Share

บทที่ 14

last update Huling Na-update: 2025-11-10 09:21:52

เช้าวันต่อมาภาคินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป เพราะไม่มีมะลิมาเตรียมเสื้อผ้าของใช้ต่างๆ ให้เขาเหมือนเช่นทุกเช้า พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานๆมาให้เขาตลอดเวลาถึงเขาจะแสดงอาการไม่ชอบใจก็ตาม

"พี่คิน ตื่นแล้วเหรอคะ" มินเดินเข้ามาในห้อง

"ใช่พี่เพิ่งตื่นเอง"

"ไปค่ะ ไปอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟันกัน" มินพยุงภาคินลงบนวีลแชร์แล้วเข็นเข้าไปในห้องน้ำ

พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จมินก็พาภาคินไปทานข้าวที่บ้านใหญ่ ระหว่างที่ทานข้าวไปมินก็คอยตักกับข้าวใส่จานภาคินอยู่ตลอด

"มิน มะลิจะกลับมากี่โมงลูก" อัมพรถามขึ้น

"น่าจะสายๆ มั้งค่ะ"

"เดี๋ยว ถ้ามินออกไปที่ร้าน แม่จะไปอยู่เป็นเพื่อนคินเองก็แล้วกัน"

"ไม่ต้องหรอกครับ ผมอยู่คนเดียวได้"

"งั้นก็ตามใจลูกก็แล้วกัน"

ด้านมะลิกำลังนั่งทานข้าวเช้ากับพ่อและแม่ หลังทานเสร็จเธอก็จะกลับไปทำงานเลย ทานข้าวไปแต่ในหัวกลับคิดถึงภาคินที่อาละวาดโมโหใส่เธอเมื่อวาน ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง

"มะลิลูกมือไปโดนอะไรมา ทำไมแดงๆ แม่ว่าจะถามตั้งแต่เมื่อวานแล้ว" อิ่มถามขึ้น

"เอ่อ หนูซุ่มซ่ามเองแหละแม่ เอาน้ำร้อนลวกมือตัวเอง"

"คราวหน้าคราวหลังก็ระวังหน่อยนะลูก"

"ค่ะ แม่"

หลังทานข้าวเสร็จมะลิก็เตรียมตัวจะกลับไปทำงานดูแลภาคินต่อ หยิบกระเป๋าสะพายบ่าเดินไปที่รถ โดยที่อิ่มเดินตามไปส่งที่รถ

"กลับดีๆ นะลูก"

"ค่ะ หนูรักแม่นะคะ" เดินเข้าไปสวมกอดแม่ตัวเอง

"จ้ะ แม่ก็รักลูก" ยกมือขึ้นลูบหัวมะลิเบาๆ

"ไปกันเถอะ" จอบเอ่ยขึ้น

มะลิให้จอบพ่อของเธอไปส่งที่หน้าไร่ จริงๆแล้วจอบอยากจะไปส่งถึงบ้าน พงษ์ไพศาลแต่มะลิไม่อยากรบกวนพ่อตัวเอง ก็เลยจะขึ้นรถสองแถวไปเอง

ไม่นานรถก็มาจอดตรงหน้าปากซอย มะลิจึงลงจากรถและเดินเข้าไปในซอยจนถึงบ้านพงษ์ไพศาล มะลิเดินตรงไปยังบ้านหลังเล็ก ไม่เห็นภาคินอยู่ในบ้านก็เลยเดินตามหาจนไปถึงริมสระบัว เจอภาคินนั่งเหม่อลอยอยู่จึงเดินเข้าไปใกล้ๆ

"พี่คินค่ะ พร้อมทำกายภาพหรือยังคะ"

ภาคินไม่ตอบแต่หันไปตามเสียงของมะลิ แล้วหันกลับไปทางเดิม มะลิเห็นอย่างนั้นก็ไม่อยากเซ้าซี้อะไรอีกกลัวภาคินจะโมโหใส่เธอ

"ไม่อยากทำก็ไม่เป็นไรค่ะ" หมุนตัวจะเดินออกไป

"เดี๋ยวก่อน ใครบอกว่าไม่อยากทำ"

"ค่ะ"

"ไม่ต้องทำหน้างงหรอก พาฉันเข้าไปข้างในสิ"

"ค่ะ" เดินไปเข็นภาคินเข้าไปข้างในบ้าน

พอเข้ามาในห้องนอนมะลิพยุงตัวภาคินลงบนเตียงและลงมือทำกายภาพทันที โดยไม่มีการพูดจาใดๆ กับภาคินเลยสักคำ ภาคินเห็นว่ามะลิเงียบผิดปกติก็เริ่มหงุดหงิดไม่พอใจขึ้นมา มองหน้ามะลิที่เอาแต่ก้มหน้าทำกายภาพขาให้เขาไปเงียบๆ

ทำไปสักพักมะลิก็เปลี่ยนท่าให้ภาคินนอนราบลงกับเตียง จากนั้นก็จับยกขาภาคินขึ้นลง เพื่อบริหารกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรงขึ้น ทำอยู่นานพอสมควรมะลิก็วางมือหันไปมองหน้าภาคิน

"วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แลัวกัน จะลงนั่งบนวีลแชร์เลยไหมคะ"

"อืม"

มะลิพยุงตัวภาคินลงบนวีลแชร์ ส่วนภาคินก็เอาแต่มองมือของมะลิที่ยังแดงๆ อยู่ อยากจะถามอาการว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ก็ปากหนักไม่กล้าถามออกไป

"พี่คิน จะเอาอะไรไหมคะ"

"ไม่ ฉันไม่อยากได้อะไร"

"งั้นมะลิขอตัวก่อนนะคะ"

"เดี๋ยวก่อน" ยื่นมือไปคว้าแขนมะลิไว้ก่อน

"มีอะไรหรือเปล่าคะ"ก้มลงมองมือภาคินที่จับแขนเธอไว้

"เปล่า ฉันแค่จะถามเธอว่ามือเป็นยังไงบ้าง" รีบปล่อยมือออกจากแขนมะลิทันที

"มือไม่เป็นไรค่ะ แค่แดงนิดหน่อย อีกไม่กี่วันก็คงจะหายแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ" เดินออกจากห้องไปทันที

ภาคินเห็นมะลิแสดงอาการไม่รู้สึกรู้สาอะไรก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาเสียดื้อๆ ที่มะลิไม่ร่าเริงและชวนเขาคุยเหมือนทุกครั้ง แต่กลับพูดน้อยถามคำ ตอบคำแค่นั้น

มะลิเดินไปในครัวบ้านใหญ่จัดการปอกผลไม้ใส่จานและน้ำส้มหนึ่งแก้วใส่ถาดยกไปให้ภาคินที่นั่งอยู่ตรงริมสระบัว มะลิยกวางจานผลไม้และแก้วน้ำส้มลงบนโต๊ะข้างๆภาคิน

"พี่คินของว่างค่ะ"

"ฉันไม่หิว"

"ไม่เป็นไรค่ะ เอาไว้ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวมะลิมาเก็บเองค่ะ" เดินออกไปทันที

มะลิเดินกลับเข้าไปในบ้านนั่งลงบนเตียงมองมือตัวเอง ที่ยังแดงอยู่เพราะเกิดจากฝีมือของภาคิน ที่เธอไม่อยากพูดมากหรือเซ้าซี้อะไรเขาอีกเพราะไม่อยากให้เขาโมโหใส่เธอและไม่อยากจะขัดใจเขาด้วย

สักพักมะลิก็ออกจากห้องไปยังริมสระบัวเพื่อที่จะเก็บจานผลไม้และแก้วน้ำส้ม แล้วก็ต้องแปลกใจที่ผลไม้ในจานกับน้ำส้มหายเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว มะลิจึงหันไปมองหน้าภาคินที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยความสงสัยไหนเขาบอกว่าไม่หิวไงมะลิคิดในใจ

"ไม่ต้องแปลกใจหรอก ฉันทานเองแหละ เดี๋ยวคนเอามาให้จะเสียน้ำใจหมด"

"ค่ะ คนทำให้คงจะดีใจมากเลยตอนนี้"มะลิยิ้มกว้างพร้อมกับเดินถือจานและแก้วเอาไปเก็บ

ได้เวลาทานมื้อเที่ยงมะลิกับภาคินก็เข้าไปในบ้านใหญ่ ระหว่างที่นั่งทานอาหารไปอัมพรก็ถามอาการแม่ของมะลิขึ้นมา

"แม่หนูเป็นยังไงบ้างจ้ะ"

"หายดีแล้วค่ะ เป็นไข้หวัดธรรมดาเอง"

"อ่อ ดีแล้วล่ะ หนูจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลอีก"

"ขอบคุณค่ะ"

"แล้วคินล่ะลูก ทำกายภาพหรือยังวันนี้"

"ทำแล้วครับ"

"ดีแล้วลูก กล้ามเนื้อขาจะได้แข็งแรง ไม่แน่นะอีกหนึ่งปีข้างหน้าลูกอาจจะกลับมาเดินได้ เหมือนคนปกติทั่วไปแล้วก็ได้" สุวัตรเอ่ยเสริมขึ้น

"ลูกต้องทำกายภาพทุกวันเลยรู้ไหม" อัมพรเอ่ยขึ้น

"ครับแม่"

"แม่คงต้องฝากความหวังไว้ที่หนูมะลิแล้วล่ะ" อัมพรหันไปส่งยิ้มให้มะลิ

"เอาเป็นว่าหนูจะทำให้สุดความสามารถของตัวเองเลยก็แล้วกันค่ะ" หันไปส่งยิ้มให้ทุกคนบนโต๊ะอาหาร

ณ ร้านกาแฟ

มินกำลังนั่งพักอยู่ตรงเก้าอี้ในร้านด้วยอาการร้อนๆหนาวๆ เหมือนจะมีไข้ หมอต้นเดินเข้ามาในร้านพอดี

"คุณผมเอาเหมือนเดิมนะ"

"ค่ะ" ลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปชงกาแฟทันที

"คุณวันพรุ่งนี้ ผมขอไปเยี่ยมมะลิที่บ้านคุณได้ไหม ผมจะขับรถตามหลังคุณไป"

"ได้สิคะ"

"ว่าแต่ทำไมคุณดูไม่ค่อยดีเลยล่ะ"

"ฉันไม่เป็นอะไร ได้แล้วค่ะ" ยกแก้วกาแฟวางลงตรงเคาร์เตอร์หน้าหมอต้น

"คุณไม่สบายหรือเปล่า" หมอต้นจ้องหน้ามิน

"เปล่าค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะ" เดินตรงไปหลังร้านทันที

หมอต้นได้แต่มองตามหลังมินที่เดินไปหลังร้าน แล้วยกแก้วกาแฟไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะแล้วนั่งจิบกาแฟไปเพลินๆ ส่วนมินก็หยิบกระเป๋ากับกุญแจรถจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านเพราะเธอรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวเหมือนจะไม่สบาย

มินเดินออกมาตรงหน้าร้านแล้วเดินผ่านหน้าหมอต้นออกไปนอกร้าน ตรงไปที่รถของตัวเอง กำลังจะเปิดประตูรถเข้าไปนั่งแต่อยู่ๆ ก็หน้ามืดขึ้นมาเหมือนจะเป็นลมจากนั้นก็ดับวูบหมดสติไป ยังดีที่หมอต้นมารับร่างเธอไว้ได้ทัน ก่อนที่มินจะล้มลงไปกองลงพื้น

"คุณได้ยินผมไหม" หมอต้นเรียกมินที่เป็นลมแน่นิ่งไป แต่ไม่มีการตอบสนองใดๆ หมอต้นจึงอุ้มมินเข้าไปในรถของตัวเองจากนั้น ก็แล่นรถตรงไปยังโรงพยาบาลทันที

พอไปถึงโรงพยาบาลหมอต้นก็อุ้มมินเข้าไปและทำการปฐมพยาบาลด้วยตัวเอง พร้อมกับให้น้ำเกลือ ไม่นานมินก็ลืมตาตื่นขึ้นมา พร้อมกับกระพริบตาถี่มองไปรอบๆ ตัวที่ไม่คุ้นเคย ขยับตัวจะลุกขึ้น หมอต้นก็เดินเข้ามาพอดี

"คุณจะลุกขึ้นมาทำไม นอนลงไปก่อน" จับตัวมินให้นอนลงไปบนเตียง

"ฉันจะกลับบ้าน"

"รอให้น้ำเกลือหมดก่อนผมถึงจะอนุญาตให้คุณกลับ"

"คุณเป็นคนช่วยฉันหรอคะ"

"ใช่ผมเอง ที่เข้าไปรับตัวคุณไว้ตอนที่เป็นลม ก็เลยพามาโรงพยาบาล"

"ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยฉันไว้อยู่ๆ ฉันก็หน้ามืดดับวูบไปเลย"

"คุณต้องพักผ่อนเยอะๆ นะรู้ไหม จะได้ไม่เป็นอย่างนี้อีก แล้วอีกอย่างที่คุณเป็นลมไปเพราะมีไข้ต่ำๆด้วย"

"ค่ะ ฉันจะดูแลตัวเองให้มากกว่านี้"

"เดี๋ยวผมจะจัดยาให้คุณไปทานก็แล้วกัน"

"ค่ะ"

ไม่นานน้ำเกลือก็หมดกระปุก พอถอดสายน้ำเกลือออกมินก็ลงมาจากเตียงโดยมีหมอต้นช่วยประคอง หลังจากที่ไปรับยากับเคลียร์ค่าใช้จ่ายเสร็จ ทั้งคู่ก็เดินออกไปตรงลานจอดรถ พอมินขึ้นไปนั่งบนรถก็หันไปส่งยิ้มให้หมอต้น

"เดี๋ยวคุณไปส่งฉันที่ร้าน แล้วฉันจะกลับบ้านเองค่ะ"

"ให้ผมไปส่งเถอะ คุณยังดูอ่อนเพลียอยู่เลย"

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันดีขึ้นแล้ว"

"ก็ได้ตามใจคุณก็แล้วกัน คุณก็ขับรถกลับดีๆล่ะ" หันไปมองหน้ามิน

"ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยฉันไว้ แถมยังต้องเสียเวลาคุณอีก"

"ไม่เป็นไรครับ ผมเป็นหมอเห็นใครเป็นอะไรตรงหน้าผมก็ต้องช่วยอยู่แล้ว"

"ค่ะ" รับคำสั้นๆ แล้วหันหน้าไปมองข้างทาง

หมอต้นไปส่งมินที่ร้านกาแฟจากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับ ระหว่างทางกลับบ้านมินก็อดที่จะเก็บเอาคำพูดของหมอต้นมาคิดไม่ได้ เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือทุกคนนั้นคือจรรยาบรรณของหมอ แต่เรื่องหัวใจเขาก็คงมีแต่มะลิเท่านั้น เธอจะพยายามไม่คิดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ไม่นานมินก็มาถึงบ้าน จากนั้นก็ขึ้นไปพักผ่อนบนห้องตัวเองทันที

ตอนเย็นของวันมะลิกำลังจะอาบน้ำให้ภาคิน ถอดเสื้อออกเหลือแต่กางเกงมะลิมองหน้าภาคินเผื่อว่าเขาอยากจะถอดเอง เธอไม่อยากทำอะไรที่ทำให้เขาไม่พอใจอีก

"พี่คินจะถอดกางเกงและอาบน้ำเองใช่ไหมคะ มะลิจะได้ไปรอข้างนอก" เดินจะออกจากประตูไป

"เดี๋ยว เธอนั้นแหละถอดและอาบน้ำให้ฉัน แล้วก็สระผมกับโกนหนวดให้ด้วย"

"ค่ะ" หันกลับไปมองหน้าภาคิน

มะลิเดินเข้าไปใกล้ๆ ภาคินจัดการถอดกางเกงแล้วลงมือสระผมและโกนหนวด ระหว่างที่มะลิโกนหนวดไป ภาคินก็มองหน้ามะลิไปเพลินๆ จนเจ้าตัวถึงกับประหม่าทำตัวไม่ถูก จึงได้แต่หลบสายตาภาคินเท่านั้น ใช้เวลาไม่นานมะลิก็จัดการอาบน้ำใส่เสื้อผ้าให้ภาคินจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็พาไปทานข้าวเย็นกัน

หลังทานข้าวเสร็จมะลิก็เข็นภาคินไปตรงริมสระเพื่อสูดอากาศ สักพักมะลิก็เข็นภาคินเข้าไปในห้องนอน แล้วจึงกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง เพื่อทำธุระส่วนตัวและเปลี่ยนเป็นชุดนอน หอบผ้าห่มกับหมอนออกมาจากห้องไปวางลงบนโซฟาเพื่อจะนอนในคืนนี้

พอจัดที่นอนเสร็จมะลิก็เดินเข้าไปในห้องภาคินเพื่อส่งเข้านอน เดินไปหยุดตรงข้างวีลแชร์ของภาคินเงียบๆ

"พี่คินง่วงหรือยังคะ"

"ก็นิดหน่อย"

"แล้วเธอล่ะ ง่วงหรือยัง"

"ก็นิดหน่อยเหมือนกันค่ะ"

"งั้นก็ช่วยพาฉันไปที่เตียงหน่อย"

"ค่ะ" เข้าไปพยุงยกตัวภาคินขึ้นจากวีลแชร์ไปที่เตียง แต่มะลิกลับเดินเซเสียหลักทำให้ตัวภาคินเอียงเทน้ำหนักมาทางมะลิ จึงทำให้มะลิรับน้ำหนักไม่ไหวเซล้มลงไปนอนลงบนเตียงโดยที่ตัวของภาคินลงมาทาบทับข้างบนตัวเธออย่างจัง ทั้งคู่ต่างก็จ้องมองสบตากัน ภาคินค่อยๆยื่นหน้าตัวเองเข้าไปใกล้ๆหน้ามะลิ มะลิจึงค่อยๆหลับตาลงช้าๆ ภาคินจึงใช้ริมฝีปากหยักหนาประกบจูบริมฝีปากอ่อนนุ่มของมะลิเบาๆ แล้วถอนออกช้าๆมามองสบตากัน

"เอ่อ มะลิว่าพี่คินนอนเถอะค่ะ ดึกแล้ว" รีบลุกขึ้นพยุงตัวภาคินออกจากตัวเอง ลงนั่งบนเตียงด้วยอาการเขินอายที่อยู่ๆภาคินก็จูบริมฝีปากของเธอ

"ช่วยจัดท่านอนให้ฉันด้วย ฉันง่วงแล้ว" จ้องมองหน้ามะลิที่เอาแต่ก้มหน้าเขินอายเขา

"ค่ะ" เข้าไปยกขาทั้งสองข้างของภาคินขึ้นเหยียดยาวนอนราบลงบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มให้

"ฝันดีนะคะ พี่คิน"

มะลิกำลังจะเดินออกไปแต่ภาคินกลับคว้าแขนดึงกระชากแรงๆ จนมะลิเซลงไปทาบทับตัวภาคินที่นอนอยู่บนเตียง

"ว้าย! พี่คินจะทำอะไรคะ"มะลิถามด้วยความตกใจ

"เปล่าฉันแค่อยากจะชื่นใจเธออีกครั้ง" ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มมะลิฟอดหนึ่ง

"พี่คินทำแบบนี้ทำไมคะ" ยกมือขึ้นมาจับแก้มของตัวเอง

"ไปนอนเถอะ ฉันจะนอนแล้ว" ล้มตัวลงนอนหน้าตาเฉยโดยไม่ยอมตอบคำถามของมะลิ

มะลิเห็นอย่างนั้นจึงลุกขึ้นไปปิดไฟในห้องจนมืดสนิทแล้วปิดประตูลง ไปนั่งลงบนโซฟาพร้อมกับใช้มือยกขึ้นมาจับริมฝีปากของตัวเอง ด้วยความรู้สึกหลากหลายจนบอกไม่ถูก ว่าภาคินคิดอะไรถึงได้ทำอย่างนี้กับเธอ แต่ในใจลึกๆเธอก็รู้สึกดีที่ภาคินทำกับเธอเหมือนคนรักกัน ถึงแม้จะไม่มีเหตุผลเลยก็ตาม มะลินั่งอยู่สักพักก็ล้มตัวลงนอน

ส่วนภาคินก็ลืมตาอยู่ในความมืดด้วยความรู้สึกหลากหลาย ที่เขาล้วงเกินมะลิลงไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกัน ว่าเขาเป็นอะไรเพราะรู้สึกดีที่ได้ใกล้ชิดกันหรือว่าเพราะอะไรกันแน่
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 179

    "ผมว่าเด็กยังไงก็ยังเป็นเด็ก มีแต่ผู้ใหญ่เนี่ยแหละที่คิดมากไปเอง ผมว่าคุณอย่าเข้มงวดกับลูกไปหน่อยเลย" หมอต้นเอ่ยขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน "ก็ได้ผมจะปล่อยเด็กไปตามวัยก็ได้ แต่ถ้าโตขึ้นผมไม่รับประกันนะ ว่าจะเป็นยังไง" ภาคินกระดกแก้วเครื่องดื่มขึ้นดื่ม "แม้หวงแต่ลูก อย่าลืมหวงเมียด้วยก็แล้วกันค่ะ"

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 178

    หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ สวนส้มพงษ์ไพศาลครอบครัวของภาคินกับหมอต้นมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านพักในสวนเพื่อมาผ่อนคลายพักผ่อนกันในวันหยุดและถือโอกาสพาเด็กๆ ทั้งสองบ้านมาเล่นด้วยกัน ระหว่างที่มะลิกับมินกำลังช่วยกันทำกับข้าวลูกๆ ก็พากันวิ่งเล่นไล่จับอยู่บริเวณในสวน ส่วนภาคินกับหมอต้นก็นั่งดื่มพร้อมกับแกล้มเนื้อย่

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 177

    "แล้วคิดจะมีอีกสักคนไหมคะ" "แล้วมินไหวไหมละ ถามอย่างนี้อยากมีใช่ไหม" "ไม่ใช่ค่ะ มินแค่ถามเฉยๆเอง แค่รินกับตินก็เหนื่อยมากแล้ว พี่ไหวเหรอ" "สำหรับพี่แค่นี้ก็พอแล้ว มีกันแค่สองคนพี่น้องก็พอ และที่สำคัญมีเมียที่น่ารักอยู่ข้างๆแบบนี้ตลอดไป พี่ไม่ขออะไรอีกแล้วล่ะ" จูบหน้าผากมนเบาๆ "มินก็เหมือนกันค

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 176

    "มะลิกำลังยั่วพี่อยู่ใช่ไหม" "เปล่าสักหน่อยค่ะ" พูดพลางเดินไปยืนตรงใต้ฝักบัวพร้อมกับเปิดน้ำไหลลงมาอาบบนเรือนร่างบาง ภาพตรงหน้ามันช่างยั่วยวนปลุกความกำหนัดของคุณพ่อลูกสามยิ่งนัก ภาคินไม่รอช้ารีบถอดกางเกงยีนส์และกางเกงชั้นในออกด้วยความรวดเร็ว แล้วเข้าไปยืนซ้อนหลังเมียรักพร้อมกับใช้มือหนาลูบไล้ไปตร

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 175

    ภาคินกับมะลิกำลังแต่งตัวกันอยู่ในห้องเพื่อจะพาเด็กๆ เข้าไปเล่นในสวนส้มด้วยในวันนี้ ทั้งสองคนกำลังจูบคลอเคลียกันอย่างดูดดื่มอยู่ตรงหน้ากระจกแต่งตัว ริมฝีปากหนาจูบดูดกลืนความหวานจากริมฝีปากอ่อนนุ่มไม่ยอมหยุด จนคนที่ถูกเล้าโลมแทบจะหายใจไม่ออกจึงผลักไหล่หนาออกเบาๆ "พอได้แล้วค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทันที

  • ร้ายพ่ายรัก   บทที่ 174

    ภาคินพอดูออกว่ามะลิยังคงน้อยใจเรื่องเมื่อตอนกลางวันอยู่ เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดทำร้ายจิตใจเธอสักหน่อย ก็แค่พูดเล่นๆเองแต่เธอก็จริงจังไปได้มันน่าน้อยใจนัก ร่างหนาขยับตัวเข้าไปสวมกอดร่างบางเอาไว้พร้อมกับสูดดมกลิ่นกายหอมๆ เข้าสู่ปอดด้วยความชื่นใจ "ยังงอนพี่อยู่เหรอ" "เปล่าค่ะ นอนเถอะ" "มะลิอยากให้พี

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status