Home / โรแมนติก / ร้อยคำรักปักกลางใจ / บทที่ 1 โจวฉงเซิ่น เราหย่ากันเถอะ

Share

ร้อยคำรักปักกลางใจ
ร้อยคำรักปักกลางใจ
Author: หรานเติงเติง

บทที่ 1 โจวฉงเซิ่น เราหย่ากันเถอะ

Author: หรานเติงเติง
กว่าจะส่งแขกที่มาร่วมงานศพเสร็จก็เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว

จี้ซูพาร่างอันหนักอึ้งของตนเองกลับบ้าน และก็ได้เห็นรองเท้าคู่นั้นถอดทิ้งไว้ตรงโถงทางเดิน

สามีที่ขาดการติดต่อไปถึงเจ็ดวันของเธอกลับมาแล้ว

พ่อของเธอจากไปอย่างกะทันหัน ใช้เวลาเบ็ดเสร็จไม่เกินสามวัน ในช่วงเวลานี้เธอพยายามโทรหาโจวฉงเซิ่นไม่ต่ำกว่าห้าสิบสาย แต่ทุกสายกลับเงียบหายไปราวโยนหินลงทะเล

ตั้งแต่โรงพยาบาลไปยังสถานที่จัดงานศพตลอดจนถึงพิธีฝัง หากไม่มีญาติมิตรคอยช่วยเหลือ เธอคงทนรับมือไม่ไหวแน่

ตอนนี้บนตัวของจี้ซูยังคงหลงเหลือกลิ่นธูปจากงานศพ ช่างขัดแย้งกับกลิ่นสนซีดาร์จากเครื่องหอมอโรมาภายในบ้านอย่างสิ้นเชิง

เธอวางกระเป๋าลงบนตู้รองเท้าด้วยใบหน้าที่มีแต่ความเหนื่อยล้า เมื่อเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะเรียบร้อยถึงค่อยเดินเข้าไปด้านใน

ในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มกำลังยืนพิงกรอบหน้าต่างคุยโทรศัพท์

จี้ซูยืนมองเขาอยู่ตรงโถงทางเดินในความเงียบ น้ำเสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำ มุมปากประดับรอยยิ้มเล็กน้อย

มุมปากของเธอปรากฏรอยยิ้มขื่นขม ที่แท้โทรศัพท์ก็ยังใช้ได้นี่ เธอนึกว่าโทรศัพท์ของเขาหายไปแล้วเสียอีก

ร่างกายเหนื่อยล้าถึงขีดสุด เธอคร้านแม้แต่จะพูดอะไร จึงไม่อยากตั้งคำถามว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงขาดการติดต่อไปแบบนั้น

เพราะมันไม่สำคัญแล้ว

ตอนแรกที่เลือกแต่งงานกับเขาก็เพราะเห็นแก่ทรัพยากรทางการแพทย์ในมือเขา แต่ในเมื่อตอนนี้พ่อเธอจากไปแล้ว เครื่องไม้เครื่องมือเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป

และชีวิตการแต่งงานสามปีที่ภายนอกดูดีแต่ภายในขมขื่นซึ่งเธอคอยประคับประคอง ตอนนี้ก็ถือว่าจบสิ้นแล้วเช่นกัน

ตอนนี้เธอเพียงต้องการขึ้นไปอาบน้ำบนห้อง จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนให้เต็มอิ่มสักตื่น

ขณะก้าวเท้าขึ้นบันได เดินขึ้นมาได้ถึงขั้นที่สาม เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“ไปไหนมา ทำไมกลับดึกขนาดนี้?”

น้ำเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยการตำหนิ

จี้ซูเป็นคนอยู่ในกรอบมาตลอด ไม่ชอบคบค้าสมาคมกับใคร เลิกงานก็ดิ่งตรงกลับบ้าน วัน ๆ เอาแต่วนเวียนอยู่กับสามีและหน้าเตา

ต่อให้พ่อต้องเข้าโรงพยาบาล เธอก็ยังจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพก่อนที่โจวฉงเซิ่นจะเลิกงานกลับมา

รองเท้าแตะที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบหน้าประตู เสื้อเชิ้ตที่รีดจนเรียบกริบในตู้เสื้อผ้า รวมถึงเครื่องหอมและชาดำที่ชงเตรียมไว้ในห้องหนังสือก่อนสามทุ่มของทุกคืน

ที่ทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อยื้อชีวิตพ่อเธอเอาไว้ แต่ผลลัพธ์ล่ะ?

ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองที่เดิมทีนัดหมายไว้ดิบดี กลับถูกโจวฉงเซิ่นส่งตัวไปเยอรมนีกะทันหัน

ความจริง พ่อเธอก็ไม่ได้ทรุดหนักอย่างกะทันหันอะไรหรอก แต่อาการของท่านวิกฤตมาโดยตลอด ถึงอย่างนั้นโจวฉงเซิ่นก็ยังคงเลือกให้ความสำคัญกับคนอื่นก่อน โดยไม่ปรึกษาเธอสักคำ

จี้ซูชะงักฝีเท้า ไม่ได้ตอบอะไร

เสียงฝีเท้าจากด้านหลังค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ ร่างสูงใหญ่นั้นเดินผ่านเธอไป ก่อนจะยืนขวางอยู่บนบันได

“การผ่าตัดที่เยอรมนีราบรื่นดี คาดว่าอีกไม่นานศาสตราจารย์สิงก็จะกลับมาที่จิงตู ถึงตอนนั้นค่อยจัดคิวผ่าตัดให้พ่อคุณแล้วกัน”

มือของจี้ซูที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวกำแน่นขึ้นเล็กน้อย ความโศกเศร้าในดวงตาถูกกลืนหายไปในเงามืด น้ำเสียงราบเรียบจนไม่อาจจับอารมณ์ใด “ไม่ต้องแล้วละ”

โจวฉงเซิ่นขมวดคิ้ว คิดแค่ว่าเธอกำลังโกรธเรื่องโทรศัพท์

จึงพยายามอธิบายอย่างใจเย็น “หลายวันนี้ผมอยู่เป็นเพื่อนซางซางมาตลอด พอดีว่าคุณลุงซางผ่าตัด เธอเป็นกังวลมากน่ะ”

ซางซางที่เขาพูดถึงก็คือซางฮวย ผู้เป็นคุณหนูรองแห่งตระกูลซางซึ่งเป็นเพื่อนเก่าแก่กับตระกูลโจว

เหตุผลนี้ ฟังดูดีทีเดียว

จี้ซูหลุบตาลง ความรู้สึกเย็นยะเยือกอันน่าขบขันสายหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในหัวใจ

หากไม่มีเธอ ซางฮวยก็คงได้ยืนอยู่เคียงข้างเขาอย่างสมเกียรติไปนานแล้ว

เพื่อปลอบประโลมความกังวลของซางฮวย เขาสามารถหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยได้ถึงหนึ่งสัปดาห์เต็ม

“เข้าใจแล้วค่ะ” จี้ซูตอบกลับอย่างอ่อนแรง ก่อนจะเดินเลี่ยงเขาเพื่อขึ้นไปชั้นบน

ชายหนุ่มขวางทางเดินไว้ พร้อมกับเอื้อมมือไปโอบรอบไหล่เธอเบา ๆ “นี่ไง พอจัดการธุระเสร็จผมก็รีบกลับมาแบบไม่ได้หยุดพักเลยนะ”

ไม่ได้หยุดพัก

จี้ซู : “งั้นฉันควรขอบคุณคุณไหม?”

ขอบคุณที่เขาอยู่เป็นเพื่อนซางฮวยถึงเจ็ดวันเต็ม แต่ก็ยังอุตส่าห์กลับมาหยิบยื่นคำว่า "ไม่ได้หยุดพัก" ให้เธอด้วยความเวทนาน่ะเหรอ?

เมื่อเห็นท่าทีของเธอ โจวฉงเซิ่นก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ เผยให้เห็นความหงุดหงิดรำไร “ตกลงวันนี้คุณเป็นอะไรกันแน่ ดีแต่ทำตัวประชดกันอยู่ได้ ผมอธิบายแล้วไม่ใช่หรือไง จะมางี่เง่าอะไรนักหนา?”

งี่เง่า?

จี้ซูนึกอยากหัวเราะออกมา

พ่อของเธอจากไปได้สามวันแล้ว เธอทั้งต้องจัดงานศพ ส่งแขกเหรื่อ เรื่องใหญ่โตขนาดนี้ เขากลับไม่ระแคะระคายสักนิด

ยิ่งไปกว่านั้น โรงพยาบาลที่พ่อเธอรักษาก็อยู่ในเครือตระกูลโจวแท้ ๆ

ถึงจะเป็นการแต่งงานแบบปิดบัง ต่อให้เขาไม่รู้เรื่อง แต่ผู้ช่วยที่คอยจัดการธุระให้เขาทั้งวันล่ะ?

บางทีแม้แต่ผู้ช่วยก็คงรู้สึกว่า เรื่องของเธอไม่จำเป็นต้องไปรบกวนโจวฉงเซิ่นสินะ

จี้ซูเงยหน้าขึ้น มองคนที่อยู่ตรงหน้า พลันเกิดความรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่มีความหมายอีกแล้ว

ริมฝีปากบางขยับเล็กน้อย ขณะเอ่ยถ้อยคำที่แผ่วเบาราวสายลม “โจวฉงเซิ่น เราหย่ากันเถอะ”

เธอทนใช้ชีวิตแต่งงานที่เหมือนเป็นม่ายแบบนี้มานานพอแล้ว เช่นเดียวกับวันเวลาที่ต้องคอยหมุนรอบตัวผู้ชายในทุก ๆ วัน

เธอขยะแขยงใบหน้าของตัวเองที่ต้องคอยประจบประแจงเอาใจเขาเหลือเกิน

โจวฉงเซิ่นชะงักงันเล็กน้อย คล้ายกำลังประมวลผลความหมายของประโยคนี้ นัยน์ตาลึกล้ำราวสระน้ำเย็นเยียบจ้องมองอย่างจับผิด “แค่เพราะผมไม่รับโทรศัพท์เนี่ยนะ?”

จี้ซูหลุบตาลง ซ่อนประกายแสงสุดท้ายในแววตา “ใช่ แค่เพราะคุณไม่รับโทรศัพท์”

พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ไม่อยากมาโต้เถียงกันแล้ว

เธอผลักชายหนุ่มให้พ้นทาง ก่อนเดินขึ้นไปชั้นบนตามลำพัง

“จี้ซู เคยคิดบ้างไหมว่าถ้าทิ้งผมไปคุณจะใช้ชีวิตยังไง คุณจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ารักษาพ่อคุณ?”

หญิงสาวหยุดเท้าลงตรงหัวมุมบันได

โจวฉงเซิ่นล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาหนักแน่น “คำพูดในวันนี้ผมจะถือว่าไม่ได้ยิน คุณรีบพักผ่อนเถอะ”

แม้ว่าโถงบันไดมืดสลัว แต่จี้ซูก็ยังจับความรู้สึกสายหนึ่งในแววตาของเขาได้อย่างง่ายดาย

การดูถูก

การดูถูกจากผู้ที่อยู่เหนือกว่า

เสียงโทรศัพท์ของโจวฉงเซิ่นดังขึ้นอีกครั้ง เขาล้วงมันออกมาดูสายเรียกเข้าแล้วกดปิดหน้าจอ ก่อนจะหันหลังเดินลงบันไดไป

จี้ซูจิกเล็บลงบนฝ่ามืออย่างแรง มองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เดินจากไป พยายามกดข่มความรู้สึกจุกแน่นในลำคออย่างสุดความสามารถ

“เดี๋ยวฉันจะเขียนหนังสือหย่าให้เร็วที่สุด เรียบร้อยเมื่อไหร่จะให้เมสเซนเจอร์เอาไปส่งที่ห้องทำงานคุณแล้วกัน”

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกไป ร่างของชายหนุ่มก็ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะก้าวเดินต่อ ไม่กี่วินาทีให้หลัง เสียงปิดประตูก็ดังมาจากโถงทางเดิน

ห้องนั่งเล่นกลับคืนสู่ความเงียบงัน เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์ดังขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ ถอยห่างออกไป

จี้ซูทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ความเย็นเยียบแผ่ซ่านมาจากพื้นหินอ่อน แต่นั่นก็เทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บในหัวใจ

โทรศัพท์สั่นเตือน จี้ซูกดรับสาย ปลายสายคือเสียงของติงเซี่ยน เพื่อนสนิทของเธอ ตัวติงเซี่ยนนั้นอยู่ต่างประเทศ แม้จะไม่ได้กลับมาร่วมงานศพพ่อ แต่ก็ส่งคนมาคอยช่วยจัดการให้ทุกอย่าง

“ซูซู ฉันให้คนจัดการเรียบร้อยแล้วนะ เธอตั้งใจจะขอหย่าเมื่อไหร่?”

ปลายนิ้วของจี้ซูชาวาบ ชะงักไปครู่หนึ่ง “ฉันบอกเขาแล้ว”

เธอกวาดตามองรอบคฤหาสน์หลังโต ตลอดสามปีที่ผ่านมา ของตกแต่งทุกชิ้นในที่แห่งนี้เธอเคยเช็ดถูมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ด้วยความที่โจวฉงเซิ่นชอบความสงบ เธอจึงเลิกจ้างแม่บ้านประจำ นอกจากแม่บ้านที่มาทำความสะอาดตามกำหนดแล้ว ปกติเรื่องทั้งหมดเธอจะเป็นคนลงมือทำด้วยตัวเอง

เธอเคยไร้เดียงสาถึงขั้นคิดว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง แต่มาวันนี้กลับรู้สึกแปลกหน้าไปเสียแล้ว

แต่สุดท้ายก็ต้องบอกว่าเป็นเธอรนหาที่เอง เธอยอมลดคุณค่าตัวเองลงขนาดนี้ แล้วยังหวังจะให้ผู้ชายเห็นหัวอีกหรือ?

ปลายสายรู้สึกประหลาดใจกับความรวดเร็วของเธออย่างเห็นได้ชัด จึงถามคล้ายหยั่งเชิง “แล้ว...โจวฉงเซิ่นยอมตกลงไหม?”

จี้ซูตอบกลับ “ความคิดเห็นของเขาไม่สำคัญหรอก”

เมื่อได้ยินเธอตอบกลับไปเช่นนี้ ติงเซี่ยนที่อยู่ปลายสายก็ไม่พูดอะไรมาก เพราะหลายปีนี้ความต่ำต้อยของจี้ซูล้วนอยู่ในสายตาของเธอทั้งหมด ยิ่งตอนนี้เกิดเรื่องของคุณลุงขึ้น ก็ยิ่งให้อภัยไม่ได้

เรื่องหย่าเธอขอชูสองมือสนับสนุนแน่นอน

แต่กลับมีความรู้สึกว่า โจวฉงเซิ่นคงไม่ยอมปล่อยมือง่าย ๆ เพราะการหย่าร้างมีแต่ส่งผลเสียกับเขาทั้งนั้น

“ในเมื่อขอหย่าแล้ว ก็ต้องย้ายออกมาสิ กุญแจบ้านที่เฉียนสุ่ยว่านอยู่ที่เธอไม่ใช่เหรอ ถ้าสองวันนี้เธอย้ายบ้านก็อย่าลืมบอกฉันละ ฉันจะได้ให้คนไปช่วย”

ริมฝีปากของจี้ซูยกยิ้มเล็กน้อย ไม่รู้ทำไม อยู่ดี ๆ ก็อยากร้องไห้ “ขอบใจนะ เซี่ยนเซี่ยน”

ติงเซี่ยนหัวเราะเบา ๆ “มาพูดอะไรแบบนี้เล่า เธอจำไว้นะว่าถ้ามีฉันอยู่ เธอจะมีทางออกเสมอ”

พูดจบก็ถอนหายใจ ก่อนว่าต่อไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “อย่าไปจมปลักอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่คู่ควรเลย ไม่มีใครมีค่าพอให้เธอต้องยอมทิ้งความภาคภูมิใจและแสงสว่างในตัวเองไปหรอกนะ”

หยดน้ำตาอุ่นร้อนหยดแหมะลงบนพื้น จี้ซูพยักหน้าเบา ๆ

“จริงสิ ฉันลืมบอกเธอไปเลย จี้หรงจื่อเหมือนจะกลับประเทศมาแล้วนะ”

จี้หรงจื่อ!

มือที่ถือโทรศัพท์ของจี้ซูพลันกำแน่นขึ้น แววตาถูกย้อมไปด้วยความรู้สึกอันยากจะคาดเดา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 30 นี่หรือคือการช่วยของคุณ?

    จี้ซูขับรถด้วยความเร็วสูงมาตลอดทาง เมื่อมาถึงคฤหาสน์ โจวฉงเซิ่นก็กำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงจรดเพดานไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ตอนที่เธอพรวดพราดเข้ามา โจวฉงเซิ่นมีสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเธอไม่พูดพร่ำทำเพลง โยนภาพหน้าจอแฮชแท็กยอดนิยมนั้นใส่หน้าเขาทันทีโจวฉงเซิ่นขยับตัวยืนตรง รับโทรศัพท์มือถือมา เมื่อเห็นรายละเอียดบนนั้นชัดเจน คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที “เกิดอะไรขึ้น?”น้ำเสียงที่จี้ซูใช้คาดคั้นนั้นเย็นเยียบจนทำให้คนฟังรู้สึกเสียวสันหลัง “ฝีมือคุณใช่ไหม?”โจวฉงเซิ่นหรี่ตา คล้ายกำลังทำความเข้าใจและย่อยคำพูดของเธอ“นี่คุณคิดว่าผมเป็นคนปล่อยข่าวเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะด้วยความโกรธ “จี้ซู ในใจคุณ ผมเป็นคนแบบนั้นหรือไง?”จี้ซูจ้องมองเขา นิ่งเงียบไม่พูดจาสีหน้าของโจวฉงเซิ่นมืดทะมึน สายตาแห่งความเคลือบแคลงของเธอทำให้เขารู้สึกโกรธขึ้นมาจับใจ เขาพยายามสะกดอารมณ์ ขณะหันหน้าไปมองนอกหน้าต่าง“ผมแค่ช่วยฝากให้พวกเขาเก็บชื่อคุณไว้ในรายชื่อผู้เข้ารอบ แต่ผมยังไม่ต่ำช้าถึงขั้นชักนำกระแสสังคมไปโจมตีคุณหรอกนะ”ผมแค่ช่วยฝากให้...ดังนั้น เรื่องใช้เส้นสายมันก็เป็นความจริงงั้นสิ?ไม่รู้ทำไม ความมุ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 29 หรือว่าจะเป็นเขา?

    จี้ซูขมวดคิ้ว สังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก"เกิดอะไรขึ้น ค่อย ๆ พูดนะ"เสี่ยวจู : "มีคนแจ้งเบาะแสว่าพี่ใช้เส้นสาย แอบติดต่อกับกรรมการ ตอนนี้ใต้โพสต์ในเฟซทางการวุ่นวายไปหมดแล้วค่ะ"ปลายนิ้วของจี้ซูเกร็งแน่น รีบเปิดเฟซบุ๊กไปยังช่องคอมเมนต์ของเพจทางการทันที[จี้ซู? ใครเนี่ย ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน อยู่ดี ๆ ก็เข้ารอบซะงั้น][ได้ยินมาว่ามีคนคอยดันให้แหละ จุ๊ ๆ][อวี๋จือใช่ไหม? ขอแบนเลย แบรนด์แบบนี้จะทำของมีระดับออกมาได้ยังไง]คอมเมนต์ต่อจากนั้นยิ่งแล้วใหญ่ ต่างพากันเรียกร้องให้เธอถอนตัวจากการแข่งขัน บีบให้ผู้จัดงานออกมาชี้แจง และบอกให้เธอออกมาขอโทษพอหันไปดูเพจทางการของอวี๋จือก็ยิ่งถูกถล่มเละ ยอดคอมเมนต์พุ่งทะลุหมื่นบวกแล้วดูจากคอมเมนต์ที่ไปในทิศทางเดียวกัน ชัดเจนว่าเป็นฝีมือของทีมปั่นกระแสที่ถูกจ้างมาเสียงของเสี่ยวจูสั่นเครือดังลอดมาจากโทรศัพท์ "ทำยังไงดีคะพี่ซู แค่นาทีเดียวก็ปาไปเป็นสิบ ๆ คอมเมนต์แล้ว ยอดมันพุ่งไวเกินไปแล้วค่ะ"จี้ซูไม่ได้พูดอะไร ปลายนิ้วของเธอไถหน้าจอไปมา แววตาเริ่มเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆเธอค้นหาจนพบต้นตอของการแฉ มันคือภาพหน้าจอที่มีคนส่งเข้ามาแบบไม่ระบุตัวตน อ้างว่าเธ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 28 เรื่องราวที่คล้ายคลึงกัน

    เมื่อเห็นเขายังคงไม่พูดอะไร คุณพ่อโจวจึงคร้านกล่าวต่อ เพียงเสริมประโยคสุดท้ายขึ้นมาว่า"ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกจะทำยังไง แต่สรุปก็คือห้ามหย่า ตระกูลโจวไม่อนุญาตให้เกิดเรื่องแบบนี้เด็ดขาด"เหมือนกับคุณแม่ในตอนนั้นไม่มีผิดโจวฉงเซิ่นปรายตามองพ่อโจวด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปเมื่อเฉิงคุนเห็นเช่นนั้น ก็รีบค้อมตัวทำความเคารพ แล้วเดินตามโจวฉงเซิ่นออกจากบ้านใหญ่บนรถ โจวฉงเซิ่นมองออกไปนอกหน้าต่าง คิ้วขมวดมุ่นอดรู้สึกตลกไม่ได้เมื่อนึกถึงคำพูดที่ตาเฒ่าสั่งสอนเขาเมื่อครู่นี้ตาเฒ่าวิจารณ์ว่าเขาเย็นชา ไม่รู้จักหนักเบา แล้วตัวตาเฒ่าเองล่ะไม่ได้เป็นแบบนั้นหรือไงปีนั้นตอนที่คุณตาถูกศัตรูใส่ร้าย คุณแม่ขอร้องให้ช่วย ตาเฒ่ากลับบอกว่า "ตอนนี้โจวกรุ๊ปกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จะให้มาทำลายอนาคตตัวเองเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ได้หรอก"แถมยังกักบริเวณเธอ ไม่ยอมให้เงินใช้ พร้อมประกาศกร้าวว่าหากแม่ของเขากล้าทำให้เรื่องของตระกูลไช่มากระทบถึงราคาหุ้นของโจวกรุ๊ป เขาก็ไม่รังเกียจที่จะราดน้ำมันลงบนกองไฟเพิ่มเข้าไปอีกต่อมาตระกูลไช่มีเรื่องฟ้องร้องจนต้องประกาศล้มละลาย คุณตาทนรับความสะ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 27 จี้หรงจื่อ นายสบายดีไหม?

    เขามองดูดวงตาของเธอที่ยังคงบวมเป่งอยู่เล็กน้อย น้ำเสียงแข็งกระด้าง "ที่ตาบวมก็เพราะเมื่อวานร้องไห้มาสินะ"จี้ซูยิ้มแห้ง ไม่ได้ตอบอะไรเขาถามขึ้น "ในใจเธอยังมีเขาอยู่อีกเหรอ?"มือที่ถือช้อนของจี้ซูชะงักไปเล็กน้อย แพขนตาสั่นไหวในใจยังมีเขาอยู่อีกไหมเหรอ?เธอคิดว่า บางทีตั้งแต่ตอนที่เขายอมยกหมอผ่าตัดของพ่อเธอไปให้คนอื่น เธอก็คงหมดหวังในตัวเขาโดยสมบูรณ์แล้วจี้ซูส่ายหน้า "น่าจะไม่มี ฉันไม่อยากข้องแวะอะไรกับเขาอีกแล้ว"หากบอกว่าในใจไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ เธอยังคงอยู่ในช่วงค่อย ๆ ดึงตัวเองออกมาการตัดใจจากเขาเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้นพอคิดถึงเรื่องการแข่งขัน เธอก็นึกถึงสายตาของเจียงรุ่ยที่มองมาตอนอยู่ในสนามแข่งขึ้นมาได้"เจียงรุ่ยคนนั้น เหมือนจะเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เผยนะ""ใช่ ตระกูลเจียงน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับสามีของอาจารย์เผย เธอก็เลยถูกอาจารย์เผยปั้นมากับมือเลยละ"ก่อนหน้านี้ตอนที่จี้ซูขอให้เขาช่วยตามหาอาจารย์เผยจือหรง เขาก็ได้สืบเรื่องราวพร้อมกับทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของคนรอบข้างมาบ้าง เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าการประกวดในครั้งนี้จะมีลูกศิษย์ของท่านปรมาจา

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 26 อย่าไปรบกวนพวกเขา

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นผู้เข้าแข่งขันต่างทยอยขึ้นเวทีตามลำดับการจับสลาก มีผลงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งสไตล์จีนร่วมสมัย กี่เพ้าประยุกต์ และชุดเลียนแบบโบราณขนานแท้ ซึ่งระดับฝีมือมีทั้งดีและแย่ปะปนกันไปทางด้านโต๊ะกรรมการ คิ้วของศาสตราจารย์เฉาเก๋อขมวดมุ่นและคลายออกเป็นระยะ บางครั้งเขาก็ก้มหน้าลงเขียนตัวอักษรไม่กี่คำในตารางคะแนนเมื่อถึงตาของเจียงรุ่ย ด้านล่างเวทีก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเธอจูงมือเดินนำนางแบบขึ้นมาบนเวที นางแบบสวมใส่ชุดกี่เพ้าสีม่วงกลีบบัว ปักลวดลาย "ร้อยผีเสื้อดอมดมบุปผา" ด้วยงานปักซูซิ่วตลอดทั้งชุด ฝีเข็มประณีตเสียจนแทบมองไม่เห็นรอยต่อด้วยตาเปล่าศาสตราจารย์เฉาเก๋อพยักหน้าเล็กน้อย ในที่สุดมุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาบ้างคาดว่าคงรู้สึกว่าในที่สุดก็มีผลงานที่พอจะเข้าตาเสียทีตอนที่เจียงรุ่ยเดินลงจากเวทีและผ่านข้างกายของจี้ซูไป สายตาของเธอก็หยุดที่จี้ซูอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากยกตัวขึ้นเป็นรอยยิ้มแฝงความหมายลึกซึ้งหลังจากนั้นก็มีผู้เข้าแข่งขันขึ้นมาอีกสองสามคน จี้ซูดูแล้วรู้สึกว่าค่อนข้างดีทีเดียว มีการใช้โทนสีสะดุดตา และตัดเย็บโดยผสมผสานองค์ปร

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 25 อย่าให้เธอรู้

    ภายในห้องทำงานเงียบสงัดจนทำเอาผู้คนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งตัวเสียชีวิตแล้ว?โจวฉงเซิ่นตัวแข็งทื่อ ดวงตาสีเข้มจ้องมองเฉิงคุนที่อยู่ตรงประตู ความรู้สึกจุกแน่นตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก“ไม่ใช่ว่า อาการทรงตัวดีหรอกเหรอ?”เฉิงคุนไม่รู้จะตอบอย่างไรดี “บางที คุณหมออาจหมายความว่า อาการแย่มาตลอด ก็เลยเรียกว่าทรงตัวครับ”นี่มันคำพูดบ้าบออะไรกัน?ตกลงว่าอาการพ่อเธอแย่มาตลอดใช่ไหม?ปลายนิ้วที่กำโทรศัพท์มือถือของเขาสั่นระริกเล็กน้อย พยายามหาเหตุผลมาแก้ตัวให้กับตนเอง“พ่อเธอป่วยหนักทำไมถึงไม่มีใครบอกฉัน?”เฉิงคุน : “ตอนนั้นคุณพ่อของคุณหนูซางฮวยกำลังผ่าตัด ท่านประธานเป็นคนสั่งเองว่าห้ามมีเรื่องอะไรมารบกวน ถ้าคุณผู้หญิงโทรมา ก็ให้บอกว่าท่านประธานยุ่งอยู่ครับ”โจวฉงเซิ่นค่อย ๆ หลับตาลง สูดลมหายใจลึกตอนนั้น จี้ซูอารมณ์เสียจนควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะโดนแย่งคิวผ่าตัด ส่วนคุณลุงซางที่อยู่ต่างประเทศก็กำลังผ่าตัดเหมือนกัน แถมโปรเจกต์งานก็ยังมีปัญหา เขาจึงยุ่งหัวหมุนแทบไม่ได้พักในแต่ละวันตอนกลางวันต้องไปรับมือกับพวกชาวต่างชาติที่บริษัทสาขา พอกลับมาที่โรงพยาบาลก็ยังต้องคอยดูแลความรู้สึกของซางฮ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status