Share

บทที่ 4

Author: หรานเติงเติง
งานเลี้ยงจบลงเร็วกว่าที่คาดไว้

จี้ซูลุกขึ้นเตรียมหยิบกระเป๋า แต่เห็นได้ชัดว่าคนที่อยู่ข้างกายรวดเร็วกว่าเธอ

“เดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง”

นี่ไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นประโยคบอกเล่า

นิสัยของจี้หรงจื่อเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร

เธอไม่ได้ปฏิเสธ เพราะถึงปฏิเสธไปผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม ตั้งแต่เล็กจนโตก็เป็นแบบนี้มาตลอด

ถ้าจะบอกว่าโจวฉงเซิ่นเป็นพวกเผด็จการ จี้หรงจื่อก็ไม่ได้ต่างไปจากเขาเท่าไหร่นัก

บางครั้งเธอก็อยากเห็นจริง ๆ ว่าถ้าสองคนนี้มาเผชิญหน้ากัน ภาพมันจะออกมาเป็นยังไง

และความจริงก็พิสูจน์แล้วว่า เมืองจิงตูมีอะไรที่เหนือความคาดหมายเสมอ

ทั้งสองเดินออกจากห้องส่วนตัว แอร์ตรงโถงทางเดินดูเหมือนจะเย็นกว่าในห้องเล็กน้อย เธอจึงยกมือขึ้นมาลูบแขนตนเองโดยไม่รู้ตัว

ตรงหัวมุม เงาร่างหนึ่งทำให้จี้ซูต้องชะงักเท้า

ห่างออกไปสิบกว่าเมตร ร่างที่คุ้นเคยกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าประตูห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง รูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทา

ผู้ช่วยพิเศษของโจวฉงเซิ่น

เฉิงคุน

ในเมื่อเขาอยู่ที่นี่ โจวฉงเซิ่นก็ต้องอยู่ด้วยแน่ ๆ

จี้ซูหยุดเดินตามสัญชาตญาณ สมองของเธอขาวโพลนไปชั่วขณะ

เธอไม่อยากถูกจับได้ ไม่อยากอธิบาย และยิ่งไม่อยากได้ยินโจวฉงเซิ่นถามว่า “ผู้ชายคนนี้เป็นใคร”

สามปีที่แต่งงานกันมา เธออธิบายมามากพอแล้ว และทุกครั้งที่อธิบายมันก็เหมือนกับการพยายามพิสูจน์ว่า ‘ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะ’

เธอไม่อยากอธิบายอะไร และยิ่งไม่อยากจะไปข้องแวะกับโจวฉงเซิ่นอีก

จี้ซูถอยหลังไปครึ่งก้าว ไหล่ของเธอแทบจะชนเข้ากับแผงอกของจี้หรงจื่อ

“ไปทางนั้นกันเถอะ” เธอลดเสียงต่ำ “ทางนั้นก็มีลิฟต์เหมือนกัน”

ก่อนหย่าขาดกันให้เรียบร้อย เธอไม่อยากให้มีความขัดแย้งเพิ่มขึ้นมาอีกโดยไม่จำเป็น

เมื่อจี้หรงจื่อหันไปมองสุดปลายทางเดิน ก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมเธอถึงมีท่าทีแบบนี้ จึงคว้าข้อมือเธอไว้อย่างไม่เบาและไม่แรงจนเกินไป

“ซูซู”

เสียงนั้นดังมาจากเหนือหัว แฝงด้วยอารมณ์บางอย่างที่เธอเองก็บอกไม่ถูก

“เธอจะหลบทำไม?”

เธอเองก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าตัวเองกำลังหลบอะไร

ทั้งที่ขอหย่าไปแล้ว ทั้งที่ย้ายออกมาแล้ว ทั้งที่ในทางกฎหมาย อีกไม่นานเธอกับผู้ชายคนนั้นก็จะไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก

แต่วินาทีที่เห็นเฉิงคุน ใจเธอก็ยัง ‘กระตุก’ ไปวูบหนึ่งอยู่ดี

เหมือนคนทำผิดแล้วร้อนตัว หรือไม่ก็...หวาดกลัว

ว่าแต่กลัวอะไรล่ะ?

กลัวโจวฉงเซิ่นมาเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นงั้นเหรอ?

น่าขำสิ้นดี ตกลงแล้วเธอกำลังกลัวอะไรกันแน่?

จี้ซูหาข้ออ้างให้ตัวเองว่า ถ้าโจวฉงเซิ่นเห็นเธออยู่กับจี้หรงจื่อ เรื่องหย่ามันจะยุ่งยากขึ้นมาได้

เขาคงคิดว่าเธอคบชู้ เขาจะเอาเรื่องศีลธรรมมาอ้าง และเอาเรื่องนี้มาเล่นแง่ตอนแบ่งสินสมรส

เธอพยายามจะสะบัดข้อมือออกตามสัญชาตญาณ แต่แรงบีบนั้นกลับแน่นขึ้นกว่าเดิม

จี้หรงจื่อก้าวเท้าเดินไปที่อีกฝั่งหนึ่งของทางเดินด้วยความสบายใจ

จี้ซูถูกเขาลากให้เดินตามไปจนแทบสะดุด

“จี้หรงจื่อ!” เธอลดเสียงต่ำ “ปล่อยฉันนะ”

เขาไม่ตอบ แถมยังไม่แม้แต่จะชะลอความเร็วฝีเท้า ตัวคนแฝงไว้ด้วยความแข็งกร้าวที่ไม่อนุญาตให้ขัดขืน

เฉิงคุนคุยโทรศัพท์เสร็จพอดี เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็ร้องเรียกอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “คุณผู้หญิง?”

ความใกล้ชิดของทั้งสองคนทำให้ใบหน้าเฉิงคุนซีดลงทันที เขารีบหันไปมองประตูที่อยู่ด้านหลังตามสัญชาตญาณ

จี้ซูพยายามจะดึงมือกลับ แต่คนข้าง ๆ กลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย เธอหันไปมองเขา แววตาของเขาที่กำลังรอชมเรื่องสนุกนั้นไม่ได้ปิดบังแม้แต่น้อย

จี้ซูกัดฟันกรอด นี่เขาจงใจชัด ๆ

วินาทีต่อมา ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกเปิดออก

โจวฉงเซิ่นเดินออกมา ในมือยังถือโทรศัพท์ ดูเหมือนกำลังตอบข้อความใครบางคน

เขามองเฉิงคุนก่อนแวบหนึ่ง แล้วมองตามสายตาของเฉิงคุนไปจนเห็นจี้ซู

หลังจากนั้น เขาก็เห็นจี้หรงจื่อ

และต่อมา เขาก็เห็นมือที่กำลังจับข้อมือของจี้ซู

บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งไปในพริบตา

โจวฉงเซิ่นหรี่ตาลงเล็กน้อย ลดโทรศัพท์ในมือแล้วเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยจับจ้องไปที่ผู้หญิงตรงหน้า

ราวกับกำลังถามว่า 'ไม่คิดจะอธิบายหน่อยเหรอ?'

จี้ซูยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ มือของชายหนุ่มข้างกายยังคงจับเธอไว้ไม่ยอมปล่อย

อากาศในโถงทางเดินแทบจะถูกสูบออกไปจนหมด เฉิงคุนรู้สึกหายใจลำบากขึ้นมาตงิด ๆ จึงแอบถอยกลับเข้าไปในห้องอย่างเงียบงัน

สายตาของจี้หรงจื่อกวาดมองไปที่ทั้งสองคน ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ “บังเอิญจังเลยนะครับ ประธานโจว”

โจวฉงเซิ่นไม่ได้มองเขา เพียงจ้องมองจี้ซูด้วยแววตาเย้ยหยัน แต่น้ำเสียงนั้นกลับเย็นยะเยือกจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง

“มานี่”

สองคำนี้ถูกเค้นออกมาจากลำคอของเขา

จี้หรงจื่อปล่อยมือ จี้ซูเพิ่งถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าวินาทีต่อมาหัวใจของเธอก็ต้องหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มอีกครั้ง

เมื่อเห็นว่าจี้หรงจื่อเดินเข้าไปหาโจวฉงเซิ่นด้วยท่าทีนิ่งสงบ น้ำเสียงสบาย ๆ “สบายดีไหมครับ ประธานโจว”

ในที่สุด โจวฉงเซิ่นก็ละสายตาจากจี้ซู แล้วหันมามองชายหนุ่มผู้มีความสูงพอ ๆ กับตัวเอง

เขาจำผู้ชายคนนี้ได้ดี

จี้หรงจื่อแห่งรุ่ยหวนกรุ๊ป

เศรษฐีหนุ่มหน้าใหม่ชาวจีนที่อยู่ดี ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาในตลาดการค้าต่างประเทศเมื่อสามปีก่อน ภูมิหลังลึกลับ แต่เป็นคนมีชั้นเชิงเฉียบขาด

โจวฉงเซิ่นเคยพบเจอจี้หรงจื่อที่งานเสวนาธุรกิจเอเชียแปซิฟิก ตอนนั้นจี้หรงจื่อก็มีท่าทีสงบเยือกเย็นแบบนี้ แถมตอนที่เดินสวนกันก็ยังพูดขึ้นมาลอย ๆ ประโยคหนึ่งว่า “แล้วพบกันใหม่นะครับ”

ตอนนั้น จี้หรงจื่อยังเป็นแค่ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคของรุ่ยหวน ไม่น่าเชื่อว่าเพียงสามปี ก็จะก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นถึงประธานของรุ่ยหวนได้สำเร็จ

ดูท่าว่าเล่ห์เหลี่ยมและความลึกซึ้งของคนคนนี้จะไม่ธรรมดาทีเดียว

แต่โจวฉงเซิ่นคิดไม่ถึงเลยว่า ผู้ชายคนนี้จะมากุมมือภรรยาของเขา และมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแบบนี้

“ประธานจี้?” โจวฉงเซิ่นยืนเอามือล้วงกระเป๋าทั้งสองข้าง สายตาที่มองอีกฝ่ายไม่ถือว่าเป็นมิตรนัก “ถ้ารบกวนให้คุณต้องลำบากไปส่งภรรยาผม คงไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่มั้งครับ?”

“ภรรยา?” จี้หรงจื่อทวนคำนั้นเบา ๆ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “เท่าที่ผมรู้ ซูซูเอาหนังสือหย่าไปส่งไว้ที่ห้องทำงานของคุณแล้วไม่ใช่เหรอ”

หนังสือหย่า?

หัวใจของโจวฉงเซิ่นหล่นวูบ มือที่อยู่ในกระเป๋าเผลอกำแน่น แต่สีหน้ากลับยังคงราบเรียบไร้ความรู้สึก

เขาพูดอย่างเนิบช้า น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย “แค่สามีภรรยาไม่เข้าใจกันเล็กน้อย ไม่ต้องรบกวนให้ประธานจี้มาใส่ใจหรอกครับ”

โจวฉงเซิ่นก้าวเท้าเตรียมเดินผ่านเขาไป แต่กลับถูกจี้หรงจื่อเบี่ยงตัวเข้ามาขวางเอาไว้

“ไม่เข้าใจกันเล็กน้อย? จู่ๆ ก็เอาหมอที่ต้องรักษาพ่อเธอไปให้ผู้หญิงคนอื่น แล้วก็หายหัวไปดื้อ ๆ ทิ้งให้เธอต้องอยู่จิงตูคนเดียว ประธานโจวหมายความว่านี่เป็นเพียงเรื่องที่ไม่เข้าใจกันเล็กน้อยงั้นเหรอครับ?”

โจวฉงเซิ่นชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาจับจ้องไปที่จี้ซูอย่างเย้ยหยัน “ภรรยาผมช่างเปิดอกคุยกับประธานจี้ได้ทุกเรื่องจริง ๆ นะครับ มีอะไรก็เล่าให้ฟังหมดเลย”

มือที่ซ่อนอยู่ด้านหลังของจี้ซูกำแน่น สายตาที่เธอมองไปยังจี้หรงจื่อเริ่มแฝงไว้ด้วยความซับซ้อน

เขารู้ว่าเธอกำลังหาเส้นสายการรักษา รู้ว่าเธอเอาหนังสือหย่าไปส่งที่บริษัทโจวกรุ๊ปและถึงขั้นรู้ว่าอะไรคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เธอตัดสินใจหย่าขาดกับโจวฉงเซิ่น

นี่เขาสืบเรื่องของเธออีกแล้วเหรอ?

ตกลงเขาต้องการอะไรกันแน่

จี้หรงจื่อหันกลับมา เขามองผู้หญิงที่อยู่ด้านหลังแล้วยิ้มเล็กน้อย “ความสัมพันธ์ของผมกับซูซู มันไม่ได้ตื้นเขินอย่างที่ประธานโจวคิดหรอกนะครับ”

ยั่วยุ

เป็นการยั่วยุกันอย่างโจ่งแจ้ง

รอยยิ้มบนใบหน้าของโจวฉงเซิ่นแทบจะจางหายไป ความโกรธทำให้เขาหน้ามืด ถึงขั้นตีความสายตาของจี้ซูในตอนนี้ไปในทางอื่น

“ซูซู?” โจวฉงเซิ่นออกแรงบีบไหล่ของจี้หรงจื่อแน่น ความเย็นชาในแววตาแทบจะทะลวงร่างอีกฝ่าย “พวกเราขอตัวก่อน เชิญประธานจี้ตามสบาย”

พูดจบ เขาก็คว้าแขนของจี้ซูเอาไว้โดยไม่รอให้เธอปฏิเสธ

เธอพยายามสะบัดออก แต่เสียงของชายหนุ่มที่กำลังข่มความโกรธเอาไว้ก็ดังขึ้นข้างหู “ห้ามหันกลับไปมอง”

กระทั่งแผ่นหลังของทั้งสองคนลับสายตาไปตรงสุดปลายทางเดิน รอยยิ้มบนใบหน้าของจี้หรงจื่อถึงได้เลือนหายหมดสิ้น เขาหมุนแหวนบนนิ้วชี้เบา ๆ ราวกับไม่ได้ตั้งใจ พร้อมพึมพำว่า “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ โจวฉงเซิ่น”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 127

    “ซุนหวยเฟิงหรือครับ์” เฉิงคุนหันขวับ “คนที่เซ็นรับเข็มกลัดอันนั้นใช่ไหมครับ?”“เขาน่าจะเป็นตัวกลางที่คอยติดต่อระหว่างซางเจิ้นเยว่กับคนเบื้องบน”สีหน้าของพ่อซางเมื่อครู่ก็อธิบายทุกอย่างได้ชัดเจนพอแล้วอดีตผู้ช่วยที่จู่ ๆ ก็กลับมาหานั่นเป็นข้อพิสูจน์ว่าหลายปีมานี้พวกเขายังคงติดต่อกันอยู่ตลอดเวลา และค

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 126

    “ได้ยินว่าภรรยาคุณบาดเจ็บ ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม?”ภายในบ้านต้นตระกูลตระกูลซาง โจวฉงเซิ่นและพ่อซางกำลังนั่งเผชิญหน้ากันใบหน้าของพ่อซางยังคงประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและเมตตาเช่นเคย แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นดั่งหมาป่าห่มหนังแกะโจวฉงเซิ่นหลุบตาลง แววตาเรียบนิ่งจนยากจะคาดเดาอารมณ์ “เพิ่งผ่าตัดเสร็จครับ ต้องพ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 125

    ตกบ่าย คณะกรรมการจัดการแข่งขันก็โทรศัพท์มาหาแจ้งว่าหลังจากประเมินอาการบาดเจ็บของจี้ซูในปัจจุบัน ประกอบกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์เจตนาชนรถในครั้งนี้ รวมถึงกำลังใจและความห่วงใยจากชาวเน็ตอย่างล้นหลามท้ายที่สุด คณะกรรมการได้พิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว จึงตัดสินใจจัดการรูปแบบการแข

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 124

    เหลือเวลาอีกเพียงสองวันก็จะถึงรอบชิงชนะเลิศ ข้อมูลผลงานของผู้เข้าแข่งขันทุกคนถูกส่งให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อย และทางคณะกรรมการจะเป็นผู้อัปโหลดเพื่อจัดเก็บเข้าคลังข้อมูลส่วนกลางหลังจากเรื่องที่จี้ซูถูกเจตนาขับรถชนล่วงรู้ไปถึงหูคณะกรรมการจัดการแข่งขัน เจ้าหน้าที่ก็โทรศัพท์มาหาเพื่อสอบ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 123

    จี้หรงจื่อช่วยปัดฝุ่นบนบ่าให้อีกฝ่าย “ถ้าอย่างนั้นผู้กำกับหลี่ก็รอฟังข่าวดีอย่างสบายใจได้เลยครับ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนตรงหน้าก็ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยท่าทีไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง“ดะ... ได้ครับประธานจี้”เขาเดินตามไปส่งจี้หรงจื่อขึ้นรถด้วยใบหน้าประจบสอพลอรถยนต์ค่อย ๆ แล่นออกไป จี้หรงจื่อละสายต

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 122

    จี้หรงจื่อขยับกรอบแว่นตา แล้วถามขึ้นว่า “ผมขอดูข้อมูลการสอบสวนหน่อยได้ไหมครับ?”รองผู้กำกับลังเลไปชั่วครู่ เมื่อคิดว่าต่างก็มาเพราะเรื่องเดียวกัน ประกอบกับสถานะของตระกูลเซิ่งหลังจากชั่งน้ำหนักในใจแล้วจึงตอบว่า “ได้แน่นอนครับ คุณรอสักครู่ เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้”ภาพวิดีโอกำลังฉายอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status