Se connecter“ท่านมีข้า หนิงหลงท่านอย่าได้กลัว…ข้าจะเคียงข้างท่านทั้งยามสุขและทุกข์” เสวี่ยมู่ฉิงร้องไห้ออกมา แม้จะเปลี่ยนชะตากรรมได้ก็ใช่ว่าจะมีแต่ความสุข ห้วงสุดท้ายก่อนนางจะขาดใจ นางได้รู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับพระสวามี เช่นที่นางได้ยินวันนี้ไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่วันนี้เขารับฟังมันร่วมกับนาง ไม่ว่านางพยายามจะมีโอกาสได้กลับมาเปลี่ยนชะตาชีวิต แต่ความทุกข์ที่เขาต้องเผชิญก็ยังคงอยู่ นั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ร่างบางซุกซบบนอกแกร่ง ก่อนจะหลับไปพร้อมกับเขาด้วยความอ่อนเพลียโดยไม่รู้เลยว่าอยู่ในสายตาของฮ่องเต้ทั้งหมด“สั่งให้คนไปเก็บข้าวของของหนิงหลงและพระชายามาเถิด ให้อยู่ที่ตำหนักมังกรนี่แหละ มันควรจะเป็นของเขามาเนิ่นนานแล้ว” องค์ฮ่องเต้หันไปสั่งกั๋วกงข้างกายก่อนมองบุตรชายและสะใภ้ด้วยแววตาอ่อนแสง และเดินจากไปจัดการคนชั่วที่คิดโค่นบัลลังค์ผ่านไปเกือบห้าวันที่นางเฝ้าวนเวียนเช็ดตัวและอยู่ข้างกายเขาไม่ห่าง“เจ็บหรือไม่เพคะ” วินาทีแรกที่นางตื่นมาสานสบตาคมเข้มที่จ้องมองนางอยู่ก่อนแล้ว นางรีบเอ่ยถามทันทีไม่รั้งรอ“แค่ตื่นมาแล้วเจอเจ้าอยู่ตรงนี้ก็ไม่รู้สึกสิ่งใดนอกจากความสุข” ความร้อนระเหยขึ้นจนใบห
“แม่เจ้าเป็นรักแรกของท่านพ่อ ท่านพ่อรอเวลาให้บ้านเมืองสงบก่อนจะเตรียมยกแม่เจ้าเป็นฮองเฮา แต่แม่เจ้ามันโง่ โง่จนไม่รู้ว่ามีงูพิษเช่นแม่ข้าอยู่ข้างกาย” คนยอมแพ้ต่อโชคชะตาสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือก“เจ้าลูกบ้า เจ้าพูดอะไรออกมา อย่าไปฟังเพคะ หม่อมฉันไม่เคยทำเช่นนั้น” บัดนี้สตรีสูงศักดิ์คุกเข่าอ้อนวอนอย่างสิ้นท่า“เจ้า… เจ้าทำร้ายอาเพ่ยได้อย่างไร ทั้งๆที่นางสนับสนุนให้เจ้าอยู่ข้างกายข้าแท้ๆ ทั้งๆที่นางไม่หวังสิ่งใดเหตุใดเจ้าถึงชั่วช้า!!!” มือสั่นเทายกขึ้นชี้หน้าสตรีที่เขาคิดว่าเหมาะสมพอจะช่วยกันบรรเทาทุกข์ประชาชน“หากอยากรู้หม่อมฉันก็จะบอก ต้นเหตุมันก็มาจากพระองค์มิใช่หรือเพคะ เพราะพระองค์แต่งหม่อมฉันเข้ามาตามคำร้องขอของท่านพ่อ แต่ไม่เคยมอบความรักหรือตำแหน่งใดๆให้หม่อมฉัน ยามหม่อมฉันคลอดบุตรชายพระองค์ทำเพียงมอบแก้วแหวนให้แต่ไม่มีความดีใจสักนิด กลับกันวันที่หนิงหลงกำเนิด ท่านประทานชื่อที่คิดร่วมกันกับอาเพ่ย โอบกอดยามนางเจ็บปวด แล้วหม่อมฉันเล่าเพคะ” นางร้องไห้อย่างทุกข์ระทม“นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้ท่านฆ่าเสด็จแม่มิใช่หรือ ไม่ว่าอย่างไรท่านมีสิทธิ์อะไรพรากท่านแม่ไปจากข้า!!” หนิงหลงรอวันนี้ม
“นั่นมิใช่ว่าตำแหน่งนี้ต้องเป็นของข้าอยู่แล้วหรือ ข้าเพียงแต่ย่นเวลาเข้ามา ข้าผิดสิ่งใดกัน” คนคิดชั่วยังไม่ยอมรับผิด “ผิด ผิดที่เจ้า…เข็ญฆ่าคนบริสุทธฺิ์เพื่ออำนาจตัวเอง หากวันนี้เลือดเจ้าไม่นองแผ่นดิน อย่ามาเรียกข้าว่าหนิงหลงเลย” สายตาคมดุมองเหล่าทหารที่ครั้งนึงเคยฝึกร่วมกับเขาแต่บัดนี้กลับเปลี่ยนข้างช่วยคนชั่วหันปลายดาบใส่เขาแทน“หนิงหลงเจ้าจำได้หรือไม่ ทหารพวกนี้เจ้าฝึกพวกเขามาเองกับมือ เจ้าเองก็คงพอรู้ว่าฝีมือไม่ด้อยกว่าเจ้าสักนิด จัดการ!!!“ พูดจบคนที่กระหายในอำนาจก็ถอยออกไปและปล่อยให้เป้นหน้าที่ของเหล่าทหารฝีมือดีแทน หนิงหลงแหละเหล่าทหารปะดาบอย่างไม่ย่อท้อ แม้กำลังคนจะเสียเปรียบอยู่มากแต่ก็ใช่ว่าเขาจะคณามือ ร่างหนาที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดแต่ยังสู้ไม่ถอยแม้จะมีทหารฝีมือดีเข้ามาอยู่ตลอดก็ตาม จนฟ้าเกือบมืดและเขาสะบักสะบอมไม่น้อย”เจ้าจะเอาสิ่งใดมาสู้กันหนิงหลง เจ้ายังอ่อนหัดนัก“ ยังไม่ทันจะพูดจบกองทัพทมิฬที่สวมชุดดำขี่ม้าเข้ามาเกือบร้อยนาย”ฆ่าให้หมด คุ้มกันท่านอ๋อง“ เสียงผู้มาใหม่ทำเหล่าทหารขวัญเสียเมื่อจำได้ว่านี่คือกองทัพของแม่ทัพใหญ่สกุลเสวี่ย จังหว่ะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนก คมดา
”ท่านอ๋องเกิดเรื่องใหญ่พะยะค่ะ“ ทหารม้าเร็วนายนึงวิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน”มีสิ่งใดจงกล่าวมา“ ”ฮองเฮาและองค์รัชทายาทกระทำการยึดอำนาจฮ่องเต้พะยะค่ะ!!“ สิ่งที่ได้รับรายงานมาทำเขากำหมัดแน่น“กล้าดีเช่นนี้เห็นทีว่าข้าเองคงไม่ต้องเกรงใจ…ซีเหยา เจียอี่ เตรียมกำลังพลข้าจะตีล้อมเมืองหลวง!!” เส้นความอดทนเขาขาดผึงทันที“เรียนท่านอ๋อง แคว้นอู๋และแคว้นอวี๋ถูกกองกำลงโจรบุกเข้าตีล้อมเมืองขอรับ” ทหารอีกนายรีบเข้ามารายงานทันที“เจี่ยอีคลุมกำลังพลสองร้อยนายไปช่วยแคว้นอู๋และแคว้นอวี๋ ข้าจะนำทัพไปเมืองหลวง” เขาเตรียมดาบเข้ามาไว้ในมือก่อนเดินเข้าห้องทำงานไปวางแผนรบ“ท่านอ๋อง ข้าจะไปกับท่าน” เสวี่ยมู่ฉิงไม่อาจนิ่งนอนใจได้นางร้องขอไปกับเขาทันที“พระชายาสถานการณ์ตอนนี้ไม่ปลอดภัยนัก ข้าเกรงว่า…” ยังไม่ทันที่เขาจะบอกเหตุและผลแก่นางร่างบางยกมือนุ่มขึ้นมาปิดปากเขาเอาไว้เสียก่อน“มีท่านมีข้า กองกำลังที่สกุลเสวี่ยมีไม่น้อย หากข้าไปด้วยย่อมดีกว่า” เขาชั่งใจคิดอยู่เพียงครู่ก็เห็นว่าควรขอความช่วยเหลือจากท่านแม่ทัพใหญ่สกุลเสวี่ยจิงๆ จึงยอมตกลง “ข้าจะรอเจ้าที่ห้องทำงาน เรียกท่านเสนาทุกฝ่ายเข้าพบข้า” นางรีบไปเปลี่ยนชุดก
ตุ้ม ตุ้ม ตุ้ม เสียงกองร้องทุกข์ดังลั่น ร่างหนาและร่างบางรีบลุกขึ้นสวมอาภรณ์ก่อนเปิดประตูมาที่ห้องทรงงาน“ทูลท่านอ๋อง ตอนนี้เกิดการปล้นสดมกลางเมือง บ้านเรือนประชาชนถูกเผาไหม้ถึงสามหลังด้วยกันขอรับ!!” ทหารคนสนิทรีบรายงานทันทีที่เขาอนุญาติให้เข้าเฝ้า“สั่งคนลาดตระเวนให้ทั่วแคว้น ส่งราชโองการออกไปตามหมู่บ้านทุกที่ บุรุษคนใดที่เคยฝึกทหารเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ ยามเจอโจรฆ่าได้ทันทีไม่ต้องจับกุม!!“ ทหารนับร้อยนายมีใจฮึกเหิมยิ่งนัก เมื่อเข้าแถวรอรับคำสั่งต่างออกไปทำหน้าที่ได้รับมอบหมาย”ซีเหยาส่งคนไปป้องกันคลังเสบียงให้แน่นหนา หากทำร้ายชาวบ้านไม่ได้มันจะพุ่งเป้ามาที่เสบียงเรา“ สั่งการณ์เสร็จเขาจึงเดินเข้าไปสวมชุดเกราะ”เหตุการณ์เลวร้ายหรือเพคะ“ นางที่ถูกสั่งให้อยู่แต่ในห้องรีบเข้ามาถาม”ตอนนี้ยังไม่เลวร้ายเท่าใดนัก แต่มันคงรุนแรงขึ้นหากสกัดเอาไว้ไม่อยู่ พระชายาเจ้าอยู่เพียงในจวนแห่งนี้ข้างนอกไม่ปลอดภัยนัก“ ไม่วายยังห่วงนางอันเป็นที่รัก”ท่านอ๋องข้าเป็นบุตรตรีสกุลเสวี่ย เพลงดาบของข้าไม่แพ้บุรุษแน่นอนเพราะถูกฝึกมากับบรรดาพี่น้องที่เป็นบุรุษ“ เสวี่ยมู่ฉิงไม่มีพี่สาวหรือน้องสาว นางเป็นบุตรตรีเพียง
“ใจเย็นลงสักนิดเถิดท่านองค์รัชทายาท” เสียงผู้มาใหม่ทำนางอุ่นใจเพราะคาดว่าคนสนิทคงส่งข่าวให้พระสวามี ท่านจึงกลับมากลางทางเช่นนี้“ท่านเสนา สำนวนคดีคัดลอกลงไปทุกถ้อยคำไม่มีตกหล่นใช่หรือไม่” ร่างสูงลงมาจากหลังม้าก่อนตามด้วยเหล่าทหาร“ขอรับท่านอ๋อง” คนของทางการส่งสำเนาคดีให้ผู้ปกครองแคว้นได้ตรวจทานดู“ส่งสำนวนคดีนี้เข้าไปไตร่สวนสกุลเมิ่งในวังหลวง ทหาร!!ส่งคนไปคุมตัวคนสกุลเมิ่งที่เรือน หากเป็นคนของฮองเฮายิ่งต้องจัดการให้ถูกวิธีไม่ให้เสื่อมสีชื่อเสียงพระองค์ได้ ส่วนคนคตโกงพวกนนี้ล้วนเป็นคนในแคว้นซีเหมินให้เป็นหน้าที่ของข้าจัดการเถิด” เขาหันมาเอ่ยกับองค์รัชทายาทที่กวาดตามองไปโดยรอบ เพราะถูกจับจ้องจากเหล่าเสนาธิการทั้งหลาย เขาจำต้องทำตัวเป็นกลางแม้ในใจจะรู้สึกร้อนเป็นไฟขนาดไหนก็ตาม“ท่านอ๋องจะมิไตร่สวนสิ่งใดหรือ หากทั้งสี่คนนี้ปรักปรำคนของฮองเฮา เจ้าจะจัดการเช่นไร” อย่างไรเขาก็ยังยืนกรานว่าเป็นการใส่ร้าย“คนของเมืองหลวงข้าเองมิอาจแตะต้องหากไม่ทำการไตร่สวน เหล่าอำมาตย์และท่านเสนาทั้งหลายคงมีวิธีในการจัดการเองขอรับ” แม้เขาจะพูดเช่นนั้นแต่องค์รัชทายาทไม่สบายใจสักนิด เพราะรู้ดีว่าเหล่าเสนาบดีและเ







