเสียงสั่นอย่างห้ามไม่อยู่“ไอ้เต มึงไม่ได้ช่วยพูดให้กูเหรอ”เตชทัตขบกรามแน่น ก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา“กูพูดแล้ว…แต่เธอไม่เชื่อ”เขาพูดเสียงต่ำ“กูว่ามึงพักให้หายก่อน แล้วค่อยไปอธิบายกับเธอด้วยตัวเอง มันจะดีกว่า”คีรติหลับตาลง น้ำตาซึมออกมาอย่างห้ามไม่ได้“ณิชา…ทำไมใจร้ายกับพี่จัง”เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ“ก๊อก…ก๊อก”ภารดีเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน“เป็นยังไงบ้างคีรติลูก ดีขึ้นไหม”“ดีขึ้นครับคุณแม่”เขาตอบ แม้หัวใจจะไม่ได้ดีขึ
คีรติถูกนำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน เตชทัตรีบโทรแจ้งครอบครัวของเขา ทุกคนต่างมาถึงพร้อมกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ขวัญที่อยู่คอนโดของณิชาก็ทราบข่างจากเตชทัต เธอไม่รีรอที่จะแจ้งให้ ณิชาทราบ“ณิชา…พี่คีย์ถูกยิง ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล พี่เตให้พวกเราไปเดี๋ยวนี้เลยนะ อาการพี่คีย์ไม่ค่อยดีนัก”ทันทีที่ขวัญพูดจบ ณิชาใบหน้าซีดเผือด หัวใจหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่มแม้ในใจจะพร่ำบอกว่าตัวเองเกลียดเขา เกลียดที่เขาทิ้งเธอไปโดยไม่หันกลับมาแต่ทำไม…แค่ได้ยินว่าเขาเจ็บ ใจเธอกลับเจ็บยิ่งกว่า “แล้วขวัญจะให้ณิชาไปในฐานะอะไรล่ะ” เธอถามเสียงสั่น“ในเมื่อเขาก็มีแฟนแล้ว”ขวัญเม้มริมฝีปาก ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหนักใจ“ณิชา…เรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่อย่างที่ณิชาคิด”คำพูดนั้นทำให้ณิชาชะงัก“หมายความว่ายังไง ขวัญบอกณิชามาเถอะ” ณิชาจับแขนเพื่อนเขย่าเบา ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนและอยากรู้จนแทบกลั้นไม่อยู่ขวัญถอนหายใจยาว“มันถึงเวลาแล้วที่ณิชาต้องรู้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา…มันคือเรื่องโกหก”ณิชาจ้องหน้าเพื่อนด้วยความงุนงง รอคอยคำอธิบายด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นไหว“ตั้งแต่วันที่พี่







